ตอนที่ 20
ซากศพทมิฬ
เจียงเฟิงมองเห็นพวกมันกระโจนเข้ามาในครั้งเดียว
ซากศพทมิฬหลายสิบตัวแน่นอนว่าคนธรรมดาทั่วไปคงจะไม่สามารถรับมือได้
และพวกมันทั้งหมดล้วนแล้วเป็ซากศพทมิฬที่ มีร่างกายเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหนึ่งและขอบเขตสอง
ทว่าเจียงเฟิงที่กำลังเดินอยู่ยกดาบของตนเองขึ้น จากนั้นก็ใช้ปลายดาบวาดบางอย่างในอากาศ
มันปรากฏคำว่า สยบ ขึ้นมาในอากาศจากนั้นร่างของพวกศพทมิฬก็เคลื่อนไหวช้าลง
พวกมันเหมือนกับโดนน้ำหนักที่มองไม่เห็นกดทับ
การเคลื่อนไหวของพวกมันช้าลงกว่าเดิมหนึ่งเท่า ทว่าเพียงแค่นี้ก็เพียงพอให้เจียงเฟิงรับมือกับพวกมันทั้งหมดแล้ว
เจียงเฟิงเคลื่อนไหวเข้าหา หนึ่งดาบของเขาสะบั้นหัวของศพทมิฬที่อยู่ด้านหน้าสุดในทันที
อักขระยันต์ สยบ ที่ถูกวาดขึ้นในอากาศเมื่อครู่ สามารถทำให้พวกศพทมิฬเคลื่อนไหวได้ช้าลง เพราะว่าเจียงเฟิงไม่สามารถรับมือกับพวกมันหลายสิบตัวได้ในครั้งเดียว
แม้เขาจะมีฝีมือในการสังหารพวกิญญาทมิฬมามากมาย จนเรียกได้ว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญ แต่ว่านั้นมันอีกโลกหนึ่ง เจียงเฟิงในตอนนี้มีตบะเพียงแค่ผู้ฝึกปราณขอบเขตรากไม้เท่านั้น
แล้วเขาเองก็เพิ่งกลับเข้ามาในร่างกายของตนเอง ในตอนนี้ขอบเขตต่ำ ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายก็ยังถือได้ว่าเป็กึ่งผู้ฝึกตนด้วย
ก่อนหน้านี้เจียงเฟิงเป็เพียงแค่คุณชายเ้าสำราญทั่วไป ร่างกายนี้เลยไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
แม้ว่าหลายวันมานี้เจียงเฟิงจะฝึกร่างกายมาไม่น้อยก็ตาม แต่จะให้รับมือกับพวกศพทมิฬมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหนึ่งและสอง บิดามันเถอะต่อให้เก่งขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้
การที่เจียงเฟิงลงมือในครั้งนี้เพราะว่า ้าขัดเกลาร่างกายของตนเอง และเป็การทดสอบทักษะการต่อสู้ของตนเองด้วยเช่นเดียวกัน
เจียงเฟิงเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่กลับสามารถตัดศีรษะของพวกศพทมิฬได้อย่างรวดเร็ว
ใช้เวลาไม่นานจำนวนของพวกมันก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่ตัวแล้ว เจียงเฟิงไม่ได้ลงมือต่อเขาถอยหลังกลับมา
พวกศพทมิฬที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวอยู่ๆ ร่างกายของพวกมันก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นแล้วก็แตกออก
ปราณิญญาชั่วร้ายกระจายไปทั่วบริเวณ เป็การพลีชีพของศพทมิฬ
ปราณิญญาชั่วร้ายนี้ถือว่าอันตรายต่อผู้ฝึกตนระดับต่ำเป็อย่างยิ่ง อีกฝ่ายให้พวกศพทมิฬพลีชีพแบบนี้เพราะว่า้าทดสอบว่าเขาเป็ผู้ฝึกตนระดับใด
นั่นแสดงว่าิญญาทมิฬตนนี้ต้องเป็พวกที่รอบครอบเป็อย่างยิ่ง
อาจจะเป็เพราะว่าอีกฝ่ายอาจจะาเ็ หรือว่ากำลังพักฟื้นอยู่
เพราะแบบนั้นเลยตั้งใจจะทดสอบความสามารถของเขา เพื่อดูว่าจะสามารถจัดการผู้ฝึกตนปริศนาที่เข้ามายุ่งเื่ของมันได้หรือไม่
เจียงเฟิงถอยหลังมาตรงรถม้าอยู่ก่อนแล้ว แม้ปราณิญญาชั่วร้ายพวกนั้นจะกระจายไปทั่ว
ทว่าบริเวณรอบๆรถม้าปราณชั่วร้ายพวกนั้นกับไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่น้อย
เจียงเฟิงวางดาบลงที่รถม้า จากนั้นก็ใช้ผ้าที่เฉินอวี้ยื่นมาให้เช็ดมือของตนเอง
แววตาของเจียงเฟิงสงบนิ่งเป็อย่างยิ่ง ทำให้สารถีชราที่นั่งอยู่รู้สึกประหลาดเป็อย่างยิ่ง
เพราะว่าชายชราผู้นี้มองเห็นว่า ความสามารถที่เขามองเห็นไม่ได้เป็เพียงแค่ เจียงเฟิงแสร้งแสดงท่าทางเท่านั้น
ทว่าชายชราเห็นว่าสภาพจิตใจของเจียงเฟิงสงบนิ่งเป็อย่างยิ่ง
เหมือนกับบ่อโบราณไร้ระลอกที่ไม่ได้สะทกสะท้านกับการสังหารพวกคนเ่าั้เลยแม้แต่น้อย
ชายชราผู้นี้เคยเป็คนของกองทัพ แน่นอนว่ามีตำแหน่งไม่ธรรมดา ทั้งยังเป็ผู้ฝึกยุทธที่มีขอบเขตไม่ต่ำ
ด้วยระดับของชายชราสามารถมองเห็นสภาพจิตใจของคนที่มีขอบเขตต่ำกว่าตนเองได้อย่างง่ายดาย
เพราะแบบนั้นเมื่อประเมินนายน้อยของตนเองผู้นี้ จะรู้สึกประหลาดใจก็ไม่แปลก
สภาวะจิตใจที่สงบนิ่งเช่นนี้เรียกได้ว่าแม้แต่พวกทหารภายในสนามรบ ยังไม่สามารถทำได้เช่นนี้เลย
ในสายตาของเจียงเฟิงพวกศพทมิฬพวกนี้ยิ่งกว่าซี่โครงไก่เสียอีก
ถ้าเกิดว่าเป็ไปได้ตัวของเขาก็ไม่อยากจะลงมือกับพวกมันเลย เป็เพราะว่าการสังหารพวกศพทมิฬพวกนี้แม้แต่เศษเสี้ยวแก่นิญญาบริสุทธิ์ก็ไม่ได้มาสักนิด
ร่างกายของมันมีแต่ปราณิญญาชั่วร้ายอัดจนเต็มไปหมด
เพราะแบบนั้นการสังหารพวกมัน ไม่ได้รับผลประโยชน์เหมือนกับการสังหารพวกิญญาทมิฬ
แต่จะให้ปล่อยไปแล้วก็ไม่ได้สนใจกับพวกมันก็ไม่ได้ ศพทมิฬพวกนี้ก็เป็หนึ่งในกำลังรบหลักของพวกิญญาทมิฬเช่นเดียวกัน
ถ้าเกิดว่าพบเจอก็ต้องสังหารพวกมัน ถ้าปล่อยให้ศพทมิฬถูกบ่มเพาะไปเรื่อยๆ มันอาจจะเกิดศพทมิฬที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นมาอีกก็ได้
เพราะแบบนั้นในสายตาของเจียงเฟิงแล้วศพทมิฬถือได้ว่าเป็ตัวขาดทุน
ทว่าเจียงเฟิงมองเห็นการลงมือของิญญาทมิฬตนนั้นแล้ว
ในครั้งนี้มันก็ถือว่าเขานั้นสามารถทำความเข้าใจกับิญญาทมิฬตนนั้นได้หลายส่วนแล้ว
อย่างแรกอีกฝ่ายแฝงตัวอยู่ภายในเมืองเฟิงเฉินแน่นอน อย่างที่ 2 ิญญาทมิฬตนนี้เป็พวกรอบคอบหรืออาจจะาเ็อยู่ ถือได้ว่าเป็โอกาสดี
เจียงเฟิงยิ้ม “กลับไปครั้งนี้คงได้เล่นไล่จับกันแล้ว”
เจียงเฟิงเดินขึ้นรถม้าจากนั้นก็ออกไปเดินทางต่อ
….
ในเมืองเฟิงเฉิน
ในจวนใหญ่โตแห่งหนึ่งในเมือง
ห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในห้องโถงมีสองร่างกำลังนั่งอยู่ด้านใน ร่างของบุรุษหนุ่มผู้นึงแล้วก็เป็ร่างิญญาสีดำสนิท
ในตอนนี้ดวงตาของิญญาทมิฬที่ปิดอยู่เป็เวลานานได้ค่อยๆเปิดขึ้น
บุรุษหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่หันไปมองเลยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เป็อย่างไรบ้าง?”
ิญญาทมิฬที่เป็ร่างเงาสีดำค่อยๆมีร่างกายคล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น มันมีรูปร่างเป็ชายวัยกลางคนมีดวงตาสีดำสนิท
ในตอนนี้เมื่อปรากฏร่างกายคล้ายคลึงกับมนุษย์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “อีกฝ่ายสังหารพวกศพทมิฬไปหมดแล้ว”
“ข้าเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย”
“แต่ว่าไม่ค่อยพบเห็นคนผู้นี้ในเมืองมาก่อนหน้า”
“น่าจะเป็คนต่างถิ่นที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในเมืองไม่นานมานี้”
“อีกฝ่ายขอบเขตไม่สูงแต่ว่ากับสามารถรู้วิธีการสยบกำราบศพทมิฬได้”
ใบหน้าของบุรุษที่อยู่ข้างกายของิญญาทมิฬเริ่มปรากฏความตึงเครียด
ในตอนนี้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หมายความว่าอย่างไร?”
ใบหน้าของิญญาทมิฬที่เป็ชายวัยกลางคนเองก็เคร่งเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากมองเห็นบุรุษผู้นั้นวาดบางอย่างเป็อักขระพิเศษ”
“ศพทมิฬทั้งหมดก็เหมือนกับโดนมหามรรคากำราบ”
“ปราณชั่วร้ายเหมือนโดนปฏิเสธ”
“นี่แสดงว่าอีกฝ่ายรู้วิธีการรับมือกับพวกิญญาทมิฬอย่างข้าเป็อย่างดี แต่อีกฝ่ายขอบเขตยังไม่สูงไม่เช่นนั้นคงจะไม่ใช้วิธีเช่นนั้นกำราบศพทมิฬเพื่อรับมืออย่างแน่นอน”
“แต่พวกเราเองก็ต้องระวัง ดูเหมือนว่าครั้งนี้พวกเราจะเจอปัญหาแล้ว”
“เป็ไปได้ต้องสังหารคนผู้นั้นก่อนเป็อันดับแรก”
“เพราะอีกฝ่ายขอบเขตยังไม่สูง เ้าสืบหาความจริงเกี่ยวกับเื่นี้เมื่อพบเจอและระบุตัวตนได้แล้ว”
“ตัวของข้าจะเป็คนลงมือเอง”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสังหารคนผู้นั้นให้ได้” แววตาของิญญาทมิฬดุร้ายขึ้นในทันที
ตัวของมันไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาขัดขวางมันอย่างแน่นอน มันาเ็สาหัสหนีมาพักฟื้นที่สถานที่แห่งนี้ เมื่อสามารถตั้งตัวได้แล้วคิดจะใช้วิธีหลายๆอย่างเพื่อฟื้นพลังและขอบเขตของตนเองอย่างสงบ
หลังจากนั้นก็จะตั้งตัวเป็าาของแดนเหนือ แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีตัวแปรสำคัญที่ปรากฏขึ้นมา
เช่นนี้จะให้ตัวของมันนั้นนิ่งดูดายอย่างใจเย็นได้อย่างไร ไม่ว่ามองอย่างไรบุรุษหนุ่มผู้นั้นก็เป็ตัวอันตรายอย่างที่มันสามารถััได้อย่างแน่นอน