สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 34 จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก ข้าสัญญา

    เมื่อรถม้ากลับมาถึงโรงเตี๊ยมในเมืองหยางโจว เหวินเจาเหยียนอุ้มหยางลี่เจินที่ยังคงหมดสติอยู่ในอ้อมแขนลงจากรถม้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความโกรธที่ยังไม่จางหาย


    “ไปเรียกหมอมาด่วน!” เขาสั่งลูกน้องที่รีบวิ่งออกไปจัดการทันที


    ภายในห้องพัก เหวินเจาเหยียนวางหยางลี่เจินลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล เขาดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเธอให้มิดชิด พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอรู้สึกปลอดภัย


    ดวงตาของเขาจ้องมองเธอที่ยังคงนอนนิ่ง สีหน้าของเธอยังคงซีดเซียว น้ำตาบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้มทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดใจ


    “ข้าจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องเจ้าอีก” เขาพึมพำเบาๆ ราวกับให้คำสาบาน ไม่นานนัก หมอก็รีบมาถึง เขาตรวจดูอาการของหยางลี่เจินอย่างละเอียด ก่อนจะหันมารายงาน


    “นายท่าน คุณหนูไม่ได้บาดเจ็บทางกายหนัก แต่ดูเหมือนจะตกใจกลัวอย่างรุนแรงจนหมดสติไป”


    “นางจะฟื้นเมื่อไหร่?” เหวินเจาเหยียนถาม น้ำเสียงเย็นชา แต่แฝงไปด้วยความร้อนรน


    “ไม่นานนักขอรับ เมื่อจิตใจของนางสงบลง นางจะฟื้นขึ้นมาเอง” หมอกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาให้ลูกน้องพาหมอออกไป


    ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงของหยางลี่เจิน เขาไม่ยอมละสายตาไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาของเขาฉายแววความโกรธเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงความผิดพลาดที่ปล่อยให้เธอต้องตกอยู่ในอันตราย


    “ข้าควรจะปกป้องเจ้าได้ดีกว่านี้” เขากล่าวเบาๆ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ


    ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง หยางลี่เจินเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาของเธอค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนมองขึ้นมาเจอเขาทันที


    “คุณ…” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ


    “ข้าอยู่ที่นี่” เขาตอบทันที น้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากปกติ “เจ้าปลอดภัยแล้ว” น้ำตาของหยางลี่เจินไหลออกมาอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นเบาๆ


    “ฉันกลัว… ฉันคิดว่าฉันจะไม่รอด”


    เหวินเจาเหยียนขยับเข้าไปใกล้ เขาจับมือเธอออกจากใบหน้าอย่างนุ่มนวล และพูดเสียงหนักแน่น “ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้อีก ข้าสัญญา” หยางลี่เจินมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านในใจของเธอ


    เธอพยักหน้าเบาๆ แม้จะยังคงหวาดกลัวอยู่ แต่เธอรู้ว่าตราบใดที่เขาอยู่ตรงนี้ เธอจะปลอดภัยจากทุกสิ่งทุกอย่าง


    เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงของหยางลี่เจิน หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นและร้องไห้สะอื้นจนสงบลง ความเงียบเข้ามาแทนที่ในห้อง แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แผ่จากสายตาและการกระทำของเขา


    หยางลี่เจินยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง เธอสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณ… ที่ช่วยฉันไว้” เหวินเจาเหยียนมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ 


    “ข้าไม่จำเป็นต้องได้รับคำขอบคุณจากเจ้า” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าของเธอยังคงสะท้อนความอ่อนแอ “แต่ถ้าคุณมาไม่ทัน… ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นยังไง” ดวงตาของเขาฉายแววความโกรธขึ้นมาอีกครั้ง 


    “ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายเจ้าแบบนั้นอีก”


    หยางลี่เจินมองเขา น้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้สะอื้นเพราะความกลัว หากแต่เป็นเพราะความซาบซึ้งที่เกิดขึ้น


    “ฉันกลัวมาก… แต่เมื่อเห็นคุณมา ฉันรู้สึกเหมือนได้รับชีวิตใหม่” เธอพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา


    คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไปชั่วขณะ เขาหันมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าที่เคย


    “หยุดร้องได้แล้ว” เขากล่าวเบาๆ พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้เธอ “น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไรเจ้า”


    เธอรับผ้าเช็ดหน้ามา พลางยิ้มเล็กๆ “คุณนี่พูดปลอบคนได้แย่จัง”


    เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนตำหนิแต่ก็แฝงความอ่อนโยน “ถ้าเจ้ายังมีแรงพูดแบบนี้ แปลว่าเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว”


    หยางลี่เจินหัวเราะเบาๆ แม้จะยังมีน้ำตาคลอ เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เขา


    “คุณจะอยู่ที่นี่นานไหม?” เธอถาม พลางมองเขาอย่างไม่แน่ใจ


    “ข้าจะไม่ไปไหนจนกว่าเจ้าจะหายดี” เขาตอบทันที


    คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น แม้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะยังคงฝังลึกในใจ แต่การมีเขาอยู่ตรงนี้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย


    เธอหลับตาลงช้าๆ น้ำตาไหลซึมออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็นเพราะความรู้สึกขอบคุณและอบอุ่นที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน


    ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งเฝ้าหยางลี่เจินอยู่ข้างเตียง ดวงตาของเขามองเธออย่างไม่ละสายตา ใบหน้าของเขาแม้จะสงบนิ่ง แต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ไม่เคยแสดงออกมา


    หยางลี่เจินที่นอนหลับอยู่ เริ่มขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแสดงความไม่สบายใจ ขณะที่น้ำตาค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากหางตา เธอเริ่มพึมพำบางอย่างเบาๆ


    “ไม่… ฉันยังไม่อยากจากคุณไป…”


    เหวินเจาเหยียนที่ได้ยินน้ำเสียงแผ่วเบาของเธอขยับตัวเข้าใกล้ ใบหน้าของเขาขมวดเล็กน้อย เขาโน้มตัวลงมาเพื่อฟังคำพูดของเธอให้ชัดเจน


    “อย่าไป… ได้โปรด อย่าทิ้งฉัน…” เธอพึมพำออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด


    เขามองเธอ น้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาของเธอทำให้หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกบีบ ดวงตาเย็นชาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย


    “เจ้าฝันถึงอะไรอยู่กันแน่?” เขาพึมพำเบาๆ


    ในฝัน หยางลี่เจินพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบันอีกครั้ง เธอยืนอยู่หน้าห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เธอคุ้นเคย แต่หัวใจของเธอกลับรู้สึกว่างเปล่า


    “ฉันกลับมาแล้วจริงๆ หรือ?” เธอพูดกับตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนบางสิ่งขาดหายไป


    เธอหันมองรอบๆ อย่างกระวนกระวาย ใบหน้าของเหวินเจาเหยียนผุดขึ้นมาในหัว เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างดึงรั้งเธอกลับไป


    “ฉันยังไม่อยากจากคุณเลย…” เธอร้องไห้ในฝัน เสียงพึมพำแผ่วเบาดังออกมาจากริมฝีปาก เหวินเจาเหยียนที่เฝ้าดูอยู่ยื่นมือไปจับมือเธอไว้เบาๆ มือของเขาเย็นแต่มั่นคง


    “ข้าไม่ได้ไปไหน… ข้าอยู่ตรงนี้” เขากระซิบเสียงเบา แม้จะรู้ว่าเธอฟังไม่รู้เรื่อง 


    เธอพึมพำอีกครั้ง “อย่าทิ้งฉัน… อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว…”


    เหวินเจาเหยียนมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำตาออกจากแก้มของเธออย่างแผ่วเบา


    “ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า” เขาพูดเบาๆ แม้รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน แต่คำสัญญานั้นเขาให้กับตัวเอง


    หยางลี่เจินที่ยังอยู่ในฝัน ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก แต่ในโลกความเป็นจริง มือของเธอกุมมือของเหวินเจาเหยียนไว้แน่น โดยที่เธอไม่รู้ตัว


    เหวินเจาเหยียนเพียงแค่มองเธอ และนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไป จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมา และได้พบว่าเขายังอยู่เคียงข้างเธอเสมอ


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน