เพื่อที่จะทำตามคำสั่งของซูเฟย ฉินเฉาจ้องไปที่จักรยานเก่า ๆ ของเขา พร้อมกับถือป้ายขนาดใหญ่ที่มีชื่อซูจีอยู่บนนั้น นอกจากนี้ซูเฟยยังกำชับเขาผ่านฉินหลิงว่าซูจีชอบดอกไม้ ดังนั้นระหว่างทางเขาจึงซื้อดอกไม้ 1 ช่อเตรียมไว้ โดยสอดไว้ในคอเสื้อแล้วพุ่งไปยังสนามบิน
ฉินเฉายืนรอตรงต้อนรับผู้โดยสารอย่างใจจดใจจ่อ
“เฮ้ เพื่อน นายก็มารอเฉินซินด้วยงั้นเหรอ!?”
“ดูชายคนนั้นสิ เขาดูใส่ใจมาก ๆ เลยเมื่อเทียบกับเรา ดูสิใส่ใจชนิดที่ว่าเอาดอกไม้สดมาต้อนรับด้วย!”
กลุ่มแฟนคลับกำลังมองฉินเฉา ทันใดนั้นพวกเขาก็เริ่มให้ความสนใจ ฉินเฉาที่มาพร้อมกับดอกไม้ เพราะพวกเขาอย่างมากสุดก็มีแค่โปสเตอร์ ไม่สามารถเปรียบเทียบกับสิ่งคนนี้ได้เลย!
เมื่อฉินเฉายกป้ายขนาดใหญ่ที่มีชื่อของซูจีแล้วรูปของเธอขึ้น เหล่าแฟนคลับต่างตกตะลึง
ให้ตายเถอะดาราคนนี้คือใครกัน โคตรสวย เอาเธอคนนี้มาเปรียบเทียบกับนักร้องที่ชื่อเฉินซิน ระดับความสวยนับว่าห่างชั้นกันมาก
“เพื่อนดาราคนนี้เป็ใครกัน ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน!” หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับถามยางกดไม่ได้
“ว้าว สุดยอดเลย ฉันอยากได้ลายเซ็นของเธอ”
“เพื่อน ดาราคนนี้ใครกัน?” แฟนคลับที่สอดรู้สอดเห็นถาม
“นี่คือดาราที่กำลังมาแรงในเจียงซูตอนใต้!” ฉินเฉาเหนื่อยที่จะตอบคำถาม กลอกตาบนแล้วะโเพื่อให้ทุกคนหยุดถามเสียที
พวกเขาใจนต้องเงียบกริบ คนที่สอดรู้สอดเห็นยังอยากจะถามต่อ แต่หลังจากเห็นฉินเฉาชักสีหน้า พวกเขาก็เลือกที่จะตั้งใจรอดาราของพวกตัวเองแทน
ฉินเฉาต้องถือป้ายขนาดใหญ่ รออยู่ในจุดต้อนรับผู้โดยสารสนามบินตลอดทั้งบ่าย
ตามที่ซูเฟยได้บอกมาเที่ยวบินของซูจีจะมาช้า เธอเลยสั่งให้ฉินเฉารอไปก่อน ฉินเฉายืนรออย่างไร้อารมณ์เหมือนกับรูปปั้น ถือป้ายขนาดใหญ่เหนือหัว พร้อมกับช่อดอกไม้ในคอเสื้อ ในจุดต้อนรับผู้โดยสารของสนามบินจนพระอาทิตย์ตกดิน
“แม่ดูนั่น!” เสียงของเด็กน้อยไร้เดียงสาดังจากด้านล่าง “ภูติดอกไม้!”
“อย่าพูดเหลวไหล!” เสียงของผู้หญิงที่เป็ผู้ใหญ่พูด “หนูต้องพูดเพราะ ๆ สิลูกเรียกเขาคุณลุงภูติดอกไม้”
“ได้ค่ะ คุณลุงภูติดอกไม้”
ฉินเฉาหันหน้าหนีน้ำตาไหลเป็สาย นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่พบกับโลลิต้าตัวน้อย เธอคนนี้เคยเรียกเขาว่าคุณลุงมัมมี่ ทำไมโลกถึงกลมขนาดนี้ บนโลกนี้เต็มไปด้วยความบังเอิญ ฉินเฉาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอด แล้วพูดว่ากับเธอว่า
“สาวน้อย ในเมื่อสองเรามีชะตาต้องกัน ทำไมเราไม่มาแต่งงานกันเลยล่ะ”
แต่จุดจบของเขาคงไม่แคล้วกลายเป็คนพิการ เพราะถูกแม่เธอฉีกเป็ชิ้นด้วยความโกรธ
เมื่อไม่อาจยืนรอต่อไปได้ ฉินเฉาไปนั่งที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ มองไปที่สาวสวยในชุดเครื่องแบบแล้วพูด
“ขอโทษครับ เที่ยวบิน xxx จะมาถึงเมื่อไหร่ครับ?”
“รอสักครู่ค่ะ” เสียงของสาวสวยช่างหวานจับใจ ทำให้ผู้คนแทบละลาย เธอเคาะแป้นคีย์บอร์ดหลายครั้ง จากนั้นมองขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชำนาญการ พูดว่า “ต้องขอโทษด้วยค่ะ วันนี้ไม่มีเที่ยวบิน xxx”
“ห๋าาาา?” ฉินเฉาจ้องมองอย่างแปลกใจ “คุณแน่ใจนะ รบกวนช่วยผมตรวจสอบให้ผมอีกครั้งได้ไหมครับ คุณเห็นชุดคอสเพลย์ที่ผมใส่นี่ไหม ผมใส่มารอใครบางคน”
“คุณคะ ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ วันนี้ไม่มีเที่ยวบินนี้จริง ๆ มีแต่เมื่อวานที่มีเที่ยวบินนี้ คุณแน่ใจนะคะว่าไม่ได้จำผิดวัน?”
“ผิดวัน!” คำนี้ดังก้องในใจของฉินเฉา ทันใดนั้นเขาก็ตบหน้าขาของเขาแล้วพูดว่า “ยัยตัวแสบทั้งหลาย นี่เราโดนยัยซูเฟยแกล้งเหรอเนี่ย ให้ตายเถอะ!”
พลังที่โคจรในร่างของฉินเฉาทันใดนั้นก็หยุดลง มันแยกดอกไม้เป็สามส่วน จากนั้นมองไปที่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างสับสน
“คนสวยครับ นี่สำหรับคุณ!” ฉินเฉาวางดอกไม้ที่เขาเอามาด้วยวางไว้บนโต๊ะประชาสัมพันธ์ แล้วเดินจากมาพร้อมกับป้ายขนาดใหญ่ในมือ
ผู้หญิงที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ตะลึง จ้องมองไปบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยดอกไม้
“ชายคนนั้นน่าสนใจจริง ๆ” ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ยักไหล่ขณะที่เอามือปิดปาก “หลิวชางตอนนี้เธอได้ดอกไม้สดช่อใหญ่ขนาดนี้ เอากลับไปเลยอ่างอาบน้ำที่บ้านได้เลยนะเนี่ย”
“เสี่ยวเม่ยอย่ามาล้อฉันเล่นน่า” หลิวชางจ้องเธอ ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เยอะเชียว รีบ ๆ ช่วยฉันทำความสะอาดดีกว่า อีตาบ้านั่นน่าเกลียดชะมัด ครั้งหน้าถ้าฉันเจอเขา จะคืนให้สาสมเลยคอยดู”
“ฮิฮิ หลิวชางคนสวยของเราคลั่งจริง ๆ แล้ว แต่ว่าผู้ชายคนนั้นหล่อจริง ๆ นะ โดยเฉพาะจมูกของเขา เธอแน่ใจนะว่าไม่สนใจเขา?”
“อย่าพูดเหลวไหลน่า!” หลิวชางกลอกตาของเธอ “ก่อนอายุ 30 ฉันไม่คิดจะหาแฟนหรอก!”
“โอ้? งั้นสิ? ผู้ชายคนนั้นดูสง่าสมชายชาตรี เขาต้องไม่อ่อนหัดเื่บนเตียงแน่นอน”
“ไปตายซะ เธอมันผู้หญิงลามก....”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าตนเองกลายเป็หัวข้อสนทนาของสองสาว เขาขี่จักรยานพร้อมกับป้ายขนาดใหญ่ กลับ โรงเรียนกวนหยวนอย่างเร่งรีบ เมื่อเป็ลูกน้อง เขาย่อมไม่สามารถทำอะไรกับเื่ล้อเล่นของหัวหน้าได้ อย่างไรก็ตามเงินที่เขาเสียไปกับค่าดอกไม้ เขาต้องขอคืนจากหัวหน้าอย่างแน่นอน
ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้ว ซึ่งได้เวลาเลิกงานผู้คนจำนวนมาก บนถนนจึงมีผู้คนเดินกันพลุกพล่าน ฉินเฉาลดความเร็วจักรยาน ในตอนนี้บูธของมือถือที่อยู่ด้านข้างสร้างความสนใจให้เขา ด้านขวาของบูธ เขาเห็นผู้ชายสองคนแต่งตัวแปลก ๆ หนึ่งสวมชุดสีขาว อีกหนึ่งสวมชุดสีดำ หน้าตาของพวกเขาเห็นไม่ค่อยชัด
ดวงตาของพวกเขาจับจ้องมองผู้หญิงที่กำลังเดินอยู่ในบูธมือถือ ผู้หญิงสวมชุดโค้ต พร้อมกับผ้าพันคอขนสัตว์รอบคอแล้วปิดใบหน้า สวมบูทหนังคู่เล็ก เดินอย่างเร่งรีบขณะที่หน้าของเธอกำลังก้มมองโทรศัพท์ของเธอ เหมือนเธอกำลังบ่นอะไรบางอย่างอยู่
อย่างไม่แน่ใจ ฉินเฉารู้สึกว่าสองคนที่สวมชุดขาวแล้วดำดูไม่ธรรมดา ทันใดนั้นเขาก็รีบปั่นจักรยานของเขาเร็วขึ้น พุ่งผ่านทางเท้าขณะที่กำลังผ่านผู้หญิง ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือถือจากมือของเธอ
มันคือแอปเปิลรุ่นใหม่! ฉินเฉาไม่ได้มองอุปกรณ์นี้อย่างละเอียด เขายังคงปั่นจักรยานจากไป
“เฮ้ นายเอามือถือฉันคืนมา!” ผู้หญิงใ ทันใดนั้นเธอหันกลับมาแล้วเริ่มไล่ตามฉินเฉา
ในเวลาที่ผู้หญิงออกจากบูธ ทันใดนั้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากมุมถนน เหมือนจะเมา ชนเข้ากับมุมของบูธโทรศัพท์ กระแทกเข้ากับตู้โชว์สินค้ากระจกแก้วแตกเป็เศษกระจายทั่วพื้น ทำให้ผู้หญิงหวาดกลัว
หลังจากชนเข้ากับบูธในที่สุดรถบรรทุกก็หยุด ผู้คนที่อยู่ข้าง ๆ อยากรู้อยากเห็น พวกเขาเห็นชายที่เมาที่ที่นั่งคนขับ หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเื
“ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว ได้เวลาคืนโทรศัพท์แล้ว” ฉินเฉาผ่อนคลายด้วยการแตะเบา ๆ เขาก็หยุดจักรยานเก่า ๆ ของเขา หันกลับไปแล้วโยนโทรศัพท์คืนให้กับสาวสวยที่ยืนงง ๆ อยู่
“นาย นายเป็ใคร?” สาวสวยมองมือถือที่ถูกโยนกลับมาให้เธอ ทันใดนั้นเธอก็ตื่นจากความมึนงง มองตามหลังฉินเฉาแล้วะโ
“เหลยเฟิง!” ฉินเฉาโบกมือของเขา ขณะที่ปั่นจักรยานเก่า ๆ ของเขาต่อไป
“หึหึ....” สาวสวยหัวเราะ วันนี้ใครอยากจะเป็เหลยเฟิงกัน เ้าเด็กคนนี้น่าขันจริง ๆ แต่เขารู้ได้ยังไงว่าจะเกิดอุบัติเหตุที่บูธนั่น แล้วใช้วิธีนี้เพื่อเตือนฉัน?
เหมือนเขาจะกำลังฝึกฝนเป็ผู้ฝึกตน เป็ไปได้มั้ยว่าเขาจะเข้าถึงแก่นพุทธ ข้ามผ่านกรรม ทำให้เขาเห็นอนาคต?
ยิ่งกว่านั้น เธอจำได้ว่าข้างหลังของชายคนนี้ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย เหมือนกับเธอเคยเห็นเขาที่ไหนสักที่
นี่จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของเธอ
“ฉันต้องหานายเจออย่างแน่นอน!” สาวคนนี้ยื่นหมัดของเธอออกไป แล้วะโบอกฉินเฉา
หลังจากช่วยชีวิตสาวงาม ฉินเฉาต้องเผชิญกับปัญหาอย่างแน่นอน
ขณะที่เขากำลังปั่นจักรยาน ทันใดนั้นเขารู้สึกผิดปกติ เขาหันหลังกลับไปเขาเห็นชายใส่ชุดขาว กำลังนั่งซ้อนท้ายจักรยานของเขา
“เฮ้ยอะไรกัน!” ฉินเฉาใ เขาพยายามพาจักรยานเข้าข้างทาง ชายชุดขาวโบกมือ ทันใดนั้นจักรยานของเขาก็ไม่อยู่ในการควบคุมของฉินเฉา มันเหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังควบคุมจักรยานให้เคลื่อนไปข้างหน้าต่อไป
“นายเป็ใคร?” ฉินเฉาใกับสิ่งที่เกิดขึ้น รีบถามจุดประสงค์ของชายชุดขาวทันที
“ฉันต่างหากที่ต้องถาม นายเป็ใคร” ชายชุดขาวที่นั่งเบาะหลัง มือของเขายื่นออกเหมือนกำลังควบคุมจักรยาน เสียงของชายคนนี้ดูเยือกเย็น เหมือนกับปลาในน้ำแข็ง
“คาดไม่ถึงว่าจะเจอฉัน”
“นายคือ....” ทันใดนั้นดวงตาของฉินเฉาก็กลายเป็สีเขียว “ไม่ประหลาดใจที่ผู้หญิงคนนั้นไม่เห็นนาย นายคือยมทูตจากนรก”
“เทพปีศาจหลัวเต๋อจากนิกายปีศาจ!” ทันใดนั้นอารมณ์ของชายชุดขาวก็เปลี่ยนไป จากแคร์ความรู้สึกอยากรู้กลายเป็หวาดกลัว แล้วต่อต้าน “แกต้องเป็เ้าชั่วนั่น!”
ปีศาจตาเขียว นี่คือความสามารถเฉพาะของหลัวเต๋อ ตำนานกล่าวไว้ว่า มันสามารถเห็นภูตผีแล้วิญญาได้ทั้งหมด
เขาทำเพียงโบกสะบัดมือ ทันใดนั้นจักรยานก็เลี้ยวไปที่มุมมืดอับสายตา ซอยนี้มีขยะกองอยู่ทุกที่ดูเหมือนมันจะอยู่หลังโรงแรม
หลังจากบังคับจักรยานเข้ามาในซอยนี้ ชายชุดขาวก็ะโขึ้นไปในอากาศ เหยียบลงบนพื้นใกล้กำแพง ในมือปรากฏโซ่ยาวสีดำ ดวงตาจ้องมองฉินเฉาอย่างเ็า
“เทพปีศาจปรากฏตัวอีกครั้ง ทั้งสามภพจะเผชิญกับหายนะ ไม่รู้ว่าผู้ฝึกตนมากมายเท่าไหร่ที่ถูกส่งออกไปค้นหาเ้า แต่ทุกคนกลับมามือเปล่า ไม่คิดว่าเ้าจะซ่อนอยู่ในร่างกายของมนุษย์”
“ขอโทษที่ต้องทำให้นายผิดหวังนะ แต่ฉันไม่ใช่หลัวเต๋อ” ฉินเฉาปล่อยจักรยาน จากนั้นยักไหล่ให้ชายชุดขาวแล้วพูดว่า “งั้นนายก็คือยมทูต”
“นั่นไง ควบคุมร่างกายมนุษย์อยู่จริง ๆ ด้วย เ้าเทพปีศาจ จงออกมารับความตาย!”
ยมทูตขาวไม่สนใจคำพูดของฉินเฉา มันเหวี่ยงโซ่สีดำในมือออกไป มีหนามเหล็กผูกอยู่ด้านหน้าของโซ่ เหมือนกับเขี้ยวของอสรพิษพยายามที่จะฉกกัดฉินเฉา
“เฮ้ย! ทำไมถึงไร้เหตุผลแบบนี้!” ฉินเฉารู้สึกไม่สนุกด้วย เขาเที่ยวตัวหลบไปด้านข้างอย่างง่ายดาย แล้วโซ่นั้นก็เจาะกำแพงข้างหลังแทน ในความทรงจำของหลัวเต๋อ เขาพบว่ายมทูตมีฐานะต่ำสุดในฐานะบริวารของนรก มีหน้าที่เพียงแค่เก็บิญญามนุษย์ธรรมดา ความแข็งแกร่งของพวกมันน้อยมาก ถ้าพวกมันเจอกับหลัวเต๋อตัวจริง ด้วยวิถีเซียนะของเขา การฆ่าจบพวกนี้เป็เื่ง่ายดายราวกับปอกกล้วย
แม้ตอนนี้ฉินเฉายังสามารถฆ่ายมทูตตนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าเขาทำอย่างนั้นมันจะเป็การเปิดศึกระหว่างเขากับนรก
“จัดการกับเทพปีศาจจากนิกายปีศาจ ไม่มีอะไรต้องพูด” ยมทูตตนนี้ช่างไร้เหตุผลจริง ๆ เขาเริ่มขยับมือ โซ่ก็หลุดออกจากกำแพงจากนั้นก็ตวัดใส่ฉินเฉาอีกครั้ง
“ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วนายไม่ฟัง” ฉินเฉายื่นมือออกมา มือที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ด ดวงตาสีเขียวจ้องมองไปที่ยมทูต ส่วนมือก็คว้าจับโซ่สีดำ “งั้นเราก็มาคุยกันด้วยกำปั้นแล้วกัน”
จบตอน#