ทั้งคู่เดินลัดเลาะผ่านสวนและทางเดินหินเพื่อสำรวจโซนหอพัก แสงแดดยามบ่ายของเขตการศึกษาทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มกลับมาเงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายเมื่อ่กลางวันที่เหล่านักเรียนใหม่พากันตื่นเต้นกับสถานที่ จนกระทั่งมาถึงอาคารหอพักที่เป็จุดหมาย
เมื่อก้าวเข้าสู่โถงชั้นล่างอันโอ่อ่าซึ่งประดับด้วยโคมไฟระย้าดีไซน์หรูหรา ก็พบมีอานั่งรออยู่บนโซฟา เธอรีบลุกขึ้นนำทางพวกเธอขึ้นไปยังห้องพักชั้นบน พร้อมจัดการวางข้าวของทั้งหมดลงอย่างเรียบร้อยก่อนจะหันมามองเซเลสด้วยสายตาหยอกเย้า
มีอา "เฮ้อ... ต่อไปนี้มีอาคงไม่ได้คอยอยู่รับใช้คุณหนูเซเลสเทียเหมือนแต่ก่อนแล้วสินะคะ หัวใจของมีอาคงห่อเหี่ยวจนแห้งตายแน่ๆ ... คุณหนูจะใจร้ายทิ้งมีอาให้กลับไปเผชิญโลกที่ไม่มีความสวยงามแบบนี้จริงๆ หรือคะ?"
ไอวี่หัวเราะออกมาเบาๆ ขณะจัดแจงเสื้อผ้าเข้าตู้ "โธ่ มีอา! เธอเกินจริงไปแล้วนะ อีกอย่าง... ถึงเราจะมาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หายไปไหนเสียหน่อย"
เซเลสปรายตามองมีอาด้วยสายตาเรียบเฉยพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม "ถ้าเธออาลัยอาวรณ์ถึงขนาดจะขาดใจตายเพียงเพราะต้องห่างจากฉันไปเท่านี้... ถ้าเหงาขนาดนั้น... วันหลังมาเรียนด้วยกันเลยไหมคะ พี่มีอา?"
มีอา "แหม... ถ้ามีอาทำได้จริงๆ คงทำไปนานแล้วล่ะค่ะ ใครจะไปรู้ล่ะคะ..."
มีอาย่อตัวลาก่อนจะเดินออกจากห้องไป แต่พอพ้นสายตาคุณหนูก็แสดงอาการฟัดเหวี่ยง กระทืบเท้าเบาๆ และบ่นอุบอิบเสียงดังลั่นทางเดิน "ฮึ่ย! ใจร้ายที่สุดเลย! ไม่มีคุณหนูให้มองทุกวันแบบนี้ ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ นะคะเนี่ย!"
เซเลสเห็นท่าทางนั้นก็หลุดขำออกมา ก่อนจะปิดประตูลงและจัดการสัมภาระร่วมกับไอวี่จนเรียบร้อย
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก หญิงสาวร่างโปร่งก้าวเข้ามาพร้อมข้าวของส่วนตัว เธอคือ สกาย สกายวางของลงที่ข้างประตู ก่อนจะเอ่ยทักทาย "อะ อ้าว... มีคนมาถึงก่อนแล้วแฮะ"
"ฉันสกาย หวังว่าเราคงจะใช้พื้นที่ห้องนี้ร่วมกันได้ราบรื่นนะ"
ไอวี่ขยับยิ้มเป็มิตร "สวัสดีจ้ะ ฉันไอวี่ เบลลาโดน่า ส่วนนี่ เซเลสเทีย เรย์" เมื่อแนะนำตัวเสร็จ ไอวี่ก็ขยับเข้าไปกอดแขนเซเลสเอาไว้แน่น แสดงออกถึงความสนิทสนมในฐานะเพื่อนรักอย่างชัดเจน
สกายชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองเซเลสด้วยความประหลาดใจ "เซเลสเทีย เรย์? ...คุณหนูตระกูลเรย์งั้นเหรอเนี่ย โทษทีนะที่ทำตัวเสียมารยาทไปเมื่อกี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ทั้งสองคนเลย"
เซเลสแย้มยิ้มบางๆ พลางพยักหน้าตอบรับ "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะสกาย"
หลังจากทักทายและทำความคุ้นเคยกันเล็กน้อย ทั้งสามคนก็เริ่มขยับขยายแบ่งโซนที่นอนพร้อมจัดของจนเข้าที่ เมื่อต่างคนต่างเตรียมพื้นที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเปิดฉากชวนคุยถามไถ่เื่ราวของกันและกันอย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศเป็กันเองดำเนินไปจนล่วงเลยเข้าสู่่ดึก ทั้งสามจึงแยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรดานักเรียนทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังห้องโถงกลางของโรงเรียนเพื่อวัดระดับแกนพลังเวท ตลอดทางเดินเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ที่ปะปนไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่า
แต่พอเยื้องย่างเข้าสู่ใจกลางห้องโถงใหญ่ บรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็ความกดดันจนชวนให้อึดอัด สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังแท่นวัดพลังที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องอย่างใจจดใจจ่อ
อาจารย์ผู้คุมสอบประกาศเสียงกังวาน "เอาล่ะทุกคน... การทดสอบวัดระดับแกนพลังกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว การฝึกฝนในปีแรกนี้ เราจะเน้นเื่การคุมกระแสพลังให้มั่นคง เพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีอัญเชิญัคู่สัญญาในปีการศึกษาหน้า ดังนั้นพวกเธอต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดี"
"สำหรับใครที่ได้ระดับ B ให้ไปรวมตัวกันที่โซนฝั่งซ้าย เพื่อเข้าประจำหอวารีสำหรับการบ่มเพาะพลังพื้นฐาน ส่วนระดับ A และ S ให้ไปรวมตัวกันที่โซนฝั่งขวา เพื่อเข้าประจำหอศิลาสำหรับการเรียนหลักสูตรคุมพลังขั้นสูง... เอาล่ะ เริ่มการทดสอบได้!"
พิธีเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงฝีเท้าของเหล่านักเรียนจำนวนหลายร้อยชีวิตที่ทยอยก้าวขึ้นไปบนแท่นพิธีอย่างไม่ขาดสาย แสงสว่างจากผลึกแก้วดาราแปรเปลี่ยนสีและสว่างวาบสลับกันไปมาตามระดับรากฐานของผู้ทดสอบแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง
บ้างก็ปรากฏกระแสพลังสว่างเจิดจ้าเสียจนแสบตา เรียกเสียงชื่นชมยินดีจากผู้คนรอบข้างที่พากันเบิกตากว้าง ทว่าบางครั้งมันกลับสว่างวาบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ก่อนจะหม่นแสงลงชวนให้ใจหาย ทิ้งไว้เพียงแววตาอันผิดหวังของนักเรียนบางกลุ่มที่ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับความจริง
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดอันหนักอึ้งเมื่อหลายคนต้องยอมรับความจริงว่าระดับพลังของตนนั้นทำได้ดีที่สุดเพียงแค่การไปอยู่หอวารีฝั่งปีกซ้ายเท่านั้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจากนาทีเคลื่อนคล้อยเป็ชั่วโมง เสียงฝีเท้าของเหล่านักเรียนใหม่ที่เดินขึ้นลงแท่นหินอ่อนยังคงดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงศิลาอันโอ่อ่า จากกลุ่มฝูงชนหนาตาที่เคยเบียดเสียดกันใน่ต้นพิธี
บัดนี้จำนวนของนักเรียนที่ยืนรอคอยความหวังอยู่ตรงกลางลานเริ่มลดน้อยถอยลงไปทุกทีๆ ทีละคนสองคน สายตาของผู้ที่ผ่านการทดสอบไปแล้วจากทั้งฝั่งปีกซ้ายและปีกขวา ต่างพากันจับจ้องลงมายังพื้นที่กึ่งกลางห้องโถงที่เริ่มโล่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ
กระแสความกดดันเริ่มบีบคั้นหัวใจของคนที่ยังไม่ได้ทดสอบอย่างรุนแรง ตัวเลขของนักเรียนจากหลายร้อยคนลดลงจนเหลือเพียงหยิบมือ ความเงียบสงัดเริ่มเข้ากัดกินพื้นที่จนได้ยินเสียงลมหายใจอันสั่นเครือ บัดนี้บริเวณลานกลางโถงเหลือเหล่านักเรียนอยู่เพียงน้อยนิด
ซึ่งล้วนแต่เป็กลุ่มคนที่มีพร์โดดเด่นและเต็มไปด้วยกระแสพลังอันเข้มข้นน่าเกรงขาม ซึ่งถูกจัดลำดับให้เป็ผู้ทดสอบกลุ่มสุดท้ายของวัน
เมื่อเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่ทวีความอึดอัดจนถึงขีดสุด เสียงเฉียบขาดอันทรงพลังของอาจารย์เวโรนิก้าก็เอ่ยเรียกรายชื่อกลุ่มถัดมา ซึ่งเป็กลุ่มที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจระทึก
แคสเซียก้าวออกไปเป็คนแรกด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับเดินเล่นในสวน ทว่าเมื่อฝ่ามือััผลึกแก้ว พลังมหาศาลก็ะเิออกจนเกิดเป็แสงสีทองเจิดจ้าบ่งบอกถึงระดับ A ที่แข็งแกร่ง ตามมาด้วยวิเวียนและลูซี่ ที่เรียกแสงสว่างนุ่มนวลแต่คงความเข้มข้นในระดับเดียวกันได้อย่างสมศักดิ์ศรีตระกูลดัง
ไม่นานนัก ไอวี่และสกายก็ก้าวตามขึ้นไป ทั้งคู่ทำผลงานได้น่าประทับใจไม่แพ้กัน แสงจากผลึกแก้วในมือของไอวี่ส่องประกายสีฟ้าใส ในขณะที่สกายรีดพลังออกมาได้เข้มข้นจนอาจารย์ผู้คุมสอบหลายท่านต้องพยักหน้ายอมรับ ทั้งคู่เดินไปสมทบกับกลุ่มปีกขวาด้วยความมั่นใจ
พิธีดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชื่อของเซเลสถูกประกาศออกมา
"ลำดับถัดไป เซเลส"
เซเลสเดินตรงเข้าไปด้วยท่วงท่าเยือกเย็น ลึกลงไปเธอััได้ถึงไอเทมลึกลับที่พกติดตัวไว้ เมื่อฝ่ามือแตะลงบนผลึกแก้ว แสงสีขาวพิสุทธิ์พุ่งทะลักออกมา
ทว่าไอเทมชิ้นนั้นกลับบีบแสงให้หดตัวลงอย่างรวดเร็ว เซเลสขยับกายประคองกระแสพลังจนแสงคงที่อยู่ในระดับ A ที่มั่นคง อาจารย์เวโรนิก้าหรี่ตามองด้วยความฉงน ก่อนจะจำใจพยักหน้าให้เธอเดินไปสมทบกับเพื่อนๆ
"ลำดับสุดท้าย วาน"
วานวางมือลงบนผลึกแก้ว ทันใดนั้นแสงสีขาวบริสุทธิ์ก็พุ่งทะยานสูงเสียดเพดานโถง ตัวผลึกสั่นะเืรุนแรงแผ่เสียงกังวานราวกับัคำราม อาจารย์เวโรนิก้าเบิกตากว้าง "นี่มัน... ระดับ S"
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้อง เหล่าอาจารย์ที่นั่งประจำแท่นเกียรติยศต่างหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง อาจารย์ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงสั่น "นี่มัน... ระดับ S งั้นหรือ? ไม่น่าเชื่อเลย ในรอบหลายปีมานี้เราแทบไม่เห็นนักเรียนที่แสดงพลังระดับนี้ออกมาได้เลย นับั้แ่รุ่นก่อนๆ จนถึงสองปีล่าสุด ไม่มีใครเข้าใกล้ระดับนี้ได้สักคนเดียว!"
อาจารย์อีกท่านเสริมด้วยแววตาเป็ประกาย "ใช่... พร์ของเด็กคนนี้มันเกินขอบเขตนักเรียนทั่วไปจริงๆ ปีนี้เราคงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่ๆ"
ในขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าอาจารย์ยังคงดังต่อเนื่อง วานก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นกับคำชมเ่าั้แม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเดินด้วยท่าทางเรียบเฉยไปสมทบกับกลุ่มปีกขวาอย่างมั่นคง
ขณะที่เดินผ่าน เขาก็จงใจชายตามองมาทางเซเลสพร้อมทิ้งรอยยิ้มบางแฝงความนัยเอาไว้ ราวกับ้าสื่อถึงบางอย่างที่มีเพียงเธอและเขาเท่านั้นที่เข้าใจ
เมื่อพิธีจบลง ในจังหวะที่ฝูงชนเริ่มเคลื่อนตัว เซเลสยังคงนิ่งเฉย ทว่าสายตาของเธอจ้องมองแผ่นหลังของวาน พยายามค้นหาความคุ้นเคยที่แล่นเข้ามาในหัว แต่มันก็ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าเคยเจอกันเมื่อใด ความรู้สึกติดค้างบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆ ในใจ
ท่ามกลางเสียงอึกทึกของเหล่านักเรียนรอบข้าง มีเพียงความนึกคิดของเธอเท่านั้นที่จมดิ่งลงสู่ความเงียบงัน พร้อมกับคำถามที่ยังไร้คำตอบว่า... ชายหนุ่มคนนั้นคือใครกันแน่