บทที่ 6 ตลาดมืดและขุมทรัพย์ในป่าลึก
แสงอาทิตย์รำไรยามรุ่งสางลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังกระท่อมหลินชิงเหอลุกขึ้นขยับร่างกายที่ยังคงปวดเมื่อยแต่แววตาของเธอกลับแจ่มใสและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเธอหันไปมองลูกชายทั้งสองที่ยังคงหลับสนิทก่อนจะหยิบห่อผ้าสีครามที่ซ่อนแหวนทองคำเอาไว้ออกมาพิจารณาอีกครั้ง
"วันนี้แหละคือวันที่เราจะเปลี่ยนชะตาชีวิต" เธอกระซิบกับตัวเอง
เมื่อเด็กๆ ตื่นขึ้นชิงเหอจัดการให้พวกเขาล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อปลุกความสดชื่นแม้จะไม่มีอาหารเช้าที่มีประโยชน์นัก แต่เธอก็สัญญากับพวกเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"อดทนหน่อยนะลูก วันนี้แม่จะพาเข้าเมือง และเราจะไปหาของกินดีๆ กัน"
"เข้าเมืองเหรอครับแม่!"เสี่ยวเป่าตื่นเต้นจนะโโลดเต้น "ผมไม่เคยเข้าเมืองมานานมากแล้ว!"
แต่ก่อนจะไปถึงเมืองชิงเหอตัดสินใจพาลูกๆ อ้อมไปทางป่าหลังหมู่บ้านก่อนความทรงจำของร่างเดิมบอกเธอว่าป่าแห่งนี้คือแหล่งอาหารที่คนในหมู่บ้านมักจะหวาดกลัวเพราะเื่เล่าเกี่ยวกับสัตว์ป่าแต่สำหรับนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสในวิกฤตอย่างเธอ ป่าคือ 'คลังวัตถุดิบ'ที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า
ขุมทรัพย์ในผืนป่า
"ต้าเป่าเสี่ยวเป่า ดูแม่ไว้นะ" ชิงเหอเดินนำเข้าไปในชายป่าที่ชื้นแฉะ"ในป่าไม่ได้มีแค่ฟืน แต่มันมีเงินซ่อนอยู่ทุกที่ ถ้าเรารู้จักมอง"
ด้วยความรู้เื่สมุนไพรจีนที่เธอเคยศึกษาเพื่อใช้ในการทำธุรกิจอาหารเสริมในโลกอนาคตชิงเหอกวาดสายตาไปตามโคนต้นไม้ใหญ่ที่เน่าเปื่อย ไม่นานนักเธอก็ยิ้มออกมา
"นั่นไง...เห็ดหูหนูป่า" เธอกล่าวพลางชี้ไปที่กลุ่มเห็ดสีน้ำตาลเข้มที่เกาะอยู่บนขอนไม้"พวกนี้ถ้าเอาไปตากแห้งหรือขายสดในเมืองจะได้ราคาดีกว่าผักกาดทั่วไปหลายเท่า"
เด็กๆ ช่วยกันเก็บเห็ดอย่างสนุกสนานแต่ชิงเหอไม่ได้หยุดแค่นั้น เธอเดินลึกเข้าไปในโซนที่แสงแดดรำไรเธอสังเกตลักษณะใบไม้รูปทรงประหลาดที่คล้ายกับห้าแฉก มันซ่อนตัวอยู่ใต้พุ่มไม้หนา
"โสมคน!"เธออุทานเบาๆ หัวใจเต้นแรง แม้มันจะเป็โสมป่าขนาดเล็กที่อายุไม่กี่ปี แต่มันคือ 'สินค้าเกรดพรีเมียม' ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจรักษาสุขภาพ
เธอค่อยๆใช้กิ่งไม้เหลาจนแหลมขุดลงไปในดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รากฝอยอันบอบบางเสียหาย "จำไว้นะลูก สินค้าที่มีค่าที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด แต่มันอยู่ที่ความสมบูรณ์และความหายาก"
หลังจากได้เห็ดหูหนูเต็มตะกร้าและโสมคนขนาดพอเหมาะอีกสองสามหัวชิงเหอก็พาลูกๆมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอโดยอาศัยรถเกวียนของคนในหมู่บ้านที่รู้จักกับเหม่ยหลิน
การเผชิญหน้าในตลาดมืด
ตัวอำเภอในยุค 80 เต็มไปด้วยความคึกคักที่ดูแปลกตาตึกแถวสีเทาและผู้คนที่สวมชุดสีน้ำเงินเข้มหรือสีเขียวขี้ม้าเดินกันขวักไขว่ชิงเหอไม่ได้มุ่งหน้าไปที่สหกรณ์ของรัฐที่ต้องใช้บัตรปันส่วน แต่เธอจูงมือลูกๆเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ หลังตลาดที่เรียกกันว่า 'ตลาดมืด'
ที่นี่คือพื้นที่สีเทาที่กฎหมายยังเอื้อมไม่ถึงและเป็ที่ที่เงินสดและความพึงพอใจมีอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่ง
"แม่ครับที่นี่มืดจัง" เสี่ยวเป่ากระซิบพลางกอดแขนแม่แน่น
"ไม่ต้องกลัวลูกเดินตามแม่ไว้" ชิงเหอกล่าวอย่างมั่นใจ เธอปรับท่าทางให้ดูนิ่งขรึมและสง่างามแม้เสื้อผ้าจะซอมซ่อแต่รัศมีของ 'นายหญิง' ยังคงแผ่ออกมา
เธอเดินตรงไปยังแผงรับซื้อของป่าและเครื่องประดับที่ดูใหญ่ที่สุดในตรอกเ้าของแผงคือชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่คนเรียกกันว่า 'เฒ่าเฉิน' เขากำลังนั่งเคี้ยวยาเส้นพลางนับฟ่อนเงินในมือ
"จะเอาอะไรมาปล่อยล่ะแม่หนู?" เฒ่าเฉินถามโดยไม่เงยหน้ามอง"ถ้าเป็แค่ผักป่าขยะๆ ไปแผงอื่นนะ"
ชิงเหอวางตะกร้าเห็ดหูหนูลงบนโต๊ะไม้พร้อมกับวางห่อผ้าสีครามลงข้างๆ "ของป่าเกรดเอ และ... สมบัติเก่าค่ะ"
เฒ่าเฉินเงยหน้าขึ้นสายตาที่เป็ประกายเ้าเล่ห์กวาดมองเห็ดหูหนูก่อนจะขยายกว้างเมื่อเห็นโสมคนและแหวนทองคำ เขาหยิบแหวนขึ้นมาส่องกับแสงแดดสลับกับพิจารณารากโสม
"อืม...เห็ดนี่ก็งั้นๆ โสมนี่ยังเล็กไปหน่อย ส่วนแหวนนี่... ทองมันหมอง ลายก็โหลๆ"เฒ่าเฉินแค่นยิ้ม "ทั้งหมดนี่ ฉันให้ได้แค่ 15 หยวนกับข้าวสารสองถัง เห็นใจที่หิ้วลูกมาด้วยหรอกนะ"
15หยวน? สำหรับทองแท้และโสมป่า? ชิงเหอเกือบจะหลุดขำออกมาด้วยความสมเพชนี่คือเทคนิคการกดราคา พื้นฐานที่เธอเคยใช้จัดการกับคู่แข่งมานับไม่ถ้วน
"เถ้าแก่เฉินคะ"ชิงเหอเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวาน "เรามาคุยเื่ความจริงกันดีกว่าทองวงนี้เป็ทองบริสุทธิ์ 99% น้ำหนักสองสลึงเต็มในตลาดตอนนี้ทองหยวนหนึ่งพุ่งไปเกือบ 50 หยวนแล้วส่วนโสมป่านี่ แม้จะอายุไม่มากแต่มันคือโสมสดที่ยังมีรากครบถ้วนเหมาะสำหรับเอาไปทำยาบำรุงให้นายทหารหรือข้าราชการระดับสูงที่เถ้าแก่รู้จักดี"
เฒ่าเฉินชะงัก ยาเส้นแทบหลุดจากปากเขาไม่คิดว่าผู้หญิงชนบทสภาพมอซอคนนี้จะรู้ราคาตลาดและรู้จักการจับกลุ่มเป้าหมายลูกค้า
"เธอ...เธอรู้ได้ยังไง?"
"ฉันรู้มากกว่าที่เถ้าแก่คิดค่ะ"ชิงเหอโน้มตัวลงไปใกล้ขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่าย "ถ้าเถ้าแก่ให้แค่ 15 หยวน ฉันจะถือตะกร้านี้ไปที่ร้านหัวมุมถนนถัดไปฉันได้ยินมาว่าที่นั่นกำลังหาของขวัญไปกำนัลผู้ว่ามณฑลอยู่พอดี...เถ้าแก่คิดว่าเขาจะให้ฉันเท่าไหร่คะ?"
เฒ่าเฉินหน้าเปลี่ยนสีทันทีร้านหัวมุมคือคู่แข่งคนสำคัญของเขา และถ้าโสมนี้หลุดไปถึงมือผู้ว่าฯกำไรที่เขาจะได้คงมหาศาลกว่าเงินที่เขาจ่ายหลายเท่า
"ใจเย็นๆแม่หนู... ฉันแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง" เฒ่าเฉินเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้ม"งั้นเอาแบบนี้ละกัน... ฉันให้ 80 หยวน!และข้าวสารแป้งขาวอีกสี่ถัง พร้อมน้ำมันพืชขวดใหญ่!"
"120หยวน"ชิงเหอต่อรองทันควัน "พร้อมกับไข่ไก่หนึ่งแผง และผ้าห่มผืนใหม่สองผืนนี่คือราคาวิน-วินค่ะเถ้าแก่ ท่านได้โสมและทองไปทำกำไรต่อได้อีกโขส่วนฉันก็ได้ทุนไปเลี้ยงลูก"
เฒ่าเฉินมองดูผู้หญิงตรงหน้าด้วยความทึ่ง"เธอนี่มัน... ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ตกลง! 120 หยวนก็120 หยวน!"