"ยังดื่มไหว ยังดื่มไหว ข้ายังไม๊ มาว ซ๊าก นิ๊สส เอิ๊กๆ ๆ "
ชายหนุ่มผมดำหนาตรงสลวยยาวลงมาจากศรีษะจนเกือบจะปิดเปลือกตา ผิวสีทองแดงหุ่นล่ำสันไม่ต่างจากรูปปั้นของทวยเทพนักรบกรีกโรมันแสงจากกองไฟรอบๆสะท้อนตัวตนของเขาให้เห็นชัดถนัดตามากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากความสกปรกซกมกบนผิวกายที่มีทั้งดินและคราบดำติดเต็มไปหมดั้แ่เท้าเปล่าขึ้นไปหาแก้ม ประกอบกับเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นมองเห็นสภาพที่ดูไม่ต่างจากขอทานข้างถนน นอกจากต่างหูข้างซ้ายที่ดูเหมือนจะเป็สิ่งล้ำค่าที่สุดเพียงอย่างเดียวบนร่างกายแล้ว ยังมีถุงผ้าสีเทาอ่อนตรงปากถุงเป็หูรูดร้อยด้วยเชื่อกเส้นเล็กสีน้ำตาลแดงผูกติดกับกางเกงข้างเอวเบี่ยงห้อยอยู่ด้านขวาของลำตัว เสื้อสีดำของเขาที่สวมอยู่มีลักษณะเหมือนเสื้อกล้าม ตรงอกมีรูขาดถูกฉีกออก เป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันเกิดจากวีระกรรมของเ้าแมวป่าตัวน้อยแย่งชิงเอาไป ดูยังไงยังไงก็เป็เศษผ้าที่ถูกดัดแปลงอย่างมืออาชีพร้อยขนและหนังของสัตว์มีค่าเข้าไปเน้นเฉพาะ่อกเท่านั้น เ้าตัวกำลังดื่มเหล้าและหยิบน่องเนื้อย่างร้อนๆ ขึ้นมาแทะ นั่งเอาหลังพิงล้อเกวียนขนาดใหญ่มองเห็นเศษกระดูกนับ 10 กว่าชิ้นที่กินเหลือทิ้งวางไว้ ยังมีไหเหล้าเปล่าอีกจำนวนหนึ่งที่ภายในไม่หลงเหลือเหล้าแม้เพียงซักหยดวางอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มส่งเสียงร้องรำทำเพลงสนุกสนานอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนนับร้อยๆ ชีวิตที่กำลังนั่งล้อมวงผิงไฟกองอื่นๆ ด้วยการส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ทำให้ตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งค่าย เขากินดื่มอย่างเมามันในขณะกำลังหลับตา มองดูก็รู้ว่านี่เป็อาการของคนละเมอมากกว่าจะมีสติ
"อะไรของเ้าบ้านี่ ท่าทางจะอาการหนัก"
"เห๊ยใครก็ได้รีบเอาเนื้อกับเหล้ามาเติมให้มันที"
"ฮ่าๆ ๆ เหลือเชื่อจริงๆ ขนาดหลับไม่ได้สติยังซัดเหล้ากับอาหารเข้าไปตั้งขนาดนั้น จะกินล้างกินผลาญไปถึงไหนกัน"
" เ้านั่นกินเนื้อเข้าไปหลายสิบกิโลแล้วนะลูกพี่ ไหนจะเหล้าอีกเกือบ 7 ไห ข้าแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าเขาจะเมาจากที่อื่นมาก่อนหน้า ที่จะมาดื่มที่นี่เพิ่ม กระเพาะทำขึ้นมาจากหลุมดำหรือยังไง กินหาย กินหาย เหมือนเททิ้งเล่น"
บรรดาคนงานของขบวนเกวียนให้ความสนใจชายคนนี้เป็พิเศษ ด้วยพฤติกรรมผิดมนุษย์มนาที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในบุคคลใดก็ตามซึ่งอาศัยอยู่ในสังคมปกติ เื่ราวของเขาถูกหยิบยกขึ้นมาเป็บทสนทนาพูดคุยนินทากันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มที่เพิ่งถูกขุดขึ้นจากกองทรายห่างออกไปไม่ไกลตรงจุดที่พบคุณหนูลิซาน่า กลิ่นสุราคละคลุ้งทั่วร่างกายส่งกลิ่นเหม็นลอยเตะจมูกอยู่เป็นิจ เขาได้รับการยอมรับโดยสดุดีว่าเป็นักกินดื่มตัวยงจากบรรดาพี่น้องนักเดินทางทุกคนในค่าย ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือเขาสามารถทำเื่ทั้งหมดนี้ได้พร้อมพร้อมกันในขณะที่กำลังหลับอยู่
เมื่อเดินทางกลับมาถึงค่ายพักแรมกันครบทุกกลุ่มทุกคนเป็ที่เรียบร้อยดีแล้ว หัวหน้าคณะเดินทางก็ได้ออกคำสั่งให้เปิดคลังเสบียง นำเหล้าและเนื้อออกมาแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมเดินทางทุกคน สั่งก่อกองไฟหุงหาอาหารเลี้ยงต้อนรับคณะอาสาเดินทางออกสำรวจติดตามตัวลิซาน่าในคืนนั้น หวังปลอบประโลมจากความเหน็บหนาวที่เพิ่งเผชิญผ่านร่วมกันมาอย่างมีไมตรี ทั่วทั้งแคมป์สว่างจ้าและอุ่นขึ้นมาทันใด เป็ผลมาจากกองไฟนับสิบประกอบร่วมกับคบเพลิงประจำจุดของเกวียนแต่ละหลังตลอดทั้งค่าย ไอหมอกหนาจางลงทีละน้อยเพราะถูกขับไล่ด้วยไอความร้อนของเพลิง
เนื้อเท่ากับท่อนไม้ขนาดกลาง ถูกแขวนลอยอยู่เหนือกองไฟ มัดติดเชือกขนาดเล็ก ลวด หรืออะไรบางอย่างอันมีลักษณะยาวใส ผูกติดไม้ยาวประมาณ 2 ่แขนซึ่งพาดผ่านเพลิง โดยมีเสาทั้งสองด้านฝังดินขนาบข้างซ้ายขวาของกองไฟเอาไว้ เงาเหลื่อมมันวาวสีใสปนเหลืองอ่อนไหลเยิ้มอาบไปทั่วทุกอณูผิว ก้อนสีแดงอมชมพูแทรกมันขาวลายหินอ่อน ค่อยๆ ละลายลงเมื่อัักับความร้อนของเปลวเพลิงเบื้องล่างในอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการปรุง เหนือกองไฟขึ้นไป มีคนคอยทำหน้าที่โรยเกลือและหมุนอย่างช้าๆ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยปะปนออกมากับไออุ่นๆ สีขาวเป็ละอองน้อยๆ มันหยาดเยิ้มละลายปนกับผงเกลือซึมซาบอาบไปทั้งผิวภายนอกจรดภายใน แตะจมูกหอมรัดจวนกระตุ้นต่อมอยากอาหารถึงขีดสุด น้ำซุปเนื้อสีใสออกขุ่นนิดๆ ไหลแทรกผ่านผิวเยิ้มออกมาเรื่อยๆ ค่อยๆ หยดลงไปในกองเพลิงอย่างบรรจง มองเห็นเปลวไฟเล็กๆ ลุกกลางอากาศราวกับจะลามเลียอย่างเสียดาย เป็ผลมาจากการปฏิกริยาของน้ำซุปหวานััเพลิง
รีอาร์เองก็เฝ้ามองดูพฤติกรรมของชายหนุ่มผู้นั้นอยู่ห่างๆ อย่างเงียบๆ แอบยิ้มที่มุมปากนิดๆ มองเห็นเป็เื่ตลกขบขันระคนทึ่งประหลาดใจอย่างไรบอกไม่ถูก
" หมอนั่นใช่คนแน่เหรอ หึหึหึ"
เขาเอ่ยกับตัวเอง หัวเราะหน่อยๆ แล้วยกไหเหล้าขึ้นกระดกอย่างกระหาย
"รีอาร์"
คล็อกครัชเรียกชื่อเขา พร้อมเปิดประตูที่พักเดินออกมาเกือบจะเป็จังหวะเดียวกัน ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์นั่งพิงอยู่ข้างบานประตูเกวียนตรงกาบฝั่งขวา สะดุ้งขานรับ
"ขอรับนายท่าน"
หัวหน้าคณะเดินทางออกมาพร้อมกับขวดแก้วใสรูปร่างวิจิตรตระการตา มันถูกสร้างโดยวิธีการเป่าหรือปั้นอย่างหนึ่งอย่างใดเป็แน่ บรรจงแต่งขึ้นรูปร่างเป็ม้ายืน 2 ขามีฝาจุกค๊อกท์ ปิดแน่นสนิทอยู่เหนือศีรษะม้า ภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มปนแดงอ่อนอยู่ประมาณเกินครึ่งขวด คล็อกครัชชูของที่ถืออยู่ในมือขวาส่งยิ้มมองไปที่รีอาร์แล้วบุ่ยปากไปตรงท่อนไม้นั่งซึ่งถูกจัดไว้รอบกองไฟใหญ่หน้าเกวียนของหัวหน้าคณะเดินทางโดยเฉพาะ ตรงนั้นไม่มีคนนั่งรีอาร์รีบสาวเท้าเดินตามเ้านายไปอย่างกระชั้นชิด ทั้งคู่นั่งลงตรงท่อนไม้ข้างๆ กันหยิบจอกขนาดเล็กขึ้นมารองรับของเหลวที่ไหลออกมาจากขวดอันสวยงาม
กระดกกลืนลงคออย่างพิรี้พิไร
"ห้าาาาา ว่าเว้ย ของแพงมันดีแบบนี้นี่เอง ฮ่าๆ ๆ "
หนุ่มผิวคล้ำหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ พลางใช้หลังมือเช็ดน้ำลายมองไปที่ขวดในมือของเ้านายตาประกาย
"นานๆ เอาออกมาดื่มทีก็นับว่าเป็วาสนาปาก หาจังหวะยากเหลือเกิน วันนี้โชคเราเข้าข้างเรา ข้าตามหาลูกสาวที่พลัดหลงจนเจอ เรามาดื่มฉลองให้กับทวยเทพที่นำทางและประทานโชคให้แก่เรากันเถอะ ไอ้ขวดในมือข้านี้อย่าเก็บเอาไว้อีกเลย หึหึหึ"
ค็อกคัชรู้สึกปิติยินดีอย่างที่สุดที่ได้ลูกสาวกลับคืนมา เขากะจะดื่มของเหลวในขวดนั้นฉลองไม่ให้เหลือซักหยด
"คุณหนูหลับแล้วหรือขอรับ" รีอาร์ถามขึ้น
"อืม เพิ่งหลับไปเมื่อครู่นี่เอง เธอคงจะเหนื่อยไม่น้อยเลย นอนกกเ้าแมวผีเทียร์บี้อยู่บนเตียงของเขาเรียบร้อย"
หัวหน้าคณะยื่นขวดรินเหล้าให้รีอาร์เพิ่มอีกจอก เ้าตัวรีบยกกระดกโดยไม่รีรอ
" นั่นไงเห็นไหมเล่าข้าบอกแล้ว จ่ายมาซะดีๆ 100 พีเดนเ้าอ้วน ไอ้หนุ่มนั่นดื่มไม่น่าจะถึง 20 ไหก็ร่วงตามคำที่ข้าพนันไว้ไม่มีผิด ฮ่าๆ ๆ ๆ จ่ายมาๆ ๆ พวกเ้าด้วยใครลงพนันไว้เท่าไรรีบๆ จ่ายอย่าให้ขาดนะเฟ้ย"
เสียงหยอกล้อจากเกวียนข้างๆ ลอยกระทบโสตประสาทของรีอาร์และหัวหน้าคณะ พอมองดูก็เห็นคนอื่นๆ กำลังตั้งวงพนันโดยเอาพฤติกรรมการดื่มเหล้าของเ้าหนุ่มตัวมอมเป็เดิมพัน ผ้าสีแดงผืนใหญ่ถูกกางออกวางไว้บนพื้นทรายมีธนบัตรสีเทาลวดลายดำสลับ สีเขียว แดงเป็บางใบและเหรียญรวมไปถึงสร้อยแหวน และก้อนเงินก้อนทองดิบขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยที่ยังไม่ได้สังเคราะห์เป็เครื่องประดับวางกองรวมอยู่ตรงนั้นจำนวนหนึ่ง ชายตัวเล็กผอมบางสวมผ้าคลุมสีครีมกำลังจะกวาดเอาทรัพย์สินตรงนั้นไปเป็ของตัวเอง แต่ครั้นแล้วก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยเสียงๆ หนึ่ง
" เดี๋ยวก่อนสิมอเรย์ ดูนั่นหมอนี่มันแค่พักเฉยๆ ดูสิตอนนี้มันเริ่มดื่มเข้าไปอีกไหแล้วโว้ย เกมพนันมันยังไม่จบหรอกเฟ้ยไอ้เ้าบ้าฮ่าๆ ๆ ๆ "
ชายหนุ่มหยุดมือไปไม่ถึง 20 วินาที จากนั้นจึงยกไหเหล้าดื่มเข้าไปอีก 2-3 ไหสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้พบเห็นเหตุการณ์ไม่น้อย
"เอาแล้วโว้ยๆ เกิน 20 ไหปาเข้าไปไหที่ 25 แล้ว หมอนี่มันปีศาจชัดๆ ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาแต่ไหนฮ่าๆ ๆ ๆ ถูกใจข้าจริงๆ โว้ย"
คนงานคนหนึ่งกล่าว ทั้งหัวหน้าคณะเดินทางและรีอาร์เอง ก็ต่างอดกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน สภาพของเขาที่ดูเหมือนเด็กอดอยากไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน มือหนึ่งหยิบชิ้นเนื้อยัดเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ยกลืนลงคอเสียงดังเอื๊อก อีกมือหนึ่งก็หยิบไหเหล้าซัดตามเข้าไปต่างน้ำแก้กระหาย เป็อย่างนี้อยู่เกือบชั่วโมงแล้ว พวกบรรดาลูกขบวนเกวียนนึกสนุก อยากรู้ว่าเขาจะกินจุไปได้ซักแค่ไหน เร่งเติมทั้งเหล้าและเนื้อที่เพิ่งย่างเสร็จใหม่ๆ จากกองไฟร้อนๆ วางเรียงบนใบไม้ขนาดใหญ่หลายอันวางซ้อนกันราบกับพื้นเป็กอง ชายหนุ่มใช้มือของเขาคลำหาชิ้นเนื้อและไหเหล้าที่วางอยู่ข้างๆ ห่างออกไปไม่ไกลนัก ขณะนั่งหลับตาเคี้ยวแก้มตุ่ยส่งเสียงกรนปนละเมออยู่อย่างนั้น
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ข้ายอมแพ้เ้าหนุ่มคนนี้จริงๆ เห็นการกินของเขาแล้ว ข้ารู้สึกอิจฉาที่เขาสามารถมีความสุขได้กับเื่เล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ไม่ต้องดิ้นรนวุ่นวายเหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป เฮ้ออ คนหนุ่มนี่มันดีจริงๆ หึหึหึ"
คล็อกคัชกล่าวด้วยเสียงเรียบๆ กับรีอาร์แค่ 2 คน
คู่สนทนาของเขาแสยะยิ้มไม่หุบปากเมื่อมองไปที่ภาพของชายหนุ่มผู้เป็ดาวเด่นของค่ำคืนนี้ ก่อนหันมามองเ้านายและถามด้วยความสงสัย
" มีบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาที่ท่านกำลังอยากได้คำตอบใช่ไหมขอรับ"
หัวหน้าคณะเหลือบมองลูกน้องอยู่แว๊บนึง ยื่นขวดเหล้าที่ทำมาจากแก้วหนารูปทรงม้ารินใส่จอกของฝ่ายตรงข้าม รีอาร์ยื่นแขนรับแล้วกระดกเข้าปาก
" มีหลายเื่เกี่ยวกับตัวเขาที่ข้า้ารู้"
คล็อกครัชตอบมาสั้นๆ ตาหันไปจับที่เป้าหมาย หน้าดูเคร่งขรึมลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อไป
" ไม่แน่ว่าบางที...."
เขาเว้นวรรคครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"....เปล่าหรอก ข้าอาจจะคาดเดาไปเองก็ได้ รอให้หมอนั่นได้สติก่อนค่อยถามเป็การส่วนตัวจะดีกว่า"
รีอาร์ไม่ถามต่อ แต่เฝ้าสังเกตอาการของเ้านายอยู่เงียบๆ แววตาที่เขาััได้จากคล็อกครัชดูจริงจังมากเป็พิเศษเมื่อจับจ้องไปยังบุรุษนิรนามผู้นั้น เขาหันไปมองเช่นเดียวกับเ้านาย แต่ยังไม่ทันได้พิเคราะห์อะไร เสียงทุ้มเหมือนมีอาการมึนเมาหน่อยๆ ก็สะกิดเรียกให้หันมามองที่หัวหน้าคณะเดินทางอีกครั้ง
" เ้าเห็นทาร่าบ้างรึเปล่า นางหายไปไหนั้แ่เรากลับมาถึง"
รีอาร์เพิ่งนึกได้เช่นเดียวกับคล็อกครัช ทั้งคู่ชะเง้อมองหาหญิงสาวผิวคล้ำผมหยิกผู้มีฐานะเป็รองหัวหน้าในขบวนเกวียนขนสินค้าแห่งนี้ ไม่มีใครเห็นนางั้แ่กลับมาถึงค่าย
" สงสัยคงเข้าไปพักผ่อนในเต็นท์ก่อนหน้าเรามาถึงแล้วมั้งขอรับ"
รีอาร์แสดงความเห็นทั้งๆ ที่ยังชะเง้อมองหาอยู่ เขาเองก็ไม่แน่ใจในคำตอบที่พูดออกไป
"นายท่านเ้าคะ"
เสียงหนึ่งเย็นเยือกผ่านหูลอยตามลมมา มันเป็การเรียกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างที่สุด ดังแว่วมาจากด้านหลังเกวียนของหัวหน้าคณะเดินทาง คล็อกครัชและรีอาร์หันไปมองยังทิศที่มาของเสียง ก็เห็นทาร่ายืนอยู่ในอาการคล้ายกับละเมอ หรือว่าเธอจะสลึมสลือเพราะเพิ่งตื่นก็มิทราบได้ แต่ในความรู้สึกของรีอาร์ผู้คุ้นเคยกับพฤติกรรมภรรยาสาวของตนเป็อย่างดี ณ ขณะนี้มีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นกับทาร่า เธอยืนเหม่อตาลอยเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ในแววตานั้นไม่ได้จ้องมองไปที่ตัวของคล็อกครัชหรือรีอาร์ผู้เป็สามี ยืนนิ่งคล้ายถูกสะกดให้เป็หิน ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน หัวหน้าคณะเดินทางไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของหล่อน เมื่อเห็นว่าเป็ลูกน้องผู้ซึ่งสนิทรักใคร่กันโดยปกติก็ส่งยิ้มให้และกวักมือเรียกให้มานั่งร่วมวง
"อ้าว ทาร่านั่นเอง กำลังมองหาอยู่เลย มาๆ ๆ มาดื่มเหล้าร่วมกันซักหน่อยเ้าเหนื่อยจากการเฝ้าค่ายมาทั้งคืนแล้......."
!! ฟ้าววววว!!
"นายท่านระวัง"
รีอาร์ะโเตือนเสียงดังลั่น สีหน้าตื่นรีบลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างกูรีกูจอ เขายื่นแขนข้างที่คว้าจับท่อนฟืนได้โดนสัญชาติญาณ ปัดวัตถุบางอย่างที่ลอยเข้ามาหาคล็อกครัชหมายปลิดชีวิตโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
!! เคร้งงงงง!!
วัตถุสีเงินทรงรูปเป็แท่งยาวแหลมสัณฐานสถานะเป็ของแข็งมีคมทั้งสองด้านตรงหัวและท้าย ถูกปัดด้วยท่อนฟืนติดไฟตรงปลายด้ามเบี่ยงทิศทางของอาวุธไปอีกทาง ครั้นแล้วเมื่อมันพุ่งปะทะกับท่อนไม้ซึ่งถูกนำมาทำเป็ที่นั่งล้อมกองไฟของอีกกลุ่ม ร่างสัณฐานของมันก็ปรากฏชัดให้เห็นถนัด
"หอกสองคม"
รีอาร์อุทานเมื่อเห็นของสิ่งนั้น มันแทงทะลุขอนไม้หนาที่มีขนาดใหญ่เท่ากับวงรอบของยางรถยนต์ 4 ล้อได้โดยง่าย แม้ถูกสะกัดไว้ก่อนหน้าจะสำแดงพิษสง หากมันไม่ถูกปัดเบี่ยงรัศมีไปก่อน มีหวังร่างของหัวหน้าคณะเดินทางคงจะต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับขอนไม้ดวงกุดท่อนนี้
เสียงปะทะกันของอาวุธและท่อนไม้ดังโครมกำปะนาถ จนฟังได้ยินถนัดหูกันทุกคน บรรดาลูกสมุนขบวนเกวียน เฉพาะส่วนที่เพิ่งกลับมาถึง ตื่นตะลึงพรึงเพริดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างอกสั่นขวัญหาย บางคนที่อยู่ในอาการมึนเมาก็ถึงกับสร่างคลายด้วยความใในเสียงปะทะที่ดังก้องไม่ทันตั้งตัวและลักษณะท่าทางของทาร่าที่ปฏิบัติต่อเ้านายอย่างผิดแปลกไป ทุกคนยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก สายตาของทั้งหมดจับจ้องไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
" ทำบ้าอะไรของเ้า! "
รีอาร์ตวาดใส่หล่อนเสียงแข็ง หน้าของเขาซีดเหลืองประหนึ่งคนมีไข้อ่อนๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด มือสั่นด้วยแรงโทสะที่ขับเคลื่อนรุ่มร้อนอยู่ภายในอก ในขณะที่คล็อกครัชยืนตัวแข็งไม่กล้ากระดิกแม้แต่นิ้วเดียว เขาใอย่างถึงที่สุด ลิ้นแข็งกรามค้าง ผงะจ้องมองไปที่ตัวของหญิงสาวผิวคล้ำผู้ยืนห่างออกไปไม่เกิน 10 ก้าวโดยหาเหตุผลไม่ได้ มีเหงื่อผุดซึมออกมาจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครารุงรังของเขาเต็มไปหมด ไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าทำไมทาร่าถึงลงมือลอบสังหารหัวหน้าคณะเดินทางในครั้งนี้ แม้แต่ตัวของเธอเองก็ไม่มีคำตอบให้ แต่สิ่งหนึ่งที่รีอาร์รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวภรรยาสาว คือเธอไม่มีสติสัมปชัญญะยับยั้งบังคับร่างกายของตนเองเลยแม้แต่น้อย โดยที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอชักแท่งเหล็กที่แบกเอาไว้ในกระเป๋าหนังซึ่งพาดบนไหลข้างขวาอย่างลับๆ ออกมาอีกเล่ม ออกแรงบิดตัว เหวี่ยงจนสุดกำลังแขน วัตถุแหลมแข็งแกร่งอันทรงอานุภาพในการประหัตปะา พุ่งตรงเข้ามาหาตัวหัวหน้าคณะเดินทางอีกครั้ง รีอาร์ผู้เห็นเหตุการณ์อยู่ก่อน ชักดาบที่เหน็บอยู่ในปลอกตรงเอวข้างซ้ายขึ้นมาหมายจะปัดป้อง เขาเหวี่ยงแขนขวาฟาดไปยังวัตถุสีเงินที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่ทว่า....
!! เคร้งงงงง เปรี้ยงง!!!
แรงปะทะครั้งหลังนี้มีมากมายมหาศาลกว่าครั้งที่แล้วหลายเท่าตัว มันพุ่งเข้าใส่คมดาบขององครักษ์คนเก่งเต็มแรง 2 อาวุธดึงดันกันอยู่ไม่ถึง 2 วินาที เสมือนมีพลังงานลักษณะคลื่นบางอย่างแผ่พุ่งผ่านออกมาจากหอกเหล็กกล้าสองคมที่เป็ฝ่ายพุ่งเข้ามาปะทะด้วยความเร็วจากแรงเหวี่ยง โดยไม่ทราบสาเหตุ ผลของมันทำให้เกิดแรงะเิขึ้นรุนแรงเพียงพอที่จะทำให้หินก้อนใหญ่ขนาดเท่าโอ่งแดงแหลกเป็เศษสะเก็ดเล็กๆ ได้อย่างสบาย ดาบของรีอาร์แตกกระจายยับเยินไม่เหลือชิ้นดี แรงจากการะเิผลักร่างของเขากระเด็นลอยไปทางด้านหลัง นอนแผ่ราบไปกับพื้นแนวระนาบ ในมือขวาถือด้ามจับดาบที่เหลือเพียงโคนของส่วนคมสั้นๆ เอาไว้ให้ดูต่างหน้า ดาบทั้งเล่มในส่วนที่เป็คม แตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี รีอาร์ประคองตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล จ้องไปยังภรรยาสาวด้วยสายตาที่ไม่อาจสะกดกลั่นอารมณ์ของความเดือดดาลเอาไว้ได้ เคราะห์ดีที่เขาไม่ได้รับาเ็จากการปะทะหรือแรงะเิเมื่อครู่ มีแต่อาการจุกและเขียวช้ำภายนอกจากการกระทบของร่างกายกับพื้นดินบริเวณ่ก้นกบเพียงเท่านั้น
"หึ้ย ยัยบ้า แค๊กๆ ถึงกับใช้สปีริตบีบอัดใส่วัตถุอาวุธเลยงั้นเหรอ"
สปีริต สิ่งที่เขากำลังพูดถึงอยู่นี้ คืออะไรกันแน่?
(บทประพันธ์ : ัขาวเล่าเื่)