บทที่4.หยางซินโหยว
ร่างแน่งน้อยบอบบางที่เริ่มมีทรวดทรงอรชรเด่นชัดขึ้นตามวัยที่กำลังเจริญเติบโตนอนกระสับกระส่ายใบหน้าเรียวมีเหงื่อชื้นผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้างามที่ส่ายไปมาราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงของฝันร้ายอยู่บนเตียงนอนในเรือนของตนเอง
“เฮือก! แฮ่ก แฮ่ก”
ร่างบางสะดุ้งตื่นจนผวาลุกขึ้นนั่งหอบหายใจภาพในความฝันนั้นช่างเหมือนเกิดขึ้นจริงๆ เหลือเกินภาพที่นางฝันเห็นเื่ราวไม่ปะติดปะต่อนัก
แต่ภาพสุดท้ายก่อนตื่นจากฝันอันยาวนานกลับแจ่มชัดสลักลึกลงกลางหัวใจของนางเลยทีเดียวในคุกมืดมิดอับชื้นไร้แสงสว่างราวกับความหวังของชีวิตจะดับสิ้นตามไปด้วยมีสองร่างบุรุษสตรีที่ตระกองกอดกันอยู่ในห้องขังนั้นไร้ซึ่งลมหายใจน้ำตาที่หยดลงอาบแก้มยังทิ้งคราบล่องลอยให้เห็นอย่างชัดเจนช่างเป็ภาพที่น่าหวาดหวั่นแต่นางกลับบังรับรู้ได้ถึงความสุขสุดท้ายที่ได้สิ้นลมอยู่ในอ้อมกอดของคนที่รัก…เป็นางกับคนผู้นั้นมู่หรงอ๋องนั้นเอง
ซินโหยวไม่แน่ใจนักว่านี้เป็เพียงฝันหนึ่งตื่นหรือคือเื่ราวในกาลข้างหน้าที่นางได้เห็นและรู้ก่อนจะเกิดขึ้นจริงกันแน่หากเป็เื่จริงที่กำลังจะเกิดขึ้นนางจะหาทางช่วยให้ตนเองและมู่หรงอ๋องหลีกหนีให้พ้นชะตากรรมอันแสนเศร้าได้อย่างไรดี…
“คุณหนูเป็อันใดหรือไม่เ้าคะ”เสียงอิงอิงสาวใช้คนสนิทที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในห้องของคุณหนูจึงลองส่งเสียงถามออกไปด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็ไรเพียงแค่กระหายน้ำเท่านั้นเ้าไปนอนเถอะ” เสียงหวานติดแหบนิดๆ เอ่ยตอบออกไป
“เ้าค่ะ แต่หาก้าสิ่งใดคุณหนูเรียกบ่าวได้เลยนะเ้าคะ”
“ได้ ข้ารู้แล้ว”
เมื่อเสียงด้านนอกเงียบไปแล้วร่างบางก็ตวัดขาลงจากเตียงนอนก่อนเดินไปเปิดหน้าต่างรับลมหนาวอย่างแ่เบาพร้อมกระชับผ้าห่มผืนหนาที่นางลากมาห่อตัวเองไว้จนกลายเป็ก้อนๆเหมือนบ๊ะจ่างเดินได้
จวนตระกูลหยางนั้นมีการป้องกันอย่างแ่าดีจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้บุกรุกหรืออันตรายใดๆมาถึงตัว ด้วยเพราะท่านพ่อของนาง ตอนนี้เป็ถึงท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าเหลียวอีกทั้งตอนนี้พี่ชายแท้ๆของนางยังขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพคอยช่วยงานท่านพ่ออีกด้วย
ดังนั้นนางจึงกล้าที่จะเปิดหน้าต่างออกมาเยี่ยมชมบรรยากาศยามค่ำคืนได้อย่างสบายใจดวงหน้าเรียวหวานแหวนเงยมองออกไปด้านนอกเห็นพระจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้ามีดวงดารานับแสนล้านดวงประดับประดาบนผืนฟ้าที่มืดมิดแข่งกันส่องแสงของตัวเองพราวระยิบระยับ
จากความฝันนั้นถึงไม่ค่อยปะติดปะต่อนักแต่นางก็รู้มาเื่หนึ่งที่ชัดเจนว่าภายภาคหน้าท่านพ่อของนางจะาเ็สาหัสจนต้องเกษียณตนเองและพี่ชายของนางก็จะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แทนแต่ความฝันนั้นไม่แน่ชัดเื่ระยะเวลาว่าจะเกิดขึ้นตอนไหนแล้วไหนจะเื่ของมู่หรงอ๋องอีก
ดวงหน้าหวานครุ่นคิดเื่มากมายในหัวก่อนที่แหงนเงยขึ้นมองพระจันทร์ ไอควันจางๆสีขาวที่พ้นออกมาจากจมูกโด่งรั้นน่ารักยามลมหายใจต้องอากาศหนาวเย็นมือบางยกขึ้นซุกผ้าห่มฝืนหน้าไว้ พลางคิดว่าจะต้องหาเวลาว่างๆไปไหว้พระที่อารามหรูอี้เพื่อให้ใจนางสงบลงบ้างเสียแล้ว….
ยามเช้าเสียงสกุนาตัวน้อยที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้แห้งเริ่มขับขานอยู่ข้างหน้าต่างประหนึ่ง้าส่งเสียงใสกังวานนั้นปลุกนางให้ตื่น ร่างบางขยับกายเบาๆก่อนจะเปิดเปลือกตากลมโตขึ้นมา กะพริบตาปริบๆไปมาจนแพขนตายาวงอนเฟื้อยกระเพื่อมไหวไปมา เมื่อคืนกว่านางจะข่มตานอนได้อีกครั้งก็ดึกมากแล้ว
“ฮัดชิ้วๆ อิงอิง”เสียงจามออกมาเบาๆ พร้อมเอ่ยเรียกหาสาวใช้คนสนิท
“เ้าค่ะคุณหนูเมื่อครูบ่าวได้ยินคุณหนูจามอากาศเริ่มเย็นลงมากแล้วคุณหนูอาจจะเป็หวัดบ่าวจะรีบไปเตรียมน้ำขิงอุ่นๆมาให้นะเ้าคะ” เสียงบ่าวรับใช้ตัวน้อยเอ่ยพร้อมกับที่เดินถืออ่างล้างหน้าและผ้าสะอาดผืนเล็กเข้ามาในเรือนนอนเพื่อนำมาให้คุณหนูของนางล้างหน้าล้างตา
“อืมดีสิแล้วก็เช้านี้ข้าจะไปรับสำรับที่เรือนใหญ่กับท่านพ่อนะ”ท่านพ่อของนางพึ่งกลับมาจากไปกวาดล้างโจรที่ดักปล้นสะดมเหล่าพ่อค้าที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองแถวๆเขตเมืองชายแดนพึ่งกลับมาได้ไม่กี่วันนี้เอง
“เ้าค่ะคุณหนู”
จวนตระกูลหยางนั้นแบ่งออกเป็หลายเรือนด้วยกันเรือนใหญ่เป็ของท่านผู้นำตระกูลก็คือของท่านพ่อหยางซินฉู่ เรือนตะวันออกเป็ของพี่ชายหยางซินฟงเรือนตะวันตกเป็ของฮูหยินรองและบุตรสาว
ส่วนหยางซินโหยวนั้นนางอยู่เรือนทางด้านทิศเหนือนางตั้งชื่อเรือนของตนว่าเรือนบุปผา เพราะนางชื่อชอบต้นไม้และดอกไม้กลิ่นหอมๆมากจนเก็บมาทำชาไว้ดื่มเองดังนั้นหน้าเรือนของนางจึงปลูกดอกไม้ไว้หลากหลายชนิดด้วยกัน
ส่วนท่านแม่แท้ๆของนางและพี่ชายซึ่งก็คือฮูหยินใหญ่นั้นเสียชีวิตไปด้วยอาการป่วยเรื้อรังได้หลายปีแล้วดีหน่อยที่เรือนหลังของจวนตระกูลหยางหาได้วุ่นวายเช่นเรือนอื่นๆ ฮูหยินรองกู้หนิงหงและบุตรสาวของนางคือหยางไป๋เฉียนหรือก็คือน้องสาวต่างมารดาของนางนั่งเองทั้งสองคนนั้นไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอันใดกับนางมากนัก เรียกว่าหากไม่จำเป็ก็ไม่เกี่ยวข้องกันเลยดีกว่าต่างคนต่างอยู่ประหนึ่งน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำครองจึงทำให้เรือนหลังของจวนตระกูลหยางสงบสุขมาโดยตลอด
จะติดก็แค่เื่เดียวที่ท่านพ่อของนางไม่คิดยกฮูหยินรองขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกแทนที่ท่านแม่ของนางจึงทำให้เป็ที่ขุ่นเคืองของกู้หนิงหงอยู่มากแต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะไม่กล้าเอ่ยปากเรียกร้องกับคนเป็สามีนั้นเอง
ณ.ห้องหนังสือจวนตระกูลหยาง
“เรียนท่านแม่ทัพคุณหนูใหญ่ให้คนมาแจ้งว่าจะมารับสำรับอาหารเช้าด้วยขอรับ”ทหารเข้ามารายงานที่หน้าห้องให้ทราบ
“อืม ข้ารู้แล้ว”เสียงตอบรับรู้ขึ้นมานิ่งๆ ขณะอ่านตำราพิชัยาในมือไปด้วยเมื่อถึงเวลาอาหารเช้าก็เดินออกจากห้องหนังสือด้วยท่าทางองอาจสง่าผ่าเผยด้วยวิสัยของนักรบที่ดุดันและมีระเบียบมาที่ห้องรับอาหารในเรือนเมื่อมาถึงก็เห็นว่าบุตรสาวคนโตกำลังดูบ่าวยกสำรับอาหารจัดวางอยู่เมื่อซินโหยวเห็นคนเป็บิดาก็คารวะให้อย่างกิริยางดงามอ่อนหวาน
“คารวะท่านพ่อเ้าค่ะ”
“อืมอาโหยวขอพ่อโตขึ้นเยอะทีเดียวนะ” เพราะต้องทำศึกนานๆ ครั้งจึงจะได้กลับมาที่จวนตอนนี้เพราะบ้านเมืองเริ่มสงบสุขหลังจากปราบโจรปล้นสะดมได้สำเร็จฝ่าาจึงมีรับสั่งเรียกตัวเขากลับเข้าเมืองหลวง
“อย่างไนข้าก็ยังเป็เด็กน้อยสำหรับท่านพ่ออยู่ดีนั่นแหละเ้าค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีๆๆว่าแต่พี่ชายเ้ายังไม่มาอีกหรือ”
“พี่ใหญ่ไปค่ายทหารั้แ่เช้าแล้วเ้าคะท่านพ่อแต่พ่อบ้านฉางบอกว่าพี่ใหญ่สั่งความไว้ว่าจะกลับมารับข้าวเช้าด้วยอีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วเ้าค่ะ”พูดยังไม่ทันขาดคำร่างสูงใหญ่โปร่งผิวเข้มที่เกิดจากการกรำศึกและฝึกหนักกลางแจ้งมานานก็เดินเข้ามาในห้อง
“ท่านพ่อ อาโหยว”
“พี่ใหญ่” ซินโหยวเอ่ยเรียกพี่ชายพร้อมส่งยิ้มน่ารักให้จนตาหยีเรียกความเอ็นดูให้แก่คนเป็บิดาและพี่ชายยิ่งนัก
“เอาละมานั่งเถอะนานๆมีจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตานะ แล้วฮูหยินรองกับอาเฉียนเล่า”ท่านแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามถึงฮูหยินรองและบุตรสาวอีกคนของตนเอง
ท่านพ่อบ้านฉางจึงรีบเข้ารายงานว่าฮูหยินรองให้คนมาแจ้งว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นักจึงขอรับอาหารเช้าที่เรือนตนเองโดยมีคุณหนูรองคอยดูแลอยู่
เมื่อได้ฟังดังนั้นดวงตากลมโตของซินโหยวก็หลุบลงกะพริบตาปริบๆพร้อมลอบถอนหายใจออกมา แม้ว่าฮูหยินรองจะไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับนางและพี่ใหญ่ที่เป็บุตรของฮูหยินเอกแต่นิสัยที่ชอบเรียกร้องความสนใจจากท่านพ่อของนางก็มีอยู่อย่างเสมอ
ทั้งสามหาได้สนใจใครอื่นอีกนอกจากร่วมรับอาหารเช้าด้วยกันอย่างอบอุ่นแม้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็แม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพแต่เพราะนอนกลางดินกินกลางทรายออกรบสมบุกสมบันร่วมกับเหล่าทหารมามากมายดังนั้นเื่มารยาทที่ว่าไม่ควรพูดยามอยู่บนโต๊ะอาหารนั้นปัดตกทิ้งไปได้เลยเพราะตอนนี้สามคนพ่อลูกกินไปพูดคุยไปทั้งอร่อยและมีความสุขมาก
เมื่อรับอาหารคาวเรียบร้อยก็ต่อด้วยผลไม้และของหวานอีกทั้งซินโหยวยังสั่งให้อิงอิงนำชาเหมยกุยฮวา(กุหลาบ)ที่นางปลูกเองทำเองมาชงให้ท่านพ่อและพี่ชายได้ลองดื่มด้วย….