ตอนที่ 4 หมากที่ไร้หัวใจและฮ่องเต้ผู้หวาดระแวง
"คำพูดของคนตระกูลเฟิ่งข้าเชื่อเพียงกึ่งเดียว" เขากระซิบชิดริมหูน้ำเสียงแฝงแววข่มขู่"จำไว้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ ข้าคือผู้กุมอำนาจสูงสุดหากเ้าคิดจะเล่นตลกหรือทรยศข้า แม้แต่ตำแหน่งฮองเฮาก็มิอาจช่วยเ้าจากลานปะาได้"
เยว่เล่อหลับตาลงชั่วครู่ภาพของดาบที่ฟันลงมาและพิษที่กรอกเข้าปากในชาติก่อนแวบเข้ามาในหัวนางลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยความเกลียดชังที่พลุ่งพล่าน ทว่าไม่ใช่ต่อชายตรงหน้าแต่ต่อความอ่อนแอของตัวเองในอดีต
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ"นางเอ่ยเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยทว่าเด็ดขาด
"และหม่อมฉันก็หวังว่าฝ่าาจะทรงจำคำของพระองค์ไว้เช่นกันวังหลังแห่งนี้ หม่อมฉันจะดูแลให้เรียบร้อยที่สุดจะไม่มีเื่เสื่อมเสียถึงพระเกียรติแลกกับการที่พระองค์ทรงมอบความไว้วางใจให้หม่อมฉันจัดการเื่ในบ้านของหม่อมฉันเอง"
"เ้ากำลังขออิสระ ในเขตพระราชฐานงั้นหรือ? ช่างกล้านัก!"
"หม่อมฉันขอความร่วมมือต่างหากเล่าเพคะ"
เยว่เล่อสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง"เราทั้งคู่แต่งงานกันเพราะความจำเป็ หม่อมฉันเป็หมากของท่านพ่อและท่านก็เป็หมากของราชสำนัก ในเมื่อเราต้องอยู่ในกระดานเดียวกันเหตุใดเราไม่มาตกลงผลประโยชน์ให้ลงตัวล่ะเพคะ?"
หลงเหยียนตี้นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเขาไม่เคยเจอสตรีใดพูดจาตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ความประหลาดใจเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธ
"หมากที่ไร้หัวใจเช่นเ้าข้าควรจะระวังไว้ให้มากสินะ"
"พระองค์ควรจะระวังคนที่มีหัวใจมากกว่าเพคะฝ่าา"เยว่เล่อปัดฝุ่นที่แขนเสื้ออย่างแ่เบา
"เพราะคนมีหัวใจมักจะทำอะไรโง่ๆเพราะอารมณ์ แต่คนไร้หัวใจเช่นหม่อมฉันจะทำทุกอย่างตามเหตุผลและความอยู่รอดเท่านั้น"
ฮ่องเต้หนุ่มจ้องมองนางเป็ครั้งสุดท้ายแววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก
"พรุ่งนี้ข้าจะให้ขันทีส่งเครื่องบรรณาการมาให้ถือเป็การทำขวัญที่เ้าฟื้นไข้...หวังว่าเมื่อถึงวันอภิเษกเ้าจะไม่ตายไปเสียก่อนล่ะ ฮองเฮาของข้า"
"หม่อมฉันจะระมัดระวังชีวิตตัวเองยิ่งชีพเพคะ"
หลงเหยียนตี้สะบัดชายเสื้อเดินจากไปทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาอีกครั้ง เยว่เล่อทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้เดิมนางมองหมากสีขาวที่ฮ่องเต้เผลอปัดจนล้มลงบนกระดาน
นางหยิบหมากสีขาวนั้นขึ้นมาแล้วกำมันไว้ในมือจนแน่น
'หลงเหยียนตี้...ท่านอาจจะเป็ฮ่องเต้ผู้ระแวง แต่ข้าคือหงส์ที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งความกลัวของท่านมิอาจเทียบได้กับความแค้นของข้า'
นางวางหมากสีขาวลงในตำแหน่งที่เสียเปรียบที่สุดบนกระดานก่อนจะใช้หมากสีดำของนางล้อมกรอบจนมิด
"เกมนี้ข้าจะเป็คนเดินหมากเอง!"
เยว่เล่อพึมพำกับตัวเองสายตามองทอดยาวไปยังกำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่านอยู่ไกลๆสถานที่ที่นางกำลังจะก้าวเข้าไปเพื่อเริ่มแผนการแก้แค้นที่นางเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิต
เสียงกลองมโหระทึกดึงก้องไปทั่ววังหลวงพร้อมกับเสียงแตรสังข์ที่ประกาศถึง่เวลาอันเป็มงคลที่สุดของแผ่นดินท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองทว่าภายในกำแพงวังสีแดงชาดบรรยากาศกลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น
เฟิ่งเยว่เล่อ นั่งอยู่บนเกี้ยวหงส์แปดคนหามที่ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่านับไม่ถ้วนร่างของนางถูกห่อหุ้มด้วยชุดอภิเษกสีแดงเพลิงที่ปักลวดลายหงส์เหินด้วยดิ้นทองคำแท้บนศีรษะของนางคือมงกุฎหงส์ที่หนักอึ้งมุกเม็ดงามที่ห้อยระย้าลงมาบดบังใบหน้าของนางไว้ครึ่งหนึ่ง ทว่าไม่อาจบดบังแววตาที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำในบ่อลึก
มันช่างหนักนัก นางคิดในใจพร้อมกับเม้มริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงเข้ม ทั้งมงกุฎนี้และภาระหน้าที่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ความทรงจำในชาติก่อนแวบเข้ามาในหัวงานแต่งงานที่จัดขึ้นระหว่างนางกับหลินเยี่ยนในครั้งนั้นเรียบง่ายนักมีเพียงตะเกียงแดงสองดวงและคำสาบานที่นางคิดว่ามันคือความจริงใจแต่สุดท้ายมันก็เป็เพียงหลุมพรางที่ขุดไว้เพื่อฝังนางทั้งเป็ชาตินี้นางจึงมิได้รู้สึกยินดีกับความโอ่อ่าตรงหน้าแม้แต่น้อย สำหรับนางพิธีนี้มิใช่วิวาห์ แต่มันคือการประกาศา
เกี้ยวหงส์หยุดลงที่หน้าตำหนักหลวง หลงเหยียนตี้ ในชุดัสีแดงเข้มยืนรออยู่ตรงนั้นใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับภาพวาดทว่าแววตาที่มองสบมากลับเ็าและเต็มไปด้วยความระแวดระวังเขาพยุงมือนางลงจากเกี้ยว ััจากถุงมือผ้าไหมนั้นเย็นเยียบพอๆกับอุณหภูมิระหว่างคนทั้งสอง
ตลอดพิธีการอันยาวนานที่ต้องคำนับฟ้าดินและบรรพชนเยว่เล่อวางตัวได้อย่างไร้ที่ติ นางก้าวเดินอย่างมั่นคงท่วงท่าสง่างามจนเหล่าขุนนางและนางสนมที่แอบเฝ้าดูอยู่ต่างพากันแปลกใจฮองเฮาผู้นี้มิใช่สตรีอ่อนแอที่เคยมีข่าวลือว่าตรอมใจเพราะรักชายอื่นแต่นางคือนางพญาที่ดูพร้อมจะกุมชะตาของวังหลังไว้ในมือ
คืนเข้าหอ ณ ตำหนักใน ตำหนักต้องห้าม
แสงเทียนสีแดงสลัวฉายกระทบม่านมุ้งลายัหงส์ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตกลิ่นหอมของเครื่องหอมมงคลอบอวลไปทั่วห้องแต่ความเงียบสงัดกลับปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจ
เยว่เล่อนั่งอยู่บนเตียงกว้างนางไม่รอให้ฮ่องเต้เป็ผู้เปิดผ้าคลุมหน้าตามประเพณีแต่นางกลับหยิบมันออกเองั้แ่นาทีแรกที่เข้าห้องมาชุ่ยเอ๋อพยายามจะห้ามแต่ก็ต้องถอยออกไปด้วยสายตาที่เด็ดขาดของนายหญิง
เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นที่หน้าประตู เยว่เล่อเพียงแค่ปรายตามองโดยไม่ลุกขึ้นต้อนรับ
หลงเหยียนตี้ก้าวเข้ามาในห้องเขาดูเหนื่อยล้าจากการรับรองขุนนางและดื่มสุรามงคลแต่ทันทีที่เห็นสตรีบนเตียงนั่งเปลือยใบหน้าและกำลังหยิบเครื่องทองบนศีรษะออกด้วยตนเองคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที
"เ้าไม่รู้หรือว่าต้องรอให้ข้าเป็คนเปิดผ้าคลุมหน้า?" น้ำเสียงของฮ่องเต้หนุ่มเจือด้วยความไม่พอใจ
เยว่เล่อวางมงกุฎหงส์ลงบนพานมุกข้างเตียงอย่างแ่เบานางเงยหน้าสบตาเขา แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความตื่นเต้นหรือความหวาดกลัว
"หม่อมฉันคิดว่าฝ่าาคงมิได้ทรงใส่ใจเื่ประเพณีปลีกย่อยเ่าั้หรอกเพคะในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็ทราบดีว่าการอภิเษกนี้เกิดขึ้นเพราะสิ่งใด"
หลงเหยียนตี้ชะงักไปเล็กน้อยเขาเดินเข้าไปใกล้จนหยุดอยู่ตรงหน้าสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็ฮองเฮาของเขา
"เฟิ่งเยว่เล่อเ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆหรือว่าแผนการใหม่ของตระกูลเฟิ่งคือการสอนให้เ้าทำตัวแข็งกระด้างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้ากันแน่"
เยว่เล่อแค่นยิ้มบางๆซึ่งรอยยิ้มนั้นมิอาจสื่อไปถึงดวงตาพรายระยับของนาง