จ้าวเคอฉี่เห็นท่าไม่ดีรีบอธิบายแก้ต่าง “เสด็จพ่อทรงพระปรีชา บางทีสวินเอ๋อร์คงห่วงเล่น เลยเดินพลัดหลงกับคุณชายทั้งสอง ขอพระองค์อย่าได้ตำหนินาง”
จ้าวอ๋องโบกมือ พลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา จึงตัดสินใจนำกลุ่มคนไปตรวจสอบจริงเท็จที่ตำหนักอิ๋งเมิ่งด้วยตัวเอง
ระหว่างทางบังเอิญเจอกับพระอัครมเหสีและจ้าวเมี่ยวหลาน หลังคารวะตามมารยาทพิธีเรียบร้อยแล้ว พระอัครมเหสีก็ถามขึ้น “จ้าวอ๋องกำลังจะเสด็จไปที่ใดหรือเพคะ”
จ้าวอ๋องกล่าว “ไม่รู้สวินเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือไม่ ข้าจะไปเยี่ยมนางหน่อย”
เมี่ยวหลานเห็นดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มชั่วร้าย พูดผสมโรงขึ้นข้างๆ “เมื่อครู่ลูกเพิ่งไปหาพี่หญิงสวิน กลับพบว่านางไม่อยู่ในตำหนักบรรทม ค่ำมืดป่านนี้แล้วนางยังไปที่ใดได้ ลูกกำลังคิดจะมาทูลเสด็จพ่ออยู่พอดีเพคะ”
เคอฉี่ได้ยินแล้วพลันเบิกตากว้าง จงใจถลึงตาดุจ้าวเมี่ยวหลาน “อย่าพูดจาเหลวไหล!”
เมี่ยวหลานนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย แสร้งเอ่ยคำด้วยท่าทางน้อยใจ “ข้าเองก็เป็ห่วงพี่หญิงสวินเช่นกัน...”
จ้าวอ๋องมิได้สนใจคนทั้งสอง เดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักอิ๋งเมิ่ง หลิวปังกับหลิวเจียวตามไปด้านหลังด้วยสีหน้าซับซ้อน
…
แสงโคมภายในตำหนักอิ๋งเมิ่งส่องสว่าง เปลวเทียนในห้องส่ายไหวเบาๆ ตามแรงลมยามค่ำคืน ทว่ากลับมีแค่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเพียงผู้เดียว
ครั้นเห็นจ้าวอ๋องพร้อมด้วยกลุ่มคนเดินเข้ามา เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก็รีบคุกเข่าลงอย่างตระหนกลนลาน ก่อนกล่าวคำ “หม่อมฉันคำนับจ้าวอ๋องเพคะ...”
จ้าวอ๋องเดินขึ้นข้างหน้า แววตาเหี้ยมเกรียมเย็นเยือก ถามเสียงดุดัน “องค์หญิงสวินอยู่ข้างในหรือไม่”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เอ่ยตอบด้วยท่าทางงกเงิ่น “อยู่เพคะ...”
พระอัครมเหสีเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง มองเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ด้วยสายตาเยือกเย็นเป็พิเศษ ก่อนเค้นถาม “เมื่อครู่องค์หญิงหลานเข้าไปถาม เ้ายังบอกว่าไม่อยู่ มาบัดนี้ไฉนกลับบอกว่าอยู่ได้เล่า โป้ปดหลอกลวงจ้าวอ๋องต้องโทษถึงตาย!”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มุดศีรษะกล่าวคำอย่างหวาดกลัว “หม่อมฉันมิบังอาจ! องค์หญิงประทับข้างในจริงๆ เพคะ”
จ้าวอ๋องกลับไม่ได้สนใจเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ตรงเข้าไปในตำหนักอิ๋งเมิ่งทันที มุมปากพระอัครมเหสีโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม ตั้งตารอชมละครสนุกด้วยท่าทางลำพองใจ
ทว่าเพียงย่างเท้าเข้าตำหนัก ทุกคนต่างตกตะลึงเพราะภาพเบื้องหน้า
ตำหนักอิ๋งเมิ่งจุดโคมไฟสว่างไสว เห็นเพียงจ้าวเสวี่ยสวินกับจางเอ่อร์กำลังวาดภาพอยู่ใต้โคมไฟ หมึกโบราณฝนแ่เบาโชยกลิ่นอบอวลโต๊ะหนังสือ จานฝนอาบหมึกใหม่ส่องประกายแวววาว สองคนร่วมกันฝนหมึกจรดพู่กัน ราวดั่งเมฆคล้อยสายน้ำไหล บรรยากาศแสนสงบกลมเกลียว
แววตาจ้าวอ๋องอ่อนลงเล็กน้อย เปล่งเสียงถามด้วยความสงสัย “พวกเ้าทำอะไรกันอยู่”
ทั้งสองรีบเข้ามาคารวะจ้าวอ๋อง เสวี่ยสวินเป็ฝ่ายอธิบาย “วันนี้เดิมทีสวินเอ๋อร์ออกนอกวังเที่ยวเล่นกับเพ่ยกงและคุณชายหลิว คิดไม่ถึงว่าเผลอเดินพลัดหลงกันเสียได้ สวินเอ๋อร์เลยกลับมาก่อน ขอคุณชายทั้งสองอย่าได้ถือโทษโกรธเคือง”
หลิวเจียวนึกถึงปิ่นปักผมของเสวี่ยสวินที่ทำหล่นไว้ ในใจนึกเป็ห่วงอยู่นิดหน่อย จึงเอ่ยตอบ “หามิได้ๆ กระหม่อมเพียงกลัวองค์หญิงจะพบเจออันตรายอันใดเข้า องค์หญิงสวินปลอดภัยดีใช่หรือไม่”
เสวี่ยสวินตอบด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณคุณชายเจียวที่ห่วงใย ท่านก็เห็นอยู่มิใช่หรือว่าตอนนี้ข้าปลอดภัยดี”
เวลานี้สีหน้าของพระอัครมเหสีกับจ้าวเมี่ยวหลานต่างดูย่ำแย่ไม่น่ามอง นางส่งหน่วยกล้าตายไปตั้งมากมายขนาดนั้น เหตุใดจ้าวเสวี่ยสวินกลับไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย หรือว่าคุณชายจางเอ่อร์ผู้นั้นจะเก่งกาจเกินไปแล้ว
จ้าวอ๋องเดินเข้าไปดูภาพวาดของเสวี่ยสวินกับจางเอ่อร์ กลับต้องตื่นตะลึงเมื่อค้นพบว่าภาพเขียนนี้ดูราวดั่งอาชาไนยหลุดบังเหียนกระโจนสู่ฟ้า ควบทะยานไปไม่เห็นฝุ่น ประหนึ่งัคะนองน้ำเหินเวหาเวียนว่ายมาจากความว่างเปล่า และกลับคืนสู่ความเวิ้งว้าง อักษรตัวใหญ่คำว่า ‘ยืนยาวหมื่นปี’ ประกอบกันเป็ผืนภาพอันวิจิตรตระการตา!
สายตาจ้าวอ๋องจับจ้องบนม้วนภาพ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “นี่คือ...”
เสวี่ยสวินคลี่ยิ้มอ่อนโยน “เสด็จพ่อลืมแล้วหรือเพคะ เดือนหน้าก็จะถึงวันพระราชสมภพของท่านแล้ว ลูกรบเร้าญาติผู้พี่ให้มาสอนเขียนภาพอักษรอายุยืนยาวหมื่นปีภาพนี้ ตั้งใจจะถวายเป็ของขวัญอวยพรให้เสด็จพ่อ คิดไม่ถึงว่าบัดนี้กลับถูกท่านเห็นเข้าแล้ว หมดกันความตั้งใจจะทำให้ตื่นเต้น...”
จางเอ่อร์เองก็ขานรับตาม “องค์หญิงสวินกตัญญูรู้คุณ ค่ำมืดป่านนี้แล้วยังเร่งมือเขียนภาพถวายพระพรให้ทรงอายุยืนนาน ไม่นึกว่าจะไปรบกวนจ้าวอ๋องแล้ว ขอพระองค์โปรดประทานอภัย!”
จ้าวอ๋องได้ยินแล้วซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง หวนคิดถึงภาพครอบครัวสุขสันต์ตอนจยาฮูหยินยังมีชีวิตอยู่ นึกเศร้าใจทอดอาลัยขึ้นชั่วขณะ ถึงขั้นวางฐานะจักรพรรดิผู้ครองแคว้นลง สวมกอดเสวี่ยสวินโดยไม่ทันตั้งตัว
“สวินเอ๋อร์ ่นี้พ่อมัวแต่ยุ่งดูแลรับรองคุณชายทั้งหลาย เป็พ่อละเลยเ้าแล้ว คราวหลังเ้ามีเื่ทุกข์ใจอันใดก็บอกพ่อได้ พ่อจะช่วยจัดการให้เ้าเอง!”
เสวี่ยสวินใเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ได้รับความรัก หางตารูปผลซิ่งชื้นน้ำขึ้นเรื่อยๆ เอ่ยคำเสียงสะอื้น “ลูกไม่มีเื่ทุกข์ใจใดๆ และไม่มีทางกล่าวโทษเสด็จพ่อ ท่านมาเยี่ยมสวินเอ๋อร์ที่ตำหนักอิ๋งเมิ่ง สวินเอ๋อร์ก็ดีใจมากแล้ว…”
ครั้นเห็นว่าจ้าวอ๋องมิได้สังเกตพบพิรุธ จางเอ่อร์กับจ้าวเคอฉี่จึงสบตากันครู่หนึ่ง พรูลมหายใจโล่งอกออกมายาวๆ โดยไม่รู้ตัว ปลาบปลื้มยินดีเป็อย่างยิ่ง
ในวังแห่งนี้ทวนเปิดเผยหลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับยากระวัง ต้องระมัดระวังพร้อมรับมือทุกย่างก้าว
พระอัครมเหสีเห็นแผนการของตนล้มเหลวอีกครั้ง ซ้ำยังทำให้จ้าวเสวี่ยสวินสบโอกาสได้ประโยชน์ ก็อับอายจนพานโกรธ พาองค์หญิงหลานเดินจากไปอย่างขุ่นเคือง
…