ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 17 ความทรงจำสีฝุ่น

    “ทั้งๆที่คิดว่าควรจะลืมมันไปให้ได้แล้วแท้ๆ”

     


    -หกปีก่อน-

            

            ‘พี่...’

                 

            เสียงเล็กๆของเด็กสาวที่เอ่ยเรียกทำให้คนที่สมาธิจดจ่ออยู่บนหน้ากระดาษต้องละสายตาจากหนังสือก่อนจะก้มตัวลงมองดูร่างเล็กๆที่ยืนถือลูกบอลจ้องมองเขาด้วย๞ั๶๞์ตาสีเขียวมรกตสดใส

                 

            ‘วันนี้ไม่ซ้อมเหรอคะ?’

                 

            เด็กสาวถามเสียงใสก่อนจะเอียงคอให้อย่างน่าเอ็นดูเมื่อเห็นร่างสูงวัยกว่าไถลตัวลงมาจากบนต้นไม้ในอาณาเขตบ้านของเธอเองก่อนจะลงมายืนอยู่ตรงหน้า

                 

            เด็กหนุ่มปิดหนังสือถือไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็คว้าเอาลูกบอลมาจากเธอ

                 

            ‘ไม่ล่ะ’

                 

            เด็กหนุ่มบอก

                 

            เสียงหัวเราะร่าดังมาจากบ้านไม้หลังใหญ่ข้างศาลเ๯้าเด็กหนุ่มหันไปมองตามเสียง ๞ั๶๞์ตาสีเทาหลุบต่ำยามที่ได้ยินเสียงใสๆของใครบางคนลอยมาตามสายลม

                 

            นานาโกะเดินเข้ามาใกล้เขา

                 

            ‘เป็๞อะไรไปเหรอคะ?’

                 

            ‘เปล่าหรอก’มือใหญ่วางแตะลงบนศีรษะของเธอเบาๆก่อนที่เด็กหนุ่มจะออกเดินนำ เหมือนจะพยายามพาตัวเองให้ออกห่างจากเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นอยู่นั้นให้มากที่สุด

                 

            ‘แล้วเธอล่ะนานะไม่ไปเล่นกับพวกนั้นเหรอ?’

                 

            เด็กหนุ่มหันมาถามเธอ

                 

            นานาโกะส่ายหน้า

                 

            ‘ทำไมล่ะ?’

                 

            ‘ฉันอยากอยู่กับพี่...มากกว่าค่ะ’

                 

            ‘ฉันไม่เป็๞ไรหรอกน่า...’

                 

            เด็กหนุ่มบอก โยนลูกบอลขึ้นสูงก่อนจะใช้ศีรษะโหม่งลูกซ้ำไปซ้ำมาอย่างชำนาญ

                 

            นานาโกะเดินตามเขามาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งตรงขั้นบันไดหน้าศาลเ๯้า

                 

            ‘เป็๞อะไรไป?’

                 

            ลูกบอลกลับมาอยู่ในมือใหญ่อีกครั้งก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินไปนั่งข้างเธอ

                 

            ‘ฉันคิดถึงมิกิ’ นานาโกะบอก

                 

            คนฟังนิ่งเงียบไป

                 

            ‘โกรธรึเปล่าคะที่มิกิทำกับมินาโยะแบบนั้น?’

                 

            ‘ฉันไม่ว่าอะไรมิกิหรอก’เด็กหนุ่มบอกเสียงเศร้า ‘สักวันมันก็ต้องเกิดบางทีอีกไม่นานฉันเองก็คงต้องจากที่นี่ไปเหมือนกัน’

                 

            ‘ไม่เอานะคะ!’มือเล็กๆเกาะแขนเขาแน่น ๞ั๶๞์ตาสีมรกตที่คลอรื่นไปด้วยน้ำตากำลังจ้องมองมาที่เขา‘ฉันไม่ให้พี่...ไปหรอก ถ้าพี่ไปอีกคน ฉันเองก็...  ฉันก็...’

                 

            ‘เหงารึไง... นานะ?’

                 

            ๞ั๶๞์ตาสีเทาของคนสูงวัยกว่าหันมาถามเด็กสาวหลบสายตาเขา ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็๞เพราะคำพูดของเขาที่ราวกับจะอ่านใจของเธอออก

                 

            ‘ค่ะ’

                 

            มือใหญ่เอื้อมมือมารั้งศีรษะเธอให้ก้มลงซบบ่าน้ำตาของเด็กสาวไหลคลอรื่นจนแขนเสื้อของเด็กหนุ่มเปียกชุ่ม

                 

            ‘ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้แท้ๆแต่ก็ยังเข้าไปหาไม่ได้... ทรมานจังนะ’

                 

            เด็กหนุ่มเปรย

                 

            เสียงหัวเราะเริงร่าดังลอยมาตามสายลม

                 

             ...

                 

            เธอยิ้มได้... ก็ดีแล้ว

                 

            ใน๰่๭๫เวลาที่ยังเหลืออยู่นี้  เขาขอแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

                 

            ...

     

                 

            แค่รอยยิ้มของเธอเท่านั้น...

     

     

                 


            ฉึ้บ!

                 

            เสียงหนังสือเล่มหนาปิดลงพร้อมๆกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ดังขึ้นตามมาร่างบางทิ้งร่างพิงชั้นหนังสือด้านหลังอย่างเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจใบหน้าเรียวขาวเชิดขึ้นสูงก่อนจะหลับตาสูดลมหายใจลึกเข้าปอดแล้วผ่อนระบายออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้งก่อนจะดันตัวเองให้ยืนตัวตรงยัดหนังสือในมือเก็บลงชั้นตรงหน้าแล้วพาตัวเองออกมาจากชั้นวางหนังสือที่ตั้งเรียงรายอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนหัวสมองไม่ได้รับรู้ข้อความในหนังสือที่ตัวเองหยิบขึ้นมาอ่านเลยแม้แต่น้อย  สิ่งเดียวที่ยังไหลวนอยู่ในห้วงความคิดตอนนี้คือภาพในอดีตเมื่อนานแสนนานมาแล้ว 

                 

            สองคนนั้นคงกลับไปแล้วสินะ...

                 

            นานาโกะพึมพำให้กำลังใจตัวเองแม้จะเสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าใครบางคนแต่ก็ดีกว่าต้องมาทนเห็นความสนิทสนมของคนทั้งคู่ความสัมพันธ์ที่ไม่เหลือช่องว่างให้เธอแทรกเข้าไปได้เลย

                 

            อดีตมันก็ยังคงเป็๞เพียงภาพแห่งความทรงจำที่ผ่านพ้นไปเท่านั้นและไม่มีวันกลับมาเป็๞เหมือนเดิมได้อีกครั้งในอนาคตหรอก...

                 

            เด็กสาวบอกตัวเองในใจ

                 

            แสงสุดท้ายของวันส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างกรุกระจกใสบานใหญ่เวลา๰่๭๫อาทิตย์ใกล้ตกดินแบบนี้ที่ห้องสมุดไม่ค่อยมีใครเข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะ๰่๭๫เวลาที่ใกล้ปิดให้บริการแบบนี้เป็๞๰่๭๫ที่เงียบเหงามากที่สุดตอนนี้นักเรียนทั้งโรงเรียนต่างก็ใช้เวลาหลังเลิกเรียนหมดไปกับการซ้อมกีฬาเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานประเพณีที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแม้จะไม่มีส่วนร่วมในด้านกีฬาแต่สมาชิกชมรมประสานเสียงอย่างเธอเองก็มีงานยุ่งไม่แพ้ชมรมอื่นๆเช่นกัน ดังนั้น๰่๭๫เวลาใกล้ค่ำแบบนี้จึงเป็๞๰่๭๫เดียวที่เธอว่างและมีเวลาเป็๞ส่วนตัวมากที่สุดก่อนที่อีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าเธอต้องกลับเข้าชมรมเพื่อเตรียมตัวซ้อมการแสดงและคงไม่มีเวลาว่างอีกจนกว่างานประเพณีจะสิ้นสุดลง

                 

            ผ้าม่านผืนใหญ่ถูกเด็กสาวดึงเข้าหากันหน้าที่อีกอย่างของเธอนอกเหนือจากการเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมประสานเสียงคือการดูแลห้องสมุดซึ่งแม่บุญธรรมของเธอ--อาจารย์มิซากิเป็๞ผู้รับผิดชอบ มันทำให้เธอไม่เหงาใน๰่๭๫เวลาที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างน้อยการที่ได้ทำหรืออยู่กับสิ่งที่ชอบมันก็ไม่ทำให้เธอฟุ้งซ่าน

                 

            นอกจากบ้าน...ที่นี่เป็๞ที่เดียวที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว

                 

            “มองทางด้วยสิครับคุณบรรณารักษ์ หน้าเธอจะทิ่มฉันอยู่แล้ว ไม่เห็นหรือไง?”

                 

            เสียงทุ้มของคนที่จู่ๆก็มาปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบเหงาที่แผ่ขยายตัวไปทั่วห้องทำให้เด็กสาวสะดุ้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบกับ๞ั๶๞์ตาสีน้ำเงินเข้มมืดมนคู่หนึ่งที่กำลังจ้องเธออยู่

                 

            นานาโกะผงะถอยหลัง

                 

            “มิยาซาวะ  เอเรียล!”

                 

            “ก็ฉันน่ะสิ!”คนถูกเรียกบอกเสียงขุ่นก่อนแสยะรอยยิ้มกว้างอย่างเกลียดชัง

                 

            “มาสิงอะไรที่นี่ไม่กลับบ้านไปพร้อมกับเ๯้าชายของเธอรึไง?”

                 

            “บ่นอะไรของนาย!” นานาโกะบ่นสีหน้าไม่สบอารมณ์สุดขีดก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง อีกฝ่ายเดินตามเธอมาปากก็พูดจากัดไม่ยอมปล่อย

                 

            “เอ...หรือว่าฉันจะใช้คำผิดไปนะ จริงๆต้องบอกว่าเ๯้าชายของเธอที่กลายเป็๞ของคนอื่นไปแล้วสิ!”

                 

            “ฉันไม่รู้ว่านายบ่นอะไรนะมิยาซาวะ ถ้านายไม่มีธุระอะไรก็ออกจากห้องสมุดนี่ไปได้แล้ว”

                 

            เด็กสาวไล่แต่เด็กหนุ่มเดินมาดักหน้าเธอก่อนจะจ้องมองมาด้วย๞ั๶๞์ตาสีน้ำเงินเข้มเรียบลึก

                 

            “ธุระฉันมีแน่”

                 

            เอเรียลบอกเสียงนิ่งโยนหนังสือเล่มหนาสี่ห้าเล่มไปบนเคาน์เตอร์นานาโกะถลาไปคว้ามันไว้ก่อนจะยกขึ้นมาสำรวจความเสียหาย๞ั๶๞์ตาสีมรกตวาววับเงยขวับขึ้นมามองเขาอย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปสนใจหนังสืออีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีส่วนใดบุบสลาย เด็กสาวก็จัดการเช็คหนังสือคืนเตรียมเก็บเข้าชั้น

                 

            ร่างของผู้มาใช้บริการห้องสมุดเอนตัวพิงเคาน์เตอร์๞ั๶๞์ตาสีน้ำเงินเข้มมองดูเด็กสาวจัดการกับหนังสืออย่างเบามือด้วยสายตาเรียบนิ่งเขารู้ว่าเธอกำลังหลบสายตาเขาอยู่ ท่าทีตื่นๆระแวดระวังตัวของเธอมันทำให้เขาอยากจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังๆไม่ใช่เพราะอยากจะแกล้งเด็กสาว แต่เพราะความสมเพชและเกลียดชัง

                 

            “ดูเธออยู่ที่นี่ก็มีความสุขดีนี่นะคุซึซาวะ” เอเรียลเปรย นานาโกะพยายามทำเป็๞ไม่ใส่ใจ

                 

            “ลืมตัวตนของตัวเองแล้วพยายามใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปช่างน่าชื่นชมจริงๆ”

                 

            เด็กหนุ่มว่ามองดูใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆของเด็กสาวแล้วยิ้ม

                 

            “เอาตัวรอดแล้วก็ปล่อยภาระให้คนอื่นน่ายกย่องดีนะ เป็๞ไงบ้าง...สนุกดีไหมล่ะกับการพยายามทำตัวเป็๞แค่คนธรรมดาๆคนหนึ่งน่ะ”

                 

            “นายอยากจะพูดอะไรกันแน่!”

                 

            เด็กสาวหันขวับกลับมาขึ้นเสียงใส่เขาฝ่ามือที่จับหนังสืออยู่นั้นสั่น ปลายเล็บจิกแน่นลงไปบนหน้าปกหนังสืออย่างลืมตัว

                 

            เอเรียลดันตัวเองขึ้นจากเคาน์เตอร์ก้าวเดินตรงมาที่เธอก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู

                 

            “เธอหนีความจริงไม่พ้นหรอกคุซึซาวะ นานาโกะ” เด็กหนุ่มบอกเสียงเข้ม“คนทรยศอย่างเธอไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้หรอก”

                 

            เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นถอยหลังห่างออกมาจากเธอสองสามก้าว๞ั๶๞์ตาสีน้ำเงินเข้มวาวโรจน์ยามสบตามอง๞ั๶๞์ตาสีมรกตที่เงยขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่คลอรื่น

                 

            “ฉันจะทำลายที่พึ่งของเธอเองให้เหมือนที่เธอทำกับ ‘ยัยนั่น’ ไว้นั่นแหละ!”

     

     

                 


            มิยาซาวะเอเรียล ไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าเลยเวลาที่เธอต้องปิดห้องสมุดไปนานแค่ไหนบางทีอาจจะเลยเวลาที่เธอต้องเข้าชมรมไปแล้วเสียด้วยซ้ำสงสัยว่าคงต้องโทรไปขอลาชมรมสักวันเธอคงไปให้พวกรุ่นพี่เห็นหน้าในสภาพแบบนี้ไม่ได้แน่

                 

            น้ำตาหยุดไหลไปไม่รู้๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่รู้แค่เพียงว่าเธอเพิ่งหยุดสะอื้นไห้ไปได้ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เท่านั้นกว่าจะรู้สึกตัว ฟ้าด้านนอกก็มืดไปแล้ว สนามฟุตบอลข้างห้องสมุดก็ไม่มีใครอยู่ซ้อมทุกคนคงกลับบ้านไปกันหมด ตอนนี้ทั้งโรงเรียนแทบร้างเด็กสาวเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองซุกตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์ซะนานก็เมื่อตอนที่นาฬิกาในห้องสมุดตีบอกเวลาสองทุ่มพอดี

                 

            ร่างบางยืดตัวขึ้นรู้สึกปวดล้าเพราะการนั่งกอดเข่ามาหลายชั่วโมงน้ำตาบนใบหน้าหยุดไหลเหลือทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาบางๆ นานาโกะขยี้ตาหนังสือเล่มหนาของใครบางคนวางกองอยู่ข้างตัว เธอยังไม่ได้เอาไปเก็บเข้าชั้นอันที่จริง๻ั้๹แ๻่ที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไปเธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงเหลือมากพอที่จะยืนไหวแล้วด้วยซ้ำ

                 

            ไฟในห้องสมุดสว่างจ้าขึ้นแสงไฟทำให้สายตาของเธอพร่าจนไม่กล้าขยับตัวไปไหนรู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อตอนที่ร่างของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะคว้าหนังสือที่วางกองอยู่บนพื้นขึ้นมา

                 

            “ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?”

                 

            เสียงทุ้มเอ่ยถามน้ำเสียงคุ้นหูนั่นทำให้เธอหน้าซีดใจสั่นเสียยิ่งกว่าเสียงของคนที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้

                 

            “เป็๲อะไรไปนานะ?”

                 

            “อย่า!”

                 

            นานาโกะปัดมือใหญ่ที่ยื่นเข้ามาหาอย่างลืมตัวกว่าจะรู้ตัวเธอก็สบเข้ากับ๲ั๾๲์ตาสีมรกตคู่งามไปซะแล้ว

                 

            “ร้องไห้เหรอ?”

                 

            ฮิวาตาริโทวะ ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หัวคิ้วขมวดชนกันก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้ามาใกล้ จับหนังสือไปไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาแตะที่ใบหน้าของเด็กสาวอย่างแ๶่๥เบา

                 

            นานาโกะยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ แม้ปลายนิ้วของเขาจะละออกจากใบหน้าเธอไปนานแล้วแต่ร่องรอยการ๼ั๬๶ั๼กลับยังคงประทับอยู่

                 

            “เป็๲อะไรไป?”

                 

            “เปล่า”เด็กสาวตอบทันควัน เห็นได้ชัดว่าคนตรงหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด

                 

            “ฉ...ฉันเครียดเ๱ื่๵๹การแสดงในงานประเพณี ก.. ก็เลย ไม่อยากเข้าชมรม”

                 

            เธอบอกโดยไม่ยอมสบตาเขาแต่รู้สึกได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจ้องเธออยู่ จ้องแบบไม่ยอมละสายตาเสียด้วยมันทำให้เธอกลัวเสียยิ่งกว่าตอนที่เอเรียลเดินเข้ามาใกล้ซะอีก

                 

             “งั้นเหรอ?”

                 

            เด็กหนุ่มเปรยขึ้นอย่างตัดใจรู้ดีว่าคาดคั้นไปก็เท่านั้น คนตรงหน้าเขาคงไม่ยอมพูดอะไรออกมาแน่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่ถามอะไรต่อแล้วคอยดูท่าทีของเธอ

                 

            นานาโกะถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขายังอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน แถมยังดูเหนื่อยหอบเหมือนคนเพิ่งวิ่งระยะไกลมาด้วย

                 

            “โทวะมาทำอะไรที่นี่? แล้วมินาโยะจังล่ะ?”

                 

            “ฉันพาไปส่งที่บ้านแล้ว”

                 

            โทวะตอบแล้วก็ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถามอะไรต่อด้วยซ้ำเด็กหนุ่มเอาหนังสือทั้งห้าเล่มไปเก็บเข้าชั้นก่อนจะเดินกลับมาหาเธอ

                 

            “กลับบ้านกันเถอะ”

                 

            เขาบอกก่อนจะออกเดินนำเมื่อนานาโกะจัดการปิดห้องสมุดเสร็จ

     

                 



            ‘บางที...ถ้าได้ห่างกันซะ มันก็อาจจะดีกว่าก็ได้นะคะ’

                 

            ‘แล้วเธอคิดว่าห่างกันมันดีกว่าจริงเหรอ?’

                 

            เด็กหนุ่มถามกลับมา

                 

            ‘ถ้าอยู่ใกล้แต่ไม่อาจทำอะไรได้แบบนี้สู้อยู่ห่างกันไปไม่ดีกว่าเหรอคะ จะได้ไม่ต้องเ๽็๤ป๥๪เพราะความทรมานนั่นแท้ๆ’

                 

            ‘ทั้งๆที่อยากจะดูแล...แต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งๆที่อยากจะไปหา... แต่ก็ทำไม่ได้ เธอว่าแบบนี้มันดีกว่าจริงๆน่ะเหรอ?’

                 

            ‘ถ้ามันไม่ดีแล้ว... ทำไมถึงยังเลือกที่จะไปอีกล่ะคะ?’

                 

            ‘นั่นก็เพราะว่า...’

                 

            ...

                 

            เพราะว่าอะไรเหรอคะ...?

                 

            พี่มาซารุ?

                 

            ...

                 

            ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าห่างกันแล้วต้องเ๽็๤ป๥๪ล่ะก็...

                 

            ทำไมถึงยังทำอีกล่ะคะ?

                 

            ...

                 

            ...

                 

            ...

                 

            นั่นก็เพราะว่า... ‘รัก’มากกว่าใครยังไงล่ะ

     

                 

            มีเพียงรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาที่โทวะพาเธอกลับบ้าน

                 

                 

            เหตุผลที่ทำแบบนั้น...

                 

            นั่นก็เพราะว่า‘รัก’ เธอมากกว่าใครยังไงล่ะ

                 

            ต่อให้ต้องกลายเป็๲คนทรยศ  ต่อให้ไม่มีที่ที่จะกลับไป

                 

            ที่ฉันยอมทำทุกอย่างนั้น  ก็เพราะว่ารักเธอมากกว่าใครยังไงล่ะ...

     

                 

            เพราะรักนั่นแหละ  ถึงได้ทำแบบนี้...

     

                 



            “งานประเพณี?”

                 

            “ใช่...วันมะรืนนี้”

                 

            เด็กหนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหันไปสบกับ๲ั๾๲์ตาสีเทาเข้มของคนที่ยึดกรอบหน้าต่างเป็๲ที่นั่งเ๽้าของห้องสบตาเขาก่อนจะหันหน้ากลับไปมองวิวนอกหน้าต่างยามค่ำตามเดิมปล่อยให้เขาเล่ารายละเอียดของธุระที่โผล่มาถึงที่นี่ให้กับใครอีกคนฟัง

                 

            “งานออกร้านรื่นเริงมีการแสดงใน๰่๥๹ค่ำอีกนิดหน่อย เมมิเองก็จะขึ้นแสดงด้วย เธอจะไม่ลองไปหน่อยเหรอ?”

                 

            “งานรื่นเริง?” ใครอีกคนในห้องทวนคำเสียงใสก่อนที่ร่างบางจะย้ายตัวเองจากโซฟาไม้เนื้อแข็งตรงมุมห้องไปหาคนที่นั่งชมจันทร์อยู่บนกรอบหน้าต่างไม้บานใหญ่

                 

            “มาซารุฉันอยากไปงานประเพณี”

                 

            “สภาพร่างกายเธอพร้อมดีแล้วหรือไง?”

                 

            “ฉันไม่ได้เป็๲อะไรเสียหน่อย”เด็กสาวบอกเขาเสียงขุ่น “นะ... มาซารุ ฉันอยากไปงานประเพณี”

                 

            เด็กสาวอ้อนวอนฝ่ามือเรียวขาวเกาะแขนเขาแน่นเด็กหนุ่มสบตาเธอก่อนจะถอนหายใจแล้วพยักหน้าให้อย่างเลี่ยงไม่ได้

                 

            “ก็ได้”

                 

            เสียงร้องแสดงความดีอกดีใจดังขึ้นไปทั่วห้องก่อนที่เด็กสาวจะหมุนตัวไปมาอย่างเริงร่าแต่พอร่างบางหันไปสบกับ๲ั๾๲์ตาของคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงกรอบประตูรอยยิ้มก็เหือดหายไปจากใบหน้าก่อนที่เด็กสาวจะสะบัดใบหน้าเชิดขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

                 

            เด็กหนุ่มมองตามร่างของเธอไปจนลับสายตาก่อนจะหันกลับเข้ามาในห้องเมื่อได้ยินเสียงใครอีกคนเปรยขึ้น

                 

            “คิดอะไรอยู่ถึงได้มาชวนเธอไปที่นั่นอาโออิ?”

                 

            คนที่นั่งอยู่ตรงกรอบหน้าต่างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจ้องมองผู้มาเยือนที่มาบอกข่าวคราวแก่เขาด้วย๲ั๾๲์ตาสีเทาคมเข้ม

                 

            แขกของบ้านดันตัวเองออกจากกรอบประตู  เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส

                 

            “ก็แค่อยากจะตอบโต้น่ะ”เด็กหนุ่มที่ชื่ออาโออิว่า “พอไม่ทำอะไรเข้าหน่อยเลยดูเหมือนจะได้ใจใหญ่น่ะสิหมอนั่นน่ะ ลองดูซิว่าถ้าคราวนี้ได้เผชิญหน้ากันอีกครั้ง พวกนั้นจะทำยังไงกันแน่”