อ้าก!
อีกด้านหนึ่งของเนินเขากลุ่มโจรสมิงดำเวลานี้ตื่นตะลึงเป็อย่างมากสถานการณ์ไม่เป็ไปอย่างที่พวกเขาคิดสักนิด! แม้จะมีกำลังคนเกือบสิบคนและยังมีซ่งเหยาที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบอยู่ด้วยก็ยังไม่อาจโค่นล้มกลุ่มเกราะดำลงได้!อีกทั้งตอนนี้เพราะการสวนกลับที่รุนแรงจึงทำให้มีโจรหลายคนาเ็และอ่อนกำลังลงไม่น้อย
“บ้าเอ้ย!ค่ายกดหกดาว!ทำไมพวกมันถึงใช้ค่ายกลหกดาวได้!?”
ซ่งเหยาหัวเสียเป็อย่างมากในประเทศอวิ้นจูนั้นไม่ว่าจะเป็อาวุธ วิชายุทธ์ สิ่งต่างๆแม้กระทั่งค่ายกลก็จะถูกเรียกว่าศาสตร์ยุทธ์!และแบ่งออกเป็สี่ระดับคือเหล็กดำ ทองแดง เงิน และทองขาว แต่ละระดับยังถูกแบ่งเป็ขั้นย่อ ต่ำ กลาง สูงอย่างไรก็ตามประเทศอวิ้นจูนั้นเป็เพียงประเทศเล็กๆทางตอนบนของภูมิภาคเหนือดังนั้นสำหรับชาวยุทธ์ก็เรียกได้ว่าเป็ประเทศที่จนๆประเทศหนึ่ง!
ในประเทศอวิ้นจูนั้นมีศาสตร์ยุทธ์อยู่เพียงไม่กี่อย่างและส่วนใหญ่ล้วนถูกโดยสำนักเต๋าสำหรับชาวยุทธ์ธรรมดานั้นหากจะหาระดับเหล็กดำมาสักชิ้นก็ถือว่ายากมากแล้ว! แต่ทว่ากลุ่มเกราะดำนั้นเป็เพียงกลุ่มทหารรับจ้างเล็กๆกลุ่มหนึ่งกลับศาสตร์ยุทธ์เหล็กดำอย่างค่ายกลหกดาวได้อย่างไร?
ต้องรู้ว่าศาสตร์ยุทธ์ประเภทค่ายกลนั้นเป็หนึ่งประเภทที่หายากและล้ำค่าพอๆกับประเภทตำหรับยาเลยทีเดียว!ความร้ายกาจของค่ายกลหกดาวคือการสลับสับเปลี่ยนรุกและรับอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยผู้ฝึกยุทธ์หกคนเป็แกนหลักสำหรับค่ายกลหกดาวนั้นหากมีคนถึงสามสิบคนแม้จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ก็สามารถรับมือกับปรมาจารย์ดินได้อย่างสบายๆ
อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ตอนนี้เพียงแค่หกคนก็มากเกินพอจะรับมือกลุ่มโจรเล็กๆกลุ่มนี้แล้ว!ซ่งเหยาสั่งให้ลูกสมุนกระจายตัวออกล้อมเหล่าพี่น้องเกราะดำเอาไว้แม่จะเป็เพียงรองหัวหน้ากลุ่มโจรแต่ความจริงแล้วซ่งเหยานั้นมีสติปัญญาสูงมากการตามรอยต่างๆก็ล้วนอาศัยชายผู้นี้ลงมือ!
‘ค่ายกลหกดาวจะมีประสิทธิภาพมากสำหรับการป้องกันและอาศัยช่องว่าจู่โจมอย่างไรก็ตามหากเราแค่ล้อมยื้อเวลาเอาไว้ค่ายกลนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่!อีกอย่างลำเพียงคนเหล่านี้ไม่น่าจะสามารถใช้ค่ายกลระดับนี้ได้แน่ค่ายกลนี้ต้องอาศัยการสั่งการที่รวดเร็วเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งรุกรับดังนั้นหากไม่มีของวิเศษบางอย่างที่จับการเคลื่อนไหวได้ก็ต้องมีสักคนในกลุ่มพวกมันที่พิเศษกว่าคนอื่น!’
สถานการณ์กลายเป็ตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อไม่มีฝ่ายไหนโจมตีก่อนความกดดันตกลงทั้งสองฝ่ายจนยากจะเดาบทสรุป สำหรับค่ายกดหกดาวนั้นก็เป็อย่างที่ซ่งเหยาคิดมันต้องอาศัยคนที่มีััรับรู้สูงเป็แกนหลักเพื่อขับเคลื่อนค่ายกลและก็นับเป็โชคดีที่น้องหกแห่งกลุ่มเกราะดำนั้นมีััทางเสียงเป็เลิศจึงทำให้สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของศัตรูจากเสียงการเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตามพวกเขาก็สามารถรีดประสิทธิภาพของค่ายกลนี้ออกมาได้เพียงแค่สามส่วนเท่านั้น
ขณะเดียวกันที่สถานการณ์ทางกลุ่มเกราะดำนั้นตึกเครียดทางด้านเตาเหวินเทียนนั้นก็เริ่มแย่ลงเข้าทุกที!เพราะหวงฉีเป็ผู้ใช้ธาตุดินทำให้แต่ละการโจมตีของเขานั้นใช้พลังปราณออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเทียบกันแล้วปราณกระบี่ของเตาเหวินเทียนนั้นใช้ออกแต่ละครั้งกินพลังปราณในร่างไปไม่น้อยและยังมีความเหลื่อมล้ำทางด้านพลังยุทธ์อยู่อีก!
“องครักษ์เตาเ้าเองก็เป็คนมีฝีมือจะมาตายเปล่าเช่นนี้ทำไมกัน? หากเ้ายอมส่งตัวองค์ชายสี่มาข้าจะให้เ้าเป็รองหัวหน้ากลุ่มโจรสมิงดำเป็อย่างไร?เหอๆหากพวกเราสองปรมาจารย์ร่วมมือกันยังต้องเกรงกลัวผู้ใดอีก?”
หวงฉีหยุดการโจมตีมองดูเตาเหวินเทียนที่เริ่มเหนื่อยก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มตอนนี้เขาไล่ตอนอีกฝ่ายมาจนเกือบจะสุดทางแล้ว! แม้ว่าปราณกระบี่ของเตาเหวินเทียนจะร้ายกาจแต่ด้วยอาณาเขตธาตุดินของเขานั้นก็ยากที่ปราณกระบี่จะบุกทะลวงเข้ามาได้!
“โจรร้ายเช่นเ้าสมคบคิดกับพวกฏมีโทษเพียงความตายเท่านั้น!”
คำตอบของเตาเหวินเทียนแน่นอนว่าชัดเจน!แม้ว่าร่างกายของเขาจะอ่อนหล้าแต่ดวงตาของเขายังคงแน่วแน่ดังเดิม!ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนทุกคนล้วนต้องมีจุดอ่อน!สิ่งที่เขาต้องทำก็คือเฝ้ารอ...รอให้โอกาสนั้นมาถึง!
ฟิ้ว!
ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งตรงไปยังหวงฉีอย่างรวดเร็วทว่าหวงฉีเพียงแค่ส่ายหน้าแล้วยกขวานขึ้นมาป้องกันเท่านั้นเตาเหวินเทียนตบเท้าพุ่งเข้าไปร่ายรำเพลงกระบี่โจมตีอย่างไม่หยุดพักแม้ว่าจะสามารถกดดันหวงฉีได้แต่ความจริงที่ว่าพลังปราณที่เหลืออยู่นั้นต่างกันเกินไปก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!
เคร้ง เคร้งเคร้ง
กระบี่และขวานปะทะกันดังลั่นแม้ว่าหวงฉีจะมีพลังยุทธ์เหนือกว่าแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงกระบี่ของเตาเหวินเทียนอันตรายเป็อย่างมาก!เพลงกระบี่ที่ดูงดงามนั้นรวดเร็วดุจพายุไหลลื่นดุจสายฝน!การต้องรับมือกับเพลงกระบี่เช่นนี้เป็เวลานานย่อมต้องแบกรับแรงกดดันอันมหาศาล
พริบตาเดียวที่หวงฉีเสียสมาธินั่นก็คือโอกาสของเตาเหวินเทียน!กระบี่สีเงินในมือองครักษ์หนุ่มแทงออกไปทำให้หวงฉีที่ไม่อาจยกขวานขึ้นมาป้องกันได้ทันต้องเอี้ยวตัวหลบทว่านั่นคือสิ่งที่เตาเหวินเทียนเล็งเอาไว้!เมื่อร่างกายเสียสมดุลเซถลาถอยไปช่องว่างก็เปิดขึ้นกระบี่สีเงินราวกับถูกเคลือบด้วยแสงสีทองพุ่งแหวกออกไปราวกับัทะยาน!
เพลงกระบี่ธุลีกระบวนท่าที่หนึ่ง...ธุลีเลือนทอง!
ปราณกระบี่สีทองที่ถูกควบแน่นเป็วิชายุทธ์พุ่งไปยังหน้าอกของหวงฉีอย่างรวดเร็วเห็นว่าเสียท่าแล้วใบหน้าของหวงฉีก็พลันซีดเผือดจะหลบก็ไม่ทันการจะป้องกันก็ยากเกินไป!ปราณกระบี่พุ่งเข้าปะทะเต็มอกของหวงฉีทำให้ร่างใหญ่ของเขากระเด็นไปหลายสิบจั้ง!
แฮกๆ
เสียงหอบหายใจดังออกมาใบหน้าของเตาเหวินเทียนฉายชัดถึงความเหน็ดเหนื่อยแต่กระนั้นสายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังฝุ่นดินที่กระจายออกมาตรงจุดที่หวงฉีกระเด็นไปกระบี่เมื่อครู่นี้ใช้พลังปราณเกือบทั้งหมดที่เขาเหลืออยู่! แม้จะเป็เพียงหนึ่งกระบี่แต่ก็เป็กระบี่ที่ดีที่สุดและยังเป็กระบวนที่รุนแรงที่สุดที่เขาสามารถใช้ได้แล้ว!
อย่างไรก็ตามผลที่ออกมานั้นไม่ได้เป็ไปดังหวัง!ร่างของหวงฉีค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากพร้อมกับใช้มือปาดเืที่ทะลักออกมาเต็มปากกระบี่เมื่อครู่นี้ของเตาเหวินเทียนร้ายกาจจริงๆและเกือบจะเอาชีวิตของเขาไปแล้ว!
รัสมีพลังปราณของหวงฉีเวลานี้ปะทุออกมาถึงขีดสุดดวงตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของศัตรูด้วยจิตสังหารเมื่อร่างของหวงฉีเริ่มเข้ามาใกล้เตาเหวินเทียนจึงเห็นว่าแท้จริงแล้วตรงอกของหวงฉีนั้นไม่ได้ถูกกระบี่แทงทะลุ!ใต้เสื้อเกราะชั้นนอกนั้นยังมีเกราะอ่อนที่ทอประกายสีเงินอยู่อีกชั้นหนึ่ง!
“ศาสตร์ยุทธ์เหล็กดำ?”
“ใช่แล้ว!ฝีมือของเ้านั้นร้ายกาจกว่าคำล่ำลือจริงๆอย่างไรก็ตามวันนี้จะเป็จุดจบของเ้า…เตาเหวินเทียน!”
ปราณธาตุดินปะทุขึ้นมากลายเป็เสาดินปิดล้อมทางหนีของเตาเหวินเทียนขณะเดียวกันขวานในมือของหวงฉ๊ก็เรืองแสงขึ้นเป็สัญญาณว่าเวลานี้หัวหน้าโจรสมิงดำ้าสังหารศัตรูของเขา!ก่อนหน้านี้เป็เพราะ้าบีบอีกฝ่ายแล้วดึงมาควบคุมใต้บัญชาทว่าความร้ายกาจของอีกฝ่ายนั้นมากเกินไป!การเก็บคนเช่นนี้ไว้ใกล้ตัวนั้นเป็เื่ที่โง่เขลา
หวงฉ๊ก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่รีบร้อยขณะเดียวกันเตาเหวินเทียนก็ยังไม่ยอมแพ้แม้ว่าเกราะอ่อนของหวงฉีนั้นจะเป็ระดับเหล็กดำแต่หลังจากรับกระบี่เมื่อครู่นี้ไปต้องได้รับความเสียหายไม่น้อยแน่!หากสามารถโมตีที่จุดเดิมได้อีกครั้งเตาเหวินเทียนมั่นใจว่าจะต้องฆ่าหวงฉีได้!
อย่างไรก็ตามด้วยพลังปราณที่เหลืออยู่นั้นเขาไม่สามารถใช้กระบี่ที่หนึ่งอย่างธุลีเลือนทองได้แน่นอนทางเดียวที่เขาจะใช้ได้ก็คือการะเิตันเถียน! การทำเช่นนี้เหมือนกับการะเิูเาไฟภายในร่างพลังปราณที่สั่งสมมาจะปะทุออกมาในคราวเดียวแล้วทำให้คนผู้นั้นสามารถใช้พลังปราณได้อย่างไร้ขีดจำกัดในชั่วระยะเวลาสั้นๆอย่างไรก็ตามหลังจากนั้นมีเพียงผลลัพธ์สองอย่างเท่านั้นที่รออยู่
ไม่ตายก็พิการ!
ดวงตาของเตาเหวินเทียนสั่นไหวเล็กน้อยเขาไม่ได้กลัวความตายแม้แต่น้อยขอเพียงสามารถจัดการอีกฝ่ายได้แล้วองค์ชายปลอดภัยก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าหากเขาไม่ตายแล้วกายเป็คนพิการ..นั่นต่างหากคือสิ่งที่เขากลัว!
สายตาของเตาเหวินเทียนเหลือบมองไปยังรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกตัดความลังเลทั้งหมดออกไป!องครักษ์หนุ่มมองไปยังหวงฉีอย่างเฉยชาจิตสังหารพลั่งพลูปะทะกับอีกฝ่ายเตรียมจะลงมือทำในสิ่งที่คิดเอาไว้ทว่าพริบตานั้นเสียงที่แ่เบาสายหนึ่งก็ดังมาจากรถมาทำให้เขาชะงักไป
“ถอยกลับมา”
น้ำเสียงนี้แม้จะไม่ดังแต่ทั้งเตาเหวินเทียนและหวงฉีก็ได้ยินอย่างชัดเจนสายตาของทั้งสองมองไปยังรถมาขณะที่ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินออกมาอย่างช้าๆร่างกายของเขาดูผอมบาง แม้ใบหน้าจะหล่อเหลาแต่กลับดูซีดขาวเหมือนคนป่วย
“เ้าคือองค์ชายสี่?หากเป็ก่อนหน้านี้เ้ายอมมอบตัวบางทีข้าอาจจะพิจารณาอยู่บ้างแต่ตอนนี้...มันต้องตาย!”
คำพูดของหวงฉีนั้นเด็ดขาด!สำหรับเตาเหวินเทียนที่เกือบจะเอาชีวิตของมหาโจรผู้นี้มีเพียงต้องตายสถานเดียว!อย่างไรก็ตามองค์ชายสี่โจวหยางนั้นได้ก้มลงใช้นิ้วอันเรียวยาวที่ขาวกว่าปกติคีบหยิบใบไม้ใบหนึ่งที่อยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วมองไปยังหวงฉีด้วยดวงตาอันสุขุมลึกล้ำ
“สามกระบี่ของเพลงกระบี่ธุลีนั้นข้าได้ถ่ายทอดให้เ้าไปแล้วเมื่อสองปีก่อนเพียงแต่ว่าด้วยพลังยุทธ์ของเ้าก่อนหน้านั้นสามารถฝึกฝนได้เพียงกระบวนท่าที่หนึ่งเท่านั้นทว่าตอนนี้เมื่อบรรลุขั้นเป็ปรมาจารย์ดินแล้วก็สามารถฝึกฝนกระบวนท่าที่สองได้...ข้าเองก็ไม่อาจแสดงให้เ้าดูได้บ่อยๆดังนั้นจงตั้งใจดูให้ดี!”
พริบตานั้นเวลาที่แขนขององค์ชายสี่โจวหยางถูกยกขึ้นมาตั้งตรงไปทางหวงฉีก็บังเกิดเป็สายลมหอบหนึ่งโพยพัดกวาดเอาใบไม้นับพันกระจายขึ้นเต็มท้องฟ้านิ้วที่คีบใบไม้ของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตะลึงขึ้นมา
หวงฉีที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดตอนนี้กำลังเบิกตากว้างจ้องมองใบไม้นับพันบนท้องฟ้าที่หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศหันปลายชี้ตรงมายังร่างของเขาราวกับใบไม้แต่ละใบคือกระบี่เล่มหนึ่ง!ความฮึกเหิมก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปทันทีสิ่งนั้นเกิดขึ้นเร็วมากเพียงพริบตาใบไม้นับพันก็พุ่งลงมาเหมือนคลื่นซักทิ่มแทงผ่านทะลุเกือบทุกส่วนของร่างกายเขา!
เพียงชั่วเวลาสั้นๆนั้นร่างของมหาโจรกลายเป็เพียงเศษเนื้อกระจุยกระจายอยู่เต็มพื้นอย่างไม่น่าเชื่อ!มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่หวงฉีรับรู้ก่อนตายก็คือน้ำเสียงอันแ่เบาที่ล่องลอยมาตามสายลม
“ธุลีร่วงหล่น!”