บทที่16
ผักิญญา
ยามเช้าท้องนภาส่องแสงสว่างไสวหลี่หยุนเขาเดินออกมาจากภายในบ้านสูดอากาศด้านนอกอย่างเต็มปอดพร้อมกับยื่นร่างกายของตนเองขึ้น
ร่างกายของเขาบิดไปมาเพื่อขับไล่ความี้เีหลี่หยุนในตอนนี้เขาไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้มาก่อน
หลี่หยุนดวงตากวาดไปมองภายในที่ดินของตนเองที่บัดนี้เป็ที่ดินโล่งกว้างไม่มีอันใดเลย
เมื่อมองเห็นที่ดินโล่งกว้างของตนเองแม้จะมีพื้นที่ไม่มากนักแต่ว่ามันเองก็มีพื้นที่อยู่ในระดับนึงจึงบังเกิดความคิดขึ้นมา “ตัวของข้าจะทำอะไรดี… ”
เขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ที่ดินที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้
ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้นหลี่หยุนก็มองเห็นว่าบริเวณด้านหน้าที่ดินผืนเล็กๆของเขามีหญิงชราผู้หนึ่งที่เดินผ่าน
โดยหญิงชราผู้นั้นเดินผ่านบริเวณด้านหน้าของที่ดินโดยหญิงชราผู้นั้นเป็หญิงชราที่มีผมสีขาวโพลน เดินหลังค่อมแล้วก็แบกตะกร้าผักกำลังมุ่งตรงเข้าไปขายภายในเมือง
หลี่หยุนเมื่อมองเห็นเช่นนั้นก็บังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา“ ดูเหมือนว่าน่าจะเป็ทางเลือกที่ดี… ”
มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในทันทีเมื่อได้มองเห็นพืชผักที่อยู่บริเวณด้านหน้า
“ สิ่งที่เรียกว่าวัตถุิญญา ไม่ได้มีเพียงแค่พวกหินหรือว่าพวกของสำคัญบางอย่างเท่านั้นแต่ว่าพวกพืชผักเองก็เช่นเดียวกันภายในโลกใบนี้มันจะมีพวกพืชผักชนิดนึงแล้วถูกเลี้ยงด้วยลมปราณ ”
“ มันจะทำให้พืชผักชนิดนั้นมีความพิเศษมากกว่าผักธรรมดาทั่วไปโดย…พวกนั้นก็มีจัดระดับเป็ดาวเช่นเดียวกับพวกวัตถุิญญา ”
“ การฝึกฝนมันไม่ได้มีเพียงแค่การบ่มเพาะขอบเขตพลังของตัวเองเท่านั้นการฝึกฝนเช่นนั้นจะทำให้ตนเองสามารถฝึกฝนพลังของตนเองขึ้นไปได้ก็จริงอยู่… "
แต่วิธีการที่จะทำให้ลมปราณของตนเองแข็งแกร่งและมีขอบเขตที่เพิ่มขึ้นมันเองก็มีอีกหลากหลายวิธีโดยหลี่หยุนเขารู้ดีว่าวิธีเ่าั้หนึ่งอย่างก็คืออาหารการกิน..
“ ภายในโลกใบนี้อาหารการกินถือว่าเป็สิ่งที่มีประโยชน์เพราะมีวัตถุิญญาจำพวกของกินเช่นพืชผักสมุนไพรของเรานั้นถ้ากินเข้าไปจะไปส่งเสริมลมปราณภายในร่างกาย”
“ พวกมันมีผลทำให้สามารถพัฒนาลมปราณและขอบเขตพลังของตนเองไปอย่างรวดเร็ว ”
“ ภายในโลกใบนี้เมื่อลองเทียบดูแล้วคนที่ฝึกฝนด้วยพลังของตนเองกับคนที่ใช้ยาฝึกฝนหรือว่าทำการกินพวกผักยาทุกวันระดับความรวดเร็วในการฝึกฝนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ”
“ แต่ว่าภายในโลกใบนี้สิ่งที่เรียกว่าผักิญญาหาน้อยยิ่งนัก มันเป็ของที่หายากเพราะคนที่เพาะปลูกของจำพวกนี้จำเป็จะต้องรอรอพวกมันด้วยระดับลมปราณภายในร่างกาย”
“ มันไม่ได้เพียงแค่ต้องทำการหล่อเลี้ยงมันด้วยลมปราณภายในร่างกายเท่านั้นถ้าพูดถึงสิ่งที่ยากที่สุดมันคือการใช้ลมปราณของตนเองหล่อเลี้ยงมันให้ได้อย่างสมบูรณ์”
“ เพราะว่าการหล่อเลี้ยงพืชผักิญญาจำเป็จะต้องใช้ความละเอียดอ่อนแล้วก็ความรู้เป็อย่างมากแต่ละชนิดมีวิธีการหล่อเลี้ยงไม่เหมือนกันและมีความละเอียดอ่อนที่ไม่เหมือนกัน ”
“ เพราะแบบนั้นคนภายในสถานที่แห่งนี้มีคนที่สามารถปลูกพืชผักิญญาได้น้อยเป็อย่างมากคนที่สามารถปลูกพืชผักิญญาได้พวกคนเ่าั้ก็จะกลายเป็คนที่มีเงินทองร่ำรวย ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกมองว่าเป็ตัวตนที่ล้ำค่าเพราะว่าพวกพืชผักิญญาที่ใช้ในการกินแต่ละวันจะสามารถส่งเสริมการฝึกฝนให้พัฒนาอย่างก้าวะโได้”
“ ไม่เพียงเท่านั้นของพวกนั้นยังเป็ของที่หายากแล้วก็มีมูลค่าสูงภายในตลาดไม่ว่าจะอาณาจักรใดพวกตระกูลสูงส่งและพวกราชวงศ์หรือไม่ก็สำนักใดๆล้วนแล้วแต่อยากได้ของพวกมันทั้งสิ้น”
“ ส่วนใหญ่แล้วพวกมันมักจะทำการเก็บรวบรวม.. ”
“ หรือไม่บางทีพวกมันเองก็ทำการ มีคนที่เพาะปลูกพืชผักิญญาเอาไว้ภายในตระกูลของตนเองให้คนภายในตระกูลของตนเองได้กินและได้ฝึกฝนพลังอย่างก้าวหน้า”หลี่หยุนเขาคิดถึงความคิดนี้ขึ้นมาได้ตอนที่เขาเห็นผักภายในตะกร้าของท่านยายผู้นั้น
เขาตั้งใจจะทำการเพาะปลูกพืชผักิญญาอย่างไรก็เป็ของที่สำคัญพื้นที่บนที่ดินผืนนี้ก็ยังคงมีพื้นที่ที่ยังคงว่างอยู่
“ โดยทั่วไปแล้วการเพาะปลูกพืชผักิญญาเพราะว่าคนที่จะสามารถเพาะปลูกพืชผักิญญาได้จำเป็จะต้องมีพลังิญญาหรือว่าลมปราณที่ละเอียดอ่อนเป็อย่างมาก”
“ แต่ว่าร่างกายนี้อยู่ในระดับที่สามารถทำได้ร่างของจอมมารหลี่หยุนมีทักษะ์อยู่มากมาย ที่ตัวของเราทำการใส่ให้กับมันเพื่อที่จะส่งเสริมความแข็งแกร่งของตัวละครตัวนี้”
“ การหลอมรวมแก่นิญญาขึ้นมาใหม่ไม่ได้ทำให้ทักษะพร์เ่าั้หายไปและหนึ่งในทักษะที่ยังคงหลงเหลืออยู่มันก็คือทักษะแยกแยะลมปราณ ”
“ ด้วยพลังของร่างกายของผู้ฝึกฝน มันยึดตามหลักลัทธิเต๋านั่นคือหยินและหยางหลอมรวมพลังฟ้าดินมีธาตุทั้ง 5 สถิตทำให้พลังภายในร่างกายมีหลากหลายทิศทางเป็อย่างมาก”
“ เพราะแบบนั้นจุดข้อผิดพลาดของผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถทำการหล่อเลี้ยงพืชิญญาได้ก็เป็เพราะว่าไม่สามารถแยกแยะพลังเ่าั้ออก”
“ โดยทั่วไปแล้วคนที่สามารถหล่อเลี้ยงพืชิญญาได้ก็จะเป็คนที่มีทักษะพร์อย่างเช่นทักษะแยกแยะลมปราณภายในร่างกายคนเ่าั้จะมีประสาทััในการแยกและลมปราณได้ดีกว่าคนธรรมดาทั่วไป ”
“ เพราะแบบนั้นเลยสามารถทำการหล่อเลี้ยงพืชิญญาได้ตัวของจอมมารเองก็เช่นเดียวกันร่างกายนี้ที่ตัวของเราสร้างขึ้นมามีความสามารถในการแยกแยะลมปราณที่มันดีกว่าทั่วไป”
“ ตอนแรกที่ใส่ความสามารถนี้เข้ามาก็เป็เพราะความสามารถนี้มันเป็หนึ่งในความสามารถที่ถือว่าสำคัญสำหรับการต่อสู้ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะมีโอกาสได้ใช้มัน ” หลี่หยุนเขาแสดงรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
นี่ก็ถือว่าเป็หนึ่งเหตุผลที่ดีมากสำหรับเขาที่เขาเข้ามาอยู่ภายในร่างของจอมมารหลี่หยุน แม้ว่าจะไม่ได้รับพลังเทียบเท่าจอมมารสิ่งที่เขาได้รับมาคือทักษะพร์มากมายภายในร่างกายนี้
โดยทั่วไปแล้วการสร้างตัวละครที่ให้เป็บอสของเื่นิยายมันเองก็จำเป็จะต้องสร้างมันขึ้นมาโดยที่มีสเกลของพลังที่สูงกว่าตัวละครธรรมดา
โดยผลประโยชน์ในส่วนนั้นมันเองก็ทำให้เขานั้นได้รับผลประโยชน์ในตอนนี้เช่นเดียวกัน
หลี่หยุนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจหลังจากนั้นดวงตาของเขาหันไปมองบริเวณรอบรอบ
ประสาทััของเขาสามารถััได้ถึงบางอย่างหลังจากนั้นไม่นานนักบริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆเขามีร่างเงาของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
หลี่หยุนใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยมองไปพบเห็นร่างเอาที่ปรากฏขึ้นมาจึงเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว“ มีอันใดงั้นรึเสี่ยวซาน ”
“ เรียนท่านประมุขตอนนี้มีคนของสำนักกระบี่ราชันย์มาเพ่นพ่านภายในเมืองขอรับ” เสี่ยวซานรายงานออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจัง
หลี่หยุนดวงตาของเขาเริ่มสงบนิ่งมากขึ้นเมื่อได้ยินชื่อนั้นแล้วก็คิดภายในใจของตนเองในทันที “สำนักกระบี่ราชันย์สำนักขนาดใหญ่สำนักที่ตัวละครเอกของนิยายเื่นี้อาศัยอยู่เป็สำนักที่มีทั้งจำนวนศิษย์มากมายและมีทรัพยากรที่ล้นเหลือถือได้ว่าเป็หนึ่งในสำนักขนาดใหญ่ของใต้หล้า”
“ ทั่วไปแล้วสำนักนี้ก็มีหูตาอยู่มากมายไม่แปลกที่จะตามมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้เหตุการณ์การหลอมรวมฟ้าดินก่อนหน้านี้ก่อกำเนิดแก่นิญญาขึ้นมาใหม่พวกมันคงจะสังเกตเห็นตอนนั้น” หลี่หยุนวิเคราะห์ทุกอย่างออกมาอย่างเสร็จสรรพ
เขาราวกับรู้ดีว่าพวกมันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร
“ ตามที่พวกเ้าบอกบอกว่าหลังจากที่ออกมาได้พวกมันก็ประกาศว่าจอมมารตายไปแล้วสินะ?” หลี่หยุนถาม
“ ขอรับ!!! ”
“ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าตอนที่พวกมันเดินทางมาสำรวจที่สถานที่แห่งนี้พวกที่เดินทางมาก็คงเป็เพียงแค่พวกศิษย์ที่เดินทางมาสำรวจเฉยๆใช่หรือไม่… ”หลี่หยุนรู้ได้ในทันทีเป็เพราะว่าเขาเป็ผู้ที่สร้างนิสัยตัวละครทุกตัวภายในนิยายแห่งดีขึ้น
เพราะแบบนั้นไม่รู้ทันทีว่าถ้าคนพวกนั้นมันมีความคิดอย่างไรถึงเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
หลี่หยุนกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆ“ ซินซินล่ะ? ”
ั้แ่ในยามเช้าเขายังไม่เห็นนางอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่เงาเลยตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
“ นางเดินทางเข้าไปภายในเมืองขอรับ… ”
“ จะทำอย่างไรดีขอรับเกี่ยวกับคนพวกนั้น? ” เสี่ยวซาคนถาม
หลี่หยุนหันกลับมายืนอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งแล้วก็ทำการพูดขึ้น“ พวกเราต้องเดินทางเข้าไปภายในเมืองก่อนเพราะตอนนี้ถ้าซินซินปะทะเข้ากับคนพวกนั้นคงมีหวังได้เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างแน่นอน”
“ ข้าไม่อยากให้ตัวตนของตัวเองเปิดเผย ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา ”
“ ส่วนคนพวกนั้นที่เดินทางมาสำรวจ ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรกับพวกมันดี” หลี่หยุนอยู่ๆหลังจากพูดจบมุมปากของเขาได้แสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว
เสี่ยวซานคำสั่งโดยการพยักหน้าหลังจากนั้นร่างกายของคนผู้นั้นก็หายเข้าไปภายในร่มเงาของต้นไม้
หลี่หยุนไม่รีรอทำการนำกระบี่ไม้ท้อถือเอาไว้ที่มือแล้วเดินตรงเข้าไปภายในตัวเมืองหลักอย่างรวดเร็ว
หลี่หยุนเมื่อเดินเข้ามาถึงภายในเมืองเขาใช้ดวงตาของตนเองผ่านไปมาบริเวณรอบๆยังไม่พบเจอผู้ใด
จนกระทั้งขณะที่กำลังเดินหาซินซินดูภายในตลาดบริเวณด้านหน้าของเขามันปรากฏร่างของกลุ่มคนประมาณห้าคนปรากฏกายออกมาด้านหน้า
พวกมันก้าวเดินเข้ามาหยุดเท้าของตนเองลงบริเวณด้านหน้าของเขาหลี่หยุนดวงตาเหลือบไปมอง้าบุรุษร่างกายสูงใหญ่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของตนเองเป็ชายวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่สวมใส่ชุดสำนักกระบี่ราชันย์ที่เป็สีน้ำเงินเข้ม
เมื่อได้ยืนเผชิญหน้ากับพวกมันได้พูดกับตนเองภายในใจทันที“ เจอแล้ว… ”
จบบท