2(1)
่สายๆ ของอีกสองวันต่อมา
“น้องขวัญ น้องขวัญ อยู่บ้านไหมครับ” ตะวันฉายส่งเสียงเรียกอยู่ที่ประตูรั้ว เขาเรียกอยู่นานก็ไม่มีใครตอบกลับมา
“เอ รถก็อยู่นี่นา ไปไหนนะ เดี๋ยวค่อยมาใหม่แล้วกัน” พูดจบเขาก็เดินกลับไป
ตอนบ่ายวันนั้น ตะวันฉายเดินมาที่ประตูรั้วของบ้านพราวขวัญอีกรอบ เขาชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเมื่อเช้า บ้านเงียบ ประตูปิดสนิท รถจอดอยู่หน้าบ้าน ไร้ร่องรอยของการมีคนอยู่
“ไม่อยู่เหรอ ไหนเ้าภพมันบอกว่าปกติน้องมันทำงานอยู่บ้านตลอด” ตะวันฉายเอียงคอสงสัย อืม เดี๋ยวตอนเย็นค่อยมาใหม่อีกที
ตกเย็น ตะวันฉายมายืนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านพราวขวัญอีกรอบ รอบนี้หน้าต่างเปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่
“น้องขวัญครับ น้องขวัญ” เรียกไปก็ชะเง้อคอมองไปพลาง
พราวขวัญที่กำลังนั่งฟินกับกาแฟถ้วยโปรดได้ยินเสียงคนเรียก ก็แปลกใจ เอ๊ะ นี่มันเสียง... เสียงพี่ตะวันฉายเหรอ มาเรียกทำไมนะ หรือจะมาต่อว่าเื่ที่เธอเข้าบ้านโดยพลการแถมยังเอาพลั่วฟาดผู้ชายคนนั้นไปทีนึง เฮอะ นี่คงฟ้องเพื่อนสินะ ผู้ชายอะไร เื่แค่นี้ยังคิดเล็กคิดน้อยไม่เลิก แม้จะบ่นกระปอดกระแปดในใจแต่พราวขวัญก็ขานรับเสียงเรียกและเดินออกมา
“ค่ะ พี่ตะวันฉาย ว่าไงคะ” เธอยิ้มให้เขา พยายามทำหน้าใสซื่อไร้พิษสง
“เอ่อ พี่จะมาชวนเราไปกินข้าวที่บ้าน ถือว่าฉลองที่ได้รู้จักกัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้ด้วย” เขาพูดพลางส่งยิ้มให้เธอ เป็รอยยิ้มใสซื่อเสียยิ่งกว่ารอยยิ้มเธอซะอีก
“วันนี้ขวัญกินมื้อเย็นเรียบร้อยแล้วค่ะ คงไม่รบกวนดีกว่า”
พราวขวัญตอบเลี่ยง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเธอเพิ่งกินกาแฟไปแค่แก้วเดียว เกิดเื่ขึ้นขนาดนี้ ใครยังจะอยากไปกินข้าวด้วยอีกล่ะ อย่างน้อยก็ต้องเว้น่ให้ได้หายใจหายคอกันบ้างสิ ไปแล้วไปเจอเื่ช็อคขึ้นมาอีกจะทำยังไงเล่า มากกว่านี้เธอคงจะรับไม่ไหวแล้ว
“งั้นเอาเป็พรุ่งนี้ดีไหม เดี๋ยวพี่เตรียมอาหารไว้รอ น้องขวัญอยากกินอะไรเป็พิเศษไหมครับ” เขารีบพูดต่อ ไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสปฏิเสธ
“เอ่อ...” พราวขวัญกำลังคิดข้ออ้างที่จะไม่รับปาก
“งั้นเอาตามนี้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆ พี่มาเรียกนะครับ เจอกัน”
ตะวันฉายพูดจบแล้วก็เดินจากไป เขาดูออกว่าหญิงสาวตั้งท่าจะปฏิเสธ เลยรีบรวดรัดมัดมือชกเสีย ไหนๆ ก็เป็เพื่อนบ้านกันแล้ว ปล่อยให้หมางใจกันไปนานคงไม่ดี แล้วนี่ก็เป็น้องสาวของเพื่อนสนิทด้วย เขาควรจะต้องดูแลเป็พิเศษ
หลังจากตะวันฉายจากไปแล้ว พราวขวัญเดินเข้าบ้านแบบมึนๆ พี่เขามาชวนไปแบบนี้ แสดงว่ารอบนี้จะได้เจอสองคนนั้นพร้อมกันสินะ แล้วจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นอีกไหม แค่สองวันที่เจอมาแต่ละรอบเธอก็แทบจะรับไม่ไหวแล้ว นี่ยังต้องเอาตัวเองไปเผชิญชะตากรรมอีกเหรอ เฮ้อ
วันต่อมา พราวขวัญซึ่งมีนัดทานข้าวกับหนุ่มแปลกหน้า แม้จะแค่ไปข้างบ้าน แต่ธรรมดาของผู้หญิงก็ต้องทำให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน ดังนั้นเธอจึงอาบน้ำ ขัดผิว และสระผม ไดร์ผมเป็ทรงสวยกว่าปกติ เอาล่ะ ยังไงวันนี้ก็ต้องลบภาพจำที่พวกเขามีต่อเธอให้ได้
พราวขวัญแต่งหน้าอ่อนๆ พอไม่ให้หน้าซีด ดูสวยเป็ธรรมชาติแบบที่เรียกกันว่า ‘แต่งเหมือนไม่ได้แต่ง’ เธอสวมเสื้อยืดพอดีตัวสีเขียวพาสเทลและกางเกงกระโปรงสีเหลืองสั้นเลยเข่าขึ้นมาประมาณหนึ่งคืบ เธอหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจก สีหน้าพึงพอใจ “อืม ดูไม่เว่อร์ไป ไม่สบายไป กำลังเหมาะพอดี”
“น้องขวัญครับ พี่มารับแล้ว” เสียงตะวันฉายดังมาจากหน้าประตูรั้ว
พราวขวัญจึงเดินออกไป ไม่ลืมถือเค้กช็อกโกแลตสามชิ้นที่ไปซื้อมาจากในเมืองติดมือไปด้วย จะไปกินข้าวบ้านคนอื่นก็ควรต้องมีของฝากติดมือไป มารยาทง่ายๆ แค่นี้เธอไม่ลืมเด็ดขาด
เมื่อเธอเดินไปถึงประตูรั้ว เห็นตะวันฉายที่ใส่เสื้อยืดสีเขียวพาสเทลเหมือนกันกับเธอ เลยรู้สึกเก้อเขินไปเล็กน้อย บังเอิญอะไรแบบนี้นะ รู้แบบนี้ใส่สีชมพูก็ดีหรอก
“สวัสดีค่ะพี่ตะวันฉาย แฮะ แฮะ ใส่เสื้อสีเดียวกันเลย” เธอยิ้ม พยายามทักทายและเริ่มบทสนทนาให้ดูเป็กันเอง เพราะ้าจะกลบเกลื่อนเื่น่าอายเมื่อหลายวันก่อน
“น้องขวัญเรียกพี่ว่าพี่ฉายก็ได้ครับ ตะวันฉายมันยาวไป ฟังแล้วดูเป็ทางการไปด้วย” เขายิ้ม
“เออ หรือจะเรียกคุณฉายก็ได้นะ”
“งั้นขวัญเรียกว่าพี่ฉายแล้วกันนะคะ พี่ฉาย” เห็นว่าตะวันฉายไม่ได้พูดถึงเื่วันนั้นอีก พราวขวัญจึงรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิม ถือว่าวันนั้นเป็เื่ผิดคิวแล้วกัน ลืมได้ก็ลืมไปเสียดีกว่า
เมื่อมาถึงบ้านของพี่ชายเธอซึ่งตอนนี้นับเป็บ้านของตะวันฉายแล้ว พราวขวัญเห็นผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็หัวขโมยคนนั้นกำลังยกอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ เขาเหลือบมองเธอแว่บนึง เธอยิ้มแห้งๆ ให้เขา เขาพยักหน้าให้ แล้วไปยกอาหารต่อ
“น้องขวัญนั่งเลยนะ ตามสบายเลย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเ้ากรยกจานก่อน”
“ให้ขวัญช่วยไหมคะ” มากินฟรีบ้านคนอื่น แล้วจะนั่งอยู่เฉยๆ ก็กระไรอยู่ เธอจึงเอ่ยปากถาม อาสาช่วย
“ไม่เป็ไรๆ จะเสร็จแล้ว” ตะวันฉายยกจานอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ พอมองเห็นถุงกระดาษก็เอ่ยปากถาม “นี่ของฝากหรือเปล่าเอ่ย”
“ใช่ค่ะ ขวัญซื้อเค้กมาด้วย ร้านนี้อร่อยมาก กินกับกาแฟหอมๆ ฟินมากเลย”
“เค้กช็อกโกแลตซะด้วย พี่กับเ้ากรชอบเค้กช็อกโกแลตพอดี เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ เราค่อยกินเค้กล้างปากกัน” ตะวันฉายยิ้มจนตาหยี
“เ้ากรมานี่สิ จะแนะนำให้รู้จัก” ตะวันฉายกวักมือเรียก ‘เ้ากร’ ให้มาใกล้ๆ
“นี่เพื่อนพี่ ผู้เช่าบ้านอีกคน ชื่อรัตติกร เรียกมันว่าพี่กรก็ได้ มันเป็คนเงียบๆ แบบนี้แหละ อย่าไปถือสามันเลย” ตะวันฉายเอามือโอบไหล่ชายคนนั้นไว้ ปากก็แนะนำเสร็จสรรพ
“เ้ากร นี่น้องขวัญ น้องของเ้าภพ บ้านอยู่ข้างๆ นี่เอง เคยเจอกันมาก่อนหรือยัง”
ตะวันฉายแนะนำเสร็จ รัตติกรก็มองมาทางพราวขวัญและตอบเพียง อืม สั้นๆ จากนั้นรัตติกรก็ตัดบทชวนทุกคนเริ่มกินข้าว
เขาไม่ได้อยากชวนพราวขวัญมากินข้าวที่บ้านเลยให้ตายเถอะ ไหล่ที่โดนฟาดวันนั้นก็ยังช้ำอยู่ ยิ่งเห็นหน้าพราวขวัญเขาก็เหมือนจะยิ่งเจ็บไหล่แปล๊บๆ ขึ้นมา แต่ในเมื่อตะวันฉายยืนยันแบบนั้นเขาก็เลยต้องตามใจ เพราะจริงๆ ก็ถือเป็มารยาทที่ควรทำด้วย เขาไม่ได้เล่าเื่ที่พราวขวัญมาที่บ้านและกล่าวหาว่าเขาเป็ขโมยให้ตะวันฉายฟัง เพราะเขาคิดว่านี่เป็เื่จุกจิกหยุมหยิมมีแค่พวกผู้หญิงเท่านั้นที่จะนั่งเม้าท์เื่ทำนองนี้
พราวขวัญแปลกใจที่ตะวันฉายถามว่า ‘เคยเจอกันมาก่อนหรือยัง’ หรือตะวันฉายจะไม่รู้เื่วันนั้นที่เธอมาหาเขาที่บ้านแต่ดันเจอกับรัตติกรแทน แล้วก็เื่หลังจากนั้นด้วย เธอเหลือบมองไปทางรัตติกร แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจมองเธอเลย พราวขวัญเบ้ปาก
เฮอะ นึกว่าเธอสนใจเขาตายล่ะ