[14] เด็กเส้น
รุ่งเช้า เซ็ทกลับจากฟิตเนสในสภาพเหงื่อโชก หุ่นที่ผอมแห้งเข้าที่เข้าทางมากขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่เซ็ทต้องการ สองขาเดินกลับเข้าห้องไปอาบน้ำอาบท่าแล้วออกมากินข้าวพร้อมอดัมที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร เป็นกิจวัตรประจำวันระหว่างพ่อลูกธรรมดาในทุกๆ เช้าตั้งแต่ยังไม่ได้ย้ายบ้าน“ยังเลิกเหล้าไม่ขาดอีกเหรออดัม?”เซ็ทถามขึ้นเมื่อเห็นแก้วน้ำขนาดไม่ใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำสีอำพันสวยเย็นเจี๊ยบโดยไม่ต้องใส่น้ำแข็งถูกรินออกจากขวดสีขุ่นข้างๆ วางไว้ข้างแก้วน้ำเปล่าของอดัม“...ขอโทษนะลูก”“เอาเถอะ ค่อยๆ เลิกไป แค่ไม่ติดเหล้า ไม่กินจนเมาเป็นผีบ้าแบบเมื่อก่อน ผมก็ไม่มีปัญหาหรอก”เห็นอดัมหน้าหงอยด้วยความรู้สึกผิดจับใจ เซ็ทก็เลยว่าพลางหยิบแก้วนมที่วางไว้ขึ้นมาดื่ม จริงๆ แล้วคนที่ติดเหล้าหนักๆ มาหลายปี ทุกวันต้องมีเหล้าข้างตัว กินจนเมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่เป็นผู้เป็นคน เวลาเพียงเกือบเดือนที่สัญญาว่าจะเลิกขาดเหล้าก็ลดปริมาณสุราได้เหลือวันละแก้วสองแก้ว บางวันก็ไม่กินเลยแถมยังไม่หงุดหงิดเหวี่ยงวีนแบบเมื่อก่อน ได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว“ซักวันพ่อจะเลิกขาดให้ลูกให้ได้”“ผมรอดูวันนั้นอยู่”สองพ่อลูกนั่งทานอาหารบนโต๊ะมีเงยหน้าคุยกันบ้างเป็นระยะ โดยส่วนมากอดัมจะเป็นฝ่ายชวนคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่เซ็ทก็ตอบทุกคำถามด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่มีรอยยิ้มประดับอยู่ตรงมุมปากเป็นพักๆ“วันนี้ผมไป JNr กับลุงโชคนะอดัม น่าจะกลับมาเย็นๆ”“จะเริ่มฝึกจริงๆ จังๆ ตั้งแต่วันนี้เลยเหรอ?”“ออกสตาร์ทเร็วหน่อยก็ดีนี่” เซ็ทว่าพลางเคี้ยวข้าวกระเพราหมูสับของโปรดตุ้ยๆ “ถ้าตั้งใจจะทำแล้วผมก็ไม่ได้คิดทำเล่นๆ หรอกนะ”“ความคิดดีมาก ลูกเก่งมากเซ็ท” อดัมว่า สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม“เว่อร์”“ถ้าวันไหนไม่ได้ไปพร้อมลุงโชคก็บอกนะ เดี๋ยวพ่อไปส่ง” อดัมเห็นเซ็ททำท่าจะเถียงก็รีบขัด “ขี่มอไซต์ไปเองโดนแดดเผาตายแน่เซ็ท ให้พ่อไปส่งนั่นแหละดีแล้ว”“ตามใจ”เมื่อนึกดูแล้วว่าแดดเมืองไทยมันร้อนแสบผิวแค่ไหนเซ็ทก็พยักหน้ารับส่งๆ ของขวัญที่ได้รับเมื่อคืนคือกุญแจรถมอเตอร์ไซต์ทั่วไป พร้อมโพสอิทแผ่นเล็กที่เขียนว่ารถใหญ่ให้รอหลังอายุครบสิบแปดจะอนุญาตให้ซื้อเป็นสมบัติส่วนตัวเองได้ตามต้องการ“เค้กอยู่ในตู้เย็นนะ กินก่อนออกไปมั้ย?”“เรียกลุงโชคแกมากินด้วยกันเลยละกัน” เซ็ทว่าพลางกดโทรศัพท์มือถือส่งข้อความหาลุงโชคที่ดูจะรัวแชทมาตามจิกให้เข้าบริษัทพร้อมแกให้ได้ แค่ส่งไปบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิด อดัมซื้อเค้กไว้เลยชวนมากินด้วยกัน ไม่เกินห้านาทีลุงโชคก็มากดออดหน้าประตูแล้ว“ฮ่าๆๆ ลืมไปวันเกิดเอ็งนี่หว่า ดีๆๆ หลังปีใหม่ไทยขึ้นวันเกิดเริ่มทางเดินใหม่ๆ ฤกษ์ดีจริงเว้ย!” ลุงโชคหัวเราะร่าพลางตักเค้กช็อกโกแลตเข้าปาก“ของขวัญผมล่ะ?”“โวะ เอ็งนี่งกจริง ไว้จะซื้ออะไรง่อยๆ ร้านทุกอย่างยี่สิบมาให้ละกัน”“ลุงก็งกเหมือนกันแหละ”อดัมมองลุงโชคพูดคุยกับเซ็ทอย่างสนิทสนมไม่ต่างจากอาหลานคุยกันก็ยิ้มบาง อย่างน้อยลูกชายเขาก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เอ็นดูและดูท่าจะพร้อมให้ความช่วยเหลือ ทั้งยังเส้นใหญ่ในเส้นทางอาชีพแล้วแน่ๆ ล่ะหนึ่งคน นั่นทำให้อดัมรู้สึกสบายใจขึ้นอีกมากจวบจนโชคชัยขอตัวลาพร้อมลากลูกชายเขาไปเข้าฝึกที่บริษัท อดัมก็ลุกขึ้นเก็บโต๊ะล้างจาน ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ จนเสร็จก็หยิบไอแพดกับแก้วน้ำเปล่ามานั่งตรงโซฟาหน้าทีวีสองตามองไปยังภาพในกรอบรูป ภาพปัจจุบันของเขากับลูกชายที่ถ่ายกันสองคนก่อนหน้านี้ แม้ตอนนั้นลูกชายจะยังผอมแห้งและเขาก็ยังดูเหมือนคนบ้าติดเหล้าอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นภาพที่ทำให้อดัมรู้สึกมีความสุขเพราะตอนที่ถ่ายภาพนี้แปลว่าเขาไม่หลงทางอีกต่อไป ในขณะที่สายตาหันไปอีกภาพที่อยู่ข้างๆ กัน ภาพที่เคยอยู่ในกรอบรูปที่แตกละเอียดจนบางส่วนในรูปถูกเศษแก้วกรีดเป็นรอย บัดนี้ถูกนำกลับมาใส่กรอบใหม่อย่างดีแทนที่จะโยนทิ้งเหมือนหลายๆ อย่าง ...รูปครอบครัวที่มีความสุขก่อนที่จะพังทลาย... สายตาของอดัมฉายชัดถึงความเจ็บปวด มือหนากำแก้วน้ำในมือแน่น แต่แล้วก็คลายออกพร้อมยิ้มเศร้า“อย่างน้อยๆ ที่เซ็ทเข้มแข็งขึ้นได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอ...อร” อดัมหัวเราะฝืดๆ “ถ้าเธอได้รู้ว่าลูกชายเราเจ๋งขนาดไหน เธอจะดีใจมั้ยนะ...แต่มันคงไม่มีวันนั้น”รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่สักพักก็หายไปพร้อมกับละสายตากลับมามองกระดานหุ้นในไอแพดตรงหน้าเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มแล้วทำหน้าฟินเหมือนมโนไปว่าได้ดื่มเหล้า
ความอภิสิทธิ์ที่เซ็ทได้นั่งรถรวมทั้งเดินมากับลุงโชค ทำให้พนักงานรอบข้างในตึกใหญ่ต่างไม่กล้าเข้ามาถามไถ่ธุระจากเขาตรงๆ เพียงแต่แอบหันไปซุบซิบกันหลังจากคนสองคนเดินผ่านระยะสายตาไปแล้วลุงโชคกดลิฟต์ผู้บริหารพร้อมกับลากเซ็ทขึ้นลิฟต์ เซ็ทเอามือซุกกระเป๋าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจอมปลอมใส่ลุงโชค“ต้องได้มีข่าวลือเรื่องผมเป็นเด็กเส้นแน่ๆ”“กลัวอะไร ก็เอ็งมันเด็กเส้นจริงๆ นี่หว่า”ลุงโชคตอบแบบไม่คิดมาก เซ็ทจึงรู้สึกคันฝ่าเท้าอยากยันก้นคนแก่กว่าขึ้นมาหน่อยๆ แต่ก่อนจะได้ลงมือทำประตูลิฟต์ก็เปิดที่ชั้นบนสุด อันเป็นสถานที่สำหรับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น“ฉันทำเรื่องป้อนข้อมูลให้เอ็งเข้าเป็นเด็กฝึกของบริษัทอย่างถูกต้องเรียบร้อย แต่พนักงานคงยังจำหน้าเอ็งไม่ได้เพราะงั้นช่วงนี้ก็เอาป้ายไปห้อยคอซะ”เซ็ทรับป้ายบัตรผู้เกี่ยวข้องสีส้มที่ลุงโชคยื่นให้มาห้อยคอโดยไม่อิดออด“หลังจากวันนี้เอ็งต้องใช้ลิฟต์อีกฝั่ง ห้องฝึกของเด็กฝึกอยู่ชั้นสอง ยังไงก็ตามจะขอดูระดับความสามารถอื่นๆ นอกจากการแสดงของเอ็งก่อน เพื่อที่ว่าจะได้จัดหาครูสอนตัวต่อตัวให้ถูก”“ไม่มีปัญหา”“เอ็งคงรู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ได้ผ่านไปได้ด้วยการแสดงอย่างเดียว สิ่งที่ฉันอยากปั้นคือความสมบูรณ์แบบของศิลปินและนักแสดงในคนๆ เดียวกัน ดังนั้นมันไม่หมูหรอกนะ”“แล้วไง อะไรที่ง่ายเกินไปมันก็ไม่น่าสนุกทั้งนั้นแหละ” เซ็ทยักไหล่ตอบแบบไม่แคร์ เดินตามหลังลุงโชคพร้อมพูดคุยสนิทสนมในแบบที่ถ้าพนักงานมาเห็นคงตะลึงค้าง“หวังว่าแกจะไม่เก่งแต่ปาก ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดก็เตรียมโดนดูถูกไปอีกนานได้เลย” ลุงโชคยิ้มเจ้าเล่ห์“กลัวที่ไหน”ใครมันจะคิดอะไรก็เรื่องของเขาสิ...ชายหนุ่มสองวัยเดินเคียงกันไป โชคชัยพาเซ็ทมายังห้องซ้อมรวมของเด็กฝึก แม้จะเป็นเวลาเช้าอยู่มากแต่ก็มีผู้ที่พยายามไล่ตามความฝันเข้ามาซ้อมจนเหงื่อโชกบ้างแล้ว เมื่อเห็นว่าใครที่เดินเข้ามา วัยรุ่นหนุ่มทั้งหลายต่างก็ทักทายโดยพร้อมเพรียง“อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน!”“เออ อรุณสวัสดิ์”“ท่านประธานมีอะไรรึเปล่าครับถึงได้มาที่นี่?” ชายหนุ่มหน้าตาดีในระดับหนึ่งเป็นตัวแทนเดินเข้าหาโชคชัย เห็นท่าทางมั่นใจเสมือนตนเองเป็นหัวหน้าเหล่าเด็กฝึกที่เหลือก็พอเดาออกว่าน่าจะเป็นพวกบ้าอำนาจในระดับหนึ่ง ชายคนนั้นเหลือบมองหน้าเซ็ทที่ยืนข้างๆ โชคชัยด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด“พาเด็กมาทดสอบ พวกเอ็งจะซ้อมก็ซ้อมไปเถอะ”“อ่า เด็กคนนี้น่ะเหรอครับ ถ้ายังไงให้ผมช่วยมั้ยครับ ผมอยู่ในช่วงพักพอดี” ชายหนุ่มทำท่าเหมือนพึงสังเกตเห็น จากนั้นก็ยิ้มประจบดูเป็นมิตรท่าทางไม่มีพิษมีภัย แน่นอนว่าทั้งโชคชัยและเซ็ทต่างมองทะลุหน้ากากอันอ่อนด๋อยนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องสังเกตด้วยซ้ำเซ็ทไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลุงโชคถึงอยากได้ตัวเองมากนัก ที่แท้ระดับการแสดงของเด็กฝึก (ที่น่าจะเป็นหัวโจก) มันต่ำเตี้ยขนาดนี้ คนอื่นก็ไม่น่าคาดหวังนัก (ซึ่งในความเป็นจริงระดับของเซ็ทมันต่างจากระดับของคนอื่นๆ มากโข)...การแสดงที่สมจริงมันฝึกยากกว่าการร้องเต้นเยอะ...“เอาไงเซ็ท?”“ผมไม่มีปัญหาครับคุณลุง” เซ็ทจงใจทำท่าทีอ่อมน้อมเหมือนกำลังเลียแข้งเลียขาประจบโชคชัยจนเกินความจริง ให้คนอื่นๆ ในห้องเหม็นหน้าขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จากที่แค่เดินมากับประธานก็ทำให้คนอื่นอิจฉาได้แล้ว แต่ความเลียจอมปลอมที่เห็นได้ชัดเจนยิ่งทำให้คนอื่นเกลียดเข้าไปใหญ่ เซ็ทรู้ดีว่าจากวันนี้ยังไงๆ เขาก็ต้องโดนนินทาว่าเป็นเด็กเส้น ซึ่งมันก็จริง ดังนั้นเขาจะใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันเขาก็จะใช้ความสามารถของตัวเองตอกหน้าคนที่ดูถูกเขาให้หน้าหงายในอนาคต“ถ้างั้นให้ผมช่วยเนอะ พี่ชื่อ ‘อิฐ’ นะ แล้วเราล่ะ?”“เซ็ทครับ”“หล่อนะเราลูกครึ่งสิเนี่ย งั้นมาเริ่มจากการเต้นก่อนเลยเนอะ กดสุ่มเพลงมาซักเพลงสิ” อิฐยิ้มพลางผายมือไปทางเครื่องเล่นเพลงตรงผนัง ขยิบตากับเด็กฝึกที่จัดเพลย์ลิสต์เพลงแบบรู้กัน‘อิฐ’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้า เป็นเด็กฝึกของ JNr ตั้งแต่อายุสิบแปดก็ยังไม่ได้เดบิวต์ เขาจึงเป็นเหมือนพี่ใหญ่ของเด็กฝึกทุกคน แม้ฉากหน้าจะทำตัวเป็นคนดีช่วยเหลือรุ่นน้อง แต่ในความเป็นจริงอิฐขี้อิจฉาและโหดร้ายกว่าที่เห็น เนื่องจากอิฐพยายามขัดขารุ่นน้องที่น่าจะแจ้งเกิดได้ทุกคน กลั่นแกล้งน้องใหม่ที่ไม่เข้าพวก ทั้งยังติดเหล้า ติดหญิง ภาพลักษณ์ลึกๆ คือติดลบ มีฉากหน้าดีที่ขยันเพราะเหตุนั้นแม้อิฐจะพยายามฝึกจนสกิลการแสดง ร้องเต้น วาไรตี้หรืออื่นๆ ดีแค่ไหน งานเล็กงานน้อยได้รับความสนใจอย่างไร อิฐก็ไม่ได้เดบิวต์ในนามศิลปินของ JNr สักที และตราบใดที่ยังทำตัวแบบเดิม ต่อให้เป็นดึกฝึกต่ออีกครึ่งชีวิตโชคชัยก็ไม่มีทางอนุมัติให้อิฐได้เดบิวต์ ที่ยังเก็บไว้เพราะเอาไว้กระตุ้นพวกเด็กใหม่ให้ขยันตาม นั่นเป็นสิ่งที่อิฐไม่รู้“กดนี่สินะครับ?”ไม่รอให้ตอบเซ็ทก็กดไปแล้ว เมื่อเพลงดังขึ้นไม่กี่จังหวะ เสียงบีทที่หนักหน่วงก็ตามมา จังหวะเพลงเร็วขึ้นตามเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ฟังจากทำนองแล้วเซ็ทก็ประเมินเอาเองว่าน่าจะเป็นทำนองสมัยใหม่ตามที่เคยได้ยินบ่อยๆ ทางเสียงตามสาย{กำลังทำการจดจำจังหวะ}“วิ้ว~” เสียงผิวปากดังขึ้นเบาๆ ใบหน้าทำท่าสงสารแต่จริงๆ ในใจยิ้มเยาะ “สุ่มได้เพลงยากใช้ได้เลยนะ เคยฟังหรือเต้นมาก่อนมั้ย” ...ในเพลย์ลิสต์เป็นเพลงรับน้องใหม่ทั้งนั้น เตรียมหน้าแหกต่อหน้าท่านประธานเถอะไอ้เด็กเวร!“ไม่เคยครับ” เซ็ทตอบแล้วก็เมิน จริงๆ ก็คือเขาไม่รู้หรอกว่ามาตรฐานความยากของอีกฝ่ายอยู่ตรงส่วนไหน หันกลับไปจดจ่อกับจังหวะทำนองเพลง อิฐที่โดนเมินก็เลยได้แต่ยิ้มไม่ถือสา แต่ในใจกำลังกรุ่นโกรธ“เอ้า ในเมื่อได้ฟังเพลงจบไปรอบแล้ว งั้นจะเต้นให้ดูแล้วเต้นตามนะ”“ครับ”เพลงถูกรีรันอีกหน อิฐวาดลวดลายเต้นอยู่หน้ากระจกเงาอย่างหนักหน่วงบ้าคลั่ง ไม่ได้ตั้งใจจะทดสอบเซ็ทสักนิด เขาเพียงแค่อยากแสดงฝีมือให้โชคชัยได้ประจักษ์ว่าเขาคู่ควรจะได้เดบิวต์มากแค่ไหนต่างหาก{กำลังทำการจดจำและประมวลผล}เซ็ทจ้องมองท่วงท่าที่เขาบอกไม่ได้ว่ายากตรงไหนตาไม่กระพริบ จดจำในชั่วพริบตาและให้โรช่วยย่อยข้อมูลเป็นไฟล์เล็กๆ เข้าสมองเขาอีกทางไปพร้อมๆ กัน‘แค่ฉีกแข้งฉีกขา ออกท่าหนักๆ แปลกๆ ต่อๆ กันนี่ยากเหรอโร?’{ถ้าสำหรับคุณก็คงไม่ แต่สำหรับคนธรรมดาก็น่าจะยากในระดับหนึ่ง ผมประเมินว่าส่วนที่ยากที่สุดของการเต้นคือการจับจังหวะท่ากับเสียงดนตรี ไลน์ในการเต้นและการจัดระเบียบร่างกาย ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามานั้นไม่ได้ยากเกินความสามารถของคุณ}เซ็ทคือผู้ที่รู้จักร่างกายตัวเองดีที่สุด และสามารถใช้ทุกส่วนของร่างกายในการต่อสู้ถึงตายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แค่ให้ใช้ร่างกายออกท่ากระจอกงอกง่อย ขอเพียงจดจำท่าเต้นได้ก็ไม่ต่างจากการก็อปปี้วาง และอาจทำได้ดีกว่าต้นฉบับด้วยตึง!เสียงตอนจบเพลงคือการกระทืบเข้าข้างหนึ่งลงบนพื้น หมุนตัวหนึ่งรอบแล้วทรุดนั่งในท่าเตรียมไม่ต่างจากตอนเริ่ม ก่อนที่เพลงจะเลื่อนไปเพลงอื่น เด็กฝึกก็กดหยุดเพลง อิฐเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มร่าให้โชคชัยโชว์ให้เห็นถึงความสำเร็จของตัวเอง ก่อนจะหันไปทางเซ็ทที่ยืนมองตนอยู่“เอ้า เด็กใหม่พอจะจำได้มั้ย”“จำได้ครับ”“เท่าที่ไหว เต้นได้แค่ไหนก็แค่นั้น แล้วไม่ต้องฝืนเต้นท่าที่เต้นไม่ได้ล่ะเดี๋ยวกล้ามเนื้อฉีก”“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ” เซ็ทเดินไปฝากบัตรที่ห้อยคอกับโชคชัยอย่างเส้นใหญ่ ก่อนจะเดินกลับไปที่กลางห้อง สะบัดร่างกายเตรียมความพร้อม เซ็ทย่อตัวลงอยู่ในท่าเตรียม สามวิจากนั้นเมื่อเสียงเพลงดังขึ้นร่างโปร่งก็กระโดดขึ้นตาม สองแขนสะบัดออกก่อนที่ขาจะกวาดไปด้านข้าง เส้นผมที่ปรกหน้าถูกเสียขึ้นในจังหวะที่มือต้องขยับไปด้านบน สายตาคมมองสบกับคนดูที่เป็นเด็กฝึกคนอื่นอย่างแพรวพราว รอยยิ้มกระชากวิญญาณแสดงให้เห็นกันจะๆ เพลงที่ไม่เคยฟัง ท่าที่ไม่เคยเต้น แต่สามารถก็อปปี้วางกันได้ภายในครั้งเดียวไลน์เต้นที่สมบูรณ์แบบเหมาะกับโครงสร้างร่างกายของผู้เต้น ท่วงท่าดุดันหนักแน่นและต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าเซ็ทรู้จุดสมดุลของร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี มีบางท่าที่ดูจะช้ากว่าจังหวะจริงไปเล็กน้อยแต่ไม่มีใครสังเกต และบางท่อนที่เซ็ทเปลี่ยนท่าใหม่ให้การเต้นนี้น่ามองยิ่งขึ้นไปอีกพอใกล้ท่อนจบเซ็ทก็เร่งจังหวะช่วงท้ายของตัวเองขึ้นอีกนิดตึง!เสียงกระทืบเท้าลงพื้น แต่เซ็ทไม่ได้หมุนตัวธรรมดา สองขาเป็นแรงส่งให้ร่างกายตีลังกากลับหลัง หมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบก่อนที่ร่างกายจะลงสู่พื้นด้วยท่าเริ่มต้นแบบเดิมเพลงจบลง เสียงเพลงใหม่ดังขึ้น หากแต่เด็กฝึกที่กดเครื่องเสียงให้ยังคงไม่มีสติ คนดูที่เป็นเด็กฝึกคนอื่นเองก็เช่นกัน จนกระทั่งเสียงตบมือดังมากจากโชคชัย อาการสตั้นท์ของคนรอบตัวจึงได้กระเด็นหายไป“กะ...เก่งนี่หว่า” อิฐกัดฟันชมเชย ไม่ต้องให้ใครบอกเขาก็รู้ว่าการแสดงของเขากับเจ้าเด็กใหม่นี่มันให้ระดับที่ต่างกันแค่ไหน...ไอ้ห่านี่...กะจะฉีกหน้ามัน กลายเป็นว่าฉีกหน้าตัวเองซะอย่างนั้น!“ตะ...แต่เขาไม่ได้เต้นตามพี่เป๊ะๆ นะพี่อิฐ”เด็กฝึกคนนึงช่วยแย้งกะจะหาจุดผิดของเซ็ทให้ได้ กลายเป็นว่าโชคชัยและครูสอนเต้นอีกคนที่เข้ามาแอบดูอยู่ตรงประตูตั้งนานแล้วออกตัวตอกอีกฝ่ายจนหน้าหงายแทนเซ็ทซะอย่างนั้น“เพลงเต้นหนักสี่นาที จำท่าในการดูครั้งเดียว เปลี่ยนท่าใหม่ไม่ถึงห้าท่อน แต่มองแล้วท่ากับเพลงไม่ได้ขัดกันสักนิด แถมสวยกว่าด้วย นี่ถ้าไม่ได้ดูท่าเต้นอิฐก่อนหรือตัวเองเคยฝึกมา จะบอกถึงจุดผิดของท่าได้มั้ยล่ะ” ครูสอนเต้นกวาดตามองเหล่าลูกศิษย์ “จำได้ไม่หมดก็เรื่องหนึ่ง แต่การที่จำได้ขนาดนี้ในการดูครั้งเดียวก็เพียงพอให้ออกปากชมเปาะแล้ว พวกแกมีใครทำได้บ้างหะ?”“ทุกการแสดงมีความผิดพลาดได้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่พลาดแล้วทำยังไงให้คนดูไม่รู้ว่าพลาดต่างหาก เป็นเด็กฝึกก็หัดจำข้อนี้ไว้ให้แม่นซะบ้าง” โชคชัยกล่าวสำทับ“แต่...แต่เขาอาจจะเคยฝึกเต้นเพลงนี้มาแล้วก็ได้นะครับท่านประธาน!?” เขายังคงแย้ง ใบหน้าฉายชัดถึงความไม่พอใจ ทั้งอาจารย์ทั้งประธานต่างแสดงท่าทีชื่นชมเซ็ทจนเด็กฝึกในห้องรู้สึกรับไม่ได้“เหอะ ไอ้หนูนั่นไม่เคยเต้นหรอก มันไม่เคยสนใจวงการบันเทิงด้วยซ้ำ ที่มันมายืนอยู่ตรงนี้เพราะฉันไปลากมันมาเอง ของดีมีต้องโชว์ไงวุ้ย!” โชคชัยว่าพลางหัวเราะ ไม่วายแอบเบะปากให้เซ็ทเซ็ทยักไหล่ไม่แคร์ ไม่สนใจสายตาของรอบข้าง หันกลับไปคุยกับอีกคนที่ช่วยออกหน้าให้เขา“สวัสดีครับ ผมคิดว่าคุณคงเป็นครูสอนเต้น” ไม่รอให้อีกฝ่ายถามว่ารู้ได้ยังไงเซ็ทก็รีบพูดต่อ “ถ้าคนในห้องนี้คิดว่าผมโม้ ครูช่วยเต้นอะไรก็ได้แล้วให้ผมเต้นตามได้มั้ยครับ?”“เป็นเด็กน่าสนใจนี่ เอาสิ”ครูสอนเต้นสะบัดมือไล่พวกเด็กฝึกให้ถอยไป ก่อนที่ร่างหนาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนจะพุ่งไปข้างหน้า ตีลังกาสองตลบก่อนลงสู่พื้นแล้วจึงออกท่าเต้นอย่างหนักแน่นแม้ไร้ทำนองเพลง ให้จังหวะตัวเองด้วยการใช้เสียงกระทืบเท้าเป็นบางทีเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าท่าเต้นที่ออกมาทั้งดุดันป่าเถื่อน ไม่ต่างจากดูชนเผ่าในป่าดงดิบกำรำเต้นระบำที่บ้าคลั่งท่าเต้นเพียงนาทีกว่าๆ ก็จบลง หากแต่เด็กฝึกรอบข้างลอบกลืนน้ำลายเป็นแถบ...ยากเกินไปแล้ว!“ท่าออริจินฉบับครูเอง ความยาวนาทีนิดๆ เอ้าไหนใครก็ได้มาลองสิ” เด็กฝึกร่วมสิบชีวิตในห้องทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบ ไม่มีซักคนเดียวที่กล้าสบตาเขา เห็นอย่างนั้นจึงหันกลับไปท้าทายเซ็ทแทน “ว่าไงล่ะไอ้หนู?”“จะลองดูครับ”เซ็ทว่าแล้วก็วิ่งไปตรงกลางห้องอีกหน เปิดประเดิมด้วยการตีลังกากลับหลังสองตลบ เมื่อลงพื้นมั่นคงก็เต้นต่อ ก็อปปี้จังหวะและทำนองกระทืบเท้ามาแทบจะไร้จุดผิด กระโดดเป็นกระโดด เตะเป็นเตะ กวาดเป็นกวาด ท่วงท่าง่ายกว่าเพียงเมื่อกี้ค่อนข้างมาก แต่ความรุนแรงของท่านั้นต่างกันคนละเรื่องตึงตึงตึง...ตึง!เมื่อสองเท้าหยุดลง สายตาที่เคยมองมาของคนรอบตัวก็เปลี่ยนไปเป็นหลากอารมณ์มากยิ่งขึ้น จากที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังก็ปนด้วยความนับถือในความสามารถ จากที่อิจฉาเพราะเป็นเด็กเส้นก็อิจฉาที่เซ็ทเก่งกว่าตัวเอง จะมีก็แต่สายตาของอิฐแหละที่เต็มไปด้วยความอาฆาตจนไม่มองเซ็ทก็รู้สึกได้ เซ็ทเสยผมปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามกรอบหน้า ควบคุมจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้นให้กลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน“เป็นไงล่ะสิ่งที่ฉันหามาน่ะไอ้โต๋”“หึ ในด้านการเต้นก็จัดว่ายอดเยี่ยมเลยแหละ ผ่านแบบยี่สิบเต็มสิบเลยเอ้า”ครูสอนเต้นนามว่า ‘โต๋’ เป็นทั้งครูและนักออกแบบท่าเต้นให้ JNr มานานสนิทสนมกับโชคชัยพอสมควร เพราะทั้งคู่มักจะปรึกษาเรื่องปั้นเพชรเม็ดงามกันเสมอ เรื่องของเซ็ทก็ได้ฟังโชคชัยเล่าให้ฟังแล้วว่ามันหวังในตัวเด็กนี่ไว้สูงมาก พอได้มาเห็นแบบนี้แล้วก็อยากจะเห็นอนาคตมันจริงๆ“งั้นที่เหลือก็เรื่องร้องล่ะนะ ยัยฝนล่ะ?”“เข้ามาแล้ว รออยู่ที่ห้องอัด ลากเด็กแกไปลองเสียงได้เลย ส่วนฉันขอไปสั่งสอนเด็กตัวเองก่อนก็แล้วกัน”“ตกลงตามนั้น เอ้าเอ็งออกมาได้แล้ว”โชคชัยเดินไปลากเซ็ทออกจากห้อง ทิ้งให้โต๋ดูแลเด็กฝึกที่หลายๆ คนดูท่าความมั่นใจในตัวเองจะหดหายไปไม่ใช่น้อย ถึงกระนั้นครูโต๋ก็ยังคงขยี้บาดแผลที่สดใหม่ด้วยพริกเกลืออันแสบร้อน“ไอ้เด็กนั่นประธานโชคป็นคนเห็นแววแล้วชวนเข้ามาฝึกด้วยตัวเอง จะบอกว่าเหมือนเด็กเส้นก็ไม่ผิด แต่เด็กเส้นไม่ได้จำเป็นต้องกาก ถ้ามั่นใจในตัวเองกันจนลืมไปว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ชาตินี้ทั้งชาติก็ยังหวังจะประสบความสำเร็จเลย”อิฐกัดฟัน สะบัดหน้ากลับไปซ้อมเต้นที่หน้ากระจกด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด!คิดจะแซงหน้าเขา...ไอ้เด็กห่านั่น...มันต้องโดนดี!
“ผลทดสอบเต้นเป็นไง?”“ผ่านฉลุย เก่งนี่หว่า กั๊กไว้เยอะนะเอ็ง”“เหรอ ไม่เห็นรู้เลย”เห็นท่าทางสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรสลักสำคัญของเซ็ท โชคชัยก็อยากจะยันมันลงพุ่มไม้ข้างหน้าต่างสักที ไม่เสียเวลาคิดอย่างเดียวยกขาเตรียมถีบ แต่เซ็ทก็หลบง่ายๆ โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองด้วยซ้ำ โชคชัยที่ถีบพลาดเป้าก็เซจนเกือบล้ม ดียังตั้งหลักได้ ฟันขาวขบกันด้วยความไม่พอใจ สุดท้ายก็ได้แต่ส่งเสียงหึไม่พอใจอยู่ในคอ“แล้วต้องไปไหนต่อ?”“ต่อที่ร้องเพลงไง อันนี้ได้กั๊กไว้มั้ย?”“ไม่รู้ไม่ตอบ”เซ็ทไม่ได้กวนตีน เพียงแต่ไม่รู้จริงๆ ไม่ว่าจะชาติก่อหรือชาตินี้เซ็ทก็ไม่เคยร้องเพลง หวังว่าความสามารถในการจดจำและการควบคุมทุกส่วนในร่างกายตัวเองคงจะพอช่วยอะไรเขาได้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ขอให้ตัวเองไม่ร้องเพี้ยนเหมือนเสียงเป็ดล่ะนะแต่โชคชัยตีความไปว่าเซ็ทกั๊กความสามารถเอาไว้ ทั้งยังคาดหวังว่ามันจะออกมาเพอร์เฟ็กต์อย่างที่ต้องการ{...ผมว่าไม่หวังน่าจะดีกว่านะ}
'อย่าไปอิจฉาใครเลย เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเถอะ'