มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 127 เปิดเผยพลังที่แท้จริง

            "เจ้าหนุ่มนี่คงมิใช่มีพลังฝีมือเพียงแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดที่แสดงให้เห็นเป็นแน่แท้ ท่าร่างและทักษะยุทธช่างน่าสนใจ เห็นทีต้องรีบกำจัดและหาทางแย่งชิงรีดเค้นทั้งท่าร่างและทักษะยุทธเหล่านี้มาคงจะมีประโยชน์มิน้อย และเห็นทีควรรีบตัดไฟแต่ต้นลมรีบกำจัดเจ้าหนุ่มนี้ซะ หากปล่อยให้เติบใหญ่ไปกว่านี้มิทราบจะยิ่งน่ากลัวปานใด"

     

            ด้วยตนนั้นอยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นต้นจึงมิใคร่เห็นใครอยู่ในสายตา เนื่องจากหากมิใช่ในดินแดนที่จากมาหรือมิใช่พวกตาแก่ตายยากและระดับผู้นำเหล่านั้น ตนก็มิเคยกริ่งเกรงผู้ใด

     

            หลังจากหลบหนีมาจากดินแดนนั้น เมื่อฟู่ดาซิงผ่านเข้ามายังเขตอาณาจักรเนตรอสูรและตลอดทางที่ผ่านมาจากการสำรวจพบว่า มิมีผู้ใดที่มีฝีมือเหนือล้ำกว่าตน ฟู่ดาซิงจึงคิดที่จะตั้งรกรากยึดครองพื้นที่แถบนี้เพื่อสร้างอิทธิพลต่อไป ยามนี้เมื่อพบเห็นบุรุษหนุ่มที่แสดงระดับปราณเพียงปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดแต่กลับ สามารถสังหารองครักษ์ซ้ายขวาได้ด้วยท่าร่างพิศดาร และท่าโจมตีที่มีพลังอันรุนแรงยิ่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณราชันย์จึงมีความสนใจและมีความคิดที่จะครอบครองท่าโจมตีและท่าร่างที่เห็น หากสามารถรีดเค้นออกมาได้

     

            จากพลังโจมตีของบุรุษหนุ่มถึงจะรวดเร็วและรุนแรงแต่หากแม้นเพียงมีสองร่างนี้ ฟู่ดาซิงคิดว่าการที่ตนจะรับมือนั่นยังง่ายดายยิ่ง ฟู่ดาซิงจึงร่อนกายลงเบื้องหน้ามองดูกังหลงซึ่งบัดนี้กำลังใช้พลังปราณดูดแหวนมิติขององครักษ์ทั้งสองที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้าเข้าสู่อุ้งมืออย่างรวดเร็วคล้ายมิเห็นตนอยู่ในสายตา สร้างความเคียดขึ้งให้แก่ฟู่ดาซิงจนแค่นเสียงพร้อมกล่าว

     

            "เฮอะ..มิคิดว่าด้วยระดับยุทธแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดกลับหยิ่งทรนงถึงเพียงนี้  คงจะเป็นเคล็ดวิชาและท่าร่างอันประหลาดพิกลนั้นถึงทำให้การโจมตีรุนแรงขึ้น หากเจ้าอยากตกตายแบบมีร่างกายที่สมบูรณ์ จงส่งเคล็ดวิชาท่าร่างที่สามารถแยกกายและเคล็ดการโจมตีที่รุนแรงนั้นมาให้ข้า ข้าจะให้ความสะดวกแก่เจ้า "

     

            กังหลงหันไปมองสำรวจฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาเย็นชาอีกครั้ง คนผู้นี้ถึงกับมีระดับปราณที่สูงส่งถึงขนาดระดับครึ่งก้าวสู่ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นต้นดังที่ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหยางกล่าวไว้มิมีผิด


             นี่นับเป็นคราแรกที่ตนได้พบเจอยอดฝีมือสูงส่งระดับนี้มิทราบว่าคนผู้นี้ฝึกปรือมาเช่นไร ในอาณาจักรเนตรอสูรตนมิเคยได้ยินบิดาหรือใคร ๆกล่าวถึงยอดฝีมือระดับนี้ว่ายังมีอยู่จริง...หรืออาณาจักรเนตรอสูรเล็กกระจ้อยร่อยจนเกินไป...หรือคนในอาณาจักรเนตรอสูรอาจอ่อนแอจนเกินไป..ในโลกอันกว้างใหญ่นี้แท้จริงเป็นเช่นใดการจะเอาชนะยอดฝีมือระดับนี้คงมิใข่เรื่องง่ายดายตนแม้จะมีท่าร่างและท่าไม้ตายหลายอย่างแต่ประสบการณ์การต่อสู้ยังนับว่าอ่อนด้อยคงต้องคิดหาวิธีต่อสู้และเดิมพันกับความสามารถของตนทั้งหมดในการต่อสู้ครานี้แล้ว..หลังครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ จึงสงบสำรวมใจกล่าวถามขึ้น

     

           "ท่านคงมิใช่คนในอาณาจักรเนตรอสูรกระมัง...ในอาณาจักรเนตรอสูรยังมิเคยมีใครกล่าวถึงยอดฝีมือระดับท่านมาก่อน..ท่านมาจากที่ใดกัน..?"

     

           "ฮ่า  ฮ่า  ฮ่าข้าย่อมมิใช่คนในอาณาจักรของเจ้า..อาณาจักรอันต้อยต่ำเช่นนี้ย่อมมิอาจมีผู้มีระดับพลังยุทธเฉกเช่นข้าอย่างแน่นอน  ส่วนข้าจะมาจากที่ใดนั้นรอให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปก่อนแล้วค่อยไปแสวงหาคำตอบเอาเอง  เจ้ายินยอมที่จะเป็นหยกแหลกราญแต่มิยอมเป็นกระเบื้องที่สมบูรณ์กระมังถึงมิยินยอมบอกเคล็ดวิชาท่าร่างที่เจ้าใช่ก่อนหน้านี้ "

     

           "วูบ"

     

           "คุณชายของมีค่าทุกอย่างในที่นี้พวกเราได้รวบรวบไว้หมดสิ้นแล้ว...งะ..พลังนี้...ระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงคราม..!!"

     

           ผุ้อาวุโสทั้งสามพุ่งทะยานมาแต่ไกลพร้อมเสียงบอกกล่าวแก่กังหลงเมื่อเข้ามาใกล้จึงเริ่มสัมผัสได้กับพลังกดดันอันยิ่งใหญ่ ที่มิเคยพบเจอมาก่อนเป็นระดับที่รู้สึกว่าตัวเองนั้นด้อยค่าดุจมดปลวกที่เจอกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรงถึงกับหวาดหวั่นตัวสั่นงันงก

     

           "หรือจะเป็น...ฟู่ดาซิง." 

     

           "หากเป็นเช่นนั้นคงแย่แล้ว..ด้วยพลังปราณที่ปลดปล่อยออกมาระดับนี้แม้แต่พวกเราทั้งสามจะลงมือพร้อมกันก็คงมิอาจต้านทานได้เกินสิบกระบวนท่า"

     

           กังหลงเห็นความตระหนกและความกังวลของผู้อาวุโสทั้งสามแย้มยิ้มและกล่าว

     

           "พวกท่านไปเฝ้าคุ้มครองดูแลโกวเนี้ยวทั้งสองทางนี้ปล่อยให้ข้ารับมือเอง หากแม้นเกินกำลังของข้าพวกท่านรีบพาแม่นางทั้งสองหลบหนีกลับไปยังตระกูลหยาง"

     

           ขณะที่ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลหยางกำลังประหม่าลังเลหวาดหวั่นอยุู่นั่นเสียงกังหลงได้กล่าวกระตุ้นขึ้นทั้งสามหันไปเห็นสตรีสองนางกำลังนั่งพิงก้อนศิลาอยู่ด้านข้างอย่างอ่อนแรงทั้งสามรีบพุ่งกายเข้าไปหาในทันที

     

           "คุณหนูเป็นอย่างไรบ้าง ?"

     

           "แม่นางนงคราญสุรางค์สวรรค์มิทราบเป็นอย่างไรบ้าง?" 

     

           "ดีขึ้นแล้วหลังจากได้กลืนกินโอสถรักษาอาการบาดเจ็บของคุณชายกังหลง .." 

     

           ฟู่ดาซิงได้ยินชายชราทั้งสามกล่าวถึงก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดคนประดานี้ถึงกับกล้าบุกมาทำลายฐานที่ตั้งและเก็บกวาดทรัพย์สินที่กลุ่มพยัคฆ์โลหิตรวบรวมสะสมไว้ทั้งหมดเมื่อเป็นเช่นนี้บริวารทั้งหมดของตนที่หายไปคงมิมีใครอยู่ดีเป็นแน่แท้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ถึงกับสร้างความโกรธเกรี้ยวอย่างสุดขีดฟู่ดาซิงแผดร้องคำรามก้อง

     

           "ฮึ่ม..พวกเจ้าทุกคนอย่าได้คิดหมายออกไปจากที่นี่..!!"

     

           พลังระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงครามแผ่กระจายออกอย่างท่วมทันปีกยุทธปรากฎออกกระพืออย่างรวดเร็วพร้อมพุ่งเข้าหากังหลงดุจกระสุนหลุดจากแหล่ง

     

           "ฟิ้วววว..!!"

     

           "พยัคฆ์หฤโหด..!!"

     

           "วูบบบบ.."

     

           กังหลงจ้องมองร่างที่เคลื่อนเข้ามาอย่างเย็นชาชายหนุ่มก้าวย่างด้วยเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยทำให้การพุ่งโจมตีของฟู่ดาซิงผิดพลาดสิ่งที่ท่าโจมตีจู่โจมไปเป็นเพียงอากาศธาตุ

     

           "งะ..!!.นับว่ามีความสามารถเหนือกว่าระดับปราณที่แสดงมากมายยิ่ง...ท่าโจมตี"พยัคฆ์หฤโหดของข้าแม้แต่ปราณราชันย์ก็มิอาจจะหลบพ้นได้..เจ้าสมควรภาคภูมิใจได้ที่ทำให้ข้าต้องงลงมือย่างจริงจังแลัว..ดูซิครานี้เจ้าจะหลบรอดไปได้เช่นไร"

     

           "พยัคฆ์อัสนีพิฆาต..!!"

     

           การโจมตียิ่งรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัวจนแทบมองมิทันปรากฎพยัคฆ์สีขาวรูปร่างใหญ่โตที่กายห้อมล้อมด้วยประกายสายฟ้าสีขาว พุ่งเข้าโจมตีกังหลงรัศมีพลังอันรุนแรงกวาดออกทำลายล้างทางเบื้องหน้าจนราบเรียบเป็นหน้ากลอง

     

            กังหลงเห็นเช่นนั้นคิดว่าครานี้มิอาจปกปิดพลังอันแท้จริงได้แล้วเพื่อความปลอดภัยจึงเก็บสร้อยปิดชีพจรซ่อนลมปราณไว้เรียกปีกยุทธออกมาพลังเพิ่มขึ้นอย่างกระทันหัน ระดับพลังที่แท้จริงจึงได้เปิดเผยสู่สายตาของทุกคน และหลบการโจมตีอันรุนแรงของฟู่ดาซิงไปได้ในชั่วพริบตา เหินบินขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับฟู่ดาซิงเมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสามและฟู่ดาซิงสัมผัสได้ถึงพลังที่เปลี่ยนไปจนต้องอุทานออกมา

     

           "พรึ่บ..!!"

     

           ผู้อาวุโสทั้งสาม

     

           "งะ..!!..ปีกยุทธ...ปราณราชันย์ระดับแปดขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุด..!!"

     

           ฟูดาซิง

     

           "เหอ..ๆ..ๆ..ที่แท้ก็เป็นราชันย์คนหนึ่งมิน่าถึงสามารถสังหารองค์รักษ์ทั้งสองได้อย่างง่ายดายด้วยวัยเพียงแค่นี้ถึงกับมีระดับยุทธถึงปราณราชันย์นับว่าเหนือความคาดหมายของข้ายิ่งเจ้านับเป็นอัจฉริยะได้เต็มปากเลยเจ้าหนุ่มคำร่ำลือถึงความอ่อนด้อยของอาณาจักรนี้คงมิใช่จะเป็นความจริงแล้ว...ช่างน่าสนใจ..ช่างน่าสนใจยิ่ง อาณาจักรนี้ยังมีอะไรที่คาดไม่ถึงอีกมากมายเท่าไรกันนะ."