....ลูกหน้าไม้ของเนฟวี่ พุ่งเข้าใส่ตั๊กแตนปีศาจบ้าง คราวนี้มันร่วงจากหลังม้า เป็ทิวแถว
บ่วงบาศก์ ในมือของโตเลโด้ แหวกอากาศตัดหัวตั๊กแตน ตัวแล้วตัวเล่า
อ๊อคคิว ใช้แสงที่ขนแผงคอม้าสีน้ำตาล แทนแสงตะวัน ในเวลากลางคืน ประกายแสงสีน้ำตาล ส่องผ่านแว่นขยาย พุ่งเข้าใส่ตั๊กแตนปีศาจ เผาไหม้ไปหลายตัว
ดาบในมือของอาร์มเมอร์ ปะทะเข้ากับดาบ ปีศาจตั๊กแตน ทับทิมที่ดาบฉายวับ เผาพวกมันไหม้เกรียม ไปหลายตัวเช่นเดียวกัน
แสงสีขาวของก้อนเทียน ค่อยๆกระจายไปทั่วบริเวณ ตั๊กแตนปีศาจที่ตาย ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีก
พวกมันจึงร่อยหลอลงในพริบตาเดียว พวกที่เหลือจึงขี่ม้า หนีหายไปในความมืด
" พวกเราจะบุกเข้าบ้านผู้เฒ่า ดีไหม " อ๊อคคิว ขอความเห็น
" อย่าเพิ่ง ดีกว่า ผู้เฒ่าตั๊กแตน ไม่ยอมปรากฏตัว มันต้องมีแผนอะไรแน่ " อาร์มเมอร์ คาดเดา
ใกล้สว่าง อันโตนีโอ ทั้งสี่ จึงถอยกลับไป ทีู่เาเทียนหยด
" เป็อย่างไรบ้าง สังหารผูู้เฒ่าตั๊กแตน ได้ไหม " โอลิเวีย เอ่ยถามทันที ที่พบหน้าคนทั้งสี่
" ไม่ง่าย อย่างนั้น หรอก แม่หนูโอลี่ " โตเลโด้ กล่าวด้วยเสียงหยอกเย้า
ไม่ต้องรอให้ใครถามต่อ ชายหนุ่มจากลุ่มน้ำโดรู่ เล่ารายละเอียด ของการเข้าเมืองตั๊กแตน ให้สามสาวฟัง
" ผู้เฒ่าตั๊กแตน มันเ้าเล่ห์ ไม่เบา " ตั๊กแตน หนุ่มใหญ่ กล่าว
" การเข้าเมืองครั้งนี้ ทำให้เรามีทางที่จะสู้กับผู้เฒ่าตั๊กแตน ได้ " เนฟวี่ กล่าวอย่างมั่นใจ ขึ้นกว่าเก่า
ทั้งสี่คน กลับเข้าที่พักในถ้ำ เพื่อพักผ่อนเอาแรง
ท้องฟ้า ทมึนด้วยเมฆฝน บ่งบอกว่าฝนจะตกในไม่ช้า เต่าทองบินไปบอก ให้ครอบครัวตั๊กแตน มารวมกับอันโตนีโอ ทั้ง 7 ที่ถ้ำ
" ข้ารู้สึกว่า พายุฝนที่จะตก ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ " เต่าทองบอกลางสังหรณ์
" หมายความว่า อย่างไร " ตั๊กแตนเทียนเช้า สงสัย
" ข้าสงสัยว่า จะเป็ฝีมือของผู้เฒ่าตั๊กแตน " เต่าทอง กล่าว
ลมเริ่มพัดแรงขึ้น จนสายลมบางส่วน พัดเลยเข้ามาในถ้ำ
ไอริส ปลดเชือกจากรถม้า ให้ม้าขาวคู่เข้ามาพักในถ้ำ กับม้าอีกสี่ตัว และม้าน้ำตาลคู่ของครอบครัวตั๊กแตน
ในถ้ำจึงมี สิบเก้าชีวิต ไม่ถึงกับแออัด พอมีที่ให้พักผ่อนได้
ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้ำที่พวกเขาอยู่ น้ำไม่สามารถไหลเข้ามาได้ เพราะอยู่สูงกว่าพื้นราบ
วันกับคืนผ่านไป ฝนไม่มีทีท่าว่าจะอยู่ตก
" ถ้าฝนตก อยู่อย่างนี้ น้ำจะต้องสูงขึ้นมา ท่วมถ้ำที่เราอยู่แน่นอน " ไอริส กล่าว กังวลใจ
" ทุกชีวิต มีอาหารประทังได้ไม่เกิน สองวัน จะทำอย่างไรดี " เทียนหอมรู้สึกกังวล
" พี่เต่าทอง พอบินสำรวจไหวไหม " อาร์เมอร์ หารือ
เต่าทองบินออกไป ท่ามกลางฝนตกหนัก ปีกสีทองส่องแสงเเข่งกับความมืด และบินหายลับไปในอากาศ
ฝนตกตลอดวันคืน ทำให้แสงตะวัน ไม่สามารถจุดเทียนให้สว่างได้ หุบเขาเทียนหยด จึงปกคลุมด้วยความมืด
เต่าทองบินกลับมา ต้องให้ทุกชีวิตอพยพ ออกจากถ้ำที่อยู่เดิม เพราะสายน้ำทั่วทั้งหุบเขา เริ่มมีปริมาณมากขึ้น ทำให้น้ำขัง อยู่ในแอ่งพื้นราบ ที่พวกเขาพักอาศัยอยู่
" มีถ้ำที่ใหญ่กว่านี้ อยู่เนินเขาสูงขึ้นไปจากนี้หน่อย ม้าของเราพอจะไต่ขึ้นไปได้ " เต่าทอง กล่าว
ไอริส ผูกเชือกรถ กับม้าขาวคู่ รถม้าของครอบครัวตั๊กแตน เตียมพร้อมอพยพ
ขบวนม้าและรถม้า ลุยพายุฝนที่ตกกระหน่ำ ไต่ขึ้นเขาอย่างทุลักทุเล ต้องใช้เวลาทั้งคืน กว่าจะมาถึงถ้ำ ที่อยู่สูงกว่าถ้ำเดิม ใกล้กับช่องปากทางเข้าหุบเขาเทียนหยด
ทุกชีวิต เปียกฝนชุ่มไปทั้งตัว แสงของม้าทั้งหก และแสงจากปีกเต่าทอง ช่วยไล่ความมืดในถ้ำ แต่ไม่ช่วยให้ความร้อน
เนฟวี่กับอ๊อคคิว จึงก่อกองไฟ เพื่อให้ความอบอุ่น สามสาวพอหาที่กำบังภายในถ้ำ เพื่อเปลี่ยนเครื่องเเต่งกาย ที่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน
สามวันสามคืน สำหรับพายุฝน ที่กระหน่ำทั่วทั้งหุบเขา โตเลโด้กับ
อาร์มเมอร์ หาอาหารมาได้เพียงผลไม้ พอสำหรับมนุษย์เจ็ดคน กับตั๊กแตนสามชีวิต
ยังไม่ทันที่ทุกชีวิต จะตั้งตัว บนเวหาดำทมึนด้วยลมหายใจมรณะ พวยพุ่งมาหาพวกเขา อย่างรวดเร็ว
อันโตนีโอ ทั้ง 7 พยายามตั้งจิตให้มั่น สวดภาวนา ก้อนเทียนไข่มุกสีขาว เปล่งแสงต่อสู้ กับลมหายใจมรณะ
ต่อสู้กันอยู่นาน ไม่มีทีท่าว่า ใครจะเพลี่ยงพล้ำ
ไอริส จึงชูกระบี่แห่งดาวเหนือ ตั้งจิตอธิษฐาน สวดภาวนา แล้วชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ
แสงจากกระบี่ดาวเหนือ เริ่มกระจายออก เป็แถบสีรุ้ง รายล้อมก้อนเทียนไข่มุกหิมะ
รัศมีของสายรุ้ง ที่มาจากกระบี่ดาวเหนือ รวมกับรัศมีก้อนเทียนไข่มุกหิมะสีขาว ช่วยกันขับไล่ ลมหายใจมรณะ ให้หนีหาย กลับไปทางที่พวกมันมา
ก้อนเทียนทั้ง 7 จึงหล่นลงสู่มือ ของพวกเขาเหมือนเดิม
หุบเขาเทียนหยด กลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง
เนฟวี่กับ อ๊อคคิวลาร์ ได้ปลาเทียน มาจากลำธาร เป็อาหารอีกมื้อ ในเช้าวันที่สดใสหลังพายุฝน ที่มาจากอิทธฤทธิ์ ของผู้เฒ่าตั๊กแตน ได้หมดไป
" ผู้เฒ่าตั๊กแตน ร้ายกาจจริงๆ " โอลิเวียเอ่ย หลังจากอิ่มท้อง จากปลาที่แสนเบื่อแล้ว
" คืนนี้ เราต้องเผด็จศึก ให้ได้ เราผู้หญิงสามคน จะร่วมเดินทางไปกับพวกท่านด้วย " ไอริส กล่าว
อาร์มเมอร์ จึงให้เต่าทอง คอยอยู่คุ้มกัน ครอบครัวตั๊กแตน ที่หุบเขาเทียนหยด
ภายในตัวเมืองตั๊กแตน ในยามค่ำคืนนี้ ทุกบ้านไร้แสงไฟ เหมือนคืนก่อน ตามถนนไม่มีคบไฟ คอยให้ความสว่าง
ผู้เฒ่าตั๊กแตน เหมือนกับเตรียมรับศึก กับ อันโตนีโอ ทั้ง 7 อย่างเต็มกำลัง
พวกเขาเดินทางมาอยู่หน้าบ้าน ผู้เฒ่าตั๊กแตน ไม่มีสิ่งใดๆ เคลื่อนไหว เหมือนกับเป็เมืองร้าง
ประตูบ้านค่อยๆ เปิดออก ตั๊กแตนเฒ่า ได้ก้าวเดิน ออกมาที่ปากประตู
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีฤทธิ์เดช สภาพเหมือนกับ ผู้เฒ่าวัยชราทั่วไป
เสียงหัวเราะ อย่างผู้มีอำนาจ ดังออกจากปากของผู้เฒ่า
" ห้าๆๆ พวกเ้านะรึ จะมาปราบข้า"
แขนขาที่ยาว เก้งก้าง ของเผ่าพันธุ์ตั๊กแตน เคลื่อนไหวไปมา
สายลม เริ่มพัดแรงขึ้น ผ้าคลุมกาย ของแต่ละคนปลิดสะบัด ขนแผงคอม้า ปลิวสะท้อนแสงตัวเอง
แต่หน้าแปลก แสงเปลวเทียน ภายในบ้านของผู้เฒ่าตั๊กแตน กลับสงบนิ่ง ไม่ได้เคลื่อนไหว ตามกระแสลม แม้แต่น้อย
ลมหายใจมรณะ ของผู้เฒ่าตั๊กแตน เริ่มก่อตัวอีกครั้ง คราวนี้กลับไม่ใช่ หมอกควันสีดำ
แต่กลับเป็สีแดงเืนก ม้วนตัวในอากาศ เป้าหมายอยู่ที่พวกเขา อันโตนีโอ ทั้ง 7
กระบี่แห่งเทือกเขาดาวเหนือ ถูกเ้าของชูขึ้น เหนือศีรษะ พร้อมกับอาวุธอื่นๆ และก้อนเทียนไข่มุกสีขาว เริ่มปรากฏอีกครั้ง
" คิดว่า อาวุธขี้ปะติ๋ว จะทำอะไรข้าได้รึ " ตั๊กแตนเฒ่า ปรามาส
ลมหายใจมรณะสีแดงเืนก ม้วนตัวดั่งเสือดาว พุ่งเข้าใส่ อันโตนีโอ ทั้ง 7 หมายขย้ำ ให้สิ้นชีพ
อาร์มเมอร์ กับโตเลโด้ ขี่ม้าตีวงให้กว้างขึ้น เพื่อจะใช้ดาบ และบ่วงบาศก์ ได้ถนัด
เนฟวี่กับอ๊อคคิวลาร์ ขี่ม้ามาทางซ้าย ขนาบอีกข้าง เป็ครึ่งวงกลม
สายรุ้งจากกระบี่ดาวเหนือ แสงทับทิมจากดาบของอาร์มเมอร์ และแสงสีน้ำตาล ที่ส่องผ่านแว่นขยายของอ๊อคคิวลาร์
ลูกหน้าไม้ ของเนฟวี่ ต่างตรึงให้ลมหายใจมรณะ อยู่ตรงกลาง ขยับไปไหนไม่ได้
ไอริส ขยับให้นาตาลี มาจับเชือกบังคับม้า เพื่อเธอจะได้ ใช้พลังจากกระบี่ ได้อย่างถนัด
โอลิเวีย ชูคฑาหยก ขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีม่วง พุ่งเป็ลำแสงตรง ร่วมกับรัศมีของอาวุธ ของคนอื่น
ลมหายใจมรณะ สีแดงสดเืนก ที่แปลงร่างเป็เสือดาว ร้องเสียงโหยหวน เมื่อถูกอาวุธของ อันโตนีโอ ทั้ง 7 แต่ยังไม่สามารถ สยบมันได้
ผู้เฒ่าตั๊กแตน ขยับกายอีกครั้ง ลมหายใจมรณะ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง เป็ควันสีน้ำเงินดำ แปลงกายเป็เสือดาวอีกตัว
พุ่งกระโจนเข้าช่วย ลมหายใจมรณะ สีแดงเืนก ที่ถูกอันโตนีโอ ทั้ง 7 ตรึงอยู่ในอากาศ
ก้อนเทียนไข่มุกหิมะ หมุนตัวในอากาศ เข้าสกัดลมหายใจมรณะ สีน้ำเงินดำ
โอลิเวีย ขยับคฑา ให้รัศมีสีม่วง พุ่งไปยังลมหายใจมรณะ สีน้ำเงินดำ เพียงแต่ตรึงมันไว้ได้เท่านั้น
ยังไม่สามารถ ทำให้ลมหายใจมรณะ ทั้งสองสลายไปได้เลย
" พวกเ้า มันเพิ่งเด็กอ่อนหัด จะสู้ข้าไหวหรือ " ตั๊กแตน เฒ่า กล่าวอย่างเชื่อมั่น ในตัวเอง มันขยับกายเป็ครั้งที่สาม
ลมหายใจมรณะ ตัวที่สาม เริ่มก่อตัวขึ้น เป็กลุ่มควันสีดำทมึน ลอยตัวคลุมทั่วบริเวณนั้น ทั้งหมด
" อาร์มเมอร์ ต้องถอย ออกจากที่นี่ก่อน พวกเรายังสยบมันไม่ได้หรอก "
เป็เสียงของม้าสีทอง เตือน
" นาตี้ ขับรถม้ากลับไปทีู่เาเทียนหยด " อาร์มเมอร์ ร้องบอกเพื่อนสาว
นาตาลี เร่งฝีเท้าม้าขาวคู่ ให้วิ่งเต็มฝีเท้า แสงสีม่วงจากคฑาหยก และสายรุ้งจากกระบี่ดาวเหนือ ยังตรึงลมหายใจมรณะ ให้อยู่ที่หน้าบ้าน ของผู้เฒ่าตั๊กแตน