กองทัพที่เคลื่อนพลกลับมาจากเมืองถังซงได้กลับเข้ามายังเมืองไป๋เฟ่ยในเช้าวันถัดมา
เหล่าผู้คนทั้งชายหญิงผู้เฒ่าคนแก่เด็กเล็กเด็กน้อย ต่างตื่นใกับภาพที่เห็นตรงหน้า ทหารที่นำเสด็จไป ได้กลับกันมาไม่ครบทุกนายแต่หากมีเฉลยศึกติดมากับขบวนแทนการรอบเข้าไปตีเมืองไม่ได้ง่ายดายไปเสียทุกอย่างมีทหารล้มตายไปก็ใช่น้อยไม่ว่าจะฝั่งไหนก็เกิดการสูญเสียไม่ต่างกัน
" องค์หญิงเสด็จมาขอรับใต้เท้า"
ขุนนางผู้หนึ่งวิ่งมาบอกกล่าวต่อหานจวินเฉียวผู้เป็ฮ่องเต้ของเมืองท่ามกลางเสนาบดีและขุนนางชั้นสูงกำลังประชุมหารือกันกับเื่ที่ลี่จางิ่ได้กระทำลงไปเกิดข้อถกเถียงต่างๆนาๆใหญ่โตจนในวังนั้นสั่นคลอน
" ถวายบังคมเพคะท่านพ่อ "
ลี่จางิ่เดินเข้ามาอย่างไม่สนใจสายตาต่างๆที่มองมายันเธอด้วยความแค้นเคือง
ข้างๆกายมีท่านอาของเธอเฉินอวี้เหลียนยืนคู่กันไม่เกรงกลัวผู้ใดถึงแม้ตนจะมากันแค่สองคน
" เ้ายังมีหน้ามาที่นี่ได้อีกงั้นรึยัยลูกนอกคอก"
" ขอบพระทัย ที่ทรงกล่าวถามเพคะ"
" ข้าไม่ได้กล่าวถามเ้าข้ากำลังด่าทอเ้าต่างหากละยังจะทำเป็ไม่รู้ฟ้ารู้ดินตีหน้าซื่อ
เ้าคิดว่าเ้าทำดีนักรึไร "
ฮ่องเต้หานจวินเฉียวคว้ากาน้ำชาที่วางอยู่ข้างตัวโยนใส่ลี่จางิ่แต่ชินอ๋องเฉินอวี้เหลียนก็มาบังไว้ให้ ทำให้น้ำร้อนโดนแค่แขนเสื้อของเขา
" สาสมแก่ใจเ้าแล้วรึยังพวกเ้าทั้งสองคนมันปีศาจ เหตุใดพวกเ้าไม่ตายๆไปสักที "
ฮองเฮาองค์ปัจจุบันไป๋เซียนหงลุกยืนมาด่าทอทั้งสองคนตามฮ่องเต้หานจวินเฉียวที่กำลังโกรธจัด
" พูดจบรึยังเพคะ "
" อึก...เ้าบังอาจนัก ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปทหารนำตัวทั้งสองไปปะาชีวิต ด้วยการแคว้นคอหน้าประตูวังให้ผู้คนได้เห็นซะ"
ฮ่องเต้หานจวินเฉียวสุดจะทนกับเื่ที่เกิดขึ้นเพราะการกระทำเช่นนั้นมันคือการหักหลังผู้ที่ไว้ใจตน และขี้ขลาดเกินกว่าจะรับไหว ชื่อเสียงไม่ดีทำให้ไม่อยากมีใครหน้าไหนกล้ามาคบค้าสมาคมด้วยกลัวจะโดนหักหลังเยี่ยงเมืองถังซง
" ทหารไม่ได้ยินที่ข้าสั่งรึไงนำตัวสองคนนี้ไปปะา "
ไม่มีใครเข้ามาหรือแม้แต่เสียงขานรับต่อคำสั่งของฮ่องเต้หานจวินเฉียว
"นี่มันอะไรทหารหายหัวไปไหนกันหมด "
ฮองเฮาเริ่มวิตกกังวล
" พวกท่านสั่งผู้ใดกันเพคะทหารของท่าน
หรือของข้าทั้งด้านในและนอกก็ต่างเป็คนของข้า
เช่นนี้แล้วท่านก็ไม่มีอำนาจในเมืองนี้แล้วเพคะ ท่านพ่อ "
" นี่เ้าาา หรือว่า "
" เพคะ..ข้าก่อฏ "
" อึก..ลี่จางิ่น "
" ลงมาได้รึยังเพคะ นั่นมันไม่ใช่ที่ของท่านอีกต่อไปแล้วนะเพคะ
หากมีใครขัดข้อง หรือคัดค้านก็จงก้าวออกมา
ข้าจะได้ส่งพวกเ้าลงหลุมให้หมด"
ลี่จางิ่หันหน้ามองไปที่เหล่าขุนนางที่กำลังยืนอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่างพากันหวาดกลัวเกินกว่าจะกล้าคัดค้านใดๆ
" นังลูกชั่ว ข้าน่าจะไล่ทั้งแกและแม่ของแกไปั้แ่ตอนนั้นงูพิษยังไงก็เป็งูพิษไม่ว่าจะเลี้ยงให้อยู่ในกรงอย่างไรมันก็ไม่สามารถลบความจริงที่ว่ามันมีพิษร้ายได้ "
"งูที่มีพิษมันก็ยังรักลูกนะเพคะ แต่ท่านทั้งไม่รักและยังจะทำร้ายคิดว่าการที่ท่านเอาดาบมาฟันผู้อื่นแล้วผู้อื่นจะเอาดอกไม้มอบให้กลับรึเพคะ ช่างไร้หัวคิด "
" ลี่จางิ่เ้าต้องได้รับความทรมานกับสิ่งที่เ้าได้กระทำลงไปเป็แน่ "
ฮองเฮาไป๋เซียนหงกล่าว
" หากข้าต้องลงนรกพวกท่านมีรึจะได้สุขสบาย
เอาล่ะท่านพ่อท่านจะเลือกทางไหน ระหว่างโดนเนรเทศออกจากวังไปหรือ ยอมให้ข้าขึ้นเป็จักรพรรดินีเสมอเทียบเท่ากับท่าน และมีสิทธิ์ทุกประการเหมือนกันกับท่าน"
" อึก!! เ้าพูดบ้าอะไรของเ้า
เฉินอวี้เหลียนทั้งหมดเป็เพราะเ้าสินะ ถือหางจนไม่เคารพแม้กระทั่งพ่อของตน แล้วยังทำอะไรตามอารมณ์จนทำให้บ้านเมืองต้องเดือดร้อน"
ฮ่องเต้หานจวินเฉียวกล่าวโทษเฉินอวี้เหลียนที่คอยหนุนหลังลี่จางิ่จนเคยตัว
"เหตุใดท่านพี่ถึงไม่ย้อนมองตนเองบ้างล่ะ
ท่านไม่เคยโทษตัวเองเลยมีแต่หาทำแต่สิ่งที่เห็นแก่ตัวมันถึงได้มาจบลงเช่นนี้ "
" อย่ายื้อเวลาสิเพคะท่านก็รู้ว่ามันเปล่าประโยชน์ จงเลือกมาซะ จะออกไปตายอย่างหมาข้างถนนหรือยอมเป็หุ่นเชิดของข้า "
" ข้าา...อึก นี่มันบ้าสิ้นดี"
" ฝ่าาเพคะ อย่าไปยอมนะเพคะ" ไป๋เซียนหงกล่าวคัดค้าน
" ไม่ยอมแล้วจะให้ข้าทำเช่นไรลูกชายเราเหว่ยเซียนจาง ก็ไม่อยู่ในเมืองตอนนี้ช่างทำตัวไร้สาระไปวันๆแถมโง่เขลาหากจะต้องเสียบัลลังก์ข้าก็จะขออยู่บนบัลลังก์ปลอมๆนี้ยังดีเสียกว่าต้องสูญเสียไปทั้งหมด "
" หึ เช่นนั้นท่านคงเลือกแล้ว...พรุ่งนี้ข้าจะมารับตำแหน่งให้ถูกต้องตามประเพณี
ท่านคงไม่ว่าอะไรหากข้าจะฝากให้เตรียมงานแทน
ไปนะเพคะ ถวายบังคมลา "
ลี่จางิ่กับชินอ๋องเฉินอวี้เหลียนเดินออกไปจากท้องพระโรง
ทั้งท้องพระโรงต่างตึงเครียดและไม่รู้จะหาหนทางไหนมาต่อต้านลี่จางิ่กับชินอ๋องเฉินอวี้เหลียนได้เพราะกำลังพลเกือบทั้งหมดก็อยู่ฝ่ายนั้น
" ฝ่าา ข้าจะทำเช่นไรต่อไป"
ฮองเฮาไป๋เซียนหงนั่งหน้าร้อนมือกำไว้แน่นด้วยความเจ็บแค้นใจ
" คงต้องกำจัดนางก่อนขึ้นรับตำแหน่ง"
" ยังไงรึเพคะ "
" ข้าจะใช้โม่โฉวอัน แม่ของนางยังไงล่ะ"