บทที่ 18 น้ำหมึกเืไก่ยังคงอยู่ ไร้เงาปรมาจารย์หลินผู้เกรียงไกร
"กระบี่เหรียญทองแดง"
มันคือเครื่องรางอาคมสายเต๋าที่บริสุทธิ์ที่สุด
ในหมู่ชาวบ้านหรือสำนักพรต มักจะใช้กระบี่เหรียญทองแดงในการขับไล่สิ่งอัปมงคล สยบปีศาจ และสลายพลังชั่วร้าย
แน่นอนว่าไม่ใช่กระบี่เหรียญทองแดงทุกเล่มจะมีอิทธิฤทธิ์
เงื่อนไขคือมันต้องประกอบขึ้นจากเหรียญโบราณจำนวนหนึ่งร้อยแปดเหรียญ และต้องเป็เหรียญที่ผลิตก่อนสมัยราชวงศ์ิเท่านั้น
ในสมัยโบราณ เหรียญทองแดงคือสิ่งที่ผ่านมือผู้คนมามากที่สุด จึงซึมซับ ‘พลังหยาง’ มามหาศาล
คนที่มีความเชื่อเื่โชคลางมักจะแขวนกระบี่เหรียญทองแดงไว้ในบ้าน
แต่ความจริงแล้ว... หากในบ้านไม่มีิญญาร้ายปรากฏตัว การแขวนมันไว้ก็แทบไม่มีความจำเป็
เพราะกระบี่ไม่ว่าชนิดใด ย่อมมี ‘ไอสังหาร’ แฝงอยู่ หากคนในบ้านมีพลังหยางไม่แข็งแกร่งพอ เบาหน่อยก็อาจจะเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ หนักหน่อยก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้!
หลินเซียวมองดูกระบี่เหรียญทองแดงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า
เขาััได้ถึง ‘พลังแห่งเต๋า’ ที่แฝงอยู่อย่างเข้มข้น
[กระบี่เหรียญทองแดงเล่มนี้ คือเล่มที่ 'หลินเฟิ่งเจียว' เคยใช้งาน มีพลังแห่งเต๋าอันเที่ยงธรรมและยิ่งใหญ่!]
เสียงของระบบดังขึ้น
หลินเซียวดีใจจนเนื้อเต้น
สุดยอด! ของที่หลินเฟิ่งเจียวเคยใช้เหรอ?
รางวัลนี้มันไม่ธรรมดาเลย
เพราะชื่อหลินเฟิ่งเจียว ก็คือชื่อในบทบาทการแสดงของหลินเจิ้งอิง ปรมาจารย์ปราบผีในตำนานนั่นเอง!
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ถ้วยน้ำหมึกเืไก่ยังคงอยู่ แต่ไร้เงาปรมาจารย์หลินผู้นั้น!’
ชีวิตของหลินเจิ้งอิงเต็มไปด้วยสีสันแห่งตำนานลี้ลับ ขอเพียงแค่มีเขาอยู่ ต่อให้เจอผีร้ายที่แกร่งแค่ไหน ผู้คนก็รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก และเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เขามีสถานะสูงส่งเช่นนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากกระบี่เหรียญทองแดงเล่มนี้นี่แหละ!
สายวันต่อมาในขณะที่หลินเซียวกำลังนอนหลับ จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังรัว
เมื่อเขาเดินไปเปิดประตู แต่คนที่ยืนอยู่ข้างนอกกลับเป็ตำรวจสองนาย คนหนึ่งวัยกลางคน ส่วนอีกคนยังดูหนุ่มแน่น
"คุณคือหลินเซียวใช่ไหม?" นายตำรวจหนุ่มมองเขาด้วยสายตาจริงจัง
หลินเซียวทำหน้าเหรอหรา "ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า?"
"เชิญไปที่สถานีตำรวจกับเราหน่อย"
นายตำรวจหนุ่มพูดจบก็แทบจะกุมตัวเขาไปทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องสอบสวน สถานีตำรวจเมืองเจียงซื่อ
"แนะนำตัวก่อน ผมชื่อหลิวชิงเฟิง" ตำรวจหนุ่มพูด
หลินเซียวขมวดคิ้ว "เป็ไปไม่ได้ คุณโกหกผม"
"หือ?" หลิวชิงเฟิงชะงัก "ผมเป็ข้าราชการที่รับใช้ประชาชน จะโกหกคุณทำไม? หลินเซียว ผมขอเตือนให้คุณเรียบเรียงคำพูดใหม่ด้วย"
"จริง ๆ แล้ว คุณชื่อพานอัน ใช่ไหมล่ะ?" หลินเซียวถามกลับ
คำพูดนี้ทำเอาหลิวชิงเฟิงอึ้ง "หมายความว่าไง?"
"ก็ดูรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของคุณสิครับ ชื่อ 'ชิงเฟิง' มันธรรมดาเกินไปสำหรับคุณ คุณคือพานอันกลับชาติมาเกิดชัด ๆ! ดูเครื่องหน้าคุณสิครับ คมคายได้รูป ใบหน้าเรียวเหมือนถูกแกะสลักด้วยมีด จมูกโด่งเป็สัน ดวงตาก็เป็ประกายราวกับดวงดาว"
"ไม่สิ... นั่นมันแค่รูปลักษณ์ภายนอก สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'สง่าราศี' ของคุณต่างหากที่หาใครเปรียบไม่ได้"
"สง่าราศีของคุณมันเหมือนกับเทพบุตรจุติลงมาจาก์ ดูภูมิฐานและสง่างามเกินมนุษย์มนา!"
หลินเซียวจ้องหน้าหลิวชิงเฟิง พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังสุดขีด
เมื่อได้ฟังคำเยินยอแบบจัดเต็ม หลิวชิงเฟิงถึงกับสูดลมหายใจลึก เขาแอบหยิบมือถือออกมาเงียบ ๆ เปิดกล้องหน้าแล้วหมุนซ้ายหมุนขวาเช็กหน้าตัวเองอยู่หลายรอบ
จากนั้น เขาก็หันกลับมามองหลินเซียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "ผม... หล่อขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?"
หลินเซียวพยักหน้าอย่างมั่นใจ "เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยครับ เปลี่ยนประโยคคำถามเมื่อกี้ให้เป็ประโยคบอกเล่าซะเถอะนะ... ตกลงไหม?"
"แหะ ๆ"
ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมของหลิวชิงเฟิง จู่ ๆ ก็หลุดยิ้มออกมาอย่างเขินอายแต่ดูโรคจิตนิด ๆ ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็หลังเท้า!
แต่ไม่นานเขาก็รีบกระแอมไอ แล้วปั้นหน้าั์ตามเดิม "หลินเซียว! อย่ามาเล่นลิ้นกับผม คุณรู้ไหมว่าตัวเองทำความผิดอะไรไว้?"
"ผมทำผิดอะไรครับ?" หลินเซียวงงเป็ไก่ตาแตก
"คุณเป็สตรีมเมอร์เล่าเื่ผีใช่ไหม?" หลิวชิงเฟิงถาม
หลินเซียวพยักหน้า
"แค่เมื่อวานวันเดียว สถานีตำรวจของเราได้รับโทรศัพท์แจ้งความร้องเรียนเื่คุณมากกว่าหนึ่งร้อยสาย!" หลิวชิงเฟิงพูดตรง ๆ
หลินเซียวอึ้งหนักกว่าเดิม "เดี๋ยวนะครับ ผมเป็พลเมืองดีนะ คนพวกนั้นแจ้งความจับผมเื่อะไร ไม่ทราบว่าว่างกันมากนักหรือไง?"
"ข้อหาที่พวกเขาแจ้งเป็เสียงเดียวกันคือ... เื่ที่คุณเล่ามัน 'น่ากลัวเกินไป'! คนใจเสาะบางคนถึงขั้นถูกคุณหลอกจนต้องเข้าโรงพยาบาล!" หลิวชิงเฟิงพูดเสียงเข้ม
หลินเซียวถึงกับไปไม่เป็... แบบนี้ก็ได้เหรอ?
หลินเซียว "พี่ครับ ผมถามจริง ๆ พี่ว่าผมดูเป็คนมีความผิดไหม?"
"เอ่อ... เื่นี้..." หลิวชิงเฟิงเริ่มอึกอัก
หลินเซียวรุกต่อ "พี่ครับ ผมก็แค่สตรีมเมอร์เล่าเื่ผีคนหนึ่ง ผมจะมีอิทธิฤทธิ์ขนาดทำคนเข้าโรงพยาบาลได้ยังไง? พูดกันตามตรง ผมว่าต้องมีคนอยู่เื้ัคอยกลั่นแกล้งผมแน่ ๆ พี่ว่าจริงไหม?"
หลิวชิงเฟิงใบ้กินอีกรอบ
หลินเซียวถอนหายใจยาว "ผมไม่พูดอะไรมากแล้วกัน ถ้าพี่คิดว่าผมผิดจริง ๆ ก็ไม่ต้องถามต่อหรอก จับผมขังได้เลย ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว มันก็แค่คนดีโดนเข้าใจผิด... จะขังผมสักสิบปีแปดปี ผมก็ยอมรับได้"
ปัง!
หลิวชิงเฟิงตบโต๊ะดัง เขาไม่พูดอะไรอีก เดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องสอบสวนไปทันที
ในขณะนั้น หลินเซียวเริ่มขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่านี่คือการจัดฉากใส่ร้าย เื่เล่าของเขาอาจจะน่ากลัวสำหรับคนที่นี่ไปบ้าง แต่ไม่มีทางถึงขั้นทำให้หัวใจวายแน่นอน!
ทว่า... ใครล่ะที่เป็คนบงการอยู่เื้ั?
หลินเต๋อจื้อ? หรือว่าจางไห่? เขายังไม่อาจรู้ได้
ไม่นานนักหลิวชิงเฟิงก็กลับมา พร้อมกับนายตำรวจวัยกลางคนคนเดิม
"สารวัตรจาง พี่มาสอบสวนต่อเถอะครับ"
จางเซิ่งทำหน้าสงสัย "ให้ผมสอบสวนเหรอ?"
"ใช่! พี่นั่นแหละ!" หลิวชิงเฟิงพูดอย่างมั่นใจ
จางเซิ่งปั้นหน้าั์ใส่ "หลิวชิงเฟิง แกประสาทกลับหรือเปล่า? ให้ฉันมาสอบสวนเื่แค่นี้เนี่ยนะ? คดีสำคัญวางเต็มโต๊ะฉันไปหมดแล้ว เื่ขี้ผงแค่นี้แกจัดการเองไม่ได้หรือไง? ทำงานเป็ไหมฮะ!"
"สารวัตรครับ! ผมว่า... หลินเซียวไม่มีความผิด!" หลิวชิงเฟิงกัดฟันพูด
จางเซิ่ง "??????"
"ไม่มีความผิด?"
หลิวชิงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "สารวัตรครับ ผมถามพี่คำเดียว... ผมหล่อไหม?"
จางเซิ่งอึ้งไปเลย คำถามนี้มัน... แปลกประหลาดเกินไปแล้ว
"สารวัตรครับ คำพูดต่อไปนี้ของผมอาจจะดูเสียมารยาท แต่ผมไม่กลัว! ผมต้องพูด! ั้แ่เกิดมาจนปูนนี้ ไม่เคยมีใครบอกว่าผมหล่อเลยสักคนเดียว! แต่วันนี้ หลินเซียวทำให้ผมกลับมามีความมั่นใจ! เขาบอกว่าผมหล่อระดับพานอัน ราศีเทพบุตร! ผมแค่อยากถามพี่ว่า คนที่มีทัศนคติเที่ยงตรงขนาดนี้ จะเป็อาชญากรได้ยังไง?!"
"ผมใช้ชีวิตมายี่สิบกว่าปี ในที่สุดก็ได้เจอสหายรู้ใจ ! ผมหาเหตุผลที่จะเอาผิดเขาไม่ได้เลยสักนิด! เื่นี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน ผมขออาสาทำคดีนี้เอง ผมต้องคืนความบริสุทธิ์ให้เพื่อนยากของผมให้ได้!"
หลิวชิงเฟิงร่ายยาวด้วยคำพูดสวยหรู
จางเซิ่งรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะะเิ... เหตุผลนี้มัน... เอาแต่ใจเกินไปแล้วโว้ย!
และในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าห้องสอบสวน
"สารวัตรจาง ปรมาจารย์โอวหยางสวินมาหาครับ!"
เมื่อได้ยินชื่อนี้ จางเซิ่งที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดก็ชะงักไป "รอให้ฉันจัดการธุระตรงนี้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน!"
พูดจบเขาก็เตรียมจะเดินออกไป แต่ว่าโอวหยางสวิน ได้เดินมาถึงหน้าประตูห้องสอบสวนเรียบร้อยแล้ว
และเมื่อเขาได้เห็นหน้าหลินเซียว ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มอันสดใสขึ้นมาทันที!