ณ ทางทิศเหนือของป่าผีเสื้อ คือป่าผึ้งพิษ ในขณะนี้แสงตะวันกำลังสาดแสงลงมาในป่าทั่วทั้งผืน เมืองจิ่นโจวเป็บ้านเมืองที่มีการปกครองที่ดี ปราศจากหมอกควันจากหมู่บ้านเริ่มต้นที่อยู่ห่างไกล แม้ว่าทั้งในป่าผีเสื้อ และป่าผึ้งพิษจะมีมอนสเตอร์ระดับสูงมากมายหลากหลายชนิด ทว่าก็ไม่กระทบต่อทิวทัศน์ที่สวยงามของที่นี่แต่อย่างใดและทั่วทั้งป่าก็ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของต้นไม้ ดอกไม้ และใบหญ้านานาพันธุ์ แม้ว่าเสียง “หึ่งหึ่ง”ของผึ้งพิษที่กำลังบินอยู่จะดังไปเล็กน้อยก็ตาม
่เวลาต่อมาผมกำลังขี่ลาป่าเข้าไปในป่าผึ้งพิษทีละก้าวๆ ป่าแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่มาก แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะพบกับผู้เล่นทีมหวังเฉาป้าเยว่ก็ได้ และทันใดนั้นเอง ด้านหน้าก็พบกับผึ้งพิษที่มีสีเหลืองทั้งตัวขนาดเท่าลูกฟุตบอลกำลังบินเข้ามาใกล้ และทันทีที่มันเห็นผมแล้วเช่นกัน ร่างนั้นก็บินด้วยหางที่งอมาข้างหน้าทันที ซึ่งดูเหมือนจะพร้อมเปิดฉากโจมตีในทุกเมื่อ มันช่างน่ากลัวจริงๆ
【บัมเบิ้ลบี】 (มอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ)
เลเวล: 24
พลังโจมตี: 155-220
พลังป้องกัน: 100
ค่า HP: 3000
สกิล: 【เหล็กในจู่โจม】【โจมตีต่อเนื่อง】
แนะนำ: บัมเบิ้ลบี เป็ผึ้งทหารชนิดหนึ่งในป่าผึ้งพิษ พวกมันมีปีกที่แข็งแกร่งและมีเหล็กในที่ทรงพลัง สามารถโจมตีผู้บุกรุกได้อย่างรุนแรง หากโดนเหล็กในของมันต่อยเข้า ผิวบริเวณนั้นก็ถูกจะพิษและปูดบวม ว่ากันว่าครั้งหนึ่งหัวหน้านายกองของเมืองจิ่นโจวเคยต่อสู้กับบัมเบิ้ลบีที่นี่ ทว่าโชคร้ายกลับถูกเหล็กในแทงเข้าที่ร่างกายส่วนล่าง และหลังจากกลับไปยังเมือง เขาก็ได้แต่งงานกับนางสนมทั้งหมดห้าคน
……
ก่อนที่บัมเบิ้ลบีจะเข้าถึงตัว โดยไม่รอช้า ผมก็รีบพุ่งชาร์จเข้าใส่ โดนผมใช้กลยุทธ์สลับแขกเป็เ้าบ้าน!
“ฟิ้วว!”
ภายใต้ผลกระทบจากสกิลทหารม้าพุ่งชน ทำให้บัมเบิ้ลบีล้มลงและตกอยู่ในอาการมึนงงทันที ่เวลานี้เองที่มันต้องทนรับการโจมตีที่รุนแรงของผมอีกระลอก จนเืลดลงไปกว่าสองพัน กลายเป็เืตกค้างในทันใด ทว่ามันก็ยังคงกระดกก้นขึ้น พร้อมกับ “ฉึก” แทงเหล็กในเข้าที่หน้าอกของผม จากนั้นเมื่อมันดึงก้นออก เืผมจึงไหลซิบๆ สร้างความเสียหาย 227 แต้ม ความเสียหายนี้แทบจะเป็เหมือนรอยขีดข่วนสำหรับคนที่มีค่า HP ถึง 2500 แต้ม แต่จู่ๆก็มีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกขึ้นมาและถูกสถานะติดพิษ เพียงพริบตาใบหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็สีม่วงแล้ว ทั้งยังมีตัวเลขความเสียหายโผล่ขึ้นมาเหนือศีรษะอย่างต่อเนื่องอีกด้วย——
“-252!”
“-252!”
“-252!”
พิษได้ลดเื 10% ต่อวินาที นี่มันน่ากลัวมาก โดยไม่รอช้าผมรีบถอยหลังออกมาทันที พร้อมทั้งใช้ความเร็วของลาป่าเพื่อทิ้งห่างออกมา หลังจากCD (CD คูลดาวน์)สกิลทหารม้าเหล็กพุ่งชนรีเสร็จ ผมจึงพุ่งชาร์จเข้าใส่เป็ครั้งที่สองอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เหวี่ยงดาบออกไปตัดเืหยดสุดท้ายที่เหลืออยู่ของบัมเบิ้ลบีอย่างฉับไว ส่วนหลอดเืของผมนั้นเหลือเพียงครึ่งเดียว ค่อนข้างหน้าใอยู่ ซึ่งการโจมตีของบัมเบิ้ลบีตัวนี้ธรรมดา แต่ความเสียหายจากการถูกพิษนั้นอันตรายเอาเื่
ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้แข็งแกร่งอีกต่อไปแล้ว
ต้องทำการเปลี่ยนกลยุทธ์ ทันทีที่บัมเบิ้ลบีตัวที่สองพุ่งจู่โจมเข้ามา ผมก็พุ่งชาร์จเข้าใส่ ทำให้มันมึนงง 1 วินาทีทันที หลังจากนั้นก็ตามด้วย โจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม แล้วรีบถอยออกห่างออกมา เมื่อครบ 10 วินาที ผมก็ได้พุ่งชาร์จโจมตีใส่อีกครั้ง ่อึดใจต่อมาก็ได้พุ่งชาร์จใส่อีกระลอก กลายเป็สามครั้งติดต่อกัน ด้วยวิธีนี้ผมจึงสามารถฆ่าบัมเบิ้ลบีตัวที่สองโดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย แม้ว่าความเร็วในการฆ่าจะช้าลง ทว่ามันก็ปลอดภัยกว่ามาก
และในกอหญ้าด้านข้างของซากศพของบัมเบิ้ลบีทั้งสองตัวนั้น พลันสมุนไพรสีขาวๆสองสามต้นก็ปรากฏขึ้น นั่นคือแปะจี้ ในที่สุดผมก็หาเจอแล้ว!
ผมรีบเก็บรวบรวมสมุนไพรอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าแปะจี้ 5 ต้น ก็ปรากฏขึ้นในช่องเก็บของของผม ชั่วอึดใจต่อมาจึงเริ่มปรุงยาอย่างไม่รีรอ โดยเริ่มปรุงยาเม็ดกระตุ้นโลหิตระดับ 1 สักสองสามเม็ดก่อน เพื่อช่วยฟื้นฟูเื 300 แต้มทันที สิ่งนี้อาจช่วยชีวิตได้ในอนาคต
ผมเปิดอินเทอร์เฟซการปรุงยาขึ้นมา จากนั้นจึงใส่สมุนไพรลงไปตามสูตร รากบัวสามส่วน กับแปะจี้อีกหนึ่งส่วน ก่อนจะเริ่มการหลอมยาทันที ในขณะนั้นเองแสงสว่างก็วาบผ่านไป พร้อมสายลมที่พัดวูบพาทุกอย่างให้กลายเป็ปุยเมฆภายในพริบตา
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ: การปรุงยาล้มเหลว โปรดลองอีกครั้ง!
”แม่**……”
ผมขมวดคิ้วยุ่ง ทว่าก็ยังปรุงยาต่อไป ในที่สุดเพียงครั้งที่สาม ซุ่มเสียงของกระดิ่งที่ไพเราะก็ดังขึ้นข้างหู——
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดี คุณปรุงยาได้สำเร็จ ดังนั้นคุณจะได้รับ 【ยาเม็ดกระตุ้นโลหิต】× 1 และค่าความชำนาญการปรุงยา +3! เนื่องจากคุณเป็ผู้เล่นคนแรกที่หลอมยาเม็ดกระตุ้นโลหิตสำเร็จ จึงได้รับค่าประสบการณ์ +20000!
“ท่าด้า” หนึ่งเสียงดังขึ้นพร้อมกับยาเม็ดกระตุ้นโลหิตที่ล้ำค่าก็ตกลงไปในช่องเก็บของ จากนั้นผมจึงจัดวางมันไว้ในตำแหน่งที่เห็นชัดที่สุด เพื่อสะดวกต่อการใช้งานในทุกเวลา และใน่เวลาถัดมาผมก็ได้เดินหน้าต่อไป เพื่อเก็บรวบรวมแปะจี้ให้มากกว่าเดิม
ด้านหน้า บัมเบิ้ลบีตัวที่สามกำลังบินเข้ามาแล้ว
หลังจากวาดดาบออกไปสังหารมันลงได้ “ ชิ้ง” สายฝนแห่งแสงสีทองจึงได้โปรยปรายตกลงมา อัพขึ้นเป็เลเวล 21 แล้ว แต่เมื่อผมเปิดรายการจัดอันดับของเมืองจิ่นโจวนั้น กลับพบว่าผมอยู่อันดับท้ายของตารางจัดอันดับเลเวลไปแล้ว คงเพราะใช้เวลาในการเรียนรู้สกิลปรุงยามากไปหน่อย เลเวลจึงถูกผู้เล่นคนอื่นๆแซง!
รายการจัดอันดับเลเวลแห่งเมืองจิ่นโจว——
1.เฟยเยว่ เลเวล 23 นักจิติญญา
2.ทิรามิสุ เลเวล 22 นักจิติญญา
3.กั่วเจวี๋ย เลเวล 22 อัศวิน
4.เหล่ยเหยียน เลเวล 22 อัศวิน
5.ไป๋อี้กงจื่อ เลเวล 22 นักดาบ
6.เจี้ยนหยวี่ เลเวล 21 อัศวิน
7.ถังเหมินหยินผิง เลเวล 21 นักจิติญญา
8.หั่วเยี่ยนฉู่ เลเวล 21 นักจิติญญา
9.ซานโหย่วฝูซู เลเวล 21 นักลอบสังหาร
10.จินซีเหอซี เลเวล 21 อัศวิน
......
มันเป็เื่ที่ค่อนข้างน่าใทีเดียว คาดไม่ถึงเลยว่านักจิติญญาอันดับหนึ่งจะถึงเลเวล 23 แล้ว และดูเหมือนว่า…รายการจัดอันดับเลเวลนี้ไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้เลยสักนิด เพราะตามความเป็จริงแล้วนั้น ส่วนใหญ่ในสิบอันดับแรกควรเป็นักจิติญญา นักธนู และนักบวช ที่เป็อาชีพสายสร้างดาเมจได้หนัก แต่ดันมีอัศวินโผล่ออกมาถึงสี่คน และเมื่อพิจารณาจากไอดีแล้ว ดูเหมือนจะยุ่งยากเล็กน้อย
“เสี่ยวเฉอ”
ผมเปิดไมค์คุยกับหลินเฉอโดยตรง
“มีอะไรเหรอ พี่เฉิน หรือเกิดเื่ในป่าผึ้งพิษแล้ว?” เขาถามขึ้น
“ไม่ใช่”
ผมส่ายหัวทันที จากนั้นพูดขึ้นว่า “นายเห็นรายการจัดอันดับเลเวลหรือยัง?”
“ผมเห็นแล้ว”
“เฟยเยว่เป็ใครเหรอ?” ผมถามออกมา
เขายิ้มขำ “ใน่ปลายของเทียนจ้ง พี่เอาแต่จดจ่ออยู่กับการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันมากเกินไปจริงๆ แถมไม่ได้สนใจกับการเปลี่ยนแปลงในเกมอีก เฟยเยว่นะเป็หัวหน้ากิลด์ใหม่ที่มีชื่อว่า “เฟยเยว่ฉีซือถวน(ภาคีอัศวินจันทราโลหิต)” ว่ากันว่าเธอเป็ยอดสาวงาม อีกทั้งยังเก่งกาจมาก และในทีมของเธอก็มีคนที่มีชื่อเสียงอยู่หลายคน ในบรรดาคนเ่าั้ กั่วเจวี๋ยและเหล่ยเหยียนสองคนนี้แหละที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งสองคนนี้ก็ติดในสิบอันดับแรกของอัศวินระดับชาติอีกด้วย
“เฟยเยว่ฉี ……”
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ดูจากจุดยืนของพวกเขาแล้ว เฟยเยว่ฉีซือถวนนี้้าที่จะครองเมืองจิ่นโจว และตอนนี้พวกเขาก็ครองสามในสิบอันดับแรกในรายการจัดอันดับเลเวลไปแล้ว!”
“ไม่ใช่สามพี่ แต่เป็สี่ต่างหาก เจี้ยนหยวี่ที่อยู่อันดับหกนั้น ก็เป็อัศวินหญิงของทีมเฟยเยว่ฉีเหมือนกัน”
“ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไปคอยจับตากิลเฟยเยว่ฉีซือถวนเอาไว้ด้วย”
“เข้าใจแล้ว!”
……
ดูเหมือนว่า ผมควรจะมุ่งมั่นไปที่การเพิ่มเลเวลอย่างจริงจังซะแล้ว เร่งเลเวลสักหน่อยดีกว่า เพราะถึงยังไงผมก็เป็เหมือนตัวแทนของทีมเทียนเสวี่ยน ตราบใดที่เลเวลของผมสูง ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อแบรนด์ของทีมเทียนเสวี่ยนแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น …ตอนพวกเราขายของก็จะง่ายมากขึ้น การทำเงินก็จะสะดวกขึ้นไปด้วย
ดังนั้น หลังจากปรุงยาเม็ดกระตุ้นโลหิตมากกว่าสิบเม็ดแล้ว ผมจึงเริ่มดื่มยาฟื้นฟูเืเลเวล 2 และล่าบัมเบิ้ลบีอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งแต่ละครั้งผมเสียเืไปประมาณ1000 แต้มและเมื่อบวกกับเอฟเฟกต์ดูดเืระยะใกล้ 2% โดยพื้นฐานแล้ว หากสร้างความเสียหายได้ 1000 แต้มก็จะได้รับเืคืนมา 20 แต้ม ดังนั้นการฆ่าบัมเบิ้ลบีหนึ่งตัวก็จะสามารถได้รับเืคืน 60 แต้ม แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
หลังจากล่ามอนสเตอร์เก็บเลเวลอย่างบ้าคลั่งอยู่เกือบชั่วโมง บัมเบิ้ลบีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็แทบจะถูกผมฆ่าจนไม่มีเหลือ พร้อมกับที่ยาเม็ดกระตุ้นโลหิตก็ถูกหลอมออกมามากกว่า 50 เม็ด ซึ่งเกือบจะเต็มช่องเก็บของอยู่แล้ว และในขณะนั้นเองที่หนึ่งดาบได้สะบัดออกสังหารบัมเบิ้ลบี ท่าด้าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พร้อมกับหมวกเกราะทรงกลมที่ดรอปออกมาร่วงหล่นกลิ้งไปตามพื้น ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเป็อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ!
【หมวกผึ้งพิษ】 (อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 45
ความแข็งแกร่ง: +12
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 21
……
ไม่รอช้าผมทำการถอดหมวกเกราะใบเก่าออก แล้วสวมใส่หมวกผึ้งพิษเข้าแทนทันที ทันใดนั้นเองพลังป้องกันก็พุ่งสูงขึ้นถึง 218 แต้ม ส่วนพลังโจมตีก็พุ่งสูงถึง 255 แต้ม ทำให้การทำดาเมจพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียว!
ทันใดนั้นความอิ่มเอมใจก็ประดังเข้ามา เมื่อเงยหน้ามองออกไป ผมก็พบกับสมุนไพรสีขาวที่ขึ้นเป็ย่อมๆอยู่ในระยะไกล ทั้งหมดคือแปะจี้นั้นแหละ และมันก็สามารถเก็บรวบรวมได้อย่างน้อยร้อยต้นเลยทีเดียว ทว่าดูเหมือนมอนสเตอร์จะเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่บัมเบิ้ลบีอีกต่อไป ทว่ามันเป็ผึ้งที่ทั้งตัวมีสีแดงและสีดำที่ขณะนี้กำลังกระพือปีกสะท้อนแสงแวววาวเสมือนเหล็กอยู่กลางอากาศ
【ผึ้งปีกเหล็ก】(มอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ)
เลเวล: 25
พลังโจมตี: 180-255
พลังป้องกัน: 80
ค่า HP: 2900
สกิล: 【ทิ่มแทงหนัก】【โจมตีต่อเนื่อง】
แนะนำ: ผึ้งปีกเหล็ก เป็ผึ้งไม่มีพิษชนิดหนึ่งที่หาได้ยากในป่าผึ้งพิษ ทว่าเหล็กในของมันนั้นแหลมคมกว่ามาก อีกทั้งยังมีพลังโจมตีที่น่ากลัวมากกว่า เมื่อใดที่คุณเจอผึ้งปีกเหล็กให้ปกป้องศีรษะของคุณไว้ให้ดี มิฉะนั้นเมื่อคุณถูกแทง หัวของคุณอาจจะะเิได้
……
ไม่มีพิษ ถ้าอย่างนั้นก็ง่าย!
จะรอช้าอยู่ใยผมรีบพุ่งชาร์จโจมตีในทันที หลังจากทำดาเมจไปหนึ่งระลอก ทักษะป้องกันก็ถูกเปิดใช้งานขณะที่อยู่บนหลังลา ทันใดนั้นปีกเหล็กก็สั่นะเืขึ้นทั้งสองข้าง พร้อมกับที่เหล็กในตรงก้นก็สะท้อนแสงเย็น ชั่วอึดใจต่อมาทิ่มแทงหนักบวกกับโจมตีต่อเนื่องสามครั้งจึงได้กระแทกเข้าใส่โล่เหลี่ยมหักของผม ที่มีมาพร้อมกับเสียงติ๊งติ๊ง เคร้งเคร้ง และการโจมตีต่อเนื่องนั้นทำให้ผมเสียเืไปมากกว่า 300 แต้ม ดาเมจของมันนับว่ารุนแรงทีเดียว ทว่าการป้องกันของผมก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
ทว่าทันทีที่การโจมตีครั้งที่สี่ตกลงมา การป้องกันก็กำลังจะพังทลายแล้ว!
ผมจึงรีบยกเลิกการป้องกันอย่างรวดเร็ว แล้วยกดาบในมือขึ้นเหวี่ยงประทุ โจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม ออกไปทันที เืของผึ้งปีกเหล็กลดฮวบลง พลังป้องกันของมันอ่อนแอเกินไป ด้วยการโจมตีหนึ่งระลอกก็สามารถเปลี่ยนเืของมันให้ตกค้างได้แล้ว จากนั้นผมก็พุ่งตัวเข้าโจมตีด้วยดาบอีกสองครั้ง ในตอนนั้นเองที่เสียงกระพือปีกดังขึ้นครั้งสุดท้าย พร้อมกับร่างของผึ้งปีกเหล็กตัวแรกก็ตกลงมาอย่างนุ่มนวล
“ชิ้ง ~~”
ทันใดนั้นแถบประสบการณ์ก็สว่างขึ้น พร้อมทั้งได้รับค่าประสบการณ์ 1% แม้ผึ้งปีกเหล็กตัวนี้จะมีพลังโจมตีสูง ทว่าพลังป้องกันของมันนั้นต่ำและปริมาณเืก็ต่ำ แต่ให้ค่าประสบการณ์สูงอย่างผิดคาด ดังนั้นมันจึงกลายเป็เป้าหมายที่ยอดเยี่ยมสำหรับผมในการเก็บเลเวล21!
หลังจากกำจัดผึ้งปีกเหล็กไปแล้วสองสามตัว ผมจึงเริ่มเก็บแปะจี้ทันที จนแปะจี้บริเวณนี้หมดเกลี้ยงภายในพริบตา จากนั้นจึงออกท้าทายผึ้งปีกเหล็กที่อยู่รอบ ๆ อีกครั้ง จนกระทั่งเข้ามาถึงส่วนลึกของป่าผึ้งพิษ
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง “ชิ้ง” บริเวณโดยรอบต่างสว่างไสว พร้อมกับที่ผมได้รับการอัพเป็เลเวล 22 แล้ว!
ผมยังคงเพิ่มแต้มทั้งหมดไปที่ความแข็งแกร่งเช่นเดิม ทันใดนั้นกำลังสู้รบก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 900 แต้ม แม้ว่าผมจะอยู่ในอันดับท้ายของรายการจัดอันดับเลเวลของเมืองจิ่นโจว แต่ผมก็ยังคงเป็อันดับหนึ่งในรายการอันดับกำลังรบ แถมยังทิ้งห่างเฟยเยว่ที่อยู่อันดับสองถึง 200 แต้ม! สำหรับผู้เล่นแล้วนั้น เลเวลไม่ใช่ทุกอย่าง ทว่าเป็กำลังสู้รบต่างหากล่ะที่เป็ตัวกำหนดความแข็งแกร่ง!
เมื่อมองดูที่ช่องเก็บของ ตอนนี้มีแปะจี้มากกว่า 300 ต้นแล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับการปรุงยาครั้งต่อไปแล้วล่ะ ดังนั้นผมจึงวางแผนที่จะลุยเดี่ยวฆ่ามอนสเตอร์อย่างเดียวแล้ว ดังนั้นในเวลาต่อมาระหว่างทางที่เร่งรุดไปข้างหน้า เหล่าผึ้งปีกเหล็กก็ล้วนตายอยู่แทบเท้าของผมทั้งหมด
หลังจากนั้นไม่นาน สุ้มเสียงะเิของทักษะก็ดังมาจากระยะไกล พร้อมกับแสงสว่างที่สาดกระจายไปทั่ว และในที่สุดผมก็เจอกับผู้เล่นห้าคนของทีมหวังเฉาป้าเยว่ ซึ่งมี “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” ทำหน้าที่เป็โล่เนื้อ อีกทั้งมีนักจิติญญา นักบวช และนักธนู ในการทำดาเมจ นอกจากนี้ยังมีนางฟ้าพนเนจร ที่มีชื่อว่า ปู้เริ่นหลิวเล่ย (เก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่) อีกคนเป็ฮีลเลอร์ ในขณะนี้คนทั้งห้าก็กำลังต่อสู้กับผึ้งปีกเหล็กอย่างเมามัน ซึ่งผึ้งปีกเหล็กต่างก็ถูกฆ่าตายในพริบตา และจากการต่อสู้ทำให้เืของหลิวเฉียงลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อนางฟ้าพเนจรมอบการรักษาเพียงไม่กี่ครั้งเืก็กลับมาเต็มเช่นเดิม เขาจึงดูมีความสุขมาก
……
“จินซีเหอซี!?”
หลิวเฉียงเองก็เห็นผมแล้ว ทันใดนั้นแววตาที่เฉียบคมก็ฉายประกายผ่านดวงตาของเขา และจากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ดีเลย แกเองก็อยู่ที่นี่งั้นเหรอ โลกนี้มันกลมดีจริงๆเลยนะ เข้ามาสิ ให้ฉันดูหน่อยว่าผู้เล่นอันดับหนึ่งของรายการอันดับกำลังรบของเมืองจิ่นโจวจะมีน้ำยาสักแค่ไหน? ฉันบอกแล้วไงว่า เห็นเมื่อไหร่ ฆ่าเมื่อนั้น ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปก็ควรทำตามคำสัตย์!”