เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 64 พูดหมดเปลือก

            ฮั่วเสี่ยวเหวินปฏิเสธอย่างไรก็ปฏิเสธหลี่อวิ๋นไม่สำเร็จ สุดท้ายเธอก็ได้อาศัยอยู่ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน

            ต้องมาอยู่บ้านคนอื่นเช่นนี้ ทั้งกินทั้งอาศัย ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเกรงใจมาก

            เธอไม่รู้ว่าคนอื่นคิดเห็นอย่างไร รู้แต่ว่าอย่างน้อยหัวหน้าหมู่บ้านไม่ค่อยต้อนรับนัก

            มีอยู่ครั้งหนึ่งอู๋ซิ่วยกกะละมังน้ำร้อนล้างหน้าเข้ามา จังหวะที่หล่อนเรียกให้ฮั่วเสี่ยวเหวินมาล้างหน้า หัวหน้าหมู่บ้านก็คอยพูดถากถางอยู่ด้านข้างว่า “ทำอย่างกับเธอทำเองไม่เป็น”

            เมื่อต้องมาอาศัยอยู่บ้านคนอื่นฮั่วเสี่ยวเหวินต้องคอยสังเกตสีหน้าคนอื่นอยู่เสมอ แม้ภายในบ้านจะอบอุ่น แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับชอบไปยืนอยู่ด้านนอกมากกว่า บางครั้งก็เดินเตร่ไปทั่ว

            เธอทำใจได้แล้ว ถ้าหลังจากนี้จะมีคนเรียกให้ไปเป็นเจ้าสาวเด็กอีก ไม่ต้องรอให้ใครบังคับ เธอจะยอมเป็นแต่โดยดี

            เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขาอยากให้เธออยู่กับลูกชายตลอดชีวิต น้อยมากที่จะทารุณเธอ อย่างน้อยมีอาหารให้กินมีน้ำให้ดื่ม ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าคนอื่นตลอดเวลา

            ทว่า ‘เรื่องดีงาม’ เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอีก ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้กันหมดแล้วว่าฮั่วเสี่ยวเหวินมีลุงเป็น ‘ข้าราชการ’ ในกองทัพ

            มีแต่พ่อแม่ของเจ้าเป๋ที่คอยมาหาเรื่องอย่างไม่เข็ดหลาบ ตัวอย่างจากฮั่วต้าซานเมื่อคราวก่อนยังไม่พออีกหรือ?

            เดิมทีแค่ออกมาเดินเตร่ไปเรื่อย ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ตัวว่าตนเองเดินมาถึงหน้าโรงเรียนตั้งแต่เมื่อไร “ทั้งที่หมู่บ้านกว้างใหญ่แต่กลับมีคนให้คุยด้วยได้แค่สองสามคน”

            “นั่นคือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินหยุดฝีเท้าที่เตรียมจะเดินกลับ เธอเหมือนเห็นจางอิ่นเซิง เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ผมสั้นสีดำถูกลมพัดปลิวขึ้นลง สายตาเหม่อมองไปยังทิศไกลๆ

            เธอลองร้องเรียกดู “จางอิ่นเซิง…”

            ชายหนุ่มหันกลับมามอง มุมปากของเขายกโค้งเป็นมุมสมบูรณ์แบบ ฟันขาวสะอาดปรากฏ หากไม่ได้เจอจางเจียหมิงเธออาจตกหลุมรักเขาก็เป็นได้

            “ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอ…ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเสียใจเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องวันนั้น ตอนนี้คนในหมู่บ้านไม่ชอบเธอกันหมด ขนาดเกิดเรื่องเช่นนั้นยังพากันพูดว่า ‘ไปนอนอยู่บ้านเจ้าเป๋ตั้งสามวัน จะมีใครเอาเป็นภรรยาอีก ขอบอกก่อนว่าภรรยาของลูกชายฉันต้องสะอาดบริสุทธิ์’

            จางอิ่นเซิงปรารถนาดี เธอพยักหน้าตอบอย่างฝืนใจ “ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว”

            นึกถึงฉากเมื่อครู่ฮั่วเสี่ยวเหวินหยอกเขาว่า “ปัญญาชนแบบพวกคุณชอบเหม่อมองไปข้างหน้าเหมือนมีเรื่องเครียดกันหมดเลยหรือ?” เธอหัวเราะเมื่อพูดจบ

            แต่จางอิ่นเซิงไม่หัวเราะ “เธอไม่เข้าใจ ทุกคนล้วนแต่มีเรื่องกลัดกลุ้มเป็นของตัวเอง และแต่ละคนมีวิธีขจัดความกังวลไม่เหมือนกัน ส่วนตัวฉันแล้วชอบมองไปยังทิศไกลๆ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินแปลกใจ เขามีงานทำและเป็นที่เคารพของคนในหมู่บ้าน คนเช่นนี้จะมีเรื่องกลัดกลุ้มเช่นกันหรือ?

            เธอไม่เชื่อ หนุ่มสาวยังไม่เข้าใจความลำบากในชีวิตแต่ชอบทำเหมือนเข้าใจทุกอย่างแล้ว หรือไม่ก็คนหนุ่มสาวที่ชอบศึกษาศิลปวรรณคดีจะชอบบอกว่าตัวเองมีเรื่องเครียดเพียงเพราะเรื่องเล็กๆ

            จางอิ่นเซิงถอนหายใจ แขนขาดูไร้เรี่ยวแรง เขากลับไปเหม่อลอยแบบเช่นเมื่อครู่ต่อ “เมื่อไรหมู่บ้านอันทุรกันดารนี้จะเจริญสักที? ประเทศปฏิรูปแล้ว เมื่อไรสายลมแห่งอารยธรรมในเมืองจะพัดมาถึงที่แห่งนี้สักที?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหลุดปากว่า “คุณสามารถเริ่มธุรกิจได้นะ”

            “เริ่มธุรกิจ?”

            จางอิ่นเซิงมองฮั่วเสี่ยวเหวิน “เธอหมายถึงการสร้างโรงงานหรือ?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า ไม่ได้สนใจจางอิ่นเซิงที่หัวใจเต้นระรัวขึ้น เธอพูดเองคนเดียวว่า “เริ่มจากคิดหาวิธีผลิตของอย่างหนึ่ง จากนั้นลงทุนสร้างโรงงานผลิต อย่างเช่นโรงงานอบใบชา โรงงานผลิตเครื่องเคลือบ”

            เธอนึกถึงประวัติศาสตร์ได้พอดี หลังจากการประชุมเต็มคณะครั้งที่สามของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่สิบเอ็ด ความคิดและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในประเทศได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายคนสามารถพลิกฐานะเป็นร่ำรวยอย่างรวดเร็วได้ในยุคนี้

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเริ่มตื่นเต้นตาม หากเธอสามารถรวบรวมคนมาสร้างธุรกิจด้วยกันได้ ไม่แน่ว่าจะได้พลิกฐานะด้วยเช่นกัน ต่อไปเวลามีคนพูดถึงสาวโสดเนื้อหอมหรือเศรษฐีจะได้มีชื่อของเธออยู่ในนั้นด้วย

            จางอิ่นเซิงสงบสติอารมณ์ได้ก่อน เขาเดินมาตบบ่าของฮั่วเสี่ยวเหวิน “เธออย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป ปัญหาตอนนี้คือพวกเราทำอะไรไม่เป็นทั้งนั้น อีกอย่าง ธุรกิจหลายอย่างก็ถูกผลิตโดยรัฐวิสาหกิจ การจะสร้างโรงงานขึ้นเองไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”

            “ก็จริง” ฮั่วเสี่ยวเหวินท้อใจ

            ทางประเทศสนับสนุนให้คนส่วนหนึ่งร่ำรวยก่อนไม่ใช่หรือ? มีนโยบายเช่นนี้อยู่การกู้เงินจากธนาคารน่าจะง่ายดาย

            เธอมองจางอิ่นเซิง ตัดสินใจแล้วว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เขาร่วมธุรกิจให้จงได้ “คุณลองคิดดูนะ ขอแค่พวกเรามีวิธีที่ใช้ผลิตสินค้าดีกว่า ใช้ต้นทุนน้อยกว่าและมีคุณภาพมากกว่า แค่นี้ก็เหนือกว่าพวกเขาแล้วไม่ใช่หรือ”

            คนในยุคนี้จะไปทำอะไรได้กัน? แต่เธอเป็นคนยุคใหม่จากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเชียวนะ ไม่ว่าเสนออะไรก็ดีกว่าที่มีอยู่ตอนนี้ทั้งนั้น

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตื่นเต้น รู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างจากชีวิตเศรษฐีไม่ไกลแล้ว

            “ฉันเห็นว่าคุณเป็นคนมีความฝันเหมือนกัน ในเมื่อมีความฝันก็ควรรวบรวมความกล้าไปลองทำดู หากสำเร็จพวกเราจะได้ไม่ต้องกังวลถึงความเป็นอยู่ไปอีกตลอดชีวิต”

            จางอิ่นเซิงมองฮั่วเสี่ยวเหวินที่พูดน้ำไหลไฟดับ แววตามีความสงสัย รอจนเธอพูดจบ เขาจึงลองถามว่า “เธอเป็นใครกันแน่?”

            “ฮะ!” ฮั่วเสี่ยวเหวินตกใจสะดุ้ง เหตุใดจู่ๆ เขาจึงถามเช่นนี้ ‘เป็นใครกันแน่?’ หรือจะสงสัยว่าเธอจะเป็นปีศาจปลอมตัวมา?

            จางอิ่นเซิงอธิบาย “เธอเป็นแค่เด็กอายุสิบขวบ เหตุใดจึงรู้มากขนาดนี้ แค่มีความรู้ระดับมัธยมก็แปลกพอแล้ว นี่ยังจะรู้กระทั่งนโยบายการเมือง รู้ว่าควรก่อร่างสร้างตัวอย่างไร…”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินถอยหลังสองก้าวตามสัญชาตญาณ สายตาที่เขามองเธอแปลกประหลาดมากเหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาด ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

            “ก็ได้” ฮั่วเสี่ยวเหวินสารภาพตามตรง “คุณเชื่อเรื่องการเดินทางข้ามมิติหรือไม่ ฉันบังเอิญทะลุมิติมาอยู่ที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจ”

            จางอิ่นเซิงถอนหายใจดังเฮือก “เธอจะบอกว่าตัวเองมาจากอนาคต?”

            “ใช่” ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า ในเมื่อเขาเชื่อว่าเธอทะลุมิติมา ไม่ได้คิดว่าประสาทหลอน เธอจึงเล่าเรื่องราวที่ตัวเองทะลุมิติมาให้เขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

            จางอิ่นเซิงทำตาค้างปากค้าง “เธอเรียนชั้นมัธยมปลายในปี 2008? ถ้าอย่างนั้นที่ที่เธอจากมาแตกต่างกับที่นี่ไหม?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกย้อนไปถึงความทรงจำเหล่านั้น ในเมืองมีสถานบันเทิงเต็มไปหมด สุราขึ้นชื่อถูกนำเข้ามาในประเทศ มีของแปลกใหม่ทุกประเภท ไหนจะเสื้อผ้าเครื่องประดับ คิดถึงเรื่องไหนก็พูดนั้น ฮั่วเสี่ยวเหวินเล่าแบบจับประเด็นสำคัญ

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เธออายุต่างจากฉันไม่มากใช่ไหม?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกไม่ถึงว่าเขาจะถามเรื่องนี้ แต่ขอแค่เขาเชื่อที่เธอพูดก็พอแล้ว อย่างอื่นไม่สำคัญ

            เธอพยักหน้า “อายุราวๆ สิบแปด แต่ตอนนี้ร่างกายฉันเป็นของเด็กอายุสิบขวบ”

            กว่าจะจางอิ่นเซิงจะเชื่อเธอต้องพูดอยู่นานมาก ตอนนั้นเธอพูดกับจางเจียหมิงแค่ไม่กี่คำเขาก็เชื่อแล้ว แต่กับจางอิ่นเซิงต้องพูดเกือบชั่วโมง

            “ถ้าอย่างนั้น คุณยินดีสร้างธุรกิจร่วมกับฉันไหม?” ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบตีเหล็กตอนยังร้อน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663