เสียงน้ำตกที่ตกลงกระทบโขดหินยังคงดังระงมไปทั่วหุบเขา แต่น่าแปลกที่ในโสตประสาทของเยี่ยนเอ๋อร์ กลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวราวกับจังหวะกลองศึก หลังจากที่เสี่ยวหรู รั่วซี และอวี่เหวินจากไปแล้วพร้อมกับคำตักเตือนเื่การลักพาสัตว์มงคลของศิษย์พี่ใหญ่ บรรยากาศรอบน้ำตกมรกตโปรยกลับคืนสู่ความเงียบสงบเช่นเดิม
แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายของตนเองมากขึ้น ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงอยู่ในความทรงจำ ทำให้นางรู้สึกอุ่นวาบและมีความปรารถนาที่อธิบายไม่ได้ ิัของนางยังคงมีความไวต่อการััผิดปกติ แม้แต่สายลมเบาๆ ที่พัดผ่านก็ทำให้นางรู้สึกซ่านเสียว
เยี่ยนเอ๋อร์นั่งคุกเข่าอยู่บนพรมหญ้านุ่ม ร่างเล็กบอบบางในชุดซับในที่เปียกชื้นจนแนบเนื้อ ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำจากความรู้สึกที่เพิ่งัั นางมองลงไปที่กิเลนน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างไร้เดียงสา แต่ในสายตาสีครามคู่นั้นกลับมีแววอะไรบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกวูบวาบในใจ ราวกับมีแรงดึงดูดลึกลับที่ทำให้นางไม่อยากจะห่างไกลจากสัตว์น้อยตัวนี้เลย
"เ้าตัวแสบ..." เยี่ยนเอ๋อร์พึมพำเบาๆ พลางคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กขึ้นมา "เปียกหมดเลยเห็นไหม มานี่มา พี่สาวจะเช็ดตัวให้"
โม่ฉีในร่างกิเลนน้อยแสร้งทำเป็สั่นเทาด้วยความหนาว เขาเดินเข้าไปหานางด้วยท่าทางที่ดูน่าสงสาร ขนสีขาวมุกที่เปียกชื้นทำให้ตัวเขาดูเล็กลงไปอีก นางเอ็นดูจนใจอ่อน รีบอุ้มเขาขึ้นมาแนบอก ความอุ่นจากร่างกายของนางทำให้โม่ฉีรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง เขาแอบสูดกลิ่นกายที่หอมหวานของนางเข้าไปเต็มปอด
เยี่ยนเอ๋อร์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่นิ้วมือของนางกลับสั่นเทายามััลงบนขนสีขาวมุกที่บัดนี้จับตัวกันเป็ก้อนเพราะความเปียกชื้น ความรู้สึกจั๊กกะจี้ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ยังคงอยู่ในความทรงจำ ทำให้การััธรรมดาๆ กลับกลายเป็สิ่งที่กระตุ้นประสาทััของนางอย่างแปลกประหลาด ทุกครั้งที่นิ้วของนางัักับขนนุ่ม นางจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ วิ่งผ่าน
นางเริ่มไล่เช็ดจากหัวทุยๆ ลงมาตามลำคอและแผ่นหลัง ทุกครั้งที่ผ้าเช็ดตัวัักับขนนุ่มของกิเลนน้อย นางจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ วิ่งผ่านปลายนิ้ว โม่ฉีแอบปล่อยปราณมลักออกมาทีละน้อยผ่านขนของเขา ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกอุ่นวาบในใจและมีความปรารถนาที่อธิบายไม่ได้ ปราณนั้นซึมเข้าไปในิัของนางผ่านการัั แล้วไหลเวียนไปตามเส้นเืจนถึงหัวใจ
"ขนของเ้านี่นุ่มจังเลย" นางพึมพำเบาๆ พลางใช้นิ้วลูบไล้ไปตามขนที่เริ่มแห้งแล้ว "แล้วก็อุ่นด้วย... แปลกจัง ทำไมข้าถึงรู้สึกสบายใจเวลาััเ้านักนะ เหมือนกับ... เหมือนกับมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดใจข้า"
เยี่ยนเอ๋อร์หยุดพูดชั่วครู่ นางรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของตนเอง ทำไมนางถึงพูดออกมาเช่นนั้น ความรู้สึกที่มีต่อกิเลนน้อยตัวนี้มันแปลกจริงๆ มันไม่เหมือนความรู้สึกที่มีต่อสัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่เป็ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่านั้น ราวกับมีสายใยลึกลับเชื่อมโยงระหว่างนางกับสัตว์ตัวนี้
ทว่าขณะที่นางพลิกตัวกิเลนน้อยให้หงายขึ้นเพื่อจะเช็ด่ท้องที่นุ่มนิ่ม ปลายนิ้วของนางก็บังเอิญััเข้ากับ "บางสิ่ง" ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พวงขนหนาแน่นตรงกึ่งกลางลำตัว สิ่งนั้นแข็งขืนและร้อนระอุผิดปกติ ไม่เหมือนส่วนอื่นๆ ของร่างกายกิเลนทั่วไป ความแข็งและความร้อนนั้นทำให้นางใ
"เอ๊ะ... นี่มันอะไรกัน?"
ดวงตากลมโตของศิษย์น้องเล็กเบิกกว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณเด็กสาวที่มิเคยพบบุรุษเพศ นางััได้ถึงความแข็งขืนที่ร้อนระอุผิดปกติ ท่ามกลางขนสีขาวบริสุทธิ์นั้นมีส่วนลับที่ดูแปลกตา มันมิใช่เนื้อนุ่มนิ่มอย่างสัตว์ทั่วไป ทว่ากลับมีผิวััคล้ายเกล็ดทองละเอียดที่เรียงตัวกันอย่างประณีต และที่สำคัญคือมันมีรอยหยักขรุขระประหลาดที่เป็เอกลักษณ์ของกิเลนเทพเ้าพรรษาพันปี
เยี่ยนเอ๋อร์ก้มลงมองใกล้ๆ ด้วยความสงสัยอย่างไร้เดียงสา ในสายตาของนาง กิเลนตัวนี้ก็เป็เพียงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดเยี่ยงบุรุษ นางจึงไม่คิดว่าการสำรวจร่างกายของมันจะมีปัญหาอะไร นางใช้นิ้วชี้เรียวสวยลองสำรวจดูใกล้ๆ พลางพึมพำกับตัวเอง
"แปลกจัง... ทำไมกิเลนถึงมีส่วนที่แข็งและร้อนแบบนี้ได้ล่ะ และรอยหยักเหล่านี้... มันดูเหมือนเกล็ดัในตำนาน" นางพูดพลางใช้นิ้วลูบไล้ไปตามรอยหยักอย่างระมัดระวัง "มันสวยงามจัง... เหมือนงานศิลปะที่ประณีต"
โม่ฉีในร่างจำแลงแสร้งหลับตาพริ้มราวกับกำลังเคลิบเคลิ้ม ทว่าแท้จริงแล้วเขากำลังรอคอยจังหวะนี้อย่างใจจดใจจ่อ การที่เยี่ยนเอ๋อร์ยังไม่เดียงสาต่อโลกีย์กลับเป็โอกาสทองสำหรับเขา เขาสามารถใช้ความไร้เดียงสาของนางเป็เครื่องมือในการปลุกเร้าความปรารถนาที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึกของนาง การััของนางทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด ความสุขที่ได้รับนั้นเข้มข้นจนแทบจะทำให้เขาเผยตัวตนที่แท้จริง
นางใช้นิ้วชี้เรียวสวยลองเขี่ยเล่นที่รอยหยักนั้นเบาๆ ด้วยความสงสัยว่าเหตุใดสัตว์ตัวน้อยถึงมีส่วนที่ "ร้อน" และ "แข็ง" ได้ถึงเพียงนี้ ทุกครั้งที่นิ้วของนางััลงบนรอยหยักทองคำ โม่ฉีจะรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด ความสุขที่เขาได้รับจากการััของนางนั้นเข้มข้นจนแทบจะทำให้เขาเผยตัวตนที่แท้จริง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตัวเอง
"มันอุ่นจัง... และดูเหมือนจะมีชีวิตชีวา" เยี่ยนเอ๋อร์พึมพำเบาๆ "เหมือนกับว่ามันกำลังเต้นตามจังหวะหัวใจ... นี่มันเป็อวัยวะพิเศษของกิเลนหรือเปล่านะ"
'เ้าช่างกล้าเล่นกับไฟนะ... แม่สาวน้อย' โม่ฉีคำรามในใจ พลางเตรียมพร้อมสำหรับบทเรียนที่จะสอนให้เด็กสาวผู้ไร้เดียงสาคนนี้ 'ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นว่าการเล่นกับไฟนั้นอันตรายเพียงใด'
ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเยี่ยนเอ๋อร์กดลงบนรอยหยักทองคำนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น โม่ฉีไม่รอช้า เขาแผ่พลังปราณปีศาจที่ร้อนจัดราวกับลาวาผ่านจุดััสวนกลับเข้าสู่ปลายนิ้วของนางทันที! พลังนั้นมิใช่ความร้อนที่แผดเผาิั แต่เป็ความร้อนที่พุ่งตรงเข้าสู่เส้นประสาทและชีพจรราคะโดยตรง มันเป็ปราณพิเศษที่เขาสั่งสมมาหลายพันปี สามารถกระตุ้นความปรารถนาทางกายได้อย่างรุนแรง
"อ๊ะ! อ๊าาาาา!"
เยี่ยนเอ๋อร์สะดุ้งสุดตัวจนร่างทั้งร่างกระตุกโหยง ร่างกายของนางสั่นระริกราวกับถูกสายฟ้าฟาด ความเสียวซ่านที่รุนแรงและฉับพลันจู่โจมขึ้นสู่สมองจนพร่าเลือน นางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ปลายนิ้วที่ัักิเลนน้อยกลายเป็สื่อนำพาความรัญจวนใจที่มหาศาลเกินกว่าที่เด็กสาวจะรับไหว
ความรู้สึกนั้นเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าหลายพันโวลต์วิ่งผ่านร่างกายของนาง เริ่มจากปลายนิ้วแล้วแผ่ซ่านไปทั่วแขน ขึ้นไปยังไหล่ แล้วลงสู่ทรวงอกและหัวใจ ความร้อนแรงนั้นทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะะเิ ลมหายใจติดขัดจนแทบหยุดหายใจ นางรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในทะเลแห่งความสุขที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
"ฮึก... อือออ... มัน... มันคืออะไรกัน... ทำไม... ทำไมร่างกายของข้าถึงได้รู้สึกแบบนี้..."
เยี่ยนเอ๋อร์พยายามดึงมือออก แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟัง ความรู้สึกเสียวซ่านที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนทำให้นางทั้งกลัวและติดใจไปพร้อมกัน นางอยากจะหยุด แต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะััต่อไป ความขัดแย้งในใจทำให้นางสับสนอย่างยิ่ง มือของนางสั่นเทา แต่กลับไม่ยอมปล่อยกิเลนน้อยออกไป
โม่ฉีเพิ่มความเข้มข้นของปราณที่ส่งผ่านจุดัั เขาใช้เทคนิค "ปราณคลื่นซ้อน" ส่งพลังที่มีความถี่แตกต่างกันหลายระดับเข้าไปในร่างกายของนาง ทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านมีทั้งแบบเบาๆ และแรงกล้า สลับกันไปอย่างไม่มีแบบแผน นางไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีต่อไป ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ความรู้สึกยิ่งเข้มข้นขึ้น
ความร้อนจากปราณของโม่ฉีแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลงสู่ฝ่ามือ แล้วไหลขึ้นไปตามแขนราวกับลาวาที่เดือดพล่าน เมื่อถึงไหล่ มันแยกออกเป็สองสาย หนึ่งไหลลงสู่ทรวงอกทำให้หัวนมของนางแข็งตัวและชูขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม อีกสายหนึ่งไหลขึ้นไปยังคอและใบหน้า ทำให้แก้มของนางแดงก่ำราวกับถูกไฟเผา
"อ๊า... อ๊าา... หยุด... ข้าไม่ไหวแล้ว... มันร้อน... ร้อนมาก..." นางครางด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่มือของนางกลับไม่ยอมปล่อยกิเลนน้อยออกไป ราวกับร่างกายของนาง้าความรู้สึกนี้มากกว่าที่จิตใจจะยอมรับ
โม่ฉีใช้เทคนิคที่เรียกว่า "ปราณเกลียวคู่" โดยการส่งพลังสองกระแสที่หมุนเวียนในทิศทางตรงข้ามกันเข้าไปในร่างกายของนาง กระแสหนึ่งหมุนตามเข็มนาฬิกา อีกกระแสหมุนทวนเข็มนาฬิกา เมื่อทั้งสองกระแสมากันที่จุดศูนย์กลางร่างกาย มันจะสร้างความรู้สึกเหมือนถูกพายุหมุนดูดเข้าไปในห้วงสุข ความรู้สึกนี้ทำให้นางเหมือนกำลังลอยอยู่ในอากาศ
"อ๊าา! อ๊าาา! มัน... มันหมุน... อ๊ะ! ข้ารู้สึกเหมือนกำลังลอย... เหมือนกำลังบิน..." เยี่ยนเอ๋อร์ส่งเสียงครางที่เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของนางบิดเร่าไปมาบนพรมหญ้า ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาและเบียดเข้าหากัน พยายามบรรเทาความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างขา
เหงื่อเล็กๆ เริ่มซึมออกมาตามหน้าผากและคอของนาง ทำให้ิัเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ ชุดซับในที่เปียกชื้นเริ่มติดแนบกับร่างกายมากขึ้น เผยให้เห็นรูปร่างของนางได้ชัดเจนขึ้น ทรวงอกที่เต็มเปี่ยมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เร็วขึ้น หัวนมที่แข็งตัวชูขึ้นผ่านผ้าเนื้อบาง
โม่ฉีเห็นว่าเหยื่อเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เขา้าแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเทคนิคเป็ "ปราณะเิช้า" โดยการสะสมพลังไว้ในจุดต่างๆ ของร่างกายนาง แล้วปล่อยออกมาทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านไม่หยุดหย่อน แต่ไม่รุนแรงจนเกินไป เพื่อให้นางสามารถรับได้นานขึ้น เขา้าให้นางจดจำความรู้สึกนี้อย่างลึกซึ้ง
"อืมม์... อ๊า... ทำไม... ทำไมมันไม่หยุดสักที... และทำไมข้าไม่อยากให้มันหยุด..." นางพึมพำด้วยเสียงที่หอบเหนื่อย ดวงตาเริ่มพร่าเลือนด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย เสียงครางที่หวานล้ำหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
เยี่ยนเอ๋อร์ทรุดลงพิงโขดหินอย่างหมดแรง ขาเรียวขาวทั้งสองข้างหนีบเข้าหากันและบิดไปมาด้วยความทรมานที่แสนหวาน เสียงครางกระเส่าที่นางไม่เคยรู้ซึมว่าตนเองจะเปล่งออกมาได้ดังระงมแข่งกับเสียงน้ำตก ผ้าคาดเอวและกางเกงผ้าแพรชั้นในของนางบัดนี้เปียกชุ่มไปด้วย "น้ำหวาน" แห่งความสาวที่หลั่งออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ปริมาณมหาศาลจนซึมออกมาเป็รอยดวงกว้างบนผ้าสีฟ้าสดใส
โม่ฉีมองดูเหยื่อรายที่สองที่กำลังดิ้นเร่าด้วยความพึงพอใจยิ่งนัก เขาไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอยไป กิเลนเฒ่าแสร้งทำเป็เดินเข้าไปซุกใบหน้าลงบนตักที่สั่นเทาของนาง ลิ้นสากเล็กๆ ตวัดเลียน้ำหวานที่ซึมออกมาจากผ้าแพรอย่างช่ำชอง ทุกครั้งที่ลิ้นอุ่นชื้นลากผ่านเนื้อผ้าที่แนบชิดจุดอ่อนไหว เยี่ยนเอ๋อร์จะสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับเสียงครางที่รัญจวนใจยิ่งกว่าเดิม
"อย่า... ตรงนั้น... อ๊าาา! เ้าสัตว์บ้า! เ้าเลียอะไรของเ้า! มัน... มันไม่ใช่อาหาร!"
เยี่ยนเอ๋อร์พยายามจะดึงตัวเขาออก แต่มือของนางกลับไม่มีแรงแม้แต่จะยกขึ้น ความร้อนจากลิ้นของโม่ฉีทำลายกำแพงความอายของนางลงจนหมดสิ้น นางเผลออ้าขาออกกว้างขึ้นเพื่อให้ลิ้นของกิเลนน้อยเข้าถึงจุดที่รุ่มร้อนที่สุดได้ถนัดถนี่ โม่ฉีเร่งจังหวะการเลียรัวเร็วขึ้น แผ่ปราณมลักเข้าสู่ใจกลางความเป็สาวของนางจนมันเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ
ลิ้นของโม่ฉีเคลื่อนไหวด้วยความชำนาญที่สั่งสมมาหลายพันปี เขาใช้เทคนิค "ลิ้นเกลียวทอง" โดยการหมุนลิ้นเป็เกลียวเล็กๆ แล้วเลียไปตามรอยเย็บของผ้าแพร ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนกับถูกเกลียวไฟเล็กๆ เจาะเข้าไปในจุดที่อ่อนไหวที่สุด ทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ต้องกัดริมฝีปากจนเกือบเป็แผล
"อืมม์... อ๊า... อ๊าา... หืมม์... เ้าทำอะไรกับข้า... ทำไมข้าถึงรู้สึกแบบนี้..." เสียงครางที่เร่าร้อนและหวานล้ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความรู้สึกเสียวซ่านเพิ่มขึ้นทีละน้อย
เขาเปลี่ยนเป็เทคนิค "ลิ้นคลื่นสาม" โดยการสั่นลิ้นด้วยความถี่สามระดับพร้อมกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนกับถูกคลื่นเสียงสามชั้นกระทบพร้อมกัน ทำให้ระบบประสาทของนางต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด ความรู้สึกเสียวซ่านที่ซับซ้อนและเข้มข้นทำให้นางแทบจะเสียสติ
"อ๊า! อ๊าา! หืมม์... ไม่ไหว... ไม่ไหวแล้ว... มันเยอะเกินไป... ข้ารับไม่ไหว..." นางครางด้วยเสียงที่สั่นเทา ร่างกายบิดเร่าอย่างไม่สามารถควบคุมได้
โม่ฉีใช้เทคนิคสุดท้ายที่เรียกว่า "ลิ้นัไฟ" โดยการเพิ่มอุณหภูมิของลิ้นให้ร้อนจัด แล้วเลียไปตามจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุดผ่านผ้าเปียกชื้น ความร้อนที่เข้มข้นทำให้ผ้าที่เปียกชื้นกลายเป็ตัวนำความร้อนที่ดี ส่งความรู้สึกเข้าไปถึงจุดที่ลึกที่สุด ความร้อนนั้นไม่ใช่ความร้อนธรรมดา แต่เป็ความร้อนที่มีชีวิต มีพลัง สามารถกระตุ้นทุกเส้นประสาทให้ตื่นตัว
"อื้อออ... ไม่ไหวแล้ว... ข้า... ข้าจะตายแล้ว... มันร้อนเกินไป... แต่... แต่ข้าไม่อยากให้หยุด..."
ดวงตาของเยี่ยนเอ๋อร์ฉ่ำปรือไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน ร่างกายของนางบิดเกร็งจนสุดพิกัด ยอดอกชูชันเสียดสีกับผ้าซับในจนเจ็บแปลบแต่แฝงไปด้วยความสุขสม ในที่สุด ความซ่านเสียวที่สะสมมาจนถึงขีดสุดก็ะเิออก! ร่างของเด็กสาวกระตุกรัวถี่ยิบพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่แ่เบาและหวานล้ำ น้ำหวานแห่งพรหมจรรย์พุ่งทะลักออกมาจนโม่ฉีััได้ถึงความอุ่นร้อนที่ท่วมท้นไปทั่วใบหน้าของเขา
เยี่ยนเอ๋อร์ฟุบหน้าลงกับโขดหิน หอบหายใจรัวเร็วราวกับคนเพิ่งวิ่งขึ้นเขาหมื่นลี้ ร่างกายของนางอ่อนปรกดุจขี้ผึ้งถูกไฟลน ความสุขสมที่นางเพิ่งได้รับนั้นรุนแรงจนนางแทบสิ้นสติ นางมองกิเลนน้อยที่บัดนี้กำลังเลียทำความสะอาดใบหน้าตนเองอย่างใจเย็น สายตาสีครามที่จ้องมองนางนั้นดู "ลุ่มลึก" และ "มีอำนาจ" อย่างประหลาด จนเยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกวูบวาบในใจขึ้นมาอีกครั้ง
'นี่เป็เพียงบทเรียนเล็กๆ สำหรับความซุกซนของเ้าเยี่ยนเอ๋อร์... รสชาติของความสาวนี่ช่างหวานล้ำนัก ข้าจะจำไว้และรอคอยวันที่เ้าจะอ้อนวอนขอสิ่งที่มีค่ามากกว่านี้จากร่างมนุษย์ของข้าเอง' โม่ฉีแสยะยิ้มในใจพลางซุกตัวลงนอนข้างๆ เหยื่อที่เพิ่งถูกสยบอย่างผู้ชนะ