เฉินอี้ หนุ่มน้อยวัยสิบแปดปีตาสองข้างไม่สามารถมองเห็นโลกที่เขาเคยเห็นได้อีกแล้ว เนื่องจากอุบัติเหตุที่ทำให้ การมองเห็นของเขาสูญเสียไปอย่างสิ้นเชิงและกลับกลายมาเป็ต้องมาเห็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย นั่นคือดวงิญญา
เขาอาศัยอยู่กับิญญาตนหนึ่งในบ้านเป็หญิงสาวนามว่าอาหลิ่ง นางคอยดูแลเฉินอี้มาตลอดั้แ่เขาตาบอดเฉินอี้จึงสามารถอยู่มาได้ด้วยตนเอง
ในตอนแรก เขาไม่รู้ว่าอาหลิ่งเป็ผีแต่มีครั้งหนึ่งสมัยเด็ก หลังจากที่พ่อแม่ตายจากไปแล้วเฉินอี้ที่อาศัยอยู่ในบ้านกับอาหลิ่งออกมาเดินข้างนอก มีเด็กชายที่อยู่แถวๆ บ้านมีอายุไล่เลี่ยกันกับเฉินอี้ ชื่อว่าจางฝูลู่เห็นเฉินอี้รูปลักษณ์แปลกประหลาดก็รู้สึกสนใจและเดินเข้ามาพูดคุยด้วยตอนแรกเฉินอี้ไม่กล้าคุยเพราะมองไม่เห็นจางฝูลู่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขามองเห็นอาหลิ่งคนเดียว
เฉินอี้เดินหนีจางฝูลู่โดยมีไม้เท้าและอาหลิ่งคอยนำทางจางฝูลู่วิ่งตามเฉินอี้เพราะอยากเป็เพื่อนด้วย ขณะกำลังข้ามสะพานจางฝูลู่เกิดพลัดตกลงไปในน้ำ เขาร้องเรียกให้เฉินอี้ช่วย
เฉินอี้ใและหันไปมองตามเสียงเมื่อก้มหน้ามองลงไปในน้ำ เขาไม่เห็นจางฝูลู่ แต่เขากลับเห็นมือเล็กๆ นับสิบมือค่อยๆ แหวกออกมาจากความมืดใต้น้ำและคว้าจับอะไรสักอย่างไว้และค่อยๆ ดึงลงไปพร้อมกับเสียงของจางฝูลู่ที่ค่อยๆ เงียบเสียงลง
เฉินอี้เข้าใจทันทีว่ามือเ่าั้คงจับจางฝูลู่ดึงลงไปแน่แล้ว เขาจึงรีบก้มหน้าลงไปคว้าตัวจางฝูลู่และดึงขึ้นจากน้ำแต่ตอนนั้นเขายังเด็กเรี่ยวแรงก็มีไม่มากพอจะดึงคนทั้งคนขึ้นมาได้ด้วยตนเองคนเดียวจึงะโเรียกให้คนมาช่วยและยื้อแย่งตัวของจากฝูลู่กับมือเล็กๆ ซีดๆ เ่าั้
โชคดีของทั้งสองคนที่มีผู้ใหญ่เดินผ่านมาพอดีจึงสามารถช่วยเหลือจางฝูลู่ขึ้นมาจากน้ำได้ หลังจากวันนั้นเฉินอี้กับจางฝูลู่ก็กลายเป็เพื่อนสนิทกันพ่อแม่ของจางฝูลู่ก็เอ็นดูเฉินอี้และเมตตากับเขามากทั้งสองคนเห็นว่าเฉินอี้เป็เด็กตาบอดอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในบ้านก็อยากจะให้เขามาอยู่ด้วยกันกับจางฝูลู่ที่บ้านนี้ แต่เฉินอี้ปฏิเสธ
เพราะบ้านที่เขาอยู่ตอนนี้เป็สถานที่สุดท้ายที่เขาได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาก่อนที่ท่านทั้งสองจะจากไป เขาอยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากไปที่อื่น ท่านลุงท่านป้าบ้านจางก็เข้าใจจึงคอยไปมาหาสู่เฉินอี้อยู่บ่อยๆ
แต่ทั้งสองคนก็อดแปลกใจมิได้ว่าเหตุใดเด็กตาบอดที่อยู่บ้านตัวคนเดียวจึงสามารถดูแลตนเองและดูแลบ้านได้ดีขนาดนี้ เนื้อตัวก็มิได้สกปรกมอมแมมบ้านก็สะอาดสะอ้านราวกับมีคนดูแลให้ทุกวันจะมีติดขัดบ้างก็คือเื่อาหารการกินเท่านั้น ป้าจางจึงคอยนำข้าวปลาอาหารมาให้เฉินอี้อยู่เสมอ
หลังจากเหตุการณ์ที่เฉินอี้ช่วยเหลือจางฝูลู่เขาจึงมาถามอาหลิ่งว่า อาหลิ่งเป็ผีใช่หรือไม่ อาหลิ่ง หญิงสาวใบหน้า ซีดขาวแต่สวยงาม สวมชุดขาวยาว นางมีแววตาเศร้าสร้อยลงไปในทันใด
นางพยักหน้ายอมรับและบอกว่าเฉินอี้เคยมีบุญคุณกับนางเมื่อชาติก่อนสมัยที่นางยังมีชีวิตและนางได้สาบานว่าจะคอยดูแลปกป้องเขาเท่าที่นางจะทำได้ เมื่อนางถูกสังหาริญญาที่อาฆาตแค้นของนางตั้งใจจะไปหาผู้ที่ทำให้นางต้องตายแต่พอไปถึงกลับถูกกีดขวางด้วยิญญาเ้าที่ เมื่อคนผู้นั้นออกมานอกบ้านนางก็ไม่สามารถทำอันใดเขาได้อีก เนื่องจากคนผู้นั้นมียันต์เกราะคุ้มภัยนางคับแค้นใจที่ไม่สามารถทำสิ่งใดกับคนผู้นั้นได้เลย
หลังจากโศกเศร้าอยู่นานนางก็นึกถึงคนที่เคยมีบุญคุณกับนาง แต่ยังมิทันได้ออกตามหาหรือทำสิ่งใดิญญาของนางก็ถูกนำลงไปที่ประตูิญญาเพื่อรับฟังคำพิพากษาจากผู้คุมกฎเมืองิญญาที่นั่นมีิญญาเยอะมาก นางต่อแถวอยู่นานหลายชั่วยามเมื่อถึงเวลาฟังคำพิพากษาของนาง ผู้คุมกฎก้มหน้าอ่านสมุดบัญชีอยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้ามาบอกนางว่ายังไม่ถึงเวลาที่นางจะต้องมาที่นี่
การตายของอาหลิ่ง เป็การตายก่อนเวลาที่กำหนดไว้ทำให้ไม่สามารถเข้าประตูิญญาได้ท่านผู้คุมกฎจึงถามนางว่ายังมีสิ่งใดที่ติดค้างและ้าไปจัดการก่อนหรือไม่นางจึงนึกถึงผู้ที่มีบุญคุณกับนางท่านผู้คุมกฎก้มลงดูสมุดบัญชีอีกครั้งและบอกว่าตัวของเฉินอี้ในชาตินั้นได้เสียชีวิตลงแล้วและขณะนี้ท่านกำลังจะได้เกิดใหม่
อาหลิ่งจึงขอให้ท่านผู้คุมกฎเมืองิญญาส่งนางมาเป็ิญญาผู้พิทักษ์ให้กับเฉินอี้นางคอยติดตามเฉินอี้ั้แ่เขายังอยู่ในครรภ์มารดาและคอยช่วยมารดาของเฉินอี้เลี้ยงดูเขามาั้แ่เกิด เฉินอี้จึงเป็เด็กเลี้ยงง่ายไม่ดื้อ ไม่งอแง จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับครอบครัวของเฉินอี้และทำให้เฉินอี้ต้องสูญเสียการมองเห็นและเสียพ่อแม่ไปตลอดชีวิต