สิบสามปีก่อน...
ก่อนที่ชื่อของ เซนิธ อัลบัส จะกลายเป็ชื่อที่ผู้คนหวาดกลัว
เขาเคยเป็หนึ่งในบุคคลที่จักรวรรดิภาคภูมิใจที่สุด
ชายหนุ่มผู้มีพร์ด้านเวทมนตร์อย่างหาตัวจับได้ยาก
และที่สำคัญ...
เขาคือสมาชิกของ หน่วยชั้นยอดแห่งจักรวรรดิ
หน่วยที่รวบรวมผู้แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้
สมาชิกของหน่วยนั้นแต่ละคนล้วนเป็ยอดฝีมือที่สามารถรับมือกับกองทหารธรรมดาได้เพียงลำพัง
บางคนเป็นักดาบ
บางคนเป็นักเวท
บางคนเป็นักบวช
บางคนเป็นักฆ่า
และบางคนเชี่ยวชาญศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
เซนิธอยู่ในประเภทสุดท้าย
โครแมนเซอร์
ผู้ใช้ศาสตร์แห่งความตาย
ศาสตร์ที่สามารถควบคุมศพ เรียกิญญา และบิดเบือนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ในจักรวรรดิ เวทมนตร์ประเภทนี้ไม่ได้ถูกห้ามโดยสมบูรณ์
แต่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
เพราะโครแมนเซอร์ที่มีพลังมากพอ...
สามารถเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็กองทัพของตัวเองได้
ศัตรูที่ตายไปหนึ่งคน
สามารถกลายเป็ทหารของเขาได้หนึ่งคน
และหากศัตรูตายเป็ร้อย...
กองทัพของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเป็ร้อย
นั่นคือเหตุผลที่จักรวรรดิไม่เคยปล่อยให้โครแมนเซอร์ที่มีพลังสูงเติบโตโดยไร้การควบคุม
แต่เซนิธแตกต่างออกไป
เขาไม่ได้เพียงควบคุมศพ
เขาสามารถ รักษาสภาพศพให้คงอยู่ได้เป็เวลานาน
สามารถดึงพลังชีวิตออกจากร่างของสิ่งมีชีวิต
สามารถสร้างอันเดดที่ยังคงใช้ความสามารถบางอย่างตอนมีชีวิตอยู่
และที่น่ากลัวที่สุด...
เขาสามารถทำให้ิญญาที่ตายไปแล้วกลับมาเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว
ด้วยเหตุนี้ เซนิธจึงได้รับเลือกเข้าสู่หน่วยชั้นยอดของจักรวรรดิ
ในเวลานั้น...
เขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็ปีศาจ
แต่ถูกมองว่าเป็อาวุธของจักรวรรดิ
จนกระทั่งวันหนึ่ง
ภารกิจลับถูกส่งลงมา
สมาชิกหน่วยชั้นยอดทั้งหมดถูกเรียกตัวไปยังพื้นที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง
ไม่มีใครรู้รายละเอียดของภารกิจ
แม้แต่สมาชิกระดับสูงของหน่วยเองก็ได้รับข้อมูลเพียงบางส่วน
สิ่งเดียวที่พวกเขารู้คือ...
ห้ามเปิดเผยภารกิจนี้ให้บุคคลภายนอกรับรู้
และหลังจากนั้น...
ทุกอย่างก็จบลง
หน่วยค้นหาของจักรวรรดิเดินทางไปถึงสถานที่ดังกล่าวในอีกหลายวันต่อมา
แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่ชัยชนะ
ไม่มีศัตรู
ไม่มีค่ายทหาร
ไม่มีร่องรอยของกองทัพขนาดใหญ่
มีเพียง...
ศพ
ศพของสมาชิกหน่วยชั้นยอดทั้งหมด
นอนเรียงรายอยู่ทั่วพื้นที่
บางคนถูกตัดศีรษะ
บางคนถูกทำลายหัวใจ
บางคนถูกเผาจนเหลือเพียงกระดูก
และบางคน...
ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของิญญาหลงเหลืออยู่
สิ่งที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัวที่สุดคือ...
ศพเ่าั้ไม่ได้ถูกสังหารด้วยวิธีเดียวกัน
ราวกับว่าคนที่ลงมือรู้จักความสามารถของสมาชิกแต่ละคนเป็อย่างดี
รู้ว่าพวกเขาจะหลบอย่างไร
รู้ว่าจะป้องกันตรงไหน
และรู้ว่าควรโจมตีจุดใด
ราวกับว่า...
คนที่ลงมือเคยต่อสู้เคียงข้างพวกเขามานานหลายปี
เมื่อเ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด
พวกเขาพบวงเวทขนาดใหญ่ใต้พื้นดิน
วงเวทนั้นถูกวาดขึ้นด้วยเื
และตรงกลางวงเวท...
มีข้อความเพียงประโยคเดียว
“ความตายไม่ใช่จุดจบ”
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็คนเขียน
แต่ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว
เพราะสมาชิกเพียงคนเดียวที่หายตัวไปจากสถานที่แห่งนั้นคือ...
เซนิธ อัลบัส
หลังจากวันนั้น
เซนิธถูกประกาศว่าเป็ผู้ทรยศต่อจักรวรรดิ
ชื่อของเขาถูกถอดออกจากกองทัพ
ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเขาถูกปิดผนึก
และคำสั่งจากจักรวรรดิถูกส่งออกไปยังทุกหน่วย
หากพบตัวเซนิธ อัลบัส ให้จับกุมทันที
หากไม่สามารถจับกุมได้...
อนุญาตให้สังหารได้ทันที
แต่ไม่มีใครพบเขา
สิบสามปีเต็ม
ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใด
ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไร
จนกระทั่ง...
ผู้คนเริ่มหายตัวไป
ในตอนแรกมีเพียงข่าวลือ
ชาวบ้านหายตัวไปจากหมู่บ้านห่างไกล
นักเดินทางหายไปตามถนน
นักผจญภัยหายสาบสูญระหว่างทำภารกิจ
แม้แต่นักเวทบางคนก็หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย
ศพไม่ปรากฏ
โจรไม่เรียกค่าไถ่
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป...
จำนวนผู้สูญหายกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และในบางพื้นที่
ผู้คนเริ่มพบสิ่งประหลาด
ศพที่ควรเน่าเปื่อยกลับหายไป
สุสานบางแห่งถูกขุดขึ้นจากภายใน
สัตว์ที่ตายแล้วกลับเดินอยู่กลางป่า
และบางคืน...
ชาวบ้านได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ใต้พื้นดิน
ทั้งที่ไม่มีบ้านหรืออาคารใดอยู่บริเวณนั้น
ศาสนจักรเริ่มตรวจสอบ
จักรวรรดิเริ่มส่งหน่วยสืบสวน
และในที่สุด...
ร่องรอยทั้งหมดก็นำไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่
หมู่บ้านที่แทบไม่มีใครสนใจ
แต่ใต้พื้นดินของหมู่บ้านนั้น...
กลับมีพลังเวทความตายเข้มข้นผิดธรรมชาติ
นักบวชผู้ตรวจสอบพื้นที่คนหนึ่งถึงกับกล่าวว่า
"ที่นี่..."
"มีกลิ่นของความตายอยู่ทุกหนแห่ง"
ปัจจุบัน
ภายในห้องประชุมลับของศาสนจักร
ชายหลายคนกำลังยืนล้อมโต๊ะหิน
แผนที่ถูกกางออกตรงกลาง
มีจุดสีแดงมากมายปรากฏอยู่บนแผนที่
แต่จุดหนึ่งถูกวงเอาไว้ด้วยหมึกสีดำ
ชายชราผู้เป็หัวหน้าหน่วยสืบสวนเอ่ยขึ้น
"เรายืนยันแล้ว"
ทุกคนเงียบ
"พลังเวทที่ตรวจพบในพื้นที่นั้นตรงกับรูปแบบเวทมนตร์ของเซนิธ อัลบัส"
อัศวินคนหนึ่งกำหมัดแน่น
"หมายความว่า..."
"ใช่"
ชายชราพยักหน้า
"โครแมนเซอร์คนนั้นยังมีชีวิตอยู่"
บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง
สิบสามปี
ชายผู้หายตัวไปสิบสามปี
กลับมาอีกครั้ง
และคราวนี้...
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง
"มีผู้สูญหายมากแค่ไหน?"
"ยังไม่ทราบแน่ชัด"
"แล้วมีอะไรอีก?"
นักบวชคนหนึ่งวางเอกสารลงบนโต๊ะ
"มีรายงานว่าพบอันเดดหลายชนิดในบริเวณโดยรอบ"
"อันเดด?"
"ครับ"
เขากลืนน้ำลาย
"แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ..."
"อะไร?"
"อันเดดเ่าั้ไม่ได้เหมือนซากศพทั่วไป"
ชายชราเงียบ
"บางตัวสามารถใช้เวทมนตร์ได้"
"บางตัวมีความสามารถเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต"
"และบางตัว..."
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
"ดูเหมือนจะยังมีสติอยู่"
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
เพราะนั่นหมายความว่า...
เซนิธกำลังพัฒนาโครแมนซีรูปแบบใหม่
ศาสตร์ที่แม้แต่จักรวรรดิเองก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในการสร้าง
ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังห้องค่อยๆ ก้าวออกมา
เขามีร่างกายสูงใหญ่
ใบหน้าเคร่งขรึม
บนร่างสวมเกราะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์
เจอร์ราร์ด
ชายชราหันไปมองเขา
"เจอร์ราร์ด"
"ครับ"
"เ้าเคยพบเซนิธ"
เจอร์ราร์ดพยักหน้า
"ครั้งหนึ่ง"
"เ้าคิดว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน?"
เจอร์ราร์ดนิ่งไป
"ตอนที่เขายังเป็สมาชิกหน่วยชั้นยอด..."
เขาหยุดเล็กน้อย
"ข้าคิดว่าเขาเป็โครแมนเซอร์ที่อันตรายที่สุดในจักรวรรดิ"
"แล้วตอนนี้?"
เจอร์ราร์ดมองแผนที่
สายตาของเขาหนักแน่นขึ้น
"ข้าไม่รู้"
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
เพราะหากแม้แต่เจอร์ราร์ดยังไม่กล้าประเมิน...
นั่นหมายความว่าเซนิธในปัจจุบันอาจน่ากลัวกว่าเมื่อสิบสามปีก่อนมาก
ชายชราวางม้วนคัมภีร์ลงบนโต๊ะ
"เ้าจะเข้าไป"
เจอร์ราร์ดหยิบมันขึ้นมา
"ภารกิจ?"
"แทรกซึม"
"ค้นหาฐานที่มั่น"
"ยืนยันจำนวนผู้ถูกจับตัว"
ชายชราหยุด
ก่อนพูดประโยคสุดท้าย
"และหากมีโอกาส..."
เจอร์ราร์ดมองเขา
"สังหารเซนิธ"
เจอร์ราร์ดไม่ได้ตอบทันที
เขามองม้วนคัมภีร์ในมือ
จากนั้นจึงกำมันแน่น
สิบสามปีก่อน...
เซนิธสังหารสมาชิกหน่วยชั้นยอดทั้งหมด
หนึ่งในนั้นคือคนที่เจอร์ราร์ดรู้จักเป็อย่างดี
นับั้แ่วันนั้น...
เขาไม่เคยหยุดตามหาอีกฝ่าย
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
เขาไม่ได้เข้าไปในฐานะอัศวินศักดิ์สิทธิ์
เขาจะเข้าไปในฐานะเหยื่อ
จะยอมถูกจับ
ยอมถูกผนึก
และยอมให้ศัตรูคิดว่าตัวเองชนะ
เพื่อแลกกับโอกาสเพียงครั้งเดียว
โอกาสที่จะได้พบเซนิธอีกครั้ง
เจอร์ราร์ดเงยหน้าขึ้น
"ข้ารับภารกิจ"