"ฮาฮา ท่านแม่ท่านไม่ต้องห่วงข้าหรอกครั้งนี้มีท่านผู้ช่วยนักแบกอย่างซุนหงอยู่ด้วยคน จุจุ"ฟ่านเว่ยยิ้มชี้ไปทางซุนหงที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ฟ่านเว่ย
"อาโยว ชิชิ ซุนหงดูเจ้าทำหน้าสิ ไม่งดงามเลย"ฟ่านเว่ยชิชะ หลงเปาได้แต่จ้องตาแป๋ว หลังอำลาแล้ว พวกเขาเริ่มเตรียมตัวออกเดินทาง
ตอนนี้พวกเขากำลังเคลื่อนตัวไปอย่างสบายๆ ฟ่านเว่ยที่ตอนนี้กำลังนั่งชมวิวกินขนมอยู่ พวกเขาเดินทางมาได้ ห้าวันแล้ว อีกประมาณ7วันถึงจะถึงฝั่งชายแดนเหนือ จึงหยุดพักลงเพราะอาทิตย์เริ่มตกดิน พวกเขาพักที่กลางป่า
กลางดึก บนต้นไม้ฟ่านเว่ยกำลังนอนมองดาวอยู่นั้น เขาก็ขมวดคิ้วดีดตัวขึ้นนั่ง ดูเหมือนจะเจอพ่องี่เง่านั้นแล้ว แต่ว่า...
หนังตาของเขากระตุกถี่ๆ ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัด ทำไมในชาติก่อนของเขาถึงซื้อหวยไม่แม่นบ้างนะ
ในตอนนี้ฟ่านเว่ยสีหน้าน่าเกลียด กัดฟันดังกรอดเขากำมือแน่นเล็บจิกลงในมือนั้น ตอนนี้พยายามสะกดอารมณ์นั้นของตนให้สงบ หญิงสาวในหัวเขา ภาพที่เหล่าส่งผ่านให้เขาในตอนนี้เริ่มทำให้เขาไม่แนใจ
หญิงสาวที่ลุกขึ้นมาทำอาหาร อาหารล้วนแปลกตาไม่เคยเห็นในโลกนี้ แต่เขารู้จักพวกมันดีในชาติก่อนเขามีโอกาสได้กินมัน การพูดจา กริยาที่ดูแปลกแยก ดูท่าเขาต้องตรวจสอบนางคนนี้ให้เร็วที่สุด ดวงตาของเขาเย็นจัด คิดจะแย่งพ่อไปจากเขางั้นหรือ สมควรตาย
ซุนหงที่เฝ้าเวรอยู่สะดุ้งขึ้นเมื่อเห็นบริเวณรอบๆเย็นลงก่อนที่จะพบต้นเหตุมาจากนายของตน แต่เสียงกรนนั้นขัดจังหวะจนเขาต้องเหลือบตามองเด็กน้อยที่นอนอยู่ ซุนหงรู้สึกคิ้วกระตุก
เสียงนกร้องดังต้อนรับแสงอาทิตย์ในวันใหม่ พวกเขาก็ออกเดินทางโดยใช้อีกเส้นทางหนึ่งเป็นทางที่ใกล้กว่าทางหลักแต่ว่านั้นจะต้องข้ามป่าแห่งหนึ่ง พวกเขาเดินทางเข้าใกล้หมู่บ่านแห่งหนึ่ง ที่หมู่บ้านนั้นดูค่อนข้างรกร้าง วังเวิงไม่มีผู้คน แต่ว่าฟ่านเว่ยและซุนหงต่างรับรู้ว่ามีผู้คนอยู่จำนวนมากแอบเฝ้ามองพวกเขาจากรูประตูและหน้าต่าง หลงเปารู้สึกกลัวขึ้นมาในใจ
ทันใดนั้นก็มีชายชราเดินถือจอบออกมาซึ่งเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับชายร่างใหญ่สองคนถือขวาน เคียวเดินตามหลังมา
"พ่อหนุ่มทั้งสาม พวกเจ้าจะไปที่ไหนรึ ถ้าต้องการหาเมืองให้หันหลังกลับไปแล้วมุ่งทิศตะวันออกสักสิบกิโลก็ถึงแล้ว"ชายชราขมวดคิ้ว เสียงเคร่งเครียด พวกฟ่านเว่ยต่างมองหน้ากันเลิกคิ้วขึ้น
"อาโยว ท่านผู้เฒ่าพวกข้านั้าจะมุ่งหน้าไปที่เมืองจินตู ฝั่งประตูชายแดนอุดร"ฟ่านเว่ยโบกพัดอย่างเชื่องช้า ปล่อยรอยยิ้มที่มุมปาก ชายชราหันหน้ามองกับชายร่างใหญ่สองคน ขมวดคิ้วเคร่งเครียด ชาวบ้านต่างเห็นเสื้อผ้าที่สวยงามของทั้งสาม ดูไม่เหมือนชุดคนธรรมดาก็ตัดสินใจเริ่มพากันออกมาทีละคน
"พ่อหนุ่ม พวกข้าได้ยินมาว่าที่ชายแดนตอนนี้กำลังมีสงครามข้าว่าพวกเจ้าอย่าไปเลย"ชายชราบอกกล่าวสถานการณ์ดังกล่าว
"พวกข้ามีธุระต้องไปที่นั่นจริงๆ หึหึ"ฟ่านเว่ยยังยืนยันคำเดิม หัวเราะเบาๆ
"ถ้าพวกเจ้าต้องการเมืองจินตูละก็ไปอีกเส้นทางไม่ดีกว่ารึ"ชายชราเริ่มตึงเครียด สูดหายใจเข้าออก คนพวกนี้ต้องการไปตายรึ
"ไม่ ข้ารีบ ข้าต้องไปเดี่ยวหลีกทางด้วยก่อนที่ข้าจะไม่ปราณี"ฟ่านเว่ยเองก็หรี่ตามองเหล่าผู้คนด้วยสายตาเย็น ชายชราเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหัว น่าเสียดาย น่าเสียดาย อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ
ชายชราถอยหลังหลีกทางให้ ชาวบ้านเห็นก็หลีกทางเช่นกัน ทั้งสามขี่ม้าผ่านไปโดยมีสายตาของชาวบ้านส่ายหัว อย่างเสียดาย แต่ละคนยังอายุน้อยแถมรูปโฉมก็โดดเด่ดนัก
พวกเขาขี่ม้าผ่านจากหมู่บ้านก่อนที่วิ่งเข้าไปในป่าที่มืดทึบด้วยความเร็ว หลงเปากลัวกำเชือกนั้นแน่นกัดฟันพยายามตั้งสติ ฟ่านเว่ยและซุนหงเริ่มชะลอฝีเท้าม้าลง หลงเปาเห็นก็รีบหยุดแทบไม่ทันม้าเลยทั้งสองไปได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นไปทั่วรอบป่า หลงเปาหันหลังเห็นทั้งสองหยุดนิ่ง เขาก็รู้สึกสั่น
จมูกของฟ่านเว่ยได้กลิ่นเลือดแตะจมูก เนื้อตัวก็รู้สึกสั่น เขาเลียริมฝีปากหรี่ตาเย็นคู่สวยนั้น หลงเปาควบม้าวิ่งไปใกล้ฟ่านเว่ย ซุนหงกำดาบแน่นสายตาเย็นชามองไปรอบๆ เสียงลมก็ดังขึ้น ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งพุ่งออกมาจากป่าทึบ
ปัก
ซุนหงปัดลูกธนูนั้นออกก่อนที่จะมีลูกธนูยิงมาอีก ฟ่านเว่ยกระโดดขึ้นหลังม้าไปรับหลงเปา ธนูนั้นยิงโดนม้าของเขาจนมันวิ่งไป ลูกธนูอีกดอกพุ่งไปทางซุนหง เขาใช้ดาบปัดมันก่อนที่จะรีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ ฟ่านเว่ยโยนหลงเปาไปแอบหลังต้นไม้ก่อนที่เขาจะแอบที่ต้นไม้อีกต้น เขาได้กลิ่นอายของมันมากกว่าร้อยคน เขาสบตาซุนหง ซุนหงพยักหน้ารับ
"หลงเปาเจ้าไปแอบเสีย"ฟ่านเว่ยรีบให้หลงเปาไปแอบอย่างเร็ว เขาก็พุ่งออกจากต้นไม้ ลูกธนูก็พุ่งก็มาเขารับธนูดอกนั้นก่อนโยนมันกลับคืนให้คนยิง รีบวิ่งเข้าใส่ตนที่อยู่รอบๆ ก่อนง้างดาบในมือฟันหัวลอย หลงเปาที่แอบอยู่ก็รู้สึกเป็นห่วงนายก่อนชะโงกไปมอง ก่อนเห็นฉากที่ หัวคนหลุดออกมาง่ายดาย หัวจำนวนมากกำลังลอยอยู่บนฟ้าท่ามกลางสายน้ำที่เป็นสีแดง
กลุ่มโจรที่เห็นก็รู้สึกกลัวขึ้นมาในใจ พวกเขาพยายามจะวิ่งหนี ทันทีที่วิ่งก็ล้มลงขากลับขยับไม่ได้เหมือนโดนบางอย่างดึงขาไว้ ก่อนก้มลงมองเห็นกิ่งไม้นั้นพันรอบขาไว้ เงาบางอย่างเลื่อนมาบดบังก่อนที่จะเงยหน้ามองเห็นคนเลือดท่วมตัวแสยะยิ้มอยู่ก่อนที่นั้นจะเป็นภาพสุดท้ายของเขา
..
ในห้องที่มีแสงเทียนส่องสว่าง ภายในห้องมีกลิ่นยาอบอวนผสมกับกลิ่นหอมของชา มีชายผู้หนึ่งกำลังนั่งอ่านบางสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษ แสงเทียนสาดส่องเห็นใบหน้าที่งดงามที่ทั้งชายหญิงต่างใคร่ฝัน แสงในดวงตาวูบไหวแต่ใบหน้านั้นซีดขาว ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสงบดั่งเดิม ก่อนที่จะมีเสียงดังจากนอกประตู
"พี่อี้หลงข้าเข้าไปได้ไหม"เสียงหวานอ้อยอิ่งดังขึ้นจากนอกประตู อี้หลงวางกระดาษลงก่อนจะพับเก็บซ่อนลงล่างกระดาษที่ทับกันเป็นปึก
"เจ้าเข้ามาเถอะ ฮวาเอ่อร์ "เสียงของอี้หลงอ่อนโยนลง เสียงประตูเปิดออก ปรากฎร่างหญิงสาวใบหน้าเล็กที่สวยงาม นางถือถาดใส่ถ้วยเข้ามา เยื้องกายอย่างเอียงอาย ดวงตากระพริบอย่างช้าๆ นางเดินเข้ามานั่งลงตรงหน้าอี้หลง
"พี่อี้หลงเจ้าคะ ข้าน้อยนำน้ำแกงมาให้ท่านเจ้าค่ะ ข้าเคี้ยวน้ำแกงเองเลยนะเจ้าคะ อากาศที่นี้มันหนาวกลัวท่านจะป่วยอีก"นางวางถ้วยน้ำแกงลงตรงหน้าอี้หลง
"แค่กๆ ฮวาเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องลำบากหรอก แค่กๆ"อี้หลงเริ่มสั่นไอ
"พี่อี้ท่านเจ้าคะ!"นางเห็นอี้หลงไอออกมาก็พยายามจะเข้าไปช่วยลูกหลังเขา แต่เขาห้ามเอาไว้
"พี่อี้หลงท่านอ่อนแออยู่แล้ว ตอนนี้ยังโดนฮ่องเต้รับสั่งให้มาที่นี้อีก ที่นี้หนาวก็หนาวทำให้ร่างกายท่านแย่ลงไปอีก"นางทำหน้าเศร้า
"เจ้าอย่าไปพูดแบบนั้นเชียว แค่กๆ รู้หรือไม่ถ้าผู้อื่นได้ยินเจ้าคงไม่ได้อยู่ที่นี้อีก มันจะทำให้ข้าป่วยใจแค่ก ๆ"อี้หลงทั้งไอทั้งขมวดคิ้วแน่น ใบหน้านั้นซีดอยู่แล้วก่อนที่ไออกมาอีกครั้งกลายเป็นเลือดพุ่งออกมา สลบแน่นิ่งไป เจียงฮวาเห็นหน้าก็หน้าซีดนางรีบออกไปตามหมอ
"ร่างกายท่านเสนาบดีอ่อนแอลง เพราะอากาศหนาวกัดกินภายในกระดูกอยู่แล้ว ตอนนี้เพราะมีบางอย่างไปกระตุ้นจึงทำให้อาการหนักขึ้น "หมอตรวจอาการก่อนขมวดคิ้ว
"แล้วพี่อี้หลง เขาฟื้นเมื่อใดรึหมอ"นางกัดริมฝีปาก ดวงตาแดงก้ำ
"เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้แต่ระหว่างนี้จะดีกว่าถ้าไม่มีผู้ใดมารบกวนการรักษา รวมถึงแม่นางด้วย"หมอหลับตาเลิกคิ้วขึ้น เจียงฮวาเม้มริมฝีปากทำหน้าไม่พอใจก่อนเปลี่ยนเป็นสงบอย่างรวดเร็ว นางโค้งตัวลงอย่างช้าๆ
"รบกวนท่านหมอแล้ว ถ้าพี่อี้หลงเกิดเป็นไรขึ้นมาข้าคง"สิ้นคำนางก็สะอื้น หมอเห็นเช่นนั้นก็เพียงแค่ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจออกไป
เมื่อไม่มีผู้ใดอยู่ในห้อง ชายใบหน้าสีซีดที่หลับใหลอยู่ก็เปิดเปลือกตาขึ้นดวงตาที่ไม่แสดงอารมณ์เผยออกมา เขาลุกขึ้นไปที่โต๊ะ ก่อนหยิบกระดาษนั้นขึ้นมามองอีกครั้ง ในจดหมายมีบางสิ่งแนบมาผ้าเช็ดหน้าที่ปักด้วยคำว่า 'เว่ย' เขาหบับตาลูบไล้มันก่อนที่จะดมผ้าเช็ดหน้านั้นอย่างหลงใหล เขาลืมตาขึ้นดวงตาคู่นั้นนั้นแข็งกร้าว เขาหายใจแรงขึ้นมือจับฉีกกระดาษนั้นทิ้ง ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นถ้วยน้ำแกงนั้นก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมา เดินไปที่กระถางต้นไม้ก่อนที่จะเทมันลง ดวงตานั้นประกายเต็มไปด้วยความเย็นชา
เหตุใดเจ้าถึงจำไม่ได้?----------------ละครหลังฉากอี้หลง:'ฟุดฟิด'สูดดมผ้าเช็ดหน้าฟ่านเว่ย:"กรี๊ด คุณตำรวจมีโรคจิตอยู่แถวนี้ครับ"ชี้ไปทางอี้หลง อี้หลง:...