“ที่นี่มันที่ไหนกัน” แสงแดดจ้าที่แยงตาของเมฆจนได้สติกลับมา หลังจากที่ปรับโฟกัสภาพที่เห็นเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
เมฆพยายามตั้งสติสำรวจสิ่งของในตัวเมฆได้พบความจริงว่าตนเหลือแต่เสื้อผ้าที่ติดตัวไม่มีอะไรเหลือเลยเมื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจำได้ว่าตนเองกำลังต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายที่มาทำร้ายตน แม้จะอยู่ในความมือแต่ก็พอเดาได้ว่ากลุ่มคนเหล่าคือใคร “ไอพวกเวรเอ้ย กลับไปกูจะเล่นพวกแม่งให้ยับเลย”
“ไอหนุ่มเอ้ย......” ด้านหลังของเมฆมีชายชราท่าทางใจดีเพียงแต่เขาดูแต่งกายทรุดโทรมมากทั้งยังดูเก่าแปลกๆ “เอ็งมาทำอะไรที่รึเ้าหนุ่ม ท่าทางกายแต่งกายเอ็งประหลาดอย่างไรไม่รู้” ชายชราถามคำถามต่อจนเมฆคิดคำตอบเกือบไม่ทัน “ผมโดนเล่นงานลับหลังครับคุณตา ไอพวกเวรนั่นแอบเข้าข้างหลังผม”
“ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนเหรอครับคุณตา” เมฆเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะที่นี่เป็ทุ่งโล่งกว้างดูแล้วน่าจะไกลจากแถวๆ บ้านมาก
“ที่นี่คือหมู่บ้าน ชิงชีไงหล่ะ”
“หมู่บ้านอะไรนะครับ”
“ชิงชี” ชายชราตอบเสียงดังขึ้นเล็กน้อย
“หมู่บ้านชิงชีนี่มันอยู่อำเภอไหนจังหวัดไหนเหรอครับคุณตา”
“อำเภอ? จังหวัด? มันคืออะไรรึไอหนุ่ม” ชายชราทำท่าฉงนสงสัยเป็อย่างยิ่งกับคำถามที่เมฆเอ่ยขึ้นมา “ที่นี่คือหมู่บ้านชิงชี เขตเมืองเฟิงหวา”
“หะตา เมืองเฟิงหวานี่มันจังหวัดไหน”
“จังหวัดอะไรของเอ็งไอหนุ่มนี่ท่าทางจะโดนตีหัวจนเพี้ยนไปแล้ว ที่นี่คือหมู่บ้านชิงชีเมืองเฟิงหวา อาณาจักรชินหลิง”
“ชินหลิงบ้าบอคอแตกไรวะตา ผมพูดดีๆ ด้วยตามากวนโอ้ยผมทำไม เห็นไหมว่าผมโดนทำร้ายมาตายังจะมากวนผมอีก” จากความงุนงุนเริ่มเปลี่ยนเป็ความโกรธที่ตนต้องมาเจอเื่อะไรไม่รู้แถมเจอคุณตาที่น่าจะสติไม่ดี
“เอะไอหนุ่มนี่เดี๋ยวปั๊ดโดนข้อศอกข้าเลยหนิ เอ็งโดนพวกนั้นตุ๋ยจนสมองกับหูเพี้ยนไปแล้วเรอะ”
“เอาหล่ะๆ ผมไม่เถียงกับตาแล้วว่าแต่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดไปทางไหนหรือเหรอครับตา” เมฆเลือกที่จะตัดบทเพราะไม่้าเสวนากับคุณตาที่ท่าทางน่าจะสติไม่เต็มร้อย เมฆได้รับคำแนะนำจากชายชราและเดินทางไปหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดเพื่อที่จะกลับบ้าน
สภาพหมู่บ้านที่ปรากฏในสายตาเมฆนั้นเรียกได้ว่าเก่าและทรุดโทรมมากและที่สำคัญลักษณะหมู่บ้านมีกลิ่นอายของหนังจีนกำลังภายในยุคเก่า ชาวบ้านแถบบ้านแบกหามเนื้อสัตว์ ข้าวสาร สิ่งของด้วยแรงคนและเกวียน “เนื้อหมู 2 ชั่ง สามสิบเหรียญทองแดงจ่ะ” เมฆได้แต่กรีดร้องในใจ ที่นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ยยยย........
“พ่อหนุ่มลูกมาจากไหนเนี่ย” เสียงคุณยายท่านหนึ่งที่ถือตะกร้าจับจ่ายสินค้าในตลาดคาดว่าที่คุณป้าเข้ามาสอบถามคงเป็เพราะเห็นเมฆมองซ้ายทีขวาที ท่าทางป้าดูใจดี เมฆดีใจมากที่ในที่จุดก็เจอชาวบ้านสักทีหลังจากที่เสียเวลาเดินเป็ชั่วโมงกว่าจะมาถึงที่แห่งนี้
“กรุงเทพฯ ครับยาย”
“กรุงเทพฯ นี่มันเหมืองไหนเหรอลูก”
“ก็จังหวัดกรุงเทพฯ ไงครับยาย” เมฆเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ ทำไมดูทีท่าแล้วคำตอบที่ได้มาจะเหมือนคุณตาคนนั้นและเป็ดังคาด “หนุ่มลูกมาจากต่างประเทศใช่ไหม ที่นี่เมือง เฟิงหวา อาณาจักรหลิงหลงนะ” เป็ดังที่คาดไว้จริงๆ ถ้าแค่คุณตาคนเดียวยังพอคิดได้ว่าสติไม่ดีแต่ดันมีคุณยายอีกคนยืนยันอีก
จากการสำรวจของเมฆพบว่าที่นี่เป็ต่างโลก ที่การปกครองและหลายๆ อย่างคล้ายกับจีน แต่คนที่นี่มันดันไม่มีคนชื่อจีนเลยนี่สิ่ !?!!? อย่างคุณยายใจดีคนเมื่อกี้ท่านชื่อ ยายดำ สามีแกคือ ตาแดง หน่วยเงินของโลกนี้เรียบง่าย ‘เหรียญทองแดง’, ‘เหรียญเงิน’, เหรียญทอง และ ตั๋วเงิน
โลกนี้เป็โลกที่มีจอมยุทธและฝึกวรยุทธ มีสัตว์อสูรลมปราณ จอมยุทธสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ สู้สัตว์อสูรลมปราณเพื่อเอาดวงจิตมาใช้ได้ ลือกันว่ายอดยุทธในตำนานสามารถถอดิญญาเก็บไว้ได้สามารถที่จะคืนชีพกลับมาที่ิญญาเดิมของตนได้
ความจริงที่ประดังประเดเข้ามาทำให้เมฆยังตั้งตัวแทบไม่ได้โดยเฉพาะกับการที่โลกนี้เป็โลกที่ดูยังไงก็เป็โลกกำลังภายในแต่ทำไมคนที่นี้ดันชื่อไม่มีเค้ากำลังภายในเลย เมฆไม่มีทางเลือกในเมื่อเขาต้องมาโผล่ที่โลกแห่งนี้แล้วเขาก็จพเป็ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้
“ลุงครับ ผมเป็คนจากต่างเมืองพึ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านนี้ ผมไม่มีเงินติดตัวมาเลยเพราะถูกโจรปล้นผมควรทำยังไงดีครับ” เมฆได้แต่เดินไปถามชายบ้านแถบนั้นเนื่องจากเขาไม่มีไปแล้วจริงๆ “เอ็งลองไปติดต่อที่หัวหน้าหมู่บ้านดูสิ่ ผู้เฒ่าแดงเผื่อท่านจะช่วยอะไรเอ็งได้” ชาวบ้านแถบนั้นแนะนำเมฆอย่างเป็มิตร ชาวบ้านคนนั้นอาสาที่จะพาเมฆไปหาผู้ใหญ่บ้านเพราะดูแล้วหน้าตาท่าทางไม่ได้ดูมีพิษภัยอะไร
เมื่อเดินทางไปถึงท้ายหมู่บ้านก็พบกับบ้านไม้หลังใหญ่หลังหนึ่ง ดูไปก็สมกับเป็บ้านผู้นำหมู่บ้าน ดูโอ่อ่าแต่ก็แฝงไปด้วยความเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อ
“ผู้เฒ่า…… ท่านผู้เฒ่าอยู่ไหมมมมม” ผ่านไปชั่วอึดใจค่อยมีเสียงเด็กสาวตะกอนออกมา
“ท่านปู่ไม่อยู่เ้าค่ะ ท่านลุงเหมือนมีอะไรเหรอจ๊ะ”
“ออกมาคุยกันหน่อยหนูส้มจี๊ด มีแขกมาหา” ลุงเหมือนะโร้องออกมาเพื่อเรียกส้มจี๊ดหลานสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้าน
“ส้มจี๊ดลูกผู้เฒ่าไปที่ไหนเหรอ”
“ท่านปู่ไม่อยู่จ่ะ มีแค่ย่าที่อยู่หลังบ้าน เดี๋ยวหนูไปตามย่ามานะ” ไม่ทันได้คำตอบจากลุงเหมือนส้มจี๊ดก็วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างรอลุงเหมือนได้เล่าเื่ราวคร่าวๆของส้มจี๊ดหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้าน ว่ากันว่าบิดามารดาของเด็กหญิงถูกจอมยุทธไร้นามท่านนึงสังหารอย่างโเี้ มีข่าวลือว่าผู้ที่สังหารบิดามารดาของเด็กหญิงเป็ยอดยุทธจากวิหารซิงเฉิง แต่ก็เป็แค่ข่าวลือเพราะวิหารซิงเฉิงเจิ้งนั้นเป็เพียงแค่ตำนานที่เล่าขาน
‘คุณย่า’ หรือก็คือยายดำนั่นเอง ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือจะเป็โชคเข้าข้างเมฆ ยายดำเมื่อเห็นเมฆก็พอจะเดาคร่าวๆได้ว่าเป็เื่อะไร จึงได้ชักชวนให้เมฆไปพักดื่มน้ำท่าก่อนเพื่อรอตาแดงหรือก็คือผู้นำหมู่บ้านกลับมานั่นเอง ตกเย็นตาแดงก็กลับมาหลังจากที่ได้ฟังเื่ราวที่เมฆและยายดำพูดคุยให้ฟังก็สรุปออกมาได้ว่า จะให้เมฆไปอยู่ที่กระท่อมหลังหมู่บ้านชั่วคราวส่วนข้าวปลาอาหารก็ให้เมฆมาช่วยงานในไร่แลกกับอาหารสามมื้อ
“ผมขอขอบคุณตากับยายมากเลยนะครับที่ช่วยผม” เมฆกล่าวขอบคุณอย่างทราบซึ้งใจที่ได้รับความช่วยเหลือจากสองตายาย “ไม่เป็ไรหนุ่มเอ้อว่าแต่เราคุยกันตั้งนานสองนานตาขอถามความจริงได้ไหมหนุ่มเป็ใครมาจากไหน” ตาแดงถามเมฆเพื่อความแน่ใจแม้ใจนึงจะมั่นใจในสายตาการมองคนของตนที่สะสมมาจากการเดินทางว่าเมฆเป็คนที่ไม่มีพิษภัยอะไรแต่ก็ถามเผื่อไว้เพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน
“ตากับยายจะหาว่าผมบ้าไหมครับถ้าสิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้”
“ได้ ตารับปากว่าจะฟังในสิ่งที่หนุ่มพูด”
“ผมชื่อเมฆ ผมมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ เขตสาธร อายุ 20 ปี เป็นักศึกษามหาวิทยาลัย ผมมาจากโลกอื่นที่วิทยยาการก้าวหน้ากว่าที่นี่มากเราบินได้แต่ไม่ใช่เพราะลมปราณหรือวิทยายุทธ........” หลังจากเล่าเื่ราวมากมายครู่ใหญ่ ทุกคนไม่มีใครพูดอะไรต่อ มีเพียงส้มจี๊ดที่ไม่ทราบว่ามาั้แ่เมื่อใดที่ตั้งใจฟังเื่ราวที่เมฆเล่าอย่างสนอกสนใจพร้อมด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “ผมคิดไว้แล้วว่าตากับยายน่าจะไม่เชื่อสิ่งที่ผมเล่า” เมฆคิดไว้แล้วว่าสิ่งที่ตนเล่าฟังดูแล้วเหลือเชื่อเกินความเป็จริงไปมาก
“เปล่าหรอก ตาเชื่อสิ่งที่เอ็งเล่า” ตาแดงกล่าวอย่างหนักแน่นพร้อมกับหลับตาเพื่อรำลึกความหลัง “ในอดีตสมัยข้ายังเป็นักผจญภัย” “นักผจญภัย.... ที่นี้มันโลกบ้าอะไรวะเนี่ยยยยย!!! โลกลมปราณที่ไหนมันมีนักผจญภัยด้วยวะ” เมฆได้แต่คิดในใจพร้อมกับใบหน้าที่เหยเกอย่างเห็นได้ชัด