ก้าวสุดท้ายหลังจากที่ได้พุ่งเข้าไปยังวงเวทย์สายรุ้งร่างของเฟิงฉือจินก็ราวกับพุ่งชนติดผนังของวงเวทย์สายรุ้งตรงหน้าทันใดนั้นผนังวงเวทย์สายรุ้งมันก็ได้ค่อยๆห่อหุ้มเข้าปกคลุมรวมเข้ากับร่างของเฟิงฉือจินจนในที่สุดก็ปรากฏแสงสีรุ้งสว่างเจิดจ้าทั่วทั้งร่างของเฟิงฉือจิน
ทงหลินที่กําลังตะลึงกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งได้เกิดขึ้นไปเมื่อครู่มันก็ได้ตะลึงและเบิกตากว้างด้วยความตะลึงอีกครั้งมันไม่เคยเห็นวิธีการที่เด็กหนุ่มตรงหน้าได้ใช้มาก่อนเลย แถมครั้งนี้เองเช่นกันนี่มันเป็วิชาแบบใด ทักษะลับ ? ไม่น่าจะใช่แล้ว อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงต้องจ้องมองไปยังร่างของเด็กหนุ่มที่กําลังเปล่งแสงสว่างสีรุ้งตรงหน้าด้วยความช่วยไม่ได้
วูป
แสงสว่างสายรุ้งได้ดับลงอย่างรวดเร็วก่อนจะปรากฏสัญลักษณ์รูปตัว “ X ’’ บนร่างของเด็กหนุ่มสัญลักษณ์รูปตัว “ X ’’ ที่ว่าไม่เพียงจะใหญ่ปกคลุมทั่วทั้งหน้าอกของเด็กหนุ่มทว่ามันยังได้เปล่งแสงสว่างสีรุ้งที่งดงามราวกับ์ได้เป็ผู้สร้างออกมาอีกด้วย
ทงหลินได้มองไปยังแสงสว่างสายรุ้งที่เปล่งออกมาจากหน้าอกของเด็กหนุ่มจนชุดที่เด็กหนุ่มสวมใส่ยังไม่อาจสามารถปิดบังแสงสว่างตรงหน้าของมันได้ด้วยความสงสัย“ นี่เ้าเป็ใครกันแน่ ?’’ เฟิงฉือจินไม่ได้กล่าวตอบแต่กลับให้ความสนใจบนร่างของตัวเองในตอนนี้แทน“ โหมดเอ็กซ์...ในที่สุดข้าก็ได้ใช้มันออกมาจนได้ ! ’’เขายิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปกล่าวกับทงหลินด้วยนํ้าเสียงเ็าที่ยังคงใบหน้านิ่งเฉยเอาไว้ว่า“ คนที่กําลังจะตายเช่นเ้าไม่จําเป็ที่จะต้องรู้ ! ’’
“ หยิ่งยโสเกินไปแล้วเ้าหนู ’’ทงหลินรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของมันทําตัวราวกับว่ามันไม่คู่ควรให้ชายตามองทว่ามันก็ต้องรู้สึกตะลึงและขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยอย่างรวดเร็ว “นี่เ้าซ่อนระดับพลังเอาไว้อย่างนั้นรึ ? ’’ เดิมทีมันััได้ว่าระดับพลังของเด็กหนุ่มคือจุติขั้นสิบทว่าตอนนี้มันกลับััได้ว่าเด็กหนุ่มได้ยืนอยู่ในชั้นิญญาขั้นสองเสียแล้วนี่มันเป็เื่บ้าบอแบบไหนกันแน่หรือว่าสัญลักษณ์บนร่างของเด็กหนุ่มนั่นจะเป็ที่มาของการเพิ่มระดับพลังในครั้งนี้อย่างไรก็ตามมันก็ต้องปฏิเสธความคิดที่ว่านี้ออกไปและเชื่อมั่นว่าเดิมทีแล้วเด็กหนุ่มนั้นมีระดับพลังิญญาขั้นสองอยู่แล้วเพียงแต่การที่มันไม่สามารถรับรู้ได้คงเป็เพราะเด็กหนุ่มได้ใช้วิธีการพิเศษบางอย่างปกปิดเอาไว้นั่นเอง
เฟิงฉือจินไม่ได้ตอบคําถามทงหลินแต่กลับพุ่งเข้าหาทงหลินและลงมือจู่โจมแทนเขากระแทกหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือเข้าปะทะกับร่างกายอันกํายําของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วทงหลินที่ไม่ทันจะได้ชักกระบี่ขึ้นมาป้องกันจะไปสามารถต้านรับเอาไว้ได้อย่างไร
ปัง
ร่างของทงหลินได้ถูกหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือของเฟิงฉือจินกระแทกอย่างแรงจนถอยถลาไปถึงสามก้าวเฟิงฉือจินที่ได้เห็นว่าแค่นี้ยังมิอาจจัดการทงหลินลงได้ก็ได้พุ่งเข้าหาทงหลินพร้อมกับกระแทกหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือเข้าหาร่างของทงหลินอีกครั้ง
ปัง
อย่างไรก็ตามการโจมตีก็ได้ถูกต้านทานเอาไว้ได้โดยลมปราณคุ้มกันของทงหลินทว่าทงหลินมันก็ยังคงต้องก้าวถอยหลังไปถึงสามก้าวพร้อมกับกระอักเืออกมาคําโต “อั๊ก ’’ ก่อนจะรีบเคลื่อนไหวะโถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อทงหลินมันอยู่ในระยะห่างจากเฟิงฉือจินถึงสิบจั้งแล้วมันก็ได้จ้องมองไปยังเฟิงฉือจินด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว“ นี่เ้ากล้าทําร้ายข้า ?’’ “ หึ น่าขันสิ้นดี ข้าสังหารลูกน้องของเ้าไปถึงสองคนแต่เ้ากลับนิ่งดูดายพวกมันตายจากไป หรือว่าเ้าจะคิดว่าตัวเองจะไม่ถูกข้าสังหาร ?’’ เฟิงฉือจินไม่ได้พุ่งตามแต่กลับกล่าวด้วยนํ้าเสียงเ็าที่เย้ยหยันออกไปแทนเขารู้สึกเย้ยหยันเป็อย่างมากที่อีกฝ่ายมีสติปัญญาอันอ่อนด้อยเช่นนี้
“ เ้า…ได้ข้าจะสังหารเ้าและไขความลับที่อยู่บนร่างของเ้าแทน ’’ทงหลินใบหน้ากระตุกเนื่องจากมันคิดว่าคํากล่าวของเด็กหนุ่มนั้นเป็ความจริงที่มันมิอาจไม่ยอมรับไม่ได้มันจึงรีบสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็วก่อนจ้องไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าที่อยู่ห่างออกไปนับสิบจั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภแน่นอนว่าที่มันมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาแบบนี้มันเป็เพราะว่ามันไม่เคยเจออะไรที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อนเด็กหนุ่มผู้ที่มีระดับพลังชั้นิญญาขั้นสองแต่กลับสามารถต่อสู้กับมันที่อยู่ในชั้นอวตารขั้นสามได้อย่างสูสีนี่มันจะผิดแปลกเกินไปแล้วบางทีเด็กหนุ่มอาจจะได้ประสบพบเจอโชคอันยิ่งใหญ่ที่ตกทอดมาจากยุคโบราณก็เป็ได้ดังนั้นมันจึงคิดว่าหากตัวมันเองได้จัดการสังหารเด็กหนุ่มลงได้มันก็คงจะได้รับความลับอันยิ่งใหญ่ที่ว่านี้มา และบางทีมันก็อาจจะสามารถกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปนี้ได้ก็เป็ได้
เฟิงฉือจินที่ใช้ชีวิตมามากกว่าหนึ่งชาติภพมีหรือเขาจะไม่รับรู้ถึงความโลภของทงหลิน“ เ้าคิดจริงๆรึว่าตัวเ้าจะมีความสามารถมากพอที่จะสังหารข้าลงได้ ? ’’ ทงหลินที่ได้ยินจึงหัวเราะด้วยนํ้าเสียงเ็าออกมาก่อนกล่าว“ ข้าควรที่จะเป็ฝ่ายถามคําถามนั้นกับเ้ามากกว่าเ้าคิดจริงๆรึว่าเ้าจะสามารถสังหารข้าผู้นี้ได้ด้วยระดับพลังชั้นิญญาขั้นสองแม้เ้าจะสามารถทําร้ายข้าได้ทว่าข้าผู้ที่อยู่ในชั้นอวตารขั้นสามมาอย่างยาวนานมีหรือจะเกรงกลัวเ้าผู้ที่มีระดับพลังตํ่ากว่าทั้งนี้ข้ายังมั่นใจอีกด้วยว่าเมื่อครู่การที่เ้าสามารถทําร้ายข้าได้มันคงจะเป็เพราะหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือของเ้าแน่ๆหากไม่มีมันแล้วเ้าก็คงจะไม่สามารถทําอะไรข้าได้อย่างแน่นอนดังนั้นแล้วข้าก็จะทําลายหินลมปราณเหล็กสีเงินที่อยู่ในมือของเ้าเสียก่อน ! ’’สิ้นเสียงมันพลันชักกระบี่ออกมาและพุ่งเข้าหาเฟิงฉือจินอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟาดกระบี่ในมือเข้าปะทะกับหินลมปราณเหล็กสีเงินทันที
ปัง
“ อะไรกัน เหตุใดมันถึงไม่เกิดอะไรขึ้นเลยล่ะ ’’ทงหลินรู้สึกตะลึงเนื่องจากมันได้ฟาดกระบี่ที่ได้ใช้ลมปราณคุ้มกันเข้ากระแทกกับหินลมปราณเหล็กสีเงินของอีกฝ่ายทว่าหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือของอีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยนี่มันกําลังฝันอยู่หรือ ?
“ โง่เขลาเสียจริง !นี่เ้าคิดจริงๆรึว่าเ้าจะสามารถทําลายหินลมปราณเหล็กสีเงินที่อยู่ในมือของข้าได้’’เฟิงฉือจินส่ายหัวด้วยความช่วยไม่ได้ก่อนส่งแรงกระแทกจากหินลมปราณเหล็กสีเงินในมือเข้าปะทะกับกระบี่ของทงหลิน
ปัง ปัง ปัง ...
หินลมปราณเหล็กสีเงินได้พุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ของทงหลินอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดทงหลินก็มิอาจตอบสนองได้ทัน
เคร้ง
กระบี่หลุดลอยกระเด็นออกจากมือของทงหลินก่อนจะลอยไปยังทิศทางข้างๆของเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินไม่รอช้าจึงได้คว้าจับกระบี่ของทงหลินมาและใช้วงเวทย์สีเงินแปรธาตุให้กับมันจนมันกลายเป็กระบี่เหล็กสีเงินอย่างรวดเร็ว
ทงหลินถึงกับต้องตะลึงอีกครั้ง “ นี่เ้าใช้วิธีอะไรกันแน่ ’’มันมองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึงที่เต็มไปด้วยความตะหนกมันในตอนนี้มั่นใจแล้วว่ามันแม้จะสามารถทําลายหินลมปราณเหล็กสีเงินที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มลงได้ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังคงที่จะสามารถหาสิ่งของแบบเดียวกันมาได้อยู่ดีดังนั้นแล้วผลลัพธ์ที่มันเฝ้าคอยก็คงจะไม่มีวันเป็จริงได้
“ ข้าก็บอกไปแล้วว่าข้าจะไม่ตอบคําถามของคนที่กําลังจะตายเช่นเ้า ! ’’เฟิงฉือจินไม่รอช้าที่จะสะบัดกระบี่เหล็กสีเงินในมือเข้าปะทะกับร่างของทงหลินอย่างแรงด้วยความที่มันเป็กระบี่ทั้งยังถูกแปรธาตุและปกคลุมไปด้วยลมปราณมีหรือร่างของทงหลินจะสามารถต้านรับเอาไว้ได้แน่นอนว่าไม่ !
ฉวัะ
เืสาดกระเซ็นออกมาจากร่างของทงหลินอย่างรวดเร็วเฟิงฉือจินก็ได้ดึงกระบี่เหล็กสีเงินกลับมาอีกครั้งก่อนฟาดเข้าไปอีกรอบ
ฉวัะ
“ อ๊ากกกก ’’ ทงหลินร้องโหยหวนออกมาด้วยนํ้าเสียงที่น่าหวาดกลัว “ ตาย ! ’’เฟิงฉือจินกระชับกระบี่เหล็กสีเงินในมือเข้าฟาดฟันใส่ร่างของทงหลินอีกครั้ง
ฉวัะ
ทงหลินที่กําลังร้องโหยหวนอยู่มีหรือจะตอบสนองกับการฟันของเฟิงฉือจินได้ดังนั้นมันจึงได้ถูกคมกระบี่เข้าฟันอีกครั้งในที่สุดร่างของมันในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยคราบของโลหิตมากมายที่มาจากตัวมันเองในตอนนี้เองลมหายใจของมันก็ได้ค่อยๆแ่เบาลงเรื่อยๆ
ฉวัะ
คมกระบี่สุดท้ายก็ได้ถูกฟาดฟันอีกครั้งหัวของทงหลินกระเด็นหลุดลอยออกจากร่างของมันในขณะที่ดวงตาของมันจะกําลังจะดับวูปลง
วูป
ในที่สุดสติของมันก็ได้ดับวูปลงไปในก่อนที่มันจะตายนั้นมันได้มีคําถามมากมายที่อยากจะถามกับเด็กหนุ่มเช่นเฟิงฉือจินทว่ามันก็รู้ดีว่าแม้มันจะถาม เด็กหนุ่มก็คงจะไม่ตอบมันแน่ๆดังนั้นมันจึงได้เลือกที่จะตายไปโดยที่ไม่กล่าวถามคําถามใดๆออกมา
วูป
หลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่ายได้ตกตายไปแล้วเฟิงฉือจินก็ได้ออกจากโหมดเอ็กซ์อย่างรวดเร็วทันใดนั้นสัญลักษณ์ตัวเอ็กซ์บนหน้าอกของเขาก็ได้หายไป พร้อมกับตามมาด้วยระดับพลังชั้นิญญาขั้นสองของเขาก็ได้ลดลงกลับมายังชั้นจุติขั้นสิบเท่าเดิม
ฮ่าวเหรินที่ได้ดูเหตุการณ์มาตลอดและได้คิดอยากจะถามเฟิงฉือจินมาตลอดจึงได้กล่าวถามอย่างรวดเร็วว่า“ ศิษย์เอ๋ยเหตุใดเ้าถึงสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างน่าประหลาดใจเช่นนี้ ? ’’ เฟิงฉือจินจึงยกเลิกผลของวงเวทย์สีเงินจากกระบี่และหินลมปราณพร้อมกล่าวตอบอย่างรวดเร็วว่า“ วิธีการที่ข้าได้ใช้ออกไปนั้นมันมีชื่อว่าโหมดเอ็กซ์ด้วยโหมดเอ็กซ์นี้มันจะทําการเปลี่ยนสสารในร่างของข้าทั้งหมดไปเป็สสารพิเศษที่มีชื่อว่าเอ็กซ์สสารเอ็กซ์นี้เป็สสารที่แข็งแกร่งที่สุดในทุกๆสสารด้วยเหตุนี้มันจึงได้เพิ่มความแข็งแกร่งทุกๆอย่างให้กับข้าไม่ว่าจะเป็กระดูกหรือเื แม้แต่พลังลมปราณก็ถูกเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นโดยมัน’’แม้จะเป็เช่นนั้นเฟิงฉือจินก็ได้ประหลาดใจมิใช่น้อยเนื่องจากเขาคาดเดาว่าถ้าหากเขาใช้โหมดเอ็กซ์บางทีความแข็งแกร่งของเขาคงจะเพิ่มแค่หนึ่งขั้นทว่ามันกลับต่างจากการคาดเดาของเขาอย่างสิ้นเชิง สองขั้นใช่แล้วมันคือสองขั้นที่โหมดเอ็กซ์สามารถเพิ่มให้ได้ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกพึงพอใจมิใช่น้อย
ด้วยระดับพลังชั้นิญญาขั้นสองบวกกับการแปรธาตุสิ่งของให้เป็เหล็กเขาก็สามารถที่จะรับมือกับผู้ที่อยู่ในชั้นอวตารขั้นสามได้ทว่าเขาเองก็ยังต้องประหลาดใจในความแข็งแกร่งของเขาหลังจากที่ได้ปะทะกับทงหลิน
ทงหลินที่อยู่ในชั้นอวตารขั้นสามแถมยังได้ใช้ลมปราณคุ้มกันมันมิอาจที่จะทําอะไรกับหินลมปราณที่เขาได้แปรธาตุเอาไว้ได้แม้แต่น้อยดังนั้นแล้วเขาจึงประหลาดใจเป็อย่างมากที่ว่าทําไมทงหลินชั้นอวตารขั้นสามที่น่าจะมีฝีมือพอๆกับเขาถึงได้อ่อนแอกว่าเขา
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาคิดอีกเหตุผลหนึ่งได้ว่าบางทีทงหลินอาจจะเป็ชั้นอวตารขั้นสามที่อ่อนแอที่สุดเขาจึงคิดว่ามันสมเหตุสมผลเป็อย่างมากกับการที่เขาสามารถเอาชนะและสังหารทงหลินลงได้
“ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่ไอ้วิธีการที่เ้าใช้บ่อยๆนี่มันมีชื่อว่าอะไรกันคราวหน้าข้าจะได้เรียกชื่อมันถูก ’’ฮ่าวเหรินรู้สึกสงสัยว่าวงเวทย์สีเงินที่เฟิงฉือจินได้ใช้บ่อยๆนั้นมันมีชื่อเรียกว่าอะไรเฟิงฉือจินจึงกล่าวตอบอย่างรวดเร็วว่า “ เรียนท่านอาจารย์วงเวทย์สีเงินที่ข้าได้ใช้นั้นมันมีชื่อว่า โหมดไอรอนด้วยโหมดไอรอนนี้มันสามารถที่จะแปรเปลี่ยนสสารทุกชนิดให้กลายเป็สสารเหล็กชนิดพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดได้’’ เฟิงฉือจินกล่าวอธิบายออกไปอย่างสบายๆ ฮ่าวเหรินรู้สึกทึ่งและตะลึงเป็อย่างมากที่เฟิงฉือจินมีวิธีการมากมายเช่นนี้ทว่าเขาก็ยังคงพยักหน้าเข้าใจอย่างสบายๆ “ เป็เช่นนั้นนี่เอง ’’
เฟิงฉือจินที่เห็นว่าฮ่าวเหรินพอจะเข้าใจแล้วเขาจึงได้เดินไปสํารวจทรัพย์สินของบุคคลทั้งสามที่เขาได้สังหารไปทงเวี่ยนกับทงเฟี่ยนนั้นไม่มีทรัพย์สินอะไรมากนักนอกจากหินลมปราณระดับกลางหินลมปราณระดับกลางของพวกมันทั้งสองรวมกันมีเพียงสิบก้อนเท่านั้น
ต่อมาเขาก็ได้เดินมาสํารวจทรัพย์สินของทงหลินทว่าเขากลับไม่พบอะไรเลยนอกจากร่างกายที่ว่างเปล่าและแหวนสีเงินวงหนึ่งที่ถูกสวมไว้อยู่บนนิ้วมือของมัน“ เฮ้อ ตอนแรกข้าได้ยินว่าพวกมันเป็โจรไอ้ข้าก็นึกว่าพวกมันจะมีของดีๆอะไรให้ข้าเก็บเกี่ยวซะอีก แย่จริงๆ ’’เขาถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตามหลังจากที่เฟิงฉือจินถอนหายใจออกมาฮ่าวเหรินก็ได้กล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า“ ศิษย์เอ๋ยก็แหวนมิติสีเงินที่อยู่บนนิ้วของมันยังไงล่ะบางทีมันอาจจะมีสิ่งของลํ้าค่าอยู่ข้างในก็เป็ได้ ’’ “ แหวนมิติ ? ’’ เฟิงฉือจินหยิบแหวนสีเงินเข้ามาใกล้ๆด้วยความสงสัย
“ หรือว่าเ้าจะไม่รู้ว่าแหวนมิติคือสิ่งใด ’’ ฮ่าวเหรินกล่าวถาม “ใช่แล้วขอรับ ’’ เฟิงฉือจินพยักหน้ายอมรับ “ เฮ้อ กะแล้วเชียวว่าเ้าจะต้องไม่รู้’’ฮ่าวเหรินถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับอธิบายให้เฟิงฉือจินฟังว่าแหวนมิติคือสิ่งใด
ไม่นานเฟิงฉือจินก็สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าแหวนมิติคือสิ่งใดแหวนมิตินั้นคือสิ่งที่สามารถใช้เก็บของได้มากมายไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตามยกเว้นสิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่ไม่สามารถจะเก็บมันได้นอกจากนั้นก็สามารถที่จะเก็บได้หมดทั้งนี้สิ่งของที่ถูกเก็บไว้ในนั้นยังจะไม่มีวันเน่าสลายหรือหมดอายุดังนั้นแล้วเฟิงฉือจินจึงคิดว่ามันสะดวกสบายไม่น้อยที่จะมีสิ่งนี้เก็บติดตัวเอาไว้
เฟิงฉือจินไม่รอช้าที่จะนํามันมาสวมไว้ยังข้างๆแหวนผนึกมารก่อนจะส่งกระแสจิตเข้าไปดูว่าข้างในมีอะไรเก็บเอาไว้บ้าง “ นี่มันหยกนภา ! ’’เสียงของฮ่าวเหรินดังขึ้น เฟิงฉือจินจึงสงสัยและได้กล่าวถามออกไปว่า “มันคือสิ่งใดหรือท่านอาจารย์ ? ’’ เนื่องจากแหวนมิติอยู่กับเขาดังนั้นแล้วฮ่าวเหรินที่อยู่กับเขาจึงสามารถที่จะใช้กระแสจิตมองดูสิ่งของข้างในของมันได้เหมือนกันกับเขา