ทิศทางพระราชวังสีทอง หลินเฟยที่อยู่ในสภาพที่อิดโรย มองเห็นภาพอี้เฉินต่อสู้ นางเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก ก่อนนางจะมองดูลูกที่พึ่งเกิดมาของนาง ด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย เมื่อรับรู้ว่าไม่ช้าหายนะ จะต้องพุ่งเป้ามาที่ลูกของนางแน่
หลินเฟยนางจึงไม่ลังเล ที่จะเอาหม้อหลอมฟ้าดินออกมา หมายมั่นคิดจะใช้มัน ผนึกลูกน้อยของนางไว้ ให้ลูกของนาง รอดพ้นวิกฤติหายนะครั้งใหญ่ไปได้
โม่กวาง ซีเผิงที่เห็นหลินเฟยคิดจะทำอะไร พวกเขาต่างก็กล่าวห้ามปราม หลินเฟยออกมา “เจ้าเอาจริงหรือ หลินเฟยที่จะผนึกลูกของเจ้า ไว้ภายในหม้อหลอมฟ้าดินเช่นนี้?”
หลินเฟยที่มองลูกน้อยของนางเริ่มร้องไห้ งอแง จากคลื่นอารมณ์ที่แปรปรวน ของผู้เป็นมารดา ลูบใบหน้าเรียวเล็กเด็กน้อย ภายใต้ผ้าสีแดง ด้วยความอ่อนโยน พร้อมกับกล่าวพูดขึ้นมา “พวกเจ้าอย่าห้ามปรามข้าเลย พวกเจ้าก็น่าจะรู้ดี จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น พวกเขาไม่ได้มาเพื่อฆ่าสังหารอี้เฉินเท่านั้น ลูกข้าเองก็ตกอยู่ในอันตรายด้วยเช่นกัน”
ก่อนหลินเฟยจะถอดแหวนไม้เก่า ที่นางหวงแหนเป็นอย่างมาก ส่งมอบให้ลูกน้อยนาง แล้ววางเด็กน้อยลงภายในหม้อหลอมฟ้าดิน ก่อนจะขับเคลื่อน การผนึกโดยใช้อายุเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง เป็นตัวขับเคลื่อน ปิดผนึกหม้อหลอมฟ้าดิน ไปพร้อมลูกน้อยของนาง สักวันหนึ่งนางหวังว่า ลูกน้อยของนางจะได้เติบใหญ่
หลินเฟยสายตานาง เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อจะไม่ได้เห็น บุตรสาวของนาง เติบโตด้วยดวงตาคู่นี้ของนางอีกต่อไป “อี้หลิน นามของเจ้าที่ได้มาจากชื่อพ่อและแม่ หวังว่าเจ้าจะรับรู้ความรัก ที่พ่อกับแม่มีให้เจ้า มากมายถึงเพียงใด”
ก่อนหลินเฟย นางจะกระอักเลือดสด ออกจากปากมาคำใหญ่ เมื่อรับรู้ว่าพลังของนาง ไม่เพียงพอที่จะผนึกหม้อหลอมฟ้าดินใบใหญ่ เบื้องหน้านางอีกต่อไป
ซีเผิง โม่กวางครั้นเห็นความแน่วแน่ ตั้งใจของหลินเฟย ไม่แปรเปลี่ยน พวกเขาจึงช่วยเหลือนาง ขับเคลื่อนผนึกนั้นอีกแรง จนมันเสร็จสมบูรณ์ ก่อนหลินเฟยจะโบกฝ่ามือ ส่งมอบหม้อหลอมฟ้าดิน ให้โม่กวางดูแล “หวังว่าท่านจะดูแล มันเป็นอย่างดี พี่โม่กวาง นี่อาจจะเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของข้า และอี้เฉินก็เป็นได้”
“เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นหลินเฟย ข้ารับปากเจ้า ข้าจะดูแลลูกเจ้ากับอี้เฉินเป็นอย่างดี ยิ่งกว่าชีวิตของข้า”
“อืมๆ หลินเฟยเจ้าไม่บอก พวกเราก็จะปกป้องเลือดเนื้อ เชื้อไขเจ้าและอี้เฉิน เป็นอย่างดีแน่นอน”
“ขอบคุณพวกท่านมาก เช่นนั้นข้าลาก่อน” ก่อนร่างหลินเฟยที่อยู่ในสภาพที่อิดโรย จากการคลอดลูก จะห้อตะบึงไปยังบริเวณที่อี้เฉิน หนีการไล่ล่า ฆ่าสังหาร แม้จะถูกพวกเขาห้ามปรามไว้ก็ตาม
บริเวณจุดที่อี้เฉินหนีการไล่ล่า ฆ่าสังหาร ไปยังนครซากศพ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขาแค่นเสียงเดือดดาล ขึ้นมาทันที ครั้นเห็นอี้เฉินตรงไปยังทิศทาง ของแดนลับ หยวนเทียน “รีบฆ่าสังหารมันเร็วเข้า อย่าให้มันหนีเข้าไปภายใน แดนลับหยวนเทียนนั้นได้”
สภาพพวกเขาที่บาดเจ็บ จากสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ ปลดปล่อยการโจมตี ระดับชั้นฟ้า ออกไปฆ่าสังหารอี้เฉินอย่างบ้าคลั่งในทันใด จวนบัดนี้อี้เฉินรับรู้ได้ถึงความตาย ขึ้นมาอย่างหนักหน่วง เมื่อปราณพลังของผู้ยิ่งใหญ่ โหมกระหน่ำ ระเบิดปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง อายความเฉียบคม ราวกับจะพุ่งทะลุชั้นฟ้า ข้ามผ่านกาลเวลามาบดขยี้ร่างอี้เฉิน
ก่อนที่ จู่ๆ เสียงระฆัง จะดังออกมาก้องฟ้า คุ้มกันกายอี้เฉินไว้ภายในเสี้ยวพริบตา เมื่อ4ศาสตราวุธระดับสูงสุด ของมหาพิภพ ปะทะกัน มันก็ทำให้คลื่นแรงระเบิด สั่นสะเทือนก้องไปทั่วโลกหล้า ผู้คนทั่วอาณาดินแดนเทพ ต่างก็รับรู้แรงสั่นสะเทือนที่บ้าคลั่ง แผ่นดินราวกับจะพลิกกลับด้าน
ก่อนจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขาจะแค่นเสียงเดือดดาล ออกมาด้วยอายโทสะที่คุกรุ่น “เจ้า! เจ้า! จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เจ้าคิดจะมาขวาง พวกเราไว้ อย่างนั้นหรือ อย่างไรวันนี้ไอ้เวรอี้เฉินนั้น ต้องตายตก”
อี้เฉินที่เห็นชายหนุ่ม ใบหน้าเคร่งขรึมมายืนข้างๆ ช่วยเหลือเขาเอาไว้ เขาประสานฝ่ามือออกมาหา จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ในทันใด แม้จะไม่เข้าใจสาเหตุ ที่จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง อยากจะช่วยเหลือตัวเขาไว้ก็ตาม หากความเป็นไปได้ ก็มีแค่อี้เฉินที่มีสายเลือดของ ฮูหยินอวิ๋นฉิงอิน บางส่วน ไหลเวียนอยู่ภายในกายก็เท่านั้น
ก่อนร่างอี้เฉินจะห้อตะบึง ตรงไปยังแดนลับหยวนเทียน อย่างเอาเป็นเอาตาย ปราณพลังเขาศูนย์เสียไปอย่างมากมาย จากการฟื้นฟูความเร็วสูง ไม่ให้ตายตกจากการโจมตี ของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ สีหน้าแววตาอี้เฉิน จึงเต็มไปด้วยความอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขาแค่นเสียงสั่งการทันที “จักรพรรดิจ้าววังมังกร จักรพรรดิแห่งความตาย พวกเจ้ารีบไปจัดการไอ้หนูสกปรก หนีหัวซุกหัวซุนนั้นเสีย ส่วนจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ข้าจะเป็นคนจัดการเขาเอง”
ทันใดจักรพรรดิจ้าววังมังกร เขาก็หัวเราะออกมาก้องฟ้า กระจกที่เขาหมุนฝ่ามือขับเคลื่อน สร้างมิติบิดเบือนสะท้อน ส่งร่างเขาพุ่งปราดออกไป ฆ่าสังหารอี้เฉินต่อในทันใด
ฟึบ!! ปัง!! จากเสียงฝีเท้าที่ดังออกมาก้อง
พร้อมฝ่ามืออัดกระแทก กลางหน้าอกอี้เฉินจนกลายเป็นหลุมยุบใหญ่ หัวใจถูกบีบอัด บดขยี้จนเกือบแหลกคามือ ส่งให้ร่างอี้เฉินลอยกระเด็นออกไป ราวกับส่ายป่านว่าวที่ขาด ปัง!! งง!! ดังออกมาก้อง อี้เฉินที่กลิ้งกระเด็น ริมฝีปาก กระอักเลือดสดออกมา คำใหญ่ไม่หยุด มือที่ยกขึ้นมาปัดป้อง เกิดการบิดงอ อย่างรุนแรง ทว่าอี้เฉินก็ไม่เคยหยุดผ่อน ฝีเท้าของเขาหนีแม้แต่น้อย
จักรพรรดิจ้าววังมังกร เขาถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง ครั้นเห็นว่า มหันตะสายฟ้า ที่ถูกอี้เฉินชักนำลงมา เริ่มค่อยๆ สลาย ปราณพลังอี้เฉินขยับขยาย ขึ้นมาอยู่ใน ระดับครึ่งก้าวจักรพรรดิอย่างรวดเร็ว ไม่แปลกที่ฝ่ามือเขาโจมตีออกไป จะไม่สามารถฆ่าสังหารอี้เฉินได้ ในหนึ่งฝ่ามือ เขากล่าวพูดขึ้นมา ด้วยความร้อนรนในทันใด “รีบฆ่าสังหารมันเร็วเข้า จักรพรรดิแห่งความตาย”
ฉับพลัน คลื่นดาบสีดำ สลักเต๋าแห่งความตาย แพร่ออกมากระจัดกระจาย ถูกจักรพรรดิแห่งความตาย หวดฟาดเข้าใส่หัวอี้เฉิน ส่งคลื่นความตาย อัดกระแทกออกไปทั่วอาณา จนแผ่นดินพลิกกลับด้านทันใด
ปัง!! งง!! ที่ดังออกมาก้องฟ้า พร้อมฝ่ามืออี้เฉินที่เอื้อมคว้า จับดาบใหญ่ หยุดการโจมตีในจุดตัดสามเหลี่ยม ของจักรพรรดิแห่งความตายเอาไว้ได้ เศษเต๋าแห่งความตาย แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยออกไปทั่ว ในเสี้ยวพริบตา
แม้ฝ่ามือ ทั่วแขนอี้เฉินจะเต็ม ไปด้วยรอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่วก็ตาม ทว่ามันก็สามารถหยุด การโจมตีที่บ้าคลั่งเอาไว้ได้ ทำให้จักรพรรดิแห่งความตาย สีหน้าเขาขึงขัง แข็งกร้าวขึ้นมาทันใด ครั้นเห็นหอกเลือดอี้เฉินปรากฏ พุ่งปราดออกมาจากทุกทิศทุกทาง เสียบแทงร่างเขาจนพรุน ต้องถอยกรูดก้าวฝีเท้าออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะขับเคลื่อนการฟื้นฟูความเร็วสูง รักษาอาการบาดเจ็บ
อี้เฉินเขารับรู้ได้เป็นอย่างดี การจะฆ่าสังหารผู้ยิ่งใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วยิ่งเห็นฝ่ามือกรงเล็บมังกร จักรพรรดิจ้าววังมังกร พุ่งปราดเข้าใส่ร่างเขาในเสี้ยวพริบตา อี้เฉินเผยอายสังหาร เล็ดลอดออกจากดวงตาในทันใด ก่อนส่งฝ่ามือโลหิตอัดกระแทก สวนการโจมตีของ จักรพรรดิจ้าววังมังกร เสียงตู้ม!! เคร้ง!! ระเบิดฝ่ามือปะทะกัน ออกมาก้อง พร้อมร่างทั้งสองปลิวกระเด็น ออกไปคนละทิศละทางในเสี้ยวลมหายใจ
เมื่อจักรพรรดิจ้าววังมังกร เห็นริมฝีปากเขาเปรอะเปื้อน ไปด้วยโลหิตสด ทำให้เขาไม่อยากเชื่อสายตาว่า ชนรุ่นหลังอย่างอี้เฉิน จะทำให้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาบาดเจ็บได้ แถมสายเลือดภายในร่างเขายังถูก ฝ่ามือผนึกโลหิตของอี้เฉินสะกดไว้ ทำให้เขาเดือดดาลบ้าคลั่ง คำรามออกมาก้องฟ้า “บัดซบ!! บัดซบ!!”
จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ที่ต่อสู้พัวพันกับ จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง เขายังหดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เลิกสนใจ จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง ที่เข่าข้างหนึ่งทรุดลงกับพื้น อีกต่อไป อย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้อี้เฉิน เข้าไปภายในแดนลับ หยวนเทียนได้ ไม่เช่นนั้นได้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ ช่วงเวลาภายในนั้น ผันผวนเป็นอย่างมาก หากพวกเขากลับออกมา พวกเขาอาจจะเหลือ แค่เศษกระดูก กองกับพื้นอยู่ภายนอกก็เป็นได้
“อย่างไรก็ต้อง ฆ่าสังหารอี้เฉิน ไม่อาจปล่อยไอ้เวรนี้ มีชีวิตรอดอยู่อีกต่อไป”