เสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ในป่าตะวันตก
กลางดึกที่ไร้จันทร์ ดินเปียกแฉะเยียบเย็น
แต่ร่างในผ้าคลุมสีเทาดำที่แนบผิว
เรญาไม่พูด…ไม่สบถ…ไม่แม้แต่หายใจให้ดัง
ปลายเท้าเปลือยเปล่าแตะพื้นดินโดยไร้เสียง
เบื้องหน้า—บันไดหินชันที่ปิดด้วยฝาไม้
ใต้ฝานั้นคือฐานลับที่ “ไม่ควรจะยังมีไฟอยู่“ข้าฆ่าคนพวกนั้นไปหมดแล้ว…”
เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง…และความโกรธที่ฝังลึกเธอดึงผ้าคลุมออกอย่างไร้ลังเล
เผยร่างเปลือยใต้ชุดบาง ๆ ที่แนบเนื้อ
เสื้อรัดรูปดำแบบทหารเปิดด้านหลัง ขาสั้นขาดรุ่งริ่ง
เข็มขัดหนังติดอาวุธเรียงเป็นระเบียบแนบสะโพกเส้นผมถูกรวบสูงเปิดต้นคอขาวสะอาด
แต่ตาเธอ—เริ่มเป็สีแดงเรืองจากพลังบางอย่างที่สะสมมาแต่เช้า
ประตูเปิดด้วยแรงผลักเพียงครั้งเดียว
บันไดทอดยาวลงสู่ความมืด…ที่คุ้นเคยจนแทบอยากอาเจียน
แต่เรญากลับยิ้มเย็น ๆ
ก่อนจะลงบันไดไปทีละก้าว
ภายในห้องหลัก
ชายสองคนกำลังยืนตรวจอุปกรณ์
เสียงหัวเราะคิกคักจากผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊เกินเหตุดังอยู่มุมห้อง
ดูเหมือนที่นี่กำลัง “เริ่มใหม่” อีกครั้งภายใต้ผู้ควบคุมคนใหม่เรญาแฝงตัวเงียบอยู่มุมมืดหลังม่านเหล็ก
มือเธอค่อย ๆ เลื่อนมีดออกมา
แต่สิ่งที่เธอได้ยินก่อนออกตัว—กลับทำให้เืในตัวเธอสั่นไหว
“ลูกค้าคืนนี้จะลอง ‘ของใหม่’ …
เอาทาสสาวที่ผ่านเวทกดสติ แล้วบังคับให้มันขอให้โดน… คำพูดนั้น—ทำให้ม่านในหัวเรญาขาดผึ่งเธอพุ่งออกมาทันที ไม่สนว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่
มีดแรกเสียบเข้าที่ลำคอของชายหน้าโต๊ะ
เืพุ่งกระฉูดใส่หน้าเธอ—แต่เธอกลับยิ้มอย่างสะใจ
มือซ้ายจับหัวเขากระแทกกับขอบเหล็ก
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! จนกลายเป็ซากเละ
อีกคนหันมาพร้อมปืน—แต่ไม่ทัน
เรญาะโขึ้น โต๊ะ
หมุนตัวกลางอากาศแล้วเหวี่ยงดาบลงปักหัวเขาจาก้า
เสียงร้องแหบ ๆ ดังไม่ถึงครึ่งวินาทีก่อนจะเงียบ
เธอยืนอยู่กลางห้องที่เปื้อนเืสองคน
แต่สายตากลับจับจ้องไปยัง “ห้องกระจกใสด้านใน”
ในนั้น—หญิงสาวรูปร่างเล็กวัยน่าจะ 20 ถูกขังในกรง
ตัวเปลือยเปล่า มีรอยเวทรอยลวดเต็มตัว
แต่ที่ะเืใจคือ “รอยยิ้มว่างเปล่า” ที่เธอแสดงออก
เรญาเดินเข้าไป เปิดกรง
หญิงคนนั้นยิ้มให้ ร่างสั่นเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร
มือของเธอเอื้อมมาลูบไหล่เรญาเบา ๆ …เหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร
เรญากระซิบเบา ๆ ว่า
“ข้าจะพาเ้าออกไป…”
แต่ก่อนเธอจะเดินออก เสียงกลไกดังขึ้นเื้ั
ประตูเหล็กอีกฝั่งเปิดออก—เผยร่างชายกำยำสูงเกือบสองเมตร
ใบหน้าเขาบึ้งตึง หน้าตาเหมือนยามผสมทหาร
แต่สิ่งที่ทำให้เรญาเบิกตากว้างคือ “ตราประทับบนหน้าอกเขา”
นั่นคือตราของกลุ่มทดลองที่จับเธอมาในวัยเด็ก
เขาไม่พูดอะไร
เพียงปลดกางเกงแล้วเดินมาช้า ๆ
อวัยวะเพศของเขาใหญ่จนเหมือนจะผิดมนุษย์
เรญาเห็นแล้วกำมือแน่น—แต่ก็ยิ้ม…แบบน่าขนลุก
“งั้นเจ้าคือ ‘ต้นทาง’ ของฝันร้ายข้า…”เธอทิ้งอาวุธ
เดินเข้าใกล้ช้า ๆ
สายตาแดงก่ำจ้องเขม็ง แล้วคุกเข่าลงช้า ๆ เบื้องหน้าเขาริมฝีปากเธอเผยอช้า ๆ
แล้วอ้ารับแท่งเนื้อนั้นเข้าไปจนสุด
เสียงครืดของลำกลืนลงลำคอดังชัดเจน
เธอกระแทกหน้าเข้าไปเรื่อย ๆ
จนเสียง อ่อค! อ่อค! ดังระรัว
ชายคนนั้นแหงนหน้า ฟันกัดแน่น
มือใหญ่จับหัวเรญากดแน่นจนเธอหายใจแทบไม่ออก
แต่เรญายังดูนิ่ง…กลับเริ่มหัวเราะคิก ๆ
แล้วทันใดนั้น—เธอก็กัดมันเต็มแรง
เสียงแหวก!
เืพุ่งใส่หน้าเธออีกครั้งแบบฉ่ำๆ
ชายคนนั้นร้องโหยหวน แต่เรญาไม่รอให้มันร้องจนจบ
เธอลุกขึ้น กระชากดาบจากศพเดิม แล้วฟันซ้ำจนขาดครึ่งเธอหอบหนัก…เหงื่อเปียกเต็มตัว
เืเปรอะริมปาก แต่แววตายังดูสงบ
หญิงในกรงกระจกเฝ้าดูเงียบ ๆ แล้วร้องไห้โดยไม่ส่งเสียง
เรญาหันกลับ ลูบหัวหญิงคนนั้นเบา ๆ
แล้วพูดประโยคเดียว…ที่ฟังดูไม่ใช่นักฆ่าเลย
“จบแล้วนะ…ออกไปเริ่มใหม่ได้แล้ว”
เธอไม่เหลียวหลัง
เพียงคว้าเสื้อคลุม เปื้อนเื สะพายดาบ
เดินออกจากฐานทดลอง—ไปในคืนที่เงียบสงบแต่ใครบางคน…กำลังจับตามอง
ชายผมดำในชุดทหารลับ ซ่อนตัวบนต้นไม้ห่างออกไป 300 เมตร
เขาเห็นเธอเดินออกจากประตูเหล็ก…
เห็นร่างเปลือยเปื้อนเื
เห็นดวงตาแดงที่ยังสว่างท่ามกลางความมืดและเขา…ก็เริ่มไม่แน่ใจว่า
“ผู้หญิงคนนี้…เป็นักฆ่า หรือเป็เหยื่อของใครบางคน”