“อันที่จริงข้ามาที่นี่ด้วยเื่งาน ในเมื่อเจรจาจนเป็ที่เข้าใจแล้ว... ก็ควรสืบเื่นี้ให้จบ ๆ ไป”
รุ่ยอ๋องเอ่ยเสียงเรียบบนเก้าอี้ไม้ในห้องรับรองกว้างขวางโอ่อ่า ห้องพักของนายหญิงใหญ่ ทว่าดวงตาคมกริบกลับจดจ้องหว่านฉิงราวกับกำลังคาดคั้น
การรับราชโองการสืบคดีลับในครั้งนี้บีบให้เขาต้องร่วมมือกับเยี่ยนเฉิง เสนาบดีหนุ่มตระกูลลู่ผู้เป็น้องร่วมสาบาน รวมถึงแม่ทัพใหญ่ น้องชายแท้ ๆ ของเขาที่จำต้องนำกำลังพลมาร่วมเลี้ยงฉลองชัยชนะบังหน้า
แผนการเดิมคือการสืบหาต้นตอของยาพิษซึ่งทำให้เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เสียชีวิตไป ในห้องรับรองพิเศษชั้นสี่ ทว่าสถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อทุกคนถูกวางยากำหนัด แม้แต่องค์ชายสามเองที่วิ่งวุ่นไปหานางคณิกามาปรนเปรอ พวกเขาเลยอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพากันลักลอบขึ้นมายังชั้นห้า
ก่อนหน้านี้ยามที่นายหญิงแห่งหอหงเหมยปรากฏกายบนเวทีเพื่อต้อนรับแเื่ รุ่ยอ๋องหมายตานางในทันที แม้แต่น้องชายทั้งสองของเขาก็ยังจ้องมองนางตาไม่กะพริบ โดยเฉพาะเยี่ยนเฉิงที่เอ่ยปากชมออกมาตรง ๆ ว่านางงามล่มเมืองเพียงใด
ทว่าการจะเข้าถึงตัวนายหญิงใหญ่ผู้มีองครักษ์ยอดฝีมือล้อมรอบกายประหนึ่งเงาตามตัวนั้นมิใช่เื่ง่าย ค่ำคืนที่ผ่านมาจึงนับเป็โอกาสทอง พวกเขาได้เข้าประชิดตัวนางโดยมิไม่ต้องใช้หมายศาลให้ไก่ตื่น หาได้รู้ไม่ว่าพวกเขาผ่านป้อมปราการองครักษ์ของนางขึ้นมาง่ายดายได้เช่นไร
“องค์ชายจิ่งเหยียน... เขาเป็คนวางยาพิษข้า พวกท่านเองก็น่าจะดื่มชากำหนัดของเขาเข้าไปด้วย ใช่หรือไม่?” หว่านฉิงถาม ขณะลอบสังเกตปฏิกิริยาของบุรุษเบื้องหน้า
“แต่เขากลับอ้างว่าเ้าเป็คนลงมือ... เขาบอกกับพวกข้าว่าเ้าอาจจะเป็สายลับที่แอบทดลองยาพิษประหลาด จนแพร่กระจายไปถึงราชสำนัก” รุ่ยอ๋องเอ่ยขัด น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนยากจะคาดเดาว่าเขาเอนเอียงไปทางฝ่ายใด
“เช่นนั้นก็เชิญหมอจากจวนอ๋องมาตรวจชีพจรข้าเถิด จะได้รู้ความจริงว่าตัวข้า... อาจจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว” นางแค่นยิ้มหยันที่มุมปากเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยชีวิตของตนเอง
เยี่ยนเฉิงขยับเข้าไปใกล้ที่นั่งของหว่านฉิงซึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา แววตาที่เคยซุกซนขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็จริงจัง “เื่นี้ต้องเป็ฝีมือแคว้นเป่ยเหลียงแน่ เมื่อคืนนี้องค์ชายสามพูดบางอย่างกับเจี่ยเจีย ข้าได้ยินชัดทุกคำ... เื่ยาถอนพิษนั่น เขาข่มขู่ว่านางจะต้องคลานไปอ้อนวอนเขาด้วยตนเอง ข้าว่าเขาหาเื่ใส่ร้ายนางชัด ๆ”
“เพียงเพราะข้าไม่ยอมหลับนอนกับเขา ถึงกับต้องใช้ยาพิษบังคับข่มเหงใจข้า...” หว่านฉิงเอ่ยตัดพ้อโดยมิได้เสแสร้งทำ นางได้แต่หวังว่าพวกเขาจะเชื่อใจนางบ้างไม่มากก็น้อย “หากจะให้ข้าทิ้งศักดิ์ศรีไปคุกเข่าขอความเมตตาจากคนสถุลเช่นนั้น สู้ยอมตายไปเสียให้สิ้นเื่ยังจะดีกว่า”
“เหตุใดเราไม่ลองทำตามแผนของเขาดูเล่า? เดี๋ยวข้าจะเป็คนช่วยท่านตบตาเขาเอง” เยี่ยนเฉิงเสนอแผนการซ้อนแผนด้วยั์ตาเ้าเล่ห์ประหนึ่งสุนัขจิ้งจอก “เจี่ยเจียไม่จำเป็ต้องหลับนอนกับเขาก็ได้ แค่หลอกเอายาถอนพิษมา”
“ท่านเสนาบดีลู่...” หว่านฉิงเรียกเขาเสียงเข้ม ท่าทีของนางแปรเปลี่ยนเป็นิ่งขรึม “หากท่านคิดจะให้ข้าลดเกียรติไปอ้อนวอนขอยาถอนพิษที่ข้าข่มใจอดทนกับมันมานานถึงสามสัปดาห์... เห็นทีท่านคงต้องแบกศพข้าไปตบตาเขาแทนแล้วล่ะ”
“เจี่ยเจีย... เมื่อคืนท่าน...” เยี่ยนเฉิงขยับเข้าชิด ใช้ปลายจมูกคลอเคลียเรือนผมนุ่มหอมอย่างออดอ้อน “เรียกข้าอาเยี่ยน...”
เสนาบดีหนุ่มย้ำเตือนนางถึงสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปในค่ำคืนผ่านมา นางส่งเสียงครางหวานเพียงใดเมื่อเขาบอกกับนางว่าให้เรียกอาเยี่ยน ไฉนนางกลับมาเ็ากับเขาราวกับเป็คนละคน
“ท่านเสนาบดีอายุเท่าไรกันเ้าคะ? ข้าเป็เพียงสตรีที่ยังมิได้ออกเรือน ปีนี้เพิ่งจะสิบเก้าปีเท่านั้น”
บัณฑิตผู้สอบได้ตำแหน่งจอหงวน ถึงแม้ว่าจะเข้ามาเป็เสนาบดีใหญ่เพราะเส้นสายของท่านอ๋อง ก็ย่อมต้องมีอายุมิใช่น้อย เขายังกล้ามีหน้ามาเรียกนางว่าพี่สาว! แม้แต่รุ่ยอ๋องและแม่ทัพใหญ่ยังตวัดสายตาคมกริบมองเยี่ยนเฉิง
“นี่คือเื่ของศักดิ์ศรี ยาพิษนั่นทำลายได้เพียงร่างกายข้าเท่านั้น... ช่างเื่ของข้าเถิด เร่งหาตัวคนวางยามาลงโทษให้ได้ ข้าเชื่อว่าท่านทั้งสามย่อมมีวิธีจัดการ” นางกล่าวด้วยท่าทีเป็กันเอง ก่อนจะหยัดกายลุกไปหยิบกุญแจในลิ้นชักมุมห้อง ยัดป้ายหยกสีชาดอันเป็สัญลักษณ์ของตัวนางใส่มือรุ่ยอ๋อง “มีป้ายหยกนี้ของข้า พวกท่านจะเข้าออกที่ใดในหอหงเหมยก็ได้ เชิญตรวจค้นได้ตามสะดวกเ้าค่ะ”
“คุณหนู!”
เฟิงเหวินจินถลาเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเป็คนแรก เมื่อคืนนี้พวกเขาถูกสั่งให้ถอยห่างจากชั้นห้าทั้งหมดจึงมิอาจล่วงรู้เหตุการณ์ภายใน
ดวงตาคู่คมเบิกโพลงเมื่อจ้องมองรอยจ้ำแดงที่ตีตราเด่นชัดเหนือคอเสื้ออาภรณ์ที่ร่นลง นายหญิงผู้สูงศักดิ์ของพวกเขาอยู่ในสภาพอิดโรย ขอบตาดำคล้ำ ร่างกายดูเหนื่อยล้าจนเห็นได้ชัดว่าผ่านศึกหนักเพียงใด ภาพนั้นทำเอาเหล่าองครักษ์เดือดดาลจนเืขึ้นหน้า
“พวกเ้า... บังอาจ!” อาเฟิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือหนากระชับด้ามดาบแน่นจนเส้นเืปูดโปน รังสีสังหารแผ่กระจายไปทั่วห้อง
“อย่าเสียมารยาทกับแขกของข้า!” เสียงหวานตวาดลั่นทำให้องครักษ์หนุ่มเก็บกระบี่กลับไปทั้งยังกัดกรามจนเห็นเป็สันอยู่เช่นนั้น นางพยุงร่างกายสั่นเทาให้มั่นคงที่สุดเพื่อปกปิดความอ่อนแรง ฝืนกลับไปนั่งลงบนเตียงนุ่ม
“แต่คุณหนู... คนพวกนี้ล่วงเกินท่าน! ท่านมิใช่นางคณิกานะขอรับ ท่านถนอมตัวมาดีเพียงใด พรหมจรรย์ของท่าน... ควรค่าแก่การเก็บไว้ให้สามีในวันมงคลสมรสนะขอรับ!”
“เจี่ยเจีย... เขาเป็ใครหรือขอรับ? ท่าทางน่ากลัวเหลือเกิน... อาเยี่ยนกลัวจังเลย” เยี่ยนเฉิงตีหน้าซื่อตาใส ลุกขึ้นตามไปออดอ้อนเกาะแกะหว่านฉิงบนเตียง ทั้งที่เขาเป็ผู้ชายตัวโตสูงแปดฉือไม่หนีจากองครักษ์หนุ่ม
“ข้าจะแต่งกับนางเอง ข้าจะรับผิดชอบนางทุกอย่าง เ้าจะทำไม?” หรงเยว่โพล่งขึ้น แววตามุ่งมั่นจนคนทั้งห้องต้องใจหายวูบ องครักษ์เฟิงย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็ใคร ในเมื่อเขาไปตามสืบเื่ของแม่ทัพผู้นี้มาสักระยะแล้ว
“ข้าได้ยินว่ารักแรกในวัยเยาว์ของเ้า... องค์หญิงมู่อวี่ กำลังจะเดินทางเข้าเมืองมามิใช่หรือ? แล้วเ้าจะแต่งกับนางได้อย่างไร” รุ่ยอ๋องเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ คำพูดนั้นทำให้คนขี้อ้อนที่เกาะแขนนางอยู่ถึงกับนั่งไม่ติด
“เจี่ยเจีย มาเป็ฮูหยินของข้าเถอะ ข้าสัญญาจะเลี้ยงดูท่านอย่างดี ไม่ให้ท่านต้องลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว ข้าทำงานเลี้ยงดูท่านได้ ข้าทำงานบ้านได้ทุกอย่าง”
“ข้าจะพานายหญิงของพวกเ้าไปจวนอ๋อง ใครกล้าขวางข้า คงรู้ดีใช่ไหมว่าจุดจบจะเป็เช่นไร?”
รุ่ยอ๋องประกาศกร้าวโดยไม่สนสถานะอันคลุมเครือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั่วทั้งเมืองต่างรู้ซึ้งว่าจวนรุ่ยอ๋องคือเขตหวงห้ามที่ไม่เคยมีสตรีใดได้ย่างกรายเข้าไปได้ ในอดีตบุตรสาวตระกูลโจวที่กล้าหาญเพราะมีผู้ใหญ่ให้ท้าย ยังมีแม่สื่อและาุโไปบีบคั้นเขาให้ยอมตบแต่ง สุดท้ายกลับกลายเป็ศพถูกหามออกมาพร้อมแม่สื่อ เป็ที่เล่าขานจนถึงทุกวันนี้
“ที่จวนข้ามีหมอหลวงฝีมือดี เ้าต้องไปตรวจร่างกายเสียก่อน มิฉะนั้นข้าจะสั่งปิดหอหงเหมยของเ้าเสีย จนกว่าคดีนี้จะคลี่คลาย”
คำขู่นั้นทำหว่านฉิงได้แต่นิ่งอึ้ง รุ่ยอ๋องไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ เขาหันไปตวาดใส่น้องเล็กที่ยังคงเกาะแกะนางไม่ปล่อย
“ไสหัวไปทำงานได้แล้ว... เยี่ยนเฉิง! ฎีกาบนโต๊ะเ้ากองพะเนินท่วมหัวเท่าูเาแล้วมิใช่หรือ?”
สิ้นเสียงกัมปนาทของท่านอ๋อง เสนาบดีหนุ่มที่เคยทำตัวเป็ลูกหมาอ้อนเ้าของถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขาทำหน้ามุ่ยพลางส่งสายตาละห้อยหาหว่านฉิง
“เจี่ยเจีย... อาเยี่ยนขอตัวลาไปทำงานก่อนนะขอรับ เสร็จงานกองโตเมื่อไร ข้าจะแอบไปหาท่านที่จวนพี่ใหญ่” เอ่ยแล้วเขาก็คว้าหลังมือนางขึ้นจุมพิตอย่างแสนรัก ก่อนจะรีบเผ่นแน่บออกจากห้องไปทันทีที่เห็นแววตาฆาตกรของรุ่ยอ๋อง