บทที่ 13 กลุ่มหมอกปริศนา
ที่หน้าประตูห้องเก็บของ มีร่างของคนสองคนยืนอยู่ คนหนึ่งคือลุงฝู ส่วนอีกคนเป็ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี พวกเขากำลังกระซิบกระซาบคุยกันเบามากจนซูม่านไม่ได้ยินแม้แต่คำเดียว
และในตอนนั้นเองลุงฝูก็เงยหน้าขึ้นกะทันหัน ดวงตาที่คมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องเขม็งมายังหน้าต่างที่ซูม่านแอบดูอยู่พอดี!
ซูม่านสะดุ้งสุดตัวด้วยความใ รีบมุดหัวกลับเข้าไปข้างในทันที ความรู้สึกกดดันราวกับหัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาถาโถมเข้ามาในใจเธอ
ซูม่านไม่กล้าคิดอะไรต่อ และไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจเ้าตุ๊กตาตัวนั้นอีก เธอรีบวิ่งลงบันไดกลับเข้าห้องนอนของตัวเองให้เร็วที่สุด ในหัวของเธอมีเสียงอื้ออึงเต็มไปหมด มันรู้สึกตื้อเหมือนคนเมาแล้วขมับทั้งสองข้างเต้นตุบ ๆ
เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงแต่ไม่มีความง่วงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยเื่ราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก เริ่มจากตุ๊กตาประหลาดนั่น ตามด้วยลุงฝูกับชายลึกลับ...
เธอเริ่มตระหนักแล้วว่า วิลล่าหลังนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอคิดไว้ซะแล้ว ซูม่านจมอยู่ในความคิดนั้น จนในที่สุดเธอก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
...
สิบโมงเช้าของวันต่อมา เธอถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตูคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือเสี่ยวอวิ๋น
เสี่ยวอวิ๋นจ้องมองซูม่านด้วยสายตาแปลก ๆ การถูกจ้องเขม็งแบบนั้นทำให้ซูม่านรู้สึกไม่สบายใจ เธอจึงถามออกไปโดยสัญชาตญาณ
“เสี่ยวอวิ๋น... เธอจ้องฉันแบบนั้นทำไม?”
เสี่ยวอวิ๋นพูดจาตะกุกตะกัก “เสี่ยวม่าน... ขอบตาเธอ... ทำไมมันดำคล้ำขนาดนั้นล่ะ? เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซูม่านก็รีบเดินไปที่หน้ากระจกทันที
เป็อย่างที่เสี่ยวอวิ๋นบอก ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำหนาเตอะ ใบหน้าดูทรุดโทรมและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
ซูม่านรีบโพล่งออกมาทันที “เสี่ยวอวิ๋น เราไปจากที่นี่กันเถอะ”
“เอ๊ะ?”
เสี่ยวอวิ๋นมองซูม่านด้วยความประหลาดใจ “ทำไมล่ะ? ฉันว่าที่นี่ออกจะดีนะ เื่กินเื่อยู่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย”
ซูม่านส่ายหน้า “ฉันรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันมีอะไรแปลก ๆ”
เสี่ยวอวิ๋นทำท่าทางลึกลับ “ไม่เอาน่าเสี่ยวม่าน เธอเครียดเกินไปหรือเปล่า? ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย?”
“แต่ว่า...”
“โอ๊ย พอแล้ว ๆ ไม่เป็ไรหรอก ไปกินมื้อเช้ากันเถอะ!”
เสี่ยวอวิ๋นพูดขัดจังหวะก่อนที่ซูม่านจะได้อธิบายต่อ
ที่ชั้นหนึ่งลุงฝูเตรียมอาหารเช้าไว้รออยู่แล้ว ในขณะที่ซูม่านและเสี่ยวอวิ๋นกำลังกินข้าว ลุงฝูก็ยืนจ้องพวกเธออยู่เงียบ ๆ จากด้านข้าง ซูม่านรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าสายตาของลุงฝูจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว
ความรู้สึกขนพองสยองเกล้าแล่นวาบไปทั่วร่าง เธอรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มทิศที่แหลมคมจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
ซูม่านเงยหน้าขึ้นมองลุงฝู ฝืนยิ้มที่ดูจืดเจื่อนส่งไปให้ “ลุงฝูคะ มานั่งกินด้วยกันสิคะ”
เสียงของลุงฝูยังคงแหบพร่าและเ็า “ผมเป็แค่คนรับใช้ ไม่บังอาจไปนั่งร่วมโต๊ะกับเ้านายหรอกครับ”
เสี่ยวอวิ๋นพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไร “ลุงฝูคะ พูดอะไรแบบนั้น สมัยนี้แล้วใครเขาถือเื่พวกนี้กัน?”
แต่ลุงฝูยังคงปฏิเสธ “ไม่ล่ะครับ เชิญพวกคุณทานกันเถอะ ผมจะไปเตรียมของทำมื้อเที่ยงก่อน”
พูดจบ ลุงฝูก็เดินออกไปข้างนอกทันที
พอลุงฝูพ้นสายตา ซูม่านก็รีบกระซิบที่ข้างหูเสี่ยวอวิ๋น “เสี่ยวอวิ๋น เธอไม่รู้สึกเหรอว่าลุงฝูนี่ดูแปลก ๆ?”
เสี่ยวอวิ๋นแปลกใจ “แปลกเหรอ? ไม่นี่ ฉันว่าลุงเขาก็ดูเป็คนดีนะ เธอเป็อะไรไปน่ะ? เรามาพักผ่อนนะ ทำตัวให้ผ่อนคลายหน่อยสิ ขืนเป็แบบนี้ต่อไป ระวังจะเป็โรคประสาทเอานะ”
เมื่อเห็นเพื่อนยืนยันแบบนั้น ซูม่านก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
หลังมื้อเช้า ทั้งสองคนก็นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา ไม่นานนัก เสี่ยวอวิ๋นก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
จากนั้นเธอก็มองมาที่ซูม่านก่อนจะขอโทษ “เสี่ยวม่าน โทษทีนะ พ่อโทรมาตามให้กลับไปหาด่วนเลยน่ะ”
ซูม่านถาม “แล้วคืนนี้จะกลับมานอนที่นี่ไหม?”
เสี่ยวอวิ๋นเอียงคอคิด “ดูก่อนนะ! ถ้าเสร็จเร็วก็จะกลับมา”
ซูม่านทำได้เพียงพยักหน้าตกลง หลังจากเสี่ยวอวิ๋นจากไป ซูม่านก็ไม่มีอารมณ์จะดูทีวีต่อ เธอจึงกลับเข้าห้องนอนไป ใน่กลางวันไม่มีเื่ประหลาดอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งหลังมื้อค่ำ...
เสี่ยวอวิ๋นโทรมาบอกว่ากลับมานอนไม่ทัน ให้ซูม่านพักผ่อนไปก่อนไม่ต้องเป็ห่วง ซูม่านทำอะไรไม่ได้นอกจากเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มเขียนนิยายของเธอต่อไป
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป จนกระทั่งเกือบจะห้าทุ่มครึ่งความง่วงเข้าจู่โจม ซูม่านจึงล้มตัวลงนอนพักผ่อน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ซูม่านก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงขยับเขยื้อนบางอย่าง เธอหรี่ตาขึ้นมองดูเล็กน้อย ก็พบเงามืดร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หัวเตียงของเธอ!!
มือของเงามืดนั้นกำลังค่อย ๆ เอื้อมลงมาหาซูม่านอย่างช้า ๆ สมองของซูม่านขาวโพลนไปหมดในทันที
“ใครน่ะ!!!”
เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วะโลั่นห้อง ร่างเงามืดนั้นชะงักกะทันหัน แต่มันกลับะโพรวดไปที่หน้าต่างแล้วะโลงไปข้างล่างอย่างว่องไว!
ซูม่านที่ยังไม่หายใ เธอรีบลุกไปที่หน้าต่าง และเห็นเงานั้นมุดเข้าไปในห้องเก็บของข้าง ๆ!
หัวใจของซูม่านเต้นรัว
หรือว่า... คนเมื่อกี้จะเป็ลุงฝู?! แต่ทำไมดึกดื่นป่านนี้ เขาถึงต้องลอบเข้ามาในห้องของเธอ?
ไม่... ไม่ใช่... มันผิดปกติ ลุงฝูหลังค่อมแถมอายุมากแล้ว ไม่มีทางที่จะเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไวขนาดนั้นได้แน่ แล้วถ้าอย่างนั้น... มันคือใครกัน?!
ความสงสัยท่วมท้นอยู่ในใจของซูม่าน เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมแล้วย่องลงไปที่ชั้นหนึ่งอย่างเงียบเชียบ เธอแอบออกทางประตูหลังและอ้อมไปทางด้านหลังของห้องเก็บของ
ข้างในนั้น... มีเสียงคนกำลังทะเลาะกันดังออกมา
“ไอ้ลูกไม่รักดี!! แกทำแบบนี้ทำไม!! แกรู้ไหมว่านั่นคือแขกของท่านเ้าของบ้าน!!”
นั่นคือเสียงของลุงฝู ฟังดูแล้วเขากำลังโกรธจัด จากนั้นเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนก็ดังสวนกลับมา
“ไอ้แก่ใกล้ตาย! ฉันบอกลี่ลี่ไปแล้วว่าฉันมีวิลล่าอยู่ที่นี่! แล้วจู่ ๆ มีคนนอกมาพักแบบนี้ ถ้าอีกสองวันลี่ลี่มาแล้วรู้ความจริงจะทำยังไง? แกอยากเห็นฉันหาแฟนไม่ได้ไปตลอดชีวิตหรือไง!”
ลุงฝูตวาดกลับ “ไอ้ลูกเวร! แกจะไปขี้โม้แบบนั้นทำไม! วิลล่าหลังนี้เป็ของท่านเ้าของบ้าน ไม่ใช่ของแก!”
ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะ “หึ! ไอ้แก่ไร้ค่า เป็เพราะแกนั่นแหละ! อยู่มาตั้งกี่สิบปีแต่กลับไม่มีปัญญาซื้อบ้านสักหลัง! คนอย่างแกจะอยู่ไปทำไมวะ! ฉันไม่สน! วิลล่าหลังนี้ต้องเป็ของฉัน!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ซูม่านก็เข้าใจทุกอย่างทันที
ที่แท้ชายวัยกลางคนที่เธอเห็นเมื่อคืนก็คือลูกชายของลุงฝู และคนที่แอบเข้าห้องเธอเมื่อกี้ก็คือเขา!
หลังจากลูกชายพูดจบ ลุงฝูก็แผดเสียง “ไป!! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก!! ออกไป!”
ลูกชายลุงฝูสวนกลับ “แม่งเอ๊ย ไอ้แก่หนังเหนียว ฉันให้เวลาแกอีกแค่วันเดียว! ถ้าพรุ่งนี้แกยังไล่ยัยนั่นออกไปไม่ได้ ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ! อ้อ... แล้วไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะบอกอะไรให้... ยัยผู้หญิงที่ชื่อเสี่ยวอวิ๋นน่ะ ถูกฉันฆ่าตายไปเรียบร้อยแล้ว!”
ปัง!!
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น สมองของซูม่านเหมือนะเิออกทันที
อะไรนะ?! เสี่ยวอวิ๋นตายแล้วเหรอ?! มันจะเป็ไปได้ยังไง!!
เรี่ยวแรงทั่วร่างของซูม่านถูกสูบหายไปในพริบตา เธอยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน
ลุงฝูรำพึงรำพัน “เวรกรรม... เวรกรรมจริง ๆ!”
ลูกชายลุงฝูแสยะยิ้มเหี้ยม “ตอนนี้ฉันจะไปจัดการนางนั่นให้ตายตามไปอีกคน!! แล้ววิลล่าหลังนี้ก็จะเป็ของฉัน!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ซูม่านก็ใจสั่นระรัว เธอรีบหันหลังเตรียมจะวิ่งกลับไปที่ห้องนอนแต่ในจังหวะนั้นเอง ซูม่านไม่ได้ระวัง เธอเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงหักดังลั่น!
“ใครน่ะ?!” ลุงฝูะโขึ้นมา
ซูม่านใสุดขีด เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ว่าไม่นานนัก เธอก็ถูกลูกชายลุงฝูตะครุบตัวแล้วกดลงกับพื้นอย่างแรง...