เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
ในระหว่างที่หวังเหว่ยกำลังพูดคุยกับฉิงเหม่ยและวิหคน้อยอย่างสนุกสนาน เฟิงเค่อได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตกับเขา
“นายท่านข้ามีข่าวมาแจ้งให้ทราบขอรับ”
“หืม ข่าวอะไรรึเฟิงเค่อ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามผ่านการสื่อสารทางจิต
“แม่นางซูฮวาหลงได้บอกกับข้าว่าอาณาจักรเทพวิหคได้ประกาศสงครามกับอาณาจักรเทพมังกรแล้วขอรับ! ในตอนนี้อาณาจักรเทพวิหคเริ่มทำการโจมตีเกาะลอยน้ำของอาณาจักรเทพมังกรรวมถึงเริ่มเข้ายึดครองเมืองของอาณาจักรมนุษย์ที่อยู่ในการปกครองของอาณาจักรเทพมังกรแล้วขอรับ !”
“นี่มัน! หากเป็นเช่นนั้นจริงอีกไม่นานเมืองแห่งนักประดิษฐ์และเมืองอสูรจันทราก็ต้องถูกโจมตีด้วย เฟิงเค่อเจ้ากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรและบอกกับเฟิงเฟยให้ออกภารกิจตรวจตราเมืองแห่งนักประดิษฐ์และเมืองอสูรจันทรา หากพบความผิดปกติอันใดเกิดขึ้นกับสองเมืองนี้ให้แจ้งกับข้าในทันที”
“รับทราบขอรับนายท่าน”
หลังจากยกเลิกการติดต่อสื่อสารทางจิตกับเฟิงเค่อหวังเหว่ยได้หันมาทางฉิงเหม่ยที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
“มีใครติดต่อสื่อสารทางจิตมาหรือเจ้าค่ะนายท่าน ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถาม
“อืม เป็นเฟิงเค่อน่ะ ในตอนนี้อาณาจักรเทพวิหคได้ประกาศสงครามกับอาณาจักรเทพมังกรแล้ว พวกเราคงต้องยุติการออกตามหาเหล่าสัตว์อสูรไปก่อน วิหคน้อยเจ้าไปตามเส้นทางที่ข้าได้บอกไปเมื่อวันก่อน พวกเราจะออกตามหาป่ามายาแห่งสายหมอก”
“รับทราบนายท่าน” วิหคน้อยกล่าวพร้อมกับเร่งออกเดินทางตามเส้นทางที่หวังเหว่ยได้บอกในทันที
เวลาผ่านไปเจ็ดวัน
ตลอดเจ็ดวันมานี้ วิหคน้อยได้บินไปตามเส้นทางที่หวังเหว่ยได้บอกเอาไว้ การเดินทางทั้งเจ็ดวันดำเนินไปอย่างราบรื่น จนในที่สุดวิหคน้อยก็ได้พบป่าในแบบที่หวังเหว่ยกำลังตามหา
“นายท่าน หนูพบป่าแห่งสายหมอกที่นายท่านกำลังตามหาแล้ว !” วิหคน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะมองสำรวจป่าแห่งสายหมอกที่มีความกว้างใหญ่หลายกิโลเมตร
หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยที่กำลังพูดคุยกันได้หันลงไปมองป่าที่เต็มไปด้วยสายหมอกทางด้านล่างของพวกเขาในทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของวิหคน้อย
“นายท่าน ที่นี่คือป่ามายาแห่งสายหมอกที่ท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าบอกว่าไม่มีใครเคยผ่านเข้าไปได้หรือเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าว
“อืม บางทีอาจจะเป็นเพียงป่าสายหมอกธรรมดา ข้าขอลองตรวจสอบดูก่อน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกล ตรวจสอบบริเวณโดยรอบป่าในทันที
ในระหว่างที่หวังเหว่ยกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบป่า ได้มีคลื่นพลังปราณอสูรสายหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่มากนักปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงหวังเหว่ยได้หัวเราะร่าออกมาในทันทีที่สัมผัสถึงคลื่นพลังปราณอสูรอันคุ้นเคยได้ “ฮ่าๆ เฟลิค ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ”
หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ สายหมอกที่หนาแน่นจนปกคลุมไปทั่วบริเวณป่าได้กระจายตัวออกไปเพื่อเปิดช่องว่างเล็กๆที่วิหคน้อยลอดผ่านเข้าไปได้ “นายท่านจะให้ข้าเข้าไปภายในสายหมอกเลยหรือไม่ ?” วิหคน้อยกล่าวถามหวังเหว่ย
“อืม ข้ารู้สึกได้ถึงความผันผวนของมิติภายในสายหมอก ในตอนที่เข้าไปให้เจ้าระมัดระวังด้วยวิหคน้อย” หวังเหว่ยกล่าว
“รับทราบนายท่าน หลังจากกล่าวจบวิหคน้อยได้ลอดผ่านเข้าไปภายในช่องว่างที่ถูกเปิดออกในทันที
วูบบบบ
มิติแห่งสายหมอก
หลังจากเข้ามาภายในมิติแห่งสายหมอก วิหคน้อยได้ร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวลท่ามกลางธรรมชาติสงบร่มรื่นที่ถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิด จากนั้นวิหคน้อยได้ยกเลิกทักษะผสานร่างและได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนางกลับมาเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักเช่นเดิม ฉิงเหม่ยได้อุ้มนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน และในขณะนั้นเองภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหวังเหว่ย ฉิงเหม่ยและวิหคน้อย จากนั้นได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “ข้ารู้สึกดีใจยิ่งนัก ที่ได้พบกับนายท่านอีกครั้งขอรับ” จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรพฤกษา "เฟลิค" ได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“ฮ่าๆ เฟลิค ในที่สุดข้าก็ได้พบกับเจ้า สิ่งของที่เจ้าได้เตรียมเอาไว้ให้กับข้าคือแก่นอสูรใช่หรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
ภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขนาดใหญ่ได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ยด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม “ใช่แล้วขอรับนายท่าน สมบัติที่ข้าอยากมอบให้กับนายท่านคือแก่นอสูรขอรับ ข้าจะนำนายท่านรวมถึงนายหญิงและบุตรสาวเข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติขอรับ” หลังจากกล่าวจบ จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรพฤกษา "เฟลิค" ได้นำหวังเหว่ย ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเข้าไปภายในห้องเก็บสมบัติของตนเองในทันที
วูบ
“ยอดเยี่ยม! มีแก่นอสูรระดับสูงอยู่มากมายนัก !” หวังเหว่ยกล่าวขณะมองไปทางแก่นอสูรที่มีอยู่มากมายหลายแสนอัน! ซึ่งเป็นแก่นอสูรเหล่านี้เป็นของสัตว์อสูรประเภทต่างๆที่มีระดับเลเวล50ถึง95!
ฉิงเหม่ยได้ยืนนิ่งอึ้งด้วยความตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางได้กล่าวขึ้นว่า “นะ นายท่านเจ้าค่ะ เมื่อสักครู่นี้จิตวิญญาณสัตว์อสูรตนนั้นเรียกข้าว่านายหญิงเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยท่าทีขวยเขิน
“ฮ่าๆ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะอธิบายให้เขาฟังเอง” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้โบกมือหนึ่งครั้งเพื่อเก็บแก่นอสูรหลายแสนอันเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติพิเศษที่เขาได้สร้างขึ้น
วาบบบ
“สมแล้วที่เป็นนายท่าน สิ่งของมากมายที่ข้าได้นำมาที่นี่กลับถูกท่านเก็บไปทั้งหมดด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียวเท่านั้น !” เฟลิคกล่าวยกย่องหวังเหว่ย
“ฮ่าๆ ก่อนอื่นข้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้าฟังก่อนเฟลิค ฉิงเหม่ยและข้าพวกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ส่วนเด็กสาวตัวน้อยที่เจ้าเห็น นางถือกำเนิดขึ้นด้วยรูปแบบที่พิเศษน่ะ” หวังเหว่ยกล่าว
ฉิงเหม่ยได้หน้าแดงขึ้นอีกครั้งหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย แต่นางก็ไม่ได้กล่าวโต้แย้งแต่อย่างใด
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ นายท่านต้องการจะกลับออกไปจากมิติแห่งนี้เลยหรือไม่ขอรับ ?”
หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับเฟลิค “อืม หากเจ้าไม่ต้องการให้ข้าช่วยฟื้นคืนชีวิตให้กับเจ้า เจ้าก็พาข้าออกไปได้เลย !”
ภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขนาดใหญ่ได้ตกตะลึงจนอ้าปากค้างในทันที หลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “นายท่านพูดจริงหรือขอรับ !”
“ฮ่าๆ จริงแท้แน่นอน เพียงแต่ว่า... เจ้าต้องได้รับความยินยอมจากสองคนนี้ก่อน” หวังเหว่ยได้หันไปมองฉิงเหม่ยและวิหคน้อยหลังจากกล่าวจบ
ภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขนาดใหญ่ได้หันไปมองฉิงเหม่ยและวิหคน้อยด้วยใบหน้าออดอ้อนอย่างน่ารักราวกับแมวตัวน้อยๆ ฉิงเหม่ยที่เห็นดังนั้นนางจึงได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับหันไปกล่าวถามวิหคน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของนาง “วิหคน้อยวิธีของเจ้าจะใช้ได้ผลจริงหรือ ?”
วิหคน้อยพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น “วิธีนี้ใช้ได้ผลแน่นอนม่าม๊า และบางทีนี่อาจจะเป็นวิธีเดียวที่สามารถช่วยให้สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปฟื้นคืนชีวิตได้! อีกอย่างท่านตาและท่านยายก็ไม่ได้คัดค้านในเรื่องนี้ด้วย” วิหคน้อยกล่าว
ฉิงเหม่ยได้หันไปยิ้มให้กับวิหคน้อย “ก็เจ้าไปบอกกับท่านตา ท่านยายว่าเจ้าอยากมีน้องชายเยอะๆ เพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าแล้วท่านตา ท่านยายจะขัดใจเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักเช่นเจ้าได้อย่างไร”
วิหคน้อยได้ยิ้มออกมาอย่างน่ารัก หลังจากได้ยินคำกล่าวของฉิงเหม่ย ฉิงเหม่ยได้ลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “นายท่าน ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองภาพร่างของสัตว์อสูรมังกรพฤกษาขนาดใหญ่ เฟลิคเจ้าฟังข้าให้ดี ข้าได้คิดค้นเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วในหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ข้ามั่นใจเกือบ100% ว่าภายในพิภพแห่งนี้ไม่มีการวิธีใดที่สามารถช่วยฟื้นคืนชีวิตให้กับสัตว์อสูรได้! ส่วนวิธีการของวิหคน้อยนั้นเป็นสิ่งที่ข้าไม่สามารถทำความเข้าใจได้ คงมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถใช้วิธีนี้ได้ !”
เฟลิคได้หันไปมองหวังเหว่ย “พวกข้าเคยลองศึกษาเรื่องนี้อยู่หลายหมื่นปีแต่ก็ไม่พบวิธีเช่นกันขอรับ แต่พวกข้าก็ยังเชื่อว่านายท่านจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้สำเร็จขอรับ !”
“ฮ่าๆ ใช่แล้วสิ่งนี้คือปาฏิหาริย์และเป็นสิ่งที่มีเพียงพวกนางสองคนเท่านั้นที่สร้างขึ้นได้ เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าพร้อมกันแล้ว เช่นนั้นเราก็มาเริ่มกันเลย วิหคน้อยเจ้าเริ่มทำการใช้ทักษะลับพิเศษของเจ้าได้เลย”
“หนูเข้าใจแล้วนายท่าน” วิหคน้อยได้บอกให้ฉิงเหม่ยปล่อยนางลงในทันทีหลังจากกล่าวจบ
“เฟลิคเจ้ามายืนอยู่ตรงนี้” วิหคน้อยได้ชี้ไปตรงพื้นดินทางด้านหน้านาง
“ข้าเข้าใจแล้ว” เฟลิคได้ลอยตัวไปหยุดอยู่ในจุดที่วิหคน้อยบอกอย่างรวดเร็ว
จากนั้น วิหคน้อยได้เริ่มเขียนอักษรมากมายขึ้นอย่างรวดเร็วโดยตัวอักษรเหล่านั้นได้หลอมรวมกันกลายเป็นตัวอักษรสีเขียวสดใสหนึ่งอักษร ทำให้หวังเหว่ยตกตะลึงจนตาค้าง เนื่องจากเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครสามารถเขียนอักษรได้นอกจากเขา!
เวลาผ่านไปสิบนาที วิหคน้อยได้เขียนอักษรจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นนางได้กล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังว่า “ด้วยอำนาจแห่งวิหคเทพ ข้าขอใช้จิตวิญญาณดวงนี้เป็นสื่อกลางอัญเชิญจิตวิญญาณอีกสี่ดวงที่ผูกพันกันมารวมตัวกันที่นี่ !”
ตู้ม!
ลำแสงสีเขียว สีฟ้า สีแดง สีขาว สีน้ำตาล ได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสถานที่ทั้งห้าแห่งสูงนับแสนเมตร!
จากนั้น จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรวารี "อินิส" จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรเพลิง "เฮฟิน" จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรวายุ "กาเวน" จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรปฐพี "ออร์เรลล์" ได้มารวมตัวกันอยู่ล้อมรอบจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรพฤกษา "เฟลิค" จากทั้งสี่ทิศ!
“เกิดอะไรขึ้น !” ภาพร่างของจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าตนกล่าวอย่างตื่นตระหนกตกใจ
หลังจากที่ทั้งห้าตนมารวมตัวกันครบเรียบร้อย วิหคน้อยได้กล่าวออกมาว่า “ม่าม๊าหนูจะเริ่มละนะ”
“ม่าม๊าเข้าใจแล้ว”
หลังจากฉิงเหม่ยกล่าวจบวิหคน้อยได้แตะไปที่ตัวอักษรสีเขียวสดใสเพื่อเริ่มการทำงานของตัวอักษร
ติ๊ง
ตัวอักษรได้เปล่งแสงสว่างสีเขียวสดใสออกมาอย่างแรงกล้า จากนั้นได้แตกกระจายกลายเป็นเส้นแสงสีเขียวสดใสห้าสาย พุ่งตรงเข้าไปหลอมรวมกับเหล่าจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าตน
“พวกเจ้าทั้งห้าพร้อมสำหรับการถือกำเนิดใหม่แล้วใช่หรือไม่ ?” วิหคน้อยกล่าวถาม
ถึงแม้จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ตนที่พึ่งถูกอัญเชิญมาจะยังไม่เข้าในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หลังจากพวกเขาได้เห็นหวังเหว่ยในรูปลักษณ์และพลังปราณอสูรที่พวกเขาคุ้นเคยพยักหน้าให้กับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม พวกเขาทั้งห้าตนจึงได้หันมามองหน้ากันเล็กน้อยและได้กล่าวตอบวิหคน้อยอย่างพร้อมเพรียงกัน
“พวกเราตกลง”
วูม วูม วูม วูม วูม
จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าตนได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นดวงแสงสีเขียว สีฟ้า สีแดง สีขาว สีน้ำตาล และได้พุ่งเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว ฉิงเหม่ยได้มีอาการหน้ามืดเล็กน้อยหลังจากดวงแสงทั้งห้าดวงหายเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของนางครบแล้ว หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้เข้ามาช่วยพยุงนางเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
ฉิงเหม่ยได้หันไปยิ้มให้กับหวังเหว่ย “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายท่าน แล้วเรื่องสมบัติของจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์อีกสองตนล่ะเจ้าค่ะ ?”
“อืม.. เรื่องนั้น เรายังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน รอให้พวกเขาเติบโตขึ้น เราค่อยให้พวกเขาไปเอามาให้เราก็ได้ เอาล่ะ ในเวลานี้เจ้าควรกลับไปพักผ่อนก่อน ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านพ่อ ท่านแม่ของเจ้า” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากฉิงเหม่ยกล่าวจบหวังเหว่ยได้อุ้มวิหคน้อยขึ้นมาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับนำฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที
วูบ