หลังจากที่หลินเฟิงได้ทั้งซุนซือซือและซุนเหมยเหมยอย่างสมบูรณ์ พลังปราณอสูรในร่างของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หยาดเืพรหมจรรย์และน้ำรักที่เปี่ยมไปด้วยพลังหยินบริสุทธิ์ของสองพี่น้องตระกูลซุนได้กลายเป็โอสถชั้นเลิศที่ช่วยกระตุ้นสายเืจิ้งจอก์ในตัวเขาให้เดือดพล่าน
ในห้องลับที่เงียบสงัด หลินเฟิงนั่งสมาธิเพื่อโคจรพลังปราณที่พลุ่งพล่าน เส้นเืทั่วร่างกายของเขาเรืองแสงสีม่วงจางๆ ราวกับมีสายฟ้าเล็กๆ วิ่งไปมาใต้ิั ความร้อนที่ลุกโชนขึ้นจากภายในทำให้เหงื่อไคลออกมาเป็หยดใสๆ ที่มีกลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่า
ทันใดนั้น แสงสีม่วงเข้มก็ะเิออกมาจากแผ่นหลังของเขา หางที่สามที่เคยมีอยู่แล้วดูหนาแน่นและทรงพลังขึ้น ขนปุยสีเงินที่ปกคลุมเปล่งประกายราวกับผงเพชร ทว่าสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ **หางที่สี่** ที่เริ่มก่อตัวเป็รูปร่างลางๆ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาก็รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
ลมหายใจของหลินเฟิงหอบหนักขึ้น เขารู้สึกถึงพลังงานใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันเหมือนกับมีแม่น้ำสายใหม่ที่ไหลบ่าเข้าสู่มหาสมุทรแห่งพลังปราณของเขา ทำให้ความสามารถในการควบคุมจิตใจและอารมณ์ของผู้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ
[ระบบ: ตรวจพบการเลื่อนระดับ...]
[สถานะ: จิ้งจอกสี่หาง (ขั้นเริ่มต้น - 15%)]
[ทักษะใหม่: ปราณจิ้งจอกฝันสลาย (ขั้นสูง) - สามารถสร้างนิมิตฝันที่เชื่อมโยงจิตใจของเป้าหมายหลายคนเข้าด้วยกันได้]
"หางที่สี่... ในที่สุดข้าก็เข้าใกล้ความจริงไปอีกก้าว" หลินเฟิงพึมพำด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ดวงตาสีม่วงของเขาเปล่งประกายด้วยความกระหายที่เข้มข้นขึ้น "แต่การจะทำให้หางนี้สมบูรณ์ ข้า้า 'แรงขับเคลื่อน' ที่มากกว่าเดิม... ความรักเพียงอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีความริษยาและความ้าเอาชนะผสมปนเปไปด้วย"
เขาลืมตาขึ้นมาช้าๆ แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายแฝงอยู่เื้ัรอยยิ้มอ่อนโยน หลินเฟิงรู้ดีว่าสองพี่น้องตระกูลซุนที่เพิ่งได้รับการ "ปลุกเสก" จากเขาจะเป็วัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทดลองครั้งนี้ ความบริสุทธิ์ที่เขาเพิ่งทำลายไป ความรักที่เขาปลูกฝัง และความริษยาที่เขากำลังจะจุดประกาย จะกลายเป็เชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนพลังของเขาไปสู่ระดับใหม่
หลินเฟิงเริ่มร่ายมนตรา 'ปราณจิ้งจอกฝันสลาย' ขั้นสูงทันที เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเหนือศีรษะ นิ้วมือเคลื่อนไหวเป็จังหวะที่ซับซ้อน วาดสัญลักษณ์ลึกลับในอากาศ แต่ละการเคลื่อนไหวทิ้งร่องรอยของแสงสีม่วงที่ค่อยๆ จางหายไป
พลังปราณที่เข้มข้นเริ่มแผ่ขยายออกจากร่างกายของเขาเป็วงกว้าง มันไม่ใช่แค่การส่งพลังออกไปเท่านั้น แต่เป็การสร้างเครือข่ายที่ซับซ้อนซึ่งเชื่อมโยงจิตสำนึกของเขาเข้ากับเป้าหมาย เขาแผ่ขยายััออกไปครอบคลุมเรือนนอนของสองพี่น้องที่อยู่คนละทิศทาง
การควบคุมสองคนพร้อมกันด้วยมนตราระดับนี้ต้องใช้ความเข้มข้นสูงมาก หลินเฟิงรู้สึกถึงการไหลออกของพลังปราณจากร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงการไหลเข้าของพลังงานอารมณ์จากเป้าหมาย มันเป็การแลกเปลี่ยนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า
เขาถักทอความฝันที่แสนเร่าร้อนและโหดร้ายขึ้นมาในจิตใจของพวกนางพร้อมกัน แต่ละความฝันถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อกระตุ้นจุดอ่อนทางจิตใจที่เขาได้ค้นพบจากการมีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทั้งคู่
ในความฝันของ ซุนซือซือ... นางเห็นตัวเองกำลังเริงร่าอยู่ในอ้อมกอดของหลินเฟิง ห้องนอนที่นางคุ้นเคยได้เปลี่ยนไปเป็วิหารแห่งความสุขที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงและเทียนหอมที่ส่องแสงอุ่นๆ กลิ่นหอมของดอกบัวและไม้จันทน์อบอวลไปทั่ว
หลินเฟิงในฝันดูแข็งแรงและเร่าร้อนกว่าในความเป็จริง ผิวของเขาเปล่งประกายราวกับหยก ดวงตาสีม่วงจ้องมองนางด้วยความปรารถนาที่ไม่มีขีดจำกัด เขาเริ่มบทรักด้วยความรุนแรงที่นางไม่เคยััมาก่อน
"ซือซือ... ท่านช่างงดงามเหลือเกิน" เขากระซิบข้างหูนางด้วยเสียงที่หนักแน่นด้วยความ้า "ข้า้าท่านทุกคืน... ทุกวัน..."
มือใหญ่ของเขาเลื่อนไปตามเส้นโค้งของร่างกายนาง ััที่อ่อนโยนแต่เร่าร้อน ทำให้ซือซือรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้ไปทั่วิั เขาจูบนางอย่างดูดดื่ม ลิ้นของเขาเล่นงานลิ้นของนางจนนางต้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน
แก่นกายมหึมาของเขากระแทกกระทั้นเข้าสู่ร่องรักของนางอย่างดุดัน แต่ละจังหวะทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ความเ็ปผสมกับความสุขสมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ช้าแต่ลึก แล้วเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนนางแทบจะคิดอะไรไม่ออก
"อ๊าาา! ท่านหลิน... แรงกว่านี้... ข้าเป็ของท่าน... เฉพาะท่านเท่านั้น..." ซือซือครางกระเส่าพลางโอบรัดแผ่นหลังแกร่งของเขาไว้แน่น เล็บของนางขูดไปตามิัของเขา ทิ้งรอยแดงที่ดูเร่าร้อน
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะพุ่งทะยานสู่จุดสุดยอด ภาพเบื้องหน้ากลับเปลี่ยนไป หลินเฟิงหยุดชะงักและหันไปมองที่ปลายเตียง ซือซือมองตามสายตาของเขาไปและต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ที่ตรงนั้น ซุนเหมยเหมย น้องสาวของนางกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ในท่าทางที่แสนยั่วยวน นางไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์สะท้อนแสงเทียนดูเปล่งปลั่งกว่าซือซือหลายเท่า หน้าอกเล็กๆ ที่แน่นกระชับและสะโพกที่โค้งมนอย่างสมส่วนดูน่าค้นหามากกว่าร่างกายที่เต็มเปี่ยมของซือซือ
เหมยเหมยคลานเข้ามาหาหลินเฟิงอย่างเชื่องช้า เหมือนแมวป่าที่กำลังล่าสัตว์ พลางใช้เรียวลิ้นเลียไล้ไปตามหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา รอยเลียที่เปียกชุ่มทิ้งเส้นทางที่เปล่งประกายไปตามิัของหลินเฟิง นางเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
"พี่หญิง... ท่านช่างน่าสงสารนัก ร่างกายของท่านมันช่างจืดชืดและแข็งทื่อ ดูสิเ้าคะ... ท่านหลินเริ่มเบื่อท่านแล้ว" เหมยเหมยกล่าวด้วยเสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ "ข้าอ่อนเยาว์กว่า... แน่นกว่า... และรู้จักวิธีทำให้ผู้ชายมีความสุขมากกว่าท่านเสียอีก"
หลินเฟิงในฝันยิ้มมุมปากพลางลูบหัวเหมยเหมยอย่างเอ็นดู มือใหญ่ของเขาเลื่อนลงไปตามแผ่นหลังเรียบเนียนของนาง ก่อนจะไปจับบั้นท้ายเล็กๆ ที่แน่นกระชับ เขาผละออกจากตัวซือซืออย่างเ็า ทิ้งให้นางนอนอ้าขาค้างอยู่บนเตียงด้วยความอารมณ์ค้างคา ร่องรักของนางยังคงบีบรัดอากาศธาตุอย่างหิวโหย แต่เขากลับไม่สนใจอีกต่อไป
"ซือซือ... ท่านเริ่มแก่แล้ว ร่างกายของท่านไม่แน่นเหมือนเดิม" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าที่ทำให้หัวใจของซือซือแทบแตกสลาย "เหมยเหมยยังสาว... ยังแน่น... ยังให้ความรู้สึกที่ดีกว่า"
เขาอุ้มเหมยเหมยขึ้นมานั่งบนตักและเริ่มบทรักที่เร่าร้อนต่อหน้าต่อตาซือซือ แก่นกายมหึมาของเขาเสียบเข้าไปในร่องรักเล็กๆ ของเหมยเหมยอย่างช้าๆ แต่ลึกจนสุด เสียงเนื้อกระทบกันดัง "ตั่บ! ตั่บ!" และเสียงครางที่หวานล้ำของเหมยเหมยดังก้องไปทั่วห้อง
"อืมมม... เหมยเหมย... ร่องรักของท่านช่างอุ่นและตอดรัดดีเหลือเกิน... ต่างจากพี่สาวท่านที่เริ่มจะหย่อนยานเสียแล้ว" หลินเฟิงในฝันกระซิบพลางกระแทกกายเข้าหาเหมยเหมยอย่างบ้าคลั่ง มือของเขาบีบเค้นหน้าอกเล็กๆ ของนางจนนางต้องโค้งหลังด้วยความเสียวซ่าน
"อ๊าาา! ท่านหลิน! ข้ารักท่าน! ข้าดีกว่าพี่หญิงใช่ไหมเ้าคะ?" เหมยเหมยะโออกมาด้วยความสุขสม ร่างกายเล็กๆ ของนางสั่นะเืทุกครั้งที่เขากระแทกเข้ามา
ซือซือรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกกระชาก ความริษยาที่สะสมมานานะเิออกเป็เพลิงสิเน่หาที่รุนแรง นางไม่ยอมแพ้ นางคลานเข้าไปหาหลินเฟิงจากด้านหลัง ใช้หน้าอกอวบอิ่มบดเบียดกับแผ่นหลังของเขา พลางใช้มือเอื้อมไปกุมแก่นกายของเขาที่กำลังสอดใส่อยู่ในตัวน้องสาว
"ไม่! ข้าทำได้ดีกว่า! เหมยเหมย... เ้ามันก็แค่เด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!" ซือซือกรีดร้องพลางรัวลิ้นใส่แผ่นหลังของหลินเฟิง นางขยับกายเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง พยายามแทรกตัวเข้าไปกลางระหว่างเขากับเหมยเหมย "ข้ามีประสบการณ์! ข้ารู้จักวิธีทำให้ท่านมีความสุข!"
นางใช้มือลูบไล้ไปตามร่างกายของหลินเฟิง พยายามดึงความสนใจของเขากลับมา นางจูบและเลียไปตามคอและไหล่ของเขา ใช้หน้าอกอวบอิ่มถูไปมาที่แผ่นหลังของเขา ทำทุกอย่างที่นางคิดว่าจะทำให้เขาหันมาสนใจนางอีกครั้ง
แต่หลินเฟิงในฝันกลับหัวเราะเยาะ "ซือซือ... ท่านพยายามมากเกินไป มันดูน่าสมเพช ดูเหมยเหมยสิ... นางไม่ต้องพยายาย นางก็ทำให้ข้าเสียวซ่านได้ตามธรรมชาติ"
ในขณะเดียวกัน ในห้องนอนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ซุนเหมยเหมยก็กำลังตกอยู่ในห้วงนิมิตที่แสนเร่าร้อนไม่แพ้กัน นางฝันว่าตนเองกำลังควบขี่อยู่บนร่างของหลินเฟิงอย่างผู้ชนะ ห้องนอนของนางเปลี่ยนเป็วิหารแห่งความสุขที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีชมพูและกลีบกุหลาบ
นางนั่งคร่อมอยู่บนสะโพกของหลินเฟิง แก่นกายมหึมาของเขาฝังลึกอยู่ในร่องรักเล็กๆ ของนาง สะโพกมนส่ายวนและบดเบียดเข้าหาแก่นกายของเขาอย่างดุดัน นางรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถ่ชิงชายที่พี่สาวหลงรักมาเป็ของตนเองได้
"อืมมม... ท่านหลิน... ข้าทำให้ท่านมีความสุขใช่ไหมเ้าคะ?" เหมยเหมยถามด้วยเสียงหอบพร่าพลางขย่มกายลงมาอย่างหนักแน่น ร่องรักของนางบีบรัดแก่นกายของเขาอย่างแรง "ข้าเก่งกว่าพี่ซือซือใช่ไหมเ้าคะ? ข้าทำให้ท่านมีความสุขมากกว่านางใช่ไหม?"
หลินเฟิงในฝันหัวเราะเบาๆ พลางบีบเค้นบั้นท้ายของนางอย่างแรง มือใหญ่ของเขาเลื่อนขึ้นไปจับหน้าอกเล็กๆ ของนาง นิ้วหัวแม่มือถูไปมาที่หัวนมชมพูจนนางต้องโค้งหลังด้วยความเสียวซ่าน
"ท่านเก่งมากเหมยเหมย... ท่านแน่นและอุ่น... ทว่าท่านยังขาด 'ชั้นเชิง' ที่ลุ่มลึกไปบ้าง" เขากล่าวพลางผลักสะโพกขึ้นมากระแทกนางอย่างแรง "ท่านยังเด็กเกินไป... ยังไม่รู้จักวิธีการที่แท้จริง"
ทันใดนั้น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ซุนซือซือ เดินเข้ามาในชุดคลุมไหมบางเบาที่เผยให้เห็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ หน้าอกอวบอิ่มและสะโพกที่โค้งมนอย่างเซ็กซี่ นางเดินเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยท่าทางที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ นางไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า
"เหมยเหมย... เ้าคิดว่าการขย่มกายเพียงอย่างเดียวจะมัดใจท่านหลินได้หรือ? เ้ามันยังอ่อนหัดนัก" ซือซือในฝันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "การทำรักไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหว... มันต้องมีจิติญญา... ต้องมีประสบการณ์"
นางโน้มตัวลงไปจูบแลกลิ้นกับหลินเฟิงอย่างดูดดื่ม ลิ้นของนางเล่นงานลิ้นของเขาด้วยชั้นเชิงที่เหมยเหมยไม่มี ในขณะที่มือของนางเอื้อมลงไปเขี่ยจุดกระสันของเหมยเหมยที่กำลังสอดใส่อยู่กับหลินเฟิง
เหมยเหมยรู้สึกถึงความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนแทบจะขาดใจ ทว่าความรู้สึกพ่ายแพ้กลับรุนแรงยิ่งกว่า นางเห็นหลินเฟิงเริ่มมีอารมณ์ร่วมกับพี่สาวมากขึ้น เขาเริ่มขยับสะโพกสวนกลับจังหวะของเหมยเหมยโดยที่สายตายังคงจ้องมองไปที่ซือซืออย่างหลงใหล
"อืมมม... ซือซือ... รสจูบของท่านช่างหวานล้ำ... เหมยเหมยยังต้องเรียนรู้อีกมาก" หลินเฟิงในฝันกล่าวพลางผลักเหมยเหมยลงไปนอนราบกับพื้น และเริ่มบทรักที่รุนแรงกับซือซือต่อหน้าต่อตานาง
เขาแบกขาของซือซือขึ้นไปบนไหล่ แล้วกระแทกเข้าไปในร่องรักของนางอย่างดุดัน เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง ซือซือครางออกมาด้วยความสุขสม ใบหน้าของนางเปล่งปลั่งด้วยความพึงพอใจ
"อ๊าาา! ท่านหลิน! แรงกว่านี้! ข้า้าท่าน! ข้า้าให้ท่านทำข้าจนลืมทุกอย่าง!" ซือซือะโออกมาพลางมองไปที่เหมยเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
เหมยเหมยกรีดร้องออกมาด้วยความอิจฉา นางไม่ยอมให้พี่สาวได้หน้าไปมากกว่านี้ นางโผเข้าหาหลินเฟิงอีกครั้ง พยายามแทรกตัวเข้าไปปรนเปรอเขาด้วยปากและมือ นางรัวลิ้นใส่แก่นกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง พลางร้องขอให้เขากระแทกนางให้แรงกว่าที่ทำกับซือซือ
"ข้าจะทำให้ท่านลืมพี่หญิง! ข้าจะทำได้ดีกว่า... แรงกว่า! อ๊าาา! ท่านหลิน... ดูข้าสิเ้าคะ! ข้าคือที่หนึ่งของท่าน!" เหมยเหมยะโออกมาด้วยความบ้าคลั่ง ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความ้าเอาชนะที่ถูกเปลี่ยนเป็พลังแห่งสิเน่หา
นางใช้มือจับแก่นกายของหลินเฟิงที่เพิ่งออกจากตัวซือซือ แล้วนำมาใส่ปากของตนเองอย่างดูดดื่ม นางใช้ลิ้นเลียไปตามความยาวทั้งหมด พยายามทำความสะอาดกลิ่นของพี่สาวออกไป แล้วจึงนำมันมาใส่ในร่องรักของตนเองอีกครั้ง
ในโลกแห่งความเป็จริง ร่างของทั้งซือซือและเหมยเหมยกระตุกเกร็งและหลั่งน้ำรักออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว เพลิงแห่งความริษยาที่หลินเฟิงจุดขึ้นในฝันได้เผาผลาญความไร้เดียงสาของพวกนางจนหมดสิ้น
ซือซือตื่นขึ้นมาด้วยใจที่เต้นแรง ร่างกายของนางเปียกไปด้วยเหงื่อและน้ำรัก ชุดนอนไหมบางเบาเปียกชุ่มจนเห็นิัใต้ผ้าได้ชัดเจน นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางหอบหายใจหนัก ภาพในฝันยังคงชัดเจนในความทรงจำ โดยเฉพาะภาพที่เหมยเหมยปรนเปรอหลินเฟิงต่อหน้าต่อตานาง
"ไม่... ไม่ได้... ข้าจะไม่ยอมให้เหมยเหมยแย่งหลินเฟิงไป" นางพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้
ในขณะเดียวกัน เหมยเหมยก็ตื่นขึ้นมาในสภาพที่ไม่แตกต่างกัน ร่างกายเล็กๆ ของนางสั่นะเืด้วยอารมณ์ที่ปั่นป่วน นางรู้สึกโกรธและอิจฉาพี่สาวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
"พี่หญิงคิดว่านางจะได้หลินเฟิงไปคนเดียวหรือ? ข้าจะไม่ยอม!" เหมยเหมยกัดฟันพึมพำ นางลุกขึ้นจากเตียงด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตนเอง
บัดนี้พวกนางพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่านางเหนือกว่าอีกคนหนึ่งในากามารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกจริง ความฝันที่หลินเฟิงสร้างขึ้นได้ทำลายกำแพงศักดิ์ศรีและความสัมพันธ์พี่น้องของพวกนางจนหมดสิ้น เหลือเพียงความ้าที่จะเอาชนะและหลินเฟิงแต่เพียงผู้เดียว
หลินเฟิงที่เฝ้ามองดูผลงานของตนเองผ่านกระแสจิตยิ้มกว้างขึ้น หางที่สี่ของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น พลังงานความริษยาที่เข้มข้นจากสองพี่น้องไหลบ่าเข้าสู่ร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับสายน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบ
เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย หางที่สี่ที่เพิ่งเริ่มก่อตัวได้กลายเป็รูปร่างที่ชัดเจนขึ้น แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่พลังที่แผ่ออกมาก็เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ดีมาก... แข่งกันเข้าไป... ยิ่งพวกท่านโหยหาข้ามากเท่าไหร่ ยิ่งริษยากันมากเท่าไหร่ พลังของข้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น" เขาพึมพำด้วยความพึงพอใจ
หลินเฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาสีม่วงวาวโรจน์ด้วยความกระหาย เขาเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนความฝันที่แสนทรมานนี้ให้กลายเป็ความจริงที่เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น เมื่อสองพี่น้องต้องมาเผชิญหน้ากันต่อหน้าเขา และใช้ร่างกายของพวกนางเป็เดิมพันในาสิเน่หาที่เขาเป็ผู้ควบคุม
แสงตะวันยามเช้าเพิ่งจะเริ่มจับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศหน้าเรือนพักของหลินเฟิงกลับตึงเครียดจนแทบจะะเิออก ซุนซือซือในชุดคลุมไหมสีม่วงเข้มที่ดูรีบร้อนและไม่ได้จัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยเหมือนทุกวัน เดินมาถึงหน้าประตูห้องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉายแววความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
ผมยาวของนางที่ปกติจะถูกจัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้กลับปล่อยให้ยุ่งเหยิงไปตามลม ชุดคลุมที่สวมใส่อย่างรีบเร่งทำให้เห็นไหล่เปลือยและส่วนบนของหน้าอกที่ขาวเนียน ภาพในฝันที่เห็นน้องสาวปรนเปรอหลินเฟิงยังคงตามหลอกหลอนจนนางไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปผลักประตู ร่างของซุนเหมยเหมยในชุดกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อนที่ดูจงใจเผยให้เห็น่ขาเรียวสวย ก็ก้าวพรวดออกมาจากมุมทางเดินอีกด้านหนึ่ง
เหมยเหมยสวมชุดที่เซ็กซี่กว่าปกติ กระโปรงสั้นที่แค่ปิดบั้นท้าย เสื้อแขนกุดที่รัดรูปจนเห็นรูปร่างของหน้าอกเล็กๆ ได้ชัดเจน ผมยาวถูกปล่อยให้ลอยตามลมอย่างเซ็กซี่ ใบหน้าที่ปกติจะดูไร้เดียงสา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความท้าทาย
ทั้งสองพี่น้องสบตากันด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ประกายไฟแห่งความริษยาจะปะทุขึ้นในดวงตาของทั้งคู่ บรรยากาศรอบๆ เปลี่ยนไปทันที จากความเงียบสงัดกลายเป็ความตึงเครียดที่จับต้องได้
"พี่หญิง... ท่านมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าเ้าคะ? หรือว่า... ท่านฝันร้ายจนต้องมาหาที่พึ่ง?" เหมยเหมยเอ่ยจิกกัดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทาย เสียงของนางหวานใสแต่มีความเ็าแฝงอยู่
"เหมยเหมย... เ้าเองก็เถอะ กิริยาไม่งามเช่นนี้คิดจะมาทำอะไรที่ห้องของแขกผู้มีเกียรติ?" ซือซือสวนกลับด้วยน้ำเสียงเ็า ทว่ามือของนางกลับสั่นเทาด้วยความโกรธ "แต่งตัวเช่นนี้... เ้าคิดจะไปล่อลวงใครกัน?"
"ข้าแต่งตัวเพื่อท่านหลินเฟิง" เหมยเหมยตอบอย่างไม่อาย "ไม่เหมือนพี่หญิงที่แต่งตัวแบบแก่แล้วเฉาๆ"
โดยไม่รอคำตอบ ทั้งคู่ต่างพุ่งเข้าหาประตูห้องพร้อมกัน แย่งชิงกันผลักบานไม้ให้เปิดออก ไหล่ของซือซือกระแทกเข้ากับไหล่ของเหมยเหมย ทำให้ทั้งคู่เซถอยหลัง ก่อนจะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง
"ข้าจะเข้าไปก่อน!" ซือซือะโ
"ไม่! ข้าต่างหาก!" เหมยเหมยสวนกลับ
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง กลิ่นอายปราณจิ้งจอกที่เข้มข้นและยั่วยวนก็พุ่งเข้าปะทะประสาทััของพวกนาง มันเป็กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างความเป็ชายที่เข้มข้น กลิ่นไม้กฤษณา และสิ่งที่ลึกลับกว่านั้น... กลิ่นของความ้าทางเพศที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
หลินเฟิงแอบร่ายอาคมกางม่านพลังบางๆ เพื่อกันไม่ให้บ่าวไพร่ภายนอกรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในห้องนี้ เขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะไม่เหมาะสมสำหรับสายตาของคนอื่น
ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏแก่สายตาของสองพี่น้องคือร่างของหลินเฟิงที่นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงกว้าง แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบลงบนมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามราวกับรูปสลัก ผิวพรรณของเขาดูเปล่งปลั่งและเปี่ยมไปด้วยพลังหยางที่เข้มข้น
ทรวงอกกว้างที่ขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ กล้ามหน้าท้องที่เป็แผ่นชัดเจน และแขนที่แข็งแรงเต็มไปด้วยพลัง ทุกส่วนของร่างกายเขาดูสมบูรณ์แบบราวกับงานศิลปะ
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของพวกนางมากที่สุดคือส่วนล่างที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางคลุมไว้ แต่มันกลับไม่อาจซ่อนเร้นความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนจนดันผ้าห่มให้ตุงขึ้นมาอย่างเด่นชัด รูปร่างที่ปรากฏใต้ผ้าห่มทำให้ทั้งคู่นึกถึงภาพในฝันที่เพิ่งผ่านมา
"อึก..." ทั้งซือซือและเหมยเหมยต่างลอบกลืนน้ำลายพร้อมกัน ภาพในฝันที่พวกนางเพิ่งเผชิญมาดูจะซีดจางไปทันทีเมื่อเทียบกับความจริงที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายของหลินเฟิงในความเป็จริงดูใหญ่โตและเร่าร้อนกว่าในฝันอีก
ความอยากได้และความริษยาที่ถูกปลุกขึ้นจากฝันทำให้พวกนางลืมความเขินอายและศักดิ์ศรีไปหมด ตอนนี้มีเพียงความ้าที่จะพิสูจน์ตนเองและเอาชนะอีกฝ่ายเท่านั้น
"ข้าจะเข้าไปก่อน!" เหมยเหมยะโพลางใช้ไหล่กระแทกพี่สาวและพุ่งตัวไปที่เตียง นางไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป นางโผเข้าหาจุดที่ผ้าห่มตุงขึ้นมาและใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างตะปบลงไปอย่างแม่นยำ
ความอุ่นและความแข็งที่รู้สึกได้ผ่านผ้าห่มทำให้เหมยเหมยต้องกลั้นหายใจ มันใหญ่และแข็งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก
"เ้าเด็กบ้า! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!" ซือซือกรีดร้องด้วยความหึงหวง นางพุ่งตามเข้าไปและพยายามดึงมือน้องสาวออก ก่อนจะเปลี่ยนใจใช้ร่างกายของตนเองเบียดแทรกเข้าไปกลางระหว่างเหมยเหมยกับหลินเฟิง
ในการต่อสู้แย่งชิง ผ้าห่มถูกเลิกออก เผยให้เห็นแก่นกายมหึมาที่สั่นระริกและมีหยาดน้ำใสๆ ปริ่มอยู่ที่ปลายยอด ทั้งซือซือและเหมยเหมยต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นขนาดที่แท้จริง
มันยาวและใหญ่เกินกว่าที่พวกนางเคยเห็นหรือจินตนาการไว้ ผิวเรียบเนียนแต่เต็มไปด้วยเส้นเืที่เด่นชัด ปลายยอดที่บวมแดงดูเร่าร้อนและน่าค้นหา
ทั้งสองพี่น้องแย่งชิงกันปรนเปรอหลินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง เหมยเหมยใช้ปากและลิ้นรัวใส่ส่วนหัวอย่างจาบจ้วง ลิ้นเล็กๆ ของนางเลียไปรอบๆ ปลายยอด ดูดและเลียจนเปียกชุ่ม ในขณะที่ซือซือใช้มือและหน้าอกอวบอิ่มบดเบียดกับโคนแก่นกาย
"อืมมม... หวานจัง..." เหมยเหมยพึมพำขณะที่ปากของนางอมส่วนหัวไว้ มือเล็กๆ ลูบไล้ไปตามความยาว
"เ้าทำไม่ถูก! ให้ข้าทำ!" ซือซือผลักน้องสาวออกแล้วใช้ปากของตนเองอมแก่นกายของหลินเฟิงแทน ปากที่ใหญ่กว่าสามารถอมได้ลึกกว่า ทำให้เกิดเสียงดูดที่ชัดเจน
พวกนางแข่งกันส่งเสียงครางและใช้ชั้นเชิงที่เพิ่งเรียนรู้จากความฝันมาปรนเปรอเขาอย่างไม่ยอมแพ้กัน เสียงดูด เสียงเลีย และเสียงครางดังก้องไปทั่วห้อง
"อืมมม... อ๊ะ..." หลินเฟิงแกล้งส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดูเหมือน 'ใ' อย่างสุดขีด เขาเด้งตัวขึ้นนั่งพลางมองดูสองพี่น้องที่กำลังรุมล้อมส่วนล่างของเขาอยู่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
"คุณหนูทั้งสอง! พวกท่าน... พวกท่านทำอะไรกันน่ะ!" หลินเฟิงอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตระหนก ทว่าในใจของเขากลับหัวเราะอย่างผู้ชนะ หางที่สี่ของเขาเริ่มปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นจากการดูดซับพลังแห่งความริษยาและตัณหาที่พุ่งพล่านอยู่ในห้องนี้
"ท่านหลิน! อย่าไปสนใจนางเ้าค่ะ ดูข้าสิ... ข้าทำได้ดีกว่าพี่หญิงใช่ไหม?" เหมยเหมยเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยริมฝีปากที่เปียกชุ่มและดวงตาที่ปรือปรอย นางไม่ยอมปล่อยแก่นกายของเขาออกจากมือ
"ไม่จริง! ท่านหลิน... ข้าต่างหากที่เป็ของท่านก่อน!" ซือซือไม่ยอมแพ้ นางโน้มตัวลงไปจูบแลกลิ้นกับหลินเฟิงอย่างดูดดื่มเพื่อประกาศความเป็เ้าของ ลิ้นของนางเล่นงานลิ้นของเขาอย่างหิวโหย
หลินเฟิงมองดูสองบุปผาที่กำลังแย่งชิงเขาอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าบัดนี้พวกนางได้ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ความฝันที่เขาสร้างขึ้นได้ทำลายกำแพงศักดิ์ศรีและความสัมพันธ์พี่น้องของพวกนางจนหมดสิ้น
"ในเมื่อพวกท่านตัดสินใจไม่ได้... เช่นนั้นข้าคงต้องให้พวกท่าน 'พิสูจน์' พร้อมกันเสียแล้ว" เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
เขากระชากร่างของทั้งคู่เข้ามากอดไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะเริ่มบทเพลงสิเน่หาแบบ 'สามคน' ที่จะเปลี่ยนชีวิตของสองพี่น้องตระกูลซุนไปตลอดกาล