ตอนที่ 13 เริ่มฝึกทักษะต่อสู้ 2
ฟิ้วววว!!
ก้อนหินถูกขว้างออกจากมือของถงหลางในทันทีมันใช้พลังเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้นเพราะมันไม่อยากให้เจิ้งฟู่าเ็ และจากที่มันคำนวนเพียงแค่ส่วนเดียวก็น่าจะพอทำให้เจิ้งฟู่ถอยไปหลายก้าวแล้ว.....
ปัง!!!
และเมื่อก้อนหินลอยเข้ามาใกล้จะถึงเจิ้งฟู่เขาก็เริ่มร่ายรำกระบวนท่าและเคลื่อนไหวตามภาพที่เขาเห็นทำให้ก้อนหินที่ลอยเข้ามาปะทะเข้ากับคลื่นพลังของเขาจนเกิดเสียงดังเหมือนเสียงของแข็งที่เข้ากระทบกันและก่อนที่ก้อนหินจะถึงตัวเจิ้งฟู่ตัวของเขานั้นราวกับเป็แป้งที่ยืดอ่อนและรับเอาก้อนหินไว้........
บ้าน่า!!!
จากรอยยิ้มเปลี่ยนเป็คิ้วขมวดทันทีเมื่อถงหลางเห็นเจิ้งฟู่สามารถรับก้อนหินของมันไว้ได้และที่ทำให้มันต้องตระโกนออกมาก็คือเจิ้งฟู่ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียวเขายังคงยืนนิ่งสง่าอยู่เช่นเดิม.....
"ดี ดี ดี เ้าทำได้ดีมากเ้าหนู เ้าสามารถรับเอาก้อนหินจากถงหลางด้วยพลังหนึ่งส่วนของเขาโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยสักก้าวเดียว"ถงเทียงกล่าวชมเจิ้งฟู่พร้อมกับทำหน้าพอใจ......
"ขอบคุณท่านผู้าุโสำหรับคำชมแต่ข้าอยากให้ท่านเพิ่มแรกเข้าไปอีก"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับทำหน้าจริงจัง......
ว่าไงนะเพิ่มแรงอีก!!?
ถงหลางรู้สึกใอย่างมากเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่บอกให้มันเพิ่มพลังเข้าไปอีกมันมองไปที่เจิ้งฟู่ด้วยสายตาเป็กังวลก่อนจะพูดขึ้นมาว่า"เ้าหนู เ้าแน่ใจนะว่าจะให้ข้าเพิ่มพลังอีก?"
"ขอรับ ข้ามันใจ"
"เอายังไงดีพี่ใหญ่เ้าหนูมันอยากให้ข้าเพิ่มพลังเข้าไปอีก....?"ถงหลางหันกลับไปถามถงเทียงว่ายังเอายังต่อดี.....
"เอิ่ม...... ในเมื่อเขา้าแบบนั้นก็จัดให้เขาไป เพิ่มพลังเป็สองส่วนแต่อย่าให้เกินนั้นนะ"ถงเทียงพูดพร้อมกับพยักหน้าตกลงแต่ก็ได้พูดกำชับให้ถงหลางอย่างหนักมือไป.....
ครับพี่ใหญ่!!
ที่ถงเทียงยอมก็เพราะว่ามันอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่จะมีความสามรถแค่ไหนถ้าเขายังสามารถรับการโจมตีครั้งนี้ได้อีกหละก็ไม่ต้องพูดเลยว่าเขาเป็อัจฉริยะอย่างแน่นอนและพวกมันสองคนจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขาทุกวิธี......
"พร้อมแล้วนะเ้าหนู? ครั้งนี้ข้าจะเพิ่มขึ้นเป็สองส่วนถ้าเกิดจะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะเ้าหนูเอ้ย!?" ถงหลางยังคงพูดเพื่อข่มให้เจิ้งฟู่กลัวเช่นเดิม....
"ไม่ครับ ข้าพร้อมแล้วเชิญท่านผู้าุโถงหลางลงมือได้"เจิ้งฟู่ยังคงตอบกลับแบบหนักแน่นเช่นเดิมเหมือนกัน.....
ดี!!
ฟิ้วววววว!!
ก้อนหินก้อนที่สองนี้ขนาดเท่าเดิมแต่เพิ่มเติมที่ความแรงเป็สองส่วนของถงหลางด้วยระดับพลังของถงหลางแล้วเพียงแค่สองส่วนก็ทำให้เกิดลมพัดแรงได้แล้วถ้าเจิ้งฟู่ไม่อาจรับได้หละก็ตัวเขาต้องาเ็หนังแน่.......
ส่วนถงเทียงเองมันได้เตรียมตัวที่จะเข้าไปช่วยเจิ้งฟู่ไว้แล้ว เพราะมันไม่้าให้เขาได้รับาเ็หนักถ้าเกิดว่าเขาป้องกันไม่ได้.....
[ทักษะกระบี่อ่อนกระบวนท่าที่หนึ่งอ่อนตั้งรับ]
ปัง!!!
"เขาหยุดมันได้!! เขาหยุดมันได้จริงๆด้วย!!" ถงเทียงะโออกมาพร้อมกับทำตาลุกวาวและเขาก็ไม่รู้จะยิ้มหรือร้องไห้ดีเขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กอายุแปดขวบจะสามารถหยุดก้อนหินที่ถูกขว้างโดยผู้ฝึกตนระดับก่อเกิดขึ้นห้าได้ถึงแม้จะเป็เพียงแค่สองส่วนก็ตามเถอะแต่มันก็มากพอที่จะทำให้เจิ้งฟู่นั้นนอนซมไปหลายวันทีเดียว.....
"เ้าหนู... เ้ามันอัจฉริยะชัดๆเพียงแค่วันเดียวก็สามารถฝึกทักษะกระบี่อ่อนกระบวนท่าแรกสำเร็จแล้วถ้าหากเ้ามีเวลาฝึกมากกว่านี้ข้าว่าเ้าต้องเป็ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะของตระกูลแน่" ถงหลางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างชื่อชม.....
"ท่านผู้าุโถงหลางชมข้าเกินไปแล้วที่ข้าสามารถทำได้ก็เพราะคำชี้แนะและก็เพราะว่าท่านออมมือไว้ต่างหากข้านั้นยังไม่อาจเทียบได้กับผู้อื่นหรอกครับ"เจิ้งฟู่พูดด้วยท่าทางนอบน้อมและถ่อมตนพร้อมกับยิ้มหน้าตาใสซื่อใส่ถงหลาง......
"วันนี้เ้าคงจะเหนื่อยแล้วไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาต่อกันละกัน ดีไหม..?"ถงเทียงกล่าวพร้อมยิ้มให้เจิ้งฟู่อย่างอบอุ่นเช่นกัน.....
"เชิญผู้าุโกลับก่อนก็ได้ขอรับข้าขอฝึกต่ออีกหน่อยแล้วกันนี่ยังไม่เย็นเลยข้าอยากจะฝึกให้สำเร็จให้เร็วๆเพราะว่าการทดสอบที่จะถึงนี้สำคัญกับข้ามาก"
อือ!!
"แล้วแต่เ้าแล้วกันนะแต่การหักโหมมากจนเกินไปมันอาจไม่เป็ผลดีต่อเ้านักถ้าคิดจะพักคิดถึงคิดแค็ดนะ(อิอิ)"
"ขอรับข้าจะจำไว้เป็บทเรียนท่านผู้าุโข้าขอเรียกพวกท่านทั้งสองว่าอาจารย์ได้หรือไม่?"
"อ๊ะ!! ได้สิ...!!" พวกมันทั้งสองรีบตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลใดๆเพราะการที่ได้อัจฉริยะมาเป็ศิษย์นั้นเมื่อศิษย์ประสบผลสำเร็จใดๆพวกเขาก็จะได้หน้าไปด้วยนั่นจึงเป็สาเหตที่ทำให้มันตอบตกลงไปในทันทีทันใด.....
"ในเมื่อเ้ากราบพวกเราเป็อาจารย์พวกเราก็จะทุ้มเทสอนเ้าทั้งหมดด้วยความรู้ที่พวกเรามีและนี้คือของขวัญสำหรับเ้า" ถงหลางกล่าวพร้อมกับยื่นหินพลังซีระต่ำให้กับเจิ้งฟู่ ก่อนจะเดินจากไป ถงเทียงเห็นอย่างนั้นมันเองก็เช่นกันมันยื่นให้เขาถึงสองก้อนด้วยกัน.....
"ขอบคุณท่านอาจารย์ทั้งสองขอรับ"เจิ้งฟู่รีบประสานมือของเขาขึ้นมาเพื่อทำความเคารพสองผู้าุโในทันทีและมองทั้งสองค่อยๆหายไปจะสายตาของเขาช้าๆ.......
*โดยทั่วไปแล้วการหาอาจารย์เป็สิ่งสำคัญดูจากโลกที่แล้วของเราตัวเราไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่มีอาจารย์เพราะงั้นพวกเขาทั้งสองนี้หละที่จะเป็อาจารย์ของเรา*
ตอนนี้เจิ้งฟู่มีหินพลังซีระดับต่ำถึงสามก้อนด้วยกัน เพียงแค่สามก้อนนี้ก็ถือว่ามีค่ามากแล้วเพราะการที่จะได้มันมานั้นจะต้องผ่านการทดสอบก่อนถึงจะได้มันมา ยิ่งได้เป็อัจฉริยะของตระกูลด้วยแล้วมันยิ่งได้มากขึ้นเพราะว่าอัจฉริยะพวกนี้ถือเป็อนาคตของตระกูลเลย.....
"จากตำราทักษะกระบี่อ่อนมีทั้งหมดสามกระบวนท่าตอนนี้เราสามารถใช้ท่าแรกได้แล้วเราจะฝึกมันต่อดีไหมนะหรือจะไปฝึกทักษะกระบี่สายลมต่อดี"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับทำท่าคุ้นคิด.....
จากนั้นเจิ้งฟู่ก็จมอยู่ในห่วงความคิดของเขาเขานั่งลงพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อทำการพักผ่อนและหากระบี่ไม้อันใหม่เพราะกระบี่เก่าของเขาตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยแตกราวเต็มไปหมด....
เพียงแค่มันสามารถรับการโจมตีสองครั้งจากถงหลางได้นี้ก็นับว่าดีเกินพอแล้วจริงๆแล้วมันไม่น่าจะรับได้ด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะกระบวนท่าอ่อนตั้งรับมันคงหักไปนานแล้ว.....
"กระบี่สายลมเน้นไปที่การโจมตีโดยการรวบรวมพลังซีไว้ที่ดาบแล้วปล่อยลมคลื่นกระบี่ออกไปโดยกระบวนท่าแรกมีชื่อว่า คลื่นลมเบา มันจะสร้างคลื่นลมเบาๆออกมาแต่แฝงไปด้วยพลังซีที่อัดแน่นในนั้นแต่ถ้าเราจะฝึกท่าที่สองของทักษะกระบี่อ่อนมันก็แค่ทักษะป้องกันเช่นเคย ถ้าเป็อย่างนั้น"
เจิ้งฟู่ลองมาคิดและเปรียบเทียบดูแล้วว่าเขาควรที่จะฝึกทักษะไหนต่อไปดีและทักษะที่เขาเลือกก็คือทักษะกระบี่สายลมเพราะมันเป็ทักษะโจมตีคู่ต่อสู้ได้จากระยะไกล.......
เขาลุกขึ้นและเดินไปยังลานกว้างจากนั้นก็มองไปรอบๆพื้นที่เมื่อเขามองไปทางซ้ายก็พบว่าก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งมันเหมาะที่จะเป็เป้าให้เขาลองทดสองได้ดีเลยทีเดียว.....
"ควบคุมลมหายใจให้นิ่งจากนั้นก็รวมพลังซีไปไว้ที่กระบี่และซัดมันออกไปให้เกิดคลื่นลม"เจิ้งฟู่ตั้งท่าตามตำราที่เขาอ่านมาจากนั้นก็ร่ายรำท่วงท่าก่อนที่จะปล่อยคลื่นพลังซีที่อัดไว้ที่กระบี่ออกไป....
[ทักษะกระบี่สายลมกระบวนท่าที่หนึ่งคลื่นสายลมเบา]
ฟิ้วววววว!!
แป๊ะ!!!
คลื่นลมที่เจิ้งฟู่ปล่อยออกไปนั้นเป็เพียงลมเบาๆที่ทำได้เพียงแค่ให้ใบไม้ลอยไปมาเท่านั้นแถมมันยังไปไม่ไกลอีกด้วย....
"อะไรกันเราก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้วนะ"
ทันใดนั้นเองตัวเขาก็เริ่มช้าและรู้สึกมึนๆที่หัวราวกับว่าตัวเขากำลังจะหมดสติลงให้ได้เจิ้งฟู่พยายามที่จะคว้าจับสิ่งรอบข้างเพื่อที่จะพยุงตัวเองแต่ว่าอาการมันเริ่มที่จะหนักขึ้นหนักขึ้นจนในที่สุดเขาก็หมดสติไป.....
หลังจากที่เขาหมดสติไปเจิ้งฟู่ก็ค่อยได้สติขึ้นอีกครั้งแต่ว่าเขากลับไม่ได้อยู่ที่เดิมที่เขาอยู่และเมื่อมองไปรอบๆเขาก็พบว่าทัศนียภาพรอบๆเขาเต็มไปด้วยความมืดและทันใดนั้นองก็มีแสงสว่างค่อยๆปรากฏขึ้น......
"นั้นแสงอะไรนะ!!?"เจิ้งฟู่อุทานออกมาด้วยความใและสงสัยก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหามันช้าๆ จากนั้นแสงสว่างก็ค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆสว่างจนทำให้เขาต้องหยีตาไว้และเมื่อเขาเข้าไปใกล้ๆมันเขาก็พบกับแสงสว่างที่สว่างอยู่นั้นมันมาจากร่างร่างหนึ่งที่ร่างกายเรืองแสงไปทั้งตัวกำลังร่ายรำกระบี่อยู่........
และเมื่อเจิ้งฟู่มองไปที่ท่าทางการร่ายรำของร่างเรืองแสงนั้นเขาถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความใทันทีก่อนจะพูดขึ้นว่า"นั้นมันกระบวนท่าคลื่นลมเบาของทักษะกระบี่สายลมนิ!!"
เมื่อเขามองดูมันดีก็พบว่าร่างแสงนั้นกำลังร่ายรำทักษะกระบี่สายลมท่าแรกอยู่แต่มันมีความแตกต่างไปเล็กน้อยจากในตำราแต่ทว่าอนุภาคที่มันปล่อยออกมานั้นชั่งรุนแรงยิ่งกว่าในตำราเสียอีก......
เมื่อเขามองอยู่สักพักเจิ้งฟู่ก็ค่อยๆเริ่มที่จะขยับตามร่างแสงนั้นช้าๆที่ละท่าที่ละท่าและเมื่อเขาขยับตามมันไปจนจบเขารู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะเข้าใจหลักการของทักษะนี้มากขึ้น.......
"ที่แท้มันก็เป็อย่างนี้เองถึงว่าทำไมมันถึงได้เบานักเพราะว่าท่วงท่าของมันมันขาดหายไปบาง่นี้เองเลยทำให้อนุภาคมันลดลง"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจและใน่ที่เขากำลังคิดอยู่นั้นร่างเรืองแสงก็ค่อยๆหายไปช้าๆพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่ค่อยมืดลงเหมือนตอนที่เขาจะสลบไป.....
อ่ะ!!
ทันใดนั้นเองเขาก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวแต่เมื่อเขาเริ่มได้สติกลับเขาเจิ้งฟู่ก็รีบสะดุ้งตัวเองขึ้นมายืนก่อนจะพูดออกมาว่า"ฝันงั้นหรอ?" และเมื่อเขาตื่นขึ้นมาและมองไปรอบเขาก็พบว่าตอนนี้มันก็เป็เวลาเย็นแล้วพระอาทิตย์ก็เริ่มที่จะตกดินและหลับหายไปช้าๆเขาจึงได้รีบกลับบ้านก่อนไว้ค่อยมาคิดทีหลังว่าเกิดอะไรขึ้น.......