ผมอกหักครับ
ใช่ครับ ตามนั้นเลย มันออกจะดูปุบปับไปหน่อยจนหลายๆคนสงสัยว่าผมไปมีแฟนั้แ่เมื่อไหร่ ไม่ใช่ครับ นี่เป็การอกหักจากการแอบรักข้างเดียว
คือเื่มันมีอยู่ว่าผมไปถึงสวน์เขตสี่ก่อนเวลานัด 30 นาที แล้วอีก 15 นาทีต่อมา อันธีเซียก็มาถึงสวนรูปลักษณ์ทื่ดูงดงามเป็พิเศษ อาจจะเพราะแสงจันทร์นวลๆ หรือเป็เพราะเครื่องประดับที่ปกติเธอไม่ได้หยิบขึ้นมาใส่
แต่ทว่าเธอมาพร้อมกับเทพหนุ่มหน้าหยกที่เหมือนดาราหนังจีน หน้าคมสวย คิ้วดกดำคมเข้ม ดวงตาเป็สีเขียวทอประกาย ผิวขาว สูงพอเหมาะ ผมสีดำยาวสลวย อยู่ในชุดแบบนักพรตจีนสีเขียวมิ้นต์ อันที่จริงมันออกสีฟ้าเลยด้วยซ้ำ แต่ก็มั่นใจได้ยาก ตาผมแยกแยะสีได้ไม่ดี นั่นจึงทำให้ผมไม่เคยรุ่งเลยในด้านงานศิลปะเขาดูเหมือนเป็ขั้วตรงข้ามของผมในทุกๆรายละเอียดเลย
และนั่นก็คงจะเป็เทพแห่งสมุนไพรที่อันธีเซียพามาช่วยผมแน่ๆ เขามองผมด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยประกายบางอย่าง ผมสามารถอธิบายดวงตาแบบนั้นได้ มันคือสายตาของคนชั้นสูงที่กำลังมองคนที่ด้อนกว่าตนมากๆ เป็ความรู้สึกสงสาร สมเพช ขบขัน และไม่อยากจะเข้าใกล้ แต่ผมเป็คนรบกวนเวลาพักผ่อนของเขา เพราะงั้นผมคงไม่มีสิทธิ์ไปนึกติดใจอะไรกับท่าทางของเขาหรอกครับ
“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยทัก
“คุณแอคกริโอมาเร็วจังเลยนะคะ” อันธีเซียยิ้มทักทาย วันนี้เธอก็ยังดูไร้ที่ติเหมือนเคย
“ไม่หรอกครับ คุณอันธีเซียต่างหากที่มาเร็วมากๆเลย” ผมพยายามบอกปัดคำชมที่ทำให้เสียอาการเอาง่ายๆไป “ทั้งๆที่ต้องนัดเจอกับเพื่อนของคุณด้วยแท้ๆ”
“พวกข้าอยู่ด้วยกันั้แ่แรก ไม่ได้มานัดเจอกันทีหลัง” เทพแห่งสมุนไพรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “และเราไม่ได้ เป็-แค่-เพื่อนกัน” เขาเน้นสี่คำสุดท้าย เหมือนจะไม่พอใจผมอยู่นิดๆ ผมชะงัก ตัวชาวูบไปเล็กน้อย
“คือ…ยังไงนะครับ” ผมไม่เข้าใจว่าผมจะถามทำไม มันคงทำให้ผมดูเสร่อสุดๆเลย
“เราไปทานอาหารค่ำกันมาน่ะค่ะ” อันธีเซียยิ้มหวาน และนั่นก็เป็วินาทีที่ผมพอจะเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และนั่นก็เป็วินาทีที่ผมรู้สึกว่าความสุขในวันนี้โดนหารออกไปครึ่งนึง เธอผายมือไปทางเทพแห่งสมุนไพร
“ท่านนี้คือท่าน โฟทาโน่ เทพแห่งสมุนไพรและโรคจากการเดินป่า ค่ะ” อันธีเซียแนะนำให้ผมรู้จัก
“เ้าควรจะเอาไว้ว่าเรากำลังคบหาดูใจกัน” โฟทาโน่แสดงท่าทีหวงก้างอย่างชัดเจน อันธีเซียยิ้มแห้งๆ ในขณะที่ผมยิ้มเจื่อนๆแบบคนที่หลงรักคนมีเ้าของ “ยังไงก็เถอะ รีบบอกธุระของเ้ามาได้แล้ว”
“สุภาพกับเขานิดนึงได้ไหมคะท่านโฟทาโน่ เขาเป็รุ่นน้องในแผนกของเรานะ” อันธีเซียเอ็ด
“ข้าไม่ได้สนใจจะผูกพันธะใดๆกับเขา” โฟทาโน่เชิดหน้าอย่างถือดี
และก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มทะเลาะกันเพราะผม ผมคิดว่าผมน่าจะต้องรีบรบกวนเขาและรีบๆแยกย้ายไปนอนช้ำที่ห้องได้แล้ว ผมจึงบอกสิ่งที่ผมอยากได้ออกไป
“ข้าอยากได้สมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคติดต่อหรือพวกอาการไข้หวัดรุนแรง ที่สำคัญคือต้องมีวิธีปรุงที่ไม่ซับซ้อน และมีจำนวนมากพอสำหรับมนุษย์สิบสามคนครับ” ผมพูดออกไป ผมค่อนข้างคิดมาอย่างดีว่าอะไรที่ช่วยสาวกของผมได้มากที่สุด
“คำขอช่างเล็กน้อยจริงๆ เฉกเช่นตัวตนของเ้านั่นแหละ” โฟทาโน่ยิ้มเยาะเย้ย
“หยุดดูถูกเขาเดี๋ยวนี้นะคะท่านโฟทาโน่” อันธีเซียขมวดคิ้ว ผมยิ้มแห้งๆ คู่นี้มันยังไงกันแน่นะ
“สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริง” โฟทาโน่เถียง
“ข้าจะโกรธท่านแล้วนะคะ” สายตาของอันธีเซียบ่งบอกว่านั่นไม่ใช่การขู่
โฟทาโน่คงไม่อยากจะให้ความสัมพันธ์มีรอยร้าวเพียงเพราะเื่จิ๊บจ๊อยพรรค์นี้ เขาจึงรีบๆทำเื่ที่ผมขอให้จบๆไปโดยการแบมือเสกเอาสมุนไพรรูปร่างคล้ายหนวดปลาหมึกสีแดงหนึ่งต้นขึ้นมา สมุนไพรต้นนั้นลอยนิ่งอยู่ในบอลแสงสีเขียวอ่อน ใบมันมีรูปทรงกรวย และหนึ่งต้นมีใบอยู่เพียงสามใบเท่านั้น มันดูไม่มีทีท่าว่าจะเพียงพอสำหรับคน 13 คนได้เลย
“นี่คือฮวองเยายวี่ ตำมันให้ละเอียดแล้วเอาไปต้มกับน้ำ จากนั้นนำกากทิ้งแล้วดื่มน้ำต้มเข้าไป ภายในสามวันอาการสาวกของเ้าก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ” โฟทาโน่นำสมุนไพรในลูกบอลแสงสีแดงลอยมาหยุดอยู่ในฝ่ามือของผม “จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ นำมันลงไปปลูกไว้ในน้ำลึกอย่างน้อย 3 เมตรนับจากระดับพื้นดิน และอย่าได้มอบสมุนไพรนี้ให้แก่เหล่าสาวกของเ้าโดยง่ายจนทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ในนามแห่งเทพสมุนไพรต้องด่างพล้อย”
พอหมดธุระเขาก็เดินเชิดไป อันธีเซียถอนหายใจ เธอเดินมาก้มหัวให้ผม “ขอโทษนะคะที่โฟทาโน่ทำเสียมารยาทใส่คุณ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ” ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ในใจของผมก็ปวดจี๊ดๆ
“รักษาตัวดีๆนะคะ” อันธีเซียล่ำลา ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเทพผู้เป็หวานใจของเธอ ทิ้งไว้แต่เพียงเทพแห่งวัชพืขผู้แสนต้อยต่ำๆกับสมุนไพรวิเศษในมือ
เห้อ…นี่สินะ ความรู้สึกของหมาวัดที่อาจเอื้อมจะไปแตะดอกฟ้า ผมไม่ชอบตัวเองเลยที่พอใครใจดีใส่นิดๆหน่อยๆก็ต้องหวั่นไหวทุกที ทั้งๆที่ผมเป็แค่หนุ่มเฉิ่มเกินจะมีความรักแท้ๆ
ว่าแต่ สมุนไพรในมือของผมมันชื่อว่าอะไรนะ…
เป็อีกครั้งที่อันธีเซียได้ช่วยชีวิตผมไว้ เพราะการจะนำเอาต้นฮวองเยายวี่(อันธเซียอีกเช่นกันที่เป็คนทวนชื่อนี้ให้ผม)ลงไปปลูกที่โลกมนุษย์จะต้องใช้บริการส่งของซึ่งปกติจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่อันธีเซียมีบัตรส่วนลดจัดส่งฟรี 1 ครั้งและเธอยกมันให้กับผมเพื่อเป็คำขอโทษที่โฟทาโน่ทำตัวไม่ดีใส่ นั่นยื้อเวลาถังแตกของผมออกไปได้เยอะทีเดียว
“แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็คนที่มีชอบช่วยเหลือผู้อื่นมากๆเลยนะคะ เขาถึงได้ยอมมาช่วยคุณแอคกริโอไง” อันธีเซียบอกไว้แบบนั้น
เช้าวันต่อมาผมก็ไปที่ศูนย์สำหรับจัดส่งของออกนอกแดน์ มันดูเหมือนสำนักงานขนาดเล็กของบริษัทขนส่งทั่วๆไป เป็อาคารสีขาวหลังคาสีเหลืองครีม หน้าร้านเป็กระจกใสๆมองทุละเข้าไปเห็นร้านสะอาดสะอ้านได้อย่างชัดเจน ผมเดินเข้าไปและพบเข้ากับเคาท์เตอร์สำหรับติดต่อ มีพนักงานในชุดผ้าคลุมสีขาวหนึ่งคนยิ้มต้อนรับ ผมเดินเข้าไปแจ้งความประสงค์ เทพองค์นั้นผายมือไปทางไอช์มิสข้างๆที่มีรูปร่างเป็จอขนาดั์ ภาพหน้าจอแสดงแผนที่โลกที่แบ่งเป็เขตต่างๆเอาไว้อย่างชัดเจน 3 ใน 4 ของพื้นที่ในโลกเป็สีเทาหม่นราวกับกำลังจะบ่งบอกว่าผมสามารถส่งวัตถุใดๆไปยังดินแดนเเ่าั้ได้ เมื่อผมเลือกแอเรียที่จะนำต้นฮวองเยายวี่ไปปลูก ภาพบนหน้าจอก็เปลี่ยนจากภาพแผนที่โลกไปเป็ภาพภูมิประเทศในแอเรียนั้น ผมใช้นิ้วปัดๆซูมๆเพื่อเลือกพิกัดให้นำมันไปปลุกไว้ในลำธารลึกสามเมตรตามที่โฟทาโน่บอก และห่างจากตัวหมู่บ้านราวๆหนึ่งกิโลเมตร และแสดงบัตรส่วนลดจัดส่งฟรีให้พนักงานดูก่อนจะส่งต้นฮวองเยายวี่ในบอลแสงสีเขียวไปให้พนักงาน
การดำเนินการเกิดขึ้นหลังร้าน ไม่กี่นาทีต่อมาต้นฮวองเยายวี่ก็ปรากฏขึ้นในจอภาพ ตรงบริเวณใต้น้ำจุดที่ผม้าเป๊ะๆ มันขึ้นอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางโขดหินใต้น้ำสมกับเป็สมุนไพรหายาก ผมกล่าวขอบคุณพนักงาน ก่อนจะออกมาพนักงานเตือนผมทีเล่นทีจริงว่า ระวังจะโดนสัตว์น้ำแถวนั้นกินไปซะก่อนที่ว่าที่สาวกของผมจะหามันพบ นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกร้อนใจเข้าไปใหญ่
ผมเดินออกมายืนอยูู่ที่ทางเดินหน้าร้านก่อนจะเอาสมุดโน๊ตที่เขียนเช็คลิสต์สำหรับสิ่งที่จะทำหลังจากนี้ขึ้นมา
รายการสิ่งที่ต้องทำ วันที่ 7 เดือนที่ 3 ปีที่ 2 :
[ / ] สมุนไพรรักษาไข้หวัด/โรคติดต่อ (ปรุงง่าย สำหรับ 13 คน)
[ ] ไปที่ศูนย์จัดส่งของ
[ ] ไปเข้าฝันพวกชาวบ้าน
[ ] แนะนำให้ชาวบ้านสร้างรูปปั้นสำหรับสักการะ
ผมติ๊กเครื่องหมายถูกลงไปในช่อง “ไปที่ศูนย์จัดส่ง” จากนั้นก็เลื่อนสายตาลงมาอ่านบรรทัดถัดไป ก่อนจะเก็บสมุดโน๊ตแล้วก็ถอนหายใจ
การจะทำให้พวกมนุษย์รู้ได้ว่ามีต้นสมุนไพรอยู่ใกล้ๆคือการไปปรากฏตัวในฝันของพวกเขาแล้ว ทำเป็พูดอะไรซักอย่างที่ดูขลังๆเข้าใจยากๆเน้นให้คนฟังปวดหัวกับการตีความแบบที่พวกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชอบทำกัน แล้วก็พยายามชักนำให้พวกชาวบ้านออกตามหาและพบเข้ากับสมุนไพรที่ผมเตรียมไว้ให้ ฟังดูยุ่งยากเล็กน้อย แต่ผมคิดว่าผมเอาอยู่
ผมเดินไปตามเส้นทางเรื่อยๆ พรแห่ง์ทำให้เราสามารถเดินไปถึงจุดหมายที่เราอยากไปแม้จะไม่รู้เส้นทาง ผมอยากไปใช้บริการสร้าง นิมิตฝัน เพื่อจบภารกิจประจำวันนี้
ไม่นานผมก็เดินมาถึงร้านขนาดใหญ่ที่เป็ตึกสูง ตัวตึกประดับประดาไปด้วยแสงสีราวกับมันจำลองเอางานเทศกาลทุกอย่างที่โลกมนุษย์มีมาประดับไว้ตามตัวตึก หน้าร้านเขียนเอาไว้ว่า “เนออีริค-ฝันหวาน สตูดิโอ” ผมค่อยๆเปิดประตูร้านเข้าไป เสียงดนตรีเบาๆชวนเคลิ้มดังขึ้น มันเป็แนวดนตรีโปรดของผมครั้งเมื่อยังมีชีวิต ภายนอกกับภายในราวอยู่คนละโลก ในร้าน
มันคือทุ่งหญ้าที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สายลมเย็นสบายพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา ผมมองเห็นโต๊ะทำงานตัวเก่าสุดที่รักของผมตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาได้อย่างดี ที่ตั้งอยู่เยื้องๆไปคือเคาท์เตอร์พนักงานต้อนรับ
เทพที่ประจำอยู่ตรงนั้นคือเทพหนุ่มในชุดนอนสีฟ้า ผมของเขายาวสลวย หากแต่เส้นผมของเขาไม่ได้มีสีเฉกเช่นปกติ แต่มันกลับดูเหมือนจับตัวกันเป็หน้าจอที่ฉายภาพของเหตุการณ์มากมายตัดสลับไปมา หลายๆเหตุการณ์ที่ฉายผ่านเส้นผมยาวถึงพื้นเ่าั้คือภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝันของผม ซึ่งเป็ฝันที่ผมไม่เคยลืมซะด้วย
เทพหนุ่มองค์นั้นอ้าปากหาว ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความง่วงงุน “ขอห้านาที!” เขาฟุ๊บลงไปกับหน้าเคาท์เตอร์
“เอ่อ…” ผมไม่เคยเจอพนักงานที่ไหนที่ขอลูกค้างีบหลับห้านาทีมาก่อน ผมค่อยๆเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเก่าของตัวเอง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันถูกจำลองขึ้นมา แต่ความรู้สึกและััที่คุ้นเคยก็ทำให้ผมหวนคิดถึงครอบครัวจนน้ำตารื้อ
กรี๊งงงงงงง!!!
เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่น ทั้งผมและเทพองค์นั้นต่างซะดุ้งเฮือก
“อ้า! บ้าจริง!” เทพองค์นั้นดูหัวเสีย “ใครมาแอบเปลี่ยนเสียงปลุกเป็เสียงกริ่งกันวะเนี่ย มันทำให้ใจข้าเต้นแรง ไม่ชอบเลย”
ผมมองเขานิ่งๆเพราะไม่รู้ว่าควรจะแสดงทีท่ายังไงดี อันที่จริงเป็เขามากกว่าที่ควรจะต้องคิดเื่นั้น ก็เขาเป็พนักงานบริการนี่นา
“แล้ว…” เขามองมาที่ผม ดวงตายังปรือๆ ผมยาวสลวยนั่นลากไปมากับพื้นจนผมแอบรู้สึกเป็ห่วงความสะอาดและสุขภาพบนศรีษะของเขา “ที่เ้าเข้ามา…รบกวนข้าเนี่ย มีธุระ…” เขาอ้าปากหาว ”...อะไร” น้ำเสียงยานคางนั่นทำผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“ผมมาใช้บริการนิมิตฝันครับ” ผมมอง เขาหรี่ตามองผมก่อนจะแบมือ
“ค่าบริหารเริ่มต้นที่ห้าสิบเครดิต”
“ห๊ะ!” ผมลุกพรวด “ห้าสิบเครดิตเลยเหรอครับ”
“นี่ถูกแล้วนะ เพราะได้ส่วนลดจาก่โปรโมชั่น ปกติเริ่มที่แปดสิบเครดิต์ด้วยซ้ำ” เทพองนั้นกล่าว เขาขยี้ตา ผมเกาหัวและคิดคำนวณเงินในบัญชีอย่างรวดเร็ว ไม่สิ ต้องเรียกว่าคำนวณหนี้สินที่จะเพิ่มขึ้นต่อจากนี้
ผมมีหนี้เดิมอยู่ 524 เครดิต์ รวมครั้งนี้เข้าไปด้วยก็จะเป็ 574 เครดิต์ เหลือให้ใช้อยู่เพียงแค่ 26 เครดิต หมายความว่าผมจะเดินไปกลับโลกมนุษย์ได้อีกเพียง 2 รอบเท่านั้น!
แต่ผมมีทางเลือกด้วยหรือไง ผมบอกกับเขาด้วยเสียงหงอยๆว่า “คุณหักเอาจากบัญชีของผมได้ไหมครับ ชื่อบัญชีเทพแอคกริโอ เทพแห่งวัชพืชครับ”
“ได้สิ ข้าชอบการโอนจ่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แต่กดตรงนี้…” เขาจิ้มนิ้วไปบนไอช์มิสของตัวเอง “แล้วก็ปุ่มนี้…เดี๋ยวก่อน ข้าลืมไปอย่าง”
“อะไรเหรอครับ” ผมสงสัย เทพตรงหน้าผมแบมืออีกครั้ง
“เอาใบอนุญาตการนิมิตฝันมาด้วย” เขากระดิกนิ้ว ผมขมวดคิ้ว
“อะไรคือใบอนุญาตการนิมิตฝันเหรอครับ” ผมถามไปแบบซื้อๆ
“นี่…หาว” เขาแวะหาวก่อน “นี่เ้าไม่มีมันหรอกเหรอ”
“ครับ”
“ไม่มีการนิมิตฝันไม่ได้” เทพองค์นั้นเก็บไอช์มิสทันที “เอ้า ทีนี้ก็ไสก้นออกไปได้แล้ว ข้าชอบนอนเงียบๆน่ะนะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป