
นายหัวขับรถออกจากซูเปอร์เซ็นเตอร์โดยมีผู้หญิงเคียงข้างไปตลอดทางจนถึงโรงแรมหรูในตัวเมือง
ผู้หญิงคนนั้นลงจากรถด้วยอาการประจ๋อประแจ๋ไม่ต่างจากวัยหนุ่มสาว ทั้งที่ตัวเธอมีอายุสี่สิบต้นๆแล้วเพียงแต่เธอเป็ผู้หญิงที่มีองค์ประกอบของความงามเหมือนดอกกระดังงา ยิ่งแก่ยิ่งหอมสีของดอกยิ่งจัดจ้าน กลิ่นของดอกยิ่งเย้ายวน
เธอตรงเข้าไปโอบเอวชายผู้มีอายุมากกว่าหลายปีอย่างสนิทสนมใครเห็นก็คงนึกว่าทั้งคู่เป็สามีภรรยาเฉกคู่อื่นตามปกติ แต่สำหรับนายหัวผู้มีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักอย่างกว้างขวางบนเกาะมุกแก้ว ใครๆก็รู้ว่าภรรยาของท่านที่อยู่กินฉันท์คู่ผัวตัวเมีย ออกหน้าออกตานั้น ก็คือคุณนายสาวิตรี
ดังนั้นเมื่อมีสตรีซึ่งอ่อนวัยกว่าภรรยาตัวจริงเดินประกบท่านไม่ห่างเช่นนี้ ผู้ที่พบเจอจึงมองกันเป็ตาเดียวแต่ดูเหมือนว่าหญิงผู้นั้นจะมิได้สะทกสะท้าน ยิ่งมีสายตาจับจ้องมากคู่เท่าใดเธอยิ่งอยากแสดงตัวอวดอ้างถึงความสัมพันธ์ในที่ลับกับนายหัวให้คนอื่นรับรู้มากขึ้นเท่านั้น
ใครๆที่มองจึงคาดเดาไปทิศทางเดียวกันได้ว่า...เธอเป็ ‘เมีย’ คนหนึ่งของท่าน
หรืออีกนัยหนึ่งที่ไมใช่เื่แปลกประหลาดแต่อย่างใด ถ้าคนจะเหลียวมองเธอจนคอแทบเคล็ดในทุกครั้งที่เห็นเธอไปไหนมาไหนกับเสี่ยสวัสดิ์อย่างเปิดเผยก็เพราะว่าเธอเป็ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดจ้านเปลือกตามักจะระบายสีสดเฉกเดียวกับสีลิปสติกที่มักจะโดดขึ้นรูปปากจนเด่นกว่าทุกส่วนในหน้าอีกทั้งเธอยังมีเอกลักษณ์ด้วยการไว้ผมหน้าม้าลงมาปรกจรดคิ้ว และชอบคาดผมสีสันแสบตาเข้ากับชุดเสื้อผ้าที่ใส่แต่ละครั้ง
ในวันนี้ก็เช่นกันสุธาสินีใส่เสื้อ ผ้ายืดสีดำแขนเต่อ่บนเลือกใช้ลายผ้าเป็รูปต้นไม้สีเขียวตัดกับดอกสีแดงแจ๊ดแจ๋และเพิ่มความเฉี่ยวโชว์ร่องอก ด้วยการผ่าคอลึก เข้ากับกางเกงผ้าตัดเข้ารูปสีเหลืองอ๋อยคล้องกระเป๋าสะพายสีเขียวหัวเป็ด นับว่าจัดจ้านสะดุดตารวมถึงเครื่องประดับที่เธอสวมแต่ละชิ้น ใครมองปราดเดียวก็ต้องเดาได้ว่าสนนราคาคงจะไม่ใช่เบาๆ
เธอเดินเคียงกับนายหัวผ่านประตูลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนของโรงแรมซึ่งใช้เป็ที่พักผ่อนทุกครั้งที่มุ่งหน้ามาภูเก็ต เพื่อจะพบกับนายหัว
ในห้องสูทอันเป็ส่วนตัวนั้นตกแต่ด้วยเครื่องเรือนทันสมัย โทนห้องเป็สีครีมสว่างตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำไม่ก็งานไม้ลงแล็กเกอร์เป็เงา ด้านในนั้นแบ่งส่วนชัดเจนระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น
ทว่าหญิงสาวผู้เจนจัดในการปรนนิบัติพัดวีรู้งานว่าถ้าจะเอาใจนายหัวผู้กระเป๋าหนัก จะต้องเริ่มต้นและปิดท้ายด้วยสิ่งใด เธอจึงไม่รอช้าวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ แล้วรั้งตัวนายหัวให้ตามมานั่งคอยอยู่ในส่วนนั่งเล่น
เธอเองเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดเบียร์รินใส่แก้ว แล้วนำมายื่นให้กับฝ่ายชายด้วยกิริยาชดช้อยชม้ายตาอย่างเคยกระทำ เขารับแก้วไว้โดยไม่ปล่อยมือเธอสายตาของชายแก่ผู้เคยนิ่งเรียบเวลาอยู่กับภรรยาที่บ้านบัดนี้มีแววกระหายในรสแอลกอฮอล์คละเคล้ากรุ่นกลิ่นจากผู้หญิงตรงหน้า
“แล้วสุไม่ดื่มเป็เพื่อนพี่เหรอจ๊ะ”
เขาหวาน‘จ๊ะจ๋า’ กับเธอไม่มีขัดเขิน แต่เธอกลับเล่นตัวเล็กน้อยด้วยจุดประสงค์การต่อรองบางอย่างในใจ
“คุณพี่ดื่มคนเดียวเถอะค่ะเดี๋ยวสุพลอยเมาไปด้วย แล้วทีนี้สุก็จะลืมทวงคำสัญญาของคุณพี่อีก”
เสี่ยสวัสดิ์เข้าใจว่าสุธาสินีหมายถึงสิ่งใดแต่ท่านก็ไม่อยากให้สิ่งนั้นมากวนใจ เมื่อตนเองกำลังจะโอ้โลมปฏิโลม
“เื่นั้น...พี่ก็รับปากกับสุแล้วนะพี่จะหาโอกาสเหมาะๆ”
สตรีผู้มากจริตทำท่ากระชดกระช้อยอย่างที่เคยฝึกในกระจก จีบปากจีบคอว่า “คุณพี่ก็บอกกับสุแบบนี้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแต่คุณพี่ก็ไม่ยอมทำตามสัญญาสักทีรู้ไหมคะ...ว่าตอนนี้สุคิดถึงคุณพี่ใจจะขาดอยู่แล้วอยากจะอยู่ใกล้คุณพี่ทุกวันทุกคืน”
เธอป้อยอ แม้ฟังดูเสแสร้งแต่นายหัวก็ชอบฟังคำหวานเจริญหูนี้นัก ดีกว่าตอนอยู่กับคุณนายใหญ่รายนั้นมีแต่จะด่ากราด พูดมากั้แ่เื่ใหญ่ยันเื่หยุมหยิมจนน่ารำคาญส่วนนางปราณีนั้นก็จืดชืด เมินชากับท่านแทบจะตลอดเวลา ด้วยเหตุที่ในอดีตยังกัดกร่อนความรู้สึกต่อกัน
ดังนั้นสุธาสินีจึงกลายเป็ถ้วยรางวัลที่เขาอยากจะทูนไว้เหนือเกล้าในยามที่เหนื่อยหรือเบื่อหน่าย เมื่อจังหวะชีวิตมันลงตัว มีหรือที่นายหัว ผู้แสวงหากามารมณ์จะไม่ยึดเหนี่ยวเอาไว้ เมื่อสุธาสินีสามารถปรนเปรอความสุขในแบบที่เมียสองคนไม่สามารถให้ได้
ติดก็แต่เพียงว่าสุธาสินีไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผย เพราะเธอคือน้องสะใภ้!
เสี่ยสวัสดิ์รวบตัวแม่ดอกกระดังงาให้ลงนั่งบนตักแล้วซุกไซร้ลงที่เรือนกาย สูดกลิ่นหอมเป็การปลุกปั่นรสสวาทแต่เธอก็ยังขัดขืนอย่างอ้อยอิ่ง ถ้ายังไม่ได้คำตอบที่พึงใจ
“สุให้คุณพี่ได้ขนาดนี้ทำไมแค่ทำตามสัญญา พาสุเข้าไปอยู่ที่บ้านนั้น คุณพี่ถึงได้บ่ายเบี่ยงจังเลยคะแค่นี้ก็ให้สุไม่ได้เหรอ”
สาวใหญ่นั่งตัวแข็งก้มหน้าราวกับคนขี้งอน จนกระทั่งนายหัวยกแก้วขึ้น ดื่มเบียร์จนเกลี้ยงนั่นล่ะท่านถึงได้จับตัวเธอให้ยืนขึ้น แล้วยืนหันหน้าประจันกันโดยที่มือสองข้างนั้นโอบรอบเอวฝ่ายหญิงเอาไว้
“เอาอย่างนี้...ครั้งนี้พี่สัญญาพี่จะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้กับการที่สุจะไปอาศัยอยู่ที่บ้านด้วยกันขอให้สุเข้าไปคุยกับเมียพี่ด้วยตัวเองดูก่อน”
สุธาสินียิ้มระรื่นขึ้นเมื่อสามีสูงวัยเปิดทางผ่าน “เมื่อไหร่ดีคะถ้าอย่างนั้นมะรืนนี้ละกัน ขอเวลาสุกลับไปที่กรุงเทพฯเตรียมตัวเก็บข้าวของที่สำคัญ แล้วจะได้เดินทางมาพร้อมกับลูก”
เมื่อเอ่ยถึงบุตรชายของสุธาสินีซึ่งเกิดกับสามีเก่าคือสมภพ ผู้เป็น้องชายแท้ๆของคุณนายสาวิตรีสีหน้าของเสี่ยสวัสดิ์เกิดริ้วกังวลเล็กน้อย
“สุแน่ใจเหรอถ้าเอาลูกมาอยู่ด้วย แล้วเ้าตัวจะยอม ไหนว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เกเรเกตุง โดดเรียนมีเื่ชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน”
เธอชี้นิ้วขึ้นกดริมฝีปากของชายสูงวัยตรงหน้าแล้วจุปากเบาๆ “เื่ของลูก เดี๋ยวสุเป็คนจัดการเอง ขอแค่คุณพี่เปิดทางให้สุ...ก็พอแล้ว”
ดวงตาเธอหวานหยดย้อยเมื่อสิ่งที่คั่งค้างใจมาหลายเดือนประสบผลอย่างที่ส่วนลึกหมายมาด...ก็ใครจะไปทนอยู่กับชีวิตเส็งเคร็งหลบๆซ่อนๆเ้าหนี้ จากธุรกิจที่สามีทำฉิบหายวายวอดไปคดโกงคนอื่นจนตัวเองกับครอบครัวต้องเกิดมรสุมชีวิต
แล้วสุดท้าย สมภพผู้เป็สามีก็ชิงหนีเอาตัวรอด...ปลิดชีวิตตัวเองไปตั่งแต่ปีที่แล้วโดยทิ้งให้เธอกับลูกตกอยู่ในชะตากรรมเหมือนเรือที่อับปาง
ในเมื่อเธอหาที่พึ่งได้เธอก็ไม่สนหรอก ว่าเขาคนนั้นจะเป็สามีของพี่สะใภ้
เมื่อได้ข้อสรุปอย่างใจเธอก็เป็ฝ่ายรุนร่างของนายหัวไปจนถึงขอบเตียง และจัดการปลดอาภรณ์ของอีกฝ่ายจนหมดเริ่มบรรเลงรสเสน่หาอย่างเร่าร้อนและถึงใจ
จนกว่าจะสุขสมไปพร้อมกัน
.............................................................