The Story of Wulin

    ตอนที่ 1 สำนัก ณ ต่างโลก

    “อ่า มันช่างสวยงามจริง ๆ “ ชายหนุ่มพูดอย่างอดอาลัยเมื่อมีแสงจากฝากฟ้าพุ่งลงมาใส่เขา
    ทุกอย่างมลายหาย มีเพียงสีดำปรากฏขึ้นตรงหน้าเท่านั้น ชายหนุ่มคิดว่าเขาตายไปแล้ว แต่ทำไมเขายังมีสติอยู่ ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วควรถูกนำไปที่นรกภูมิ เพื่อเข้าสู่วัฏสงสารการเกิดใหม่ไม่ใช่หรือ แต่ทันใดแสงขาวจ้าปรากฏตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมเสียงปริศนาดังในห้วงสมองของเขา
    “ระบบทำการติดตั้งเสร็จสิ้น” เสียงดังขึ้นภายในห้วงความคิดชายหนุ่ม ชายหนุ่มที่กำลังมึนงงอยู่นั้น ได้หมดสติลงไป
    เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ชายหนุ่มเริ่มขยับ สติของเขาเริ่มกลับมาแล้ว แต่เขาจำได้ว่าสุดท้ายนั้นเขาโดนแสงจากฟ้าพุ่งตรงมายังเขา แล้วไปโผล่ในที่มืดมาก ๆ พร้อมกับแสงจ้าและเสียงปริศนา
    “เหมือนเสียงนั้นจะพูดว่าระบบหรือระบบในนิยายที่เราเคยอ่านเจอกันนะ ถ้างั้นระบบเริ่มทำงาน” ชายหนุ่พึมพร่ำอยู่นั้น เมื่อเขาพูดจบที่คำว่าระบบ เสียงปริศนาดังขึ้น
    “เริ่มเปิดใช้งานระบบสำนัก ยินดีต้อนรับเจ้าสำนักเข้าสู่ระบบสำนัก โปรดทำการตั้งชื่อสำนัก” เสียงนั้นถามได้ถามเขาถึงชื่อสำนัก
    “ชื่อสำนัก? งั้นเอาเป็น ‘สำนักเมฆาฟ้า’ แล้วกัน’ชายหนุ่มคิดว่าเอาชื่อที่ธรรมดาและจำง่ายเขาจึงได้ตั้งชื่อง่าย ๆ แบบนี้
    หลังจากตั้งชื่อสำนักเสร็จข้อมูลต่าง ๆ ได้ปรากฏขึ้นในห้วงสมองของชายหนุ่ม
    ชื่อสำนัก : สำนักเมฆาฟ้าระดับ : 1 ระดับจะเพิ่มตามค่าชื่อเสียงชื่อเสียง 0/100เจ้าสำนัก : เฟิ่งเทียนศิษย์นอก : 4/10แต้มสำนัก : 100ทรัพย์สิน : 0ความหนาแน่นพลังฟ้าดิน : 5/100สิ่งปลูกสร้าง : ห้องโถงหลัง บัลลังก์เจ้าสำนัก(เก้าอี้ไม้) เรือนนอนศิษย์นอก(5ห้อง 10เตียง) ลานสำนัก(100ตร.ม) เรือนนอนเจ้าสำนัก(20ตร.ม)
    เมื่อข้อมูลเหล่านี้ปรากฎสายชายหนุ่มเฟิ่งเทียนได้มีสติแจ่มใสแล้ว เขาอ่านข้อมูลเสร็จ เขาเริ่มตรวจดูร่างกายของเขาพบว่าเขาสวมใส่ชุดโบราณ เมื่อเขาเห็นกระจกที่อยู่ตรงข้าม เขานั้นมีหน้าตาสดใสและถือว่าหน้าดีได้ในระดับหนึ่งถ้าอยู่ในโลกเก่า แล้วเขามานอนบนเตียงนี้ได้ยังไง เขามึนงงไปอีกครั้ง สถานที่ดำมืดนั้นเป็นที่แห่งใดกันแน่ แล้วเขามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? เขาจำได้ว่าเมื่อกี้มีระบบอะไรขึ้นมาให้ห้วงมองของเขา
    “ท่านได้เสียชีวิตในโลกก่อน แต่ได้รับโอกาสจึงได้มาที่โลกใหม่แห่งนี้” เสียงระบบนั้นดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
    “เนื่องจากท่านได้เปิดระบบสำนัก ระบบจะทำการมอบศิษย์นอกให้แก่ผู้เล่นจำนวน 4 คนเป็นชายสองหญิงสอง แต้มสำนัก 100 แต้ม 100 ทองและสถานที่ที่ท่านอยู่ในปัจจุบันคือที่ตั้งสำนักของท่านที่ทางระบบได้จัดตั้งให้” สิ้นเสียงระบบ
    เฟิ่งเทียนยิ้มและรู้สึกดีที่ระบบยังให้ศิษย์และที่ตั้งสำนักให้เขา ไม่ต้องให้เขาไปลำบากสร้างอาคารสำนักตั้งแต่แรก แต่เขานั้นคิดจะถามระบบว่าเหตุใด ข้อมูลสำนักของเขาจึงมีน้อยนัก ตำแหน่งศิษย์ก็มีเพียงตำแหน่งเดียวคือศิษย์นอก เขาจำได้ว่านิยายในโลกก่อนนั้นพวกสำนักมีศิษย์อยู่หลายตำแหน่ง แต่นี้เขากลับมีศิษย์เพียงตำแหน่งเดียว ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามระบบนั้นประตูห้องพักเขาได้เปิดออก ชายหญิงทั้งสี่เดินเข้าหาเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง
    “คารวะท่านเจ้าสำนัก” ทั้งสี่กล้าวคารวะพร้อมคุกเข่าหนึ่งข้างและคำนับ
    เฟิ่งเทียนกำลังจะกล่าวให้พวกเขาลุกขึ้นนั้นข้อมูลศิษย์ทั้งสี่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
    ชื่อ : เซียนจิงตำแหน่ง : ศิษย์นอกระดับพลัง : ก่อกำเนิดขั้น 1ความภัคดีต่อสำนัก : 80ความเคารพต่อท่าน : 80
    ชื่อ : เซียนหลงตำแหน่ง : ศิษย์นอกระดับพลัง : ก่อกำเนิดขั้น 1ความภัคดีต่อสำนัก : 80ความเคารพต่อท่าน : 80
    ชื่อ : เหยาเหม่ยตำแหน่ง : ศิษย์นอกระดับพลัง : ก่อกำเนิดขั้น 1ความภัคดีต่อสำนัก : 80ความเคารพต่อท่าน : 80
    ชื่อ : เหยาฟางตำแหน่ง : ศิษย์นอกระดับพลัง : ก่อกำเนิดขั้น 1ความภัคดีต่อสำนัก : 80ความเคารพต่อท่าน : 80
    โดยเซียนจิงกับเซียนหลงนั้นเป็นชาย เหยาเหม่ยกับเหยาฟางเป็นหญิง
    ข้อมูลของศิษย์ทั้งสี่นั้นบอกชื่อ ตำแหน่ง ระดับพลังและยังมีค่าความภัคดี ทำให้เฟิ่งเทียนอดตะลึงไม่ได้ ถ้ามีค่าความภัคดีเยอะนั้นแปลว่าพวกเขาย่อมไม่มีวันทรยศสำนักแน่นอน
    “ระบบ ข้อมูลพวกนี้สามารถดูศิษย์ทุกคนได้เลยไหม? ยังมีทำไมข้อมูลสำนักมันถึงมีน้อยขนาดนั้น ถ้าจำไม่ผิดมันต้องมีตำแหน่งอะไรมากกว่านี้สิ” เฟิ่งเทียนถามระบบดูว่ามันจะตอบคำถามของเขาไหม
    “ผู้เล่น ข้อมูลของคนในสำนัก ผู้เล่นจะสามารถดูได้แต่ข้อมูลของลูกศิษย์ที่ระบบให้มา คนของโลกนี้ผู้เล่นไม่สามารถดูได้ ส่วนระบบตำแหน่งต่าง ๆ จะปลดล็อคเมื่อสำนักของผู้เล่นมีระดับสูงขึ้น”
    คำตอบจากระบบทำให้เฟิ่งเทียนเศร้าเล็กน้อย เขาคิดว่าจะสามารถดูข้อมูลของลูกศิษย์ทุกคนที่มาเขาสำนักได้ เขาจะได้สามารถดูค่าความภัคดีของคนเหล่านั้นได้
    “ลุกขึ้นเถอะ” เฟิ่งเทียนให้ทั้งสี่ลุกขึ้น พร้อมกับมองทั้งสี่คนอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
    “ออกไปดูด้านนอกกันเถอะว่ามีอะไรบ้าง”
    เฟิ่งเทียนเดินนำหน้าทั้งสี่คนมาตรวจสอบ สิ่งก่อสร้างที่ระบบให้เขามา เมื่ออกมาเขากับพบภูเขาสูงใหญ่ตระหง่านอยู่ด้านหลังห้องพักของเขา ด้านหน้าห้องพักเป็นห้องโถงหลัก ภายในห้องโถงมีเพียงบัลลังก์เก้าอี้ไม้เจ้าสำนักตั้งอยู่เป็นจุดเด่น ส่วนด้านหน้าห้องโถงมีหลานกว้าง ซึ่งด้านซ้ายหลานกว้างเป็นที่พักของเหล่าศิษย์นอก เฟิ่งเทียนยิ้มอย่างฝืน ๆ สำนักเขามันช่างไม่ต่างจากบ้านของคนใหญ่คนโตในสมัยโบราณของโลกเดิม นอกเสียจากลานที่กว้างเท่านั้นที่แตกต่าง
    “เอาละพวกเจ้าลองไปหาหมู่บ้านหรือเมืองเพื่อสืบข่าวหน่อยว่าพวกเรานั้นอยู่ที่ใดกันแน่” เฟิ่งเทียนได้สั่งให้ทั้งสี่อออกสำรวจบริเวณรอบสำนัก
    เขาสามารถคาดเดาได้เลยว่าสำนักของเขาคงอยู่กลางป่าเป็นแน่ไม่งั้นถ้ามีอาคารสิ่งก่อสร้างที่ระบบสร้างโผล่ออกมา ผู้คนจะไม่ตกใจมาดูกันเลยหรือไง
    เหล่าลูกศิษย์ทั้งสี่ได้ออกไปสักพัก เฟิ่งเทียนได้กลับไปเรือนนอน ถึงอยู่ที่ห้องโถงหรือลานสำนักก็ไม่มีอะไรที่จะทำได้ เขาลองเช็คข้อมูลของเขาดู
    ชื่อ : เฟิ่งเทียนระดับพลัง : หลอมปราณขั้น 1ระบบสำนัก : ระดับ 1-ตำแหน่ง : เจ้าสำนักเมฆาฟ้า
    เมื่อเขาดูข้อมูลแล้วเขาต้องหน้าเสียไปอีกครั้ง นี้เขามีระดับเท่ากับเหล่าลูกศิษย์และพรสวรรค์ของเขายังน้อยกว่าอีกด้วย เขาที่เป็นเจ้าสำนักควรมีพลังมากกว่านี้
    “เฮ้อ ข้าคงต้องเพิ่มระดับพลังก่อนเป็นอันดับแรกสินะ” แล้วเฟิ่งเทียนก็คุยกับระบบภายในความคิดเขา
    “ระบบ มีอะไรที่ช่วยทำให้สำนักพัฒนาขึ้นบ้างไหม?”
    “ผู้เล่นสามารถซื้อสิ่งต่าง ๆ จากร้านค้าระบบได้จากแต้มสำนัก ส่วนแต้มสำนักนั้นจะได้จากการที่ผู้เล่นทำภารกิจของระบบหรือจากการที่ผู้เล่นและเหล่าลูกศิษย์ในสำนักของผู้เล่นมีพัฒนาการมากเพิ่มขึ้น” หลังจากระบบพูดจบ รายการสินค้าต่าง ๆ โผล่ขึ้นมานับไม่ถ้วน มีทั้งวิชา อาวุธ โอสถ สมุนไพรต่าง ๆ มากมาย
    เฟิ่งเทียนเมื่อดูรายการต้องตกใจ ราคาของแต่ละอย่างนี้ทำให้เขาช็อคไป อย่างวิชากระบี่เก้าเทพพิพากษาราคาของมันนั้นอยู่ที่หนึ่งพันล้านแต้มสำนัก กระบี่เทพพิพากษาราคาแปดร้อยล้านแต้มสำนัก เขาพยายามไม่มองราคาสินค้าพวกนั้นพร้อมกับไปที่หมวดโอสถแล้วเลือกเรียงราคาจากที่ถูกที่สุด
    ในหลายการโอสถมากมายเฟิ่งเทียนเห็นโอสถที่ราคาต่ำกว่าหนึ่งร้อยแต้ม มีมากพอสมควร เขาเลื่อนอ่านคุณสมบัติแต่ละประเภทว่าอันไหนเหมาะกับการเพิ่มระดับพลังได้บ้าง จนเจอโอสถรวมปราณ โอสถระดับต่ำ คำอธิบายบอกไว้ว่า โอสถรวมปราณเหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับก่อกำเนิดจนถึงระดับหลอมปราณขั้นเก้า ราคาอยู่ที่เม็ดละสิบแต้ม ถ้าเขาซื้อโอสถหมดแล้วเขาจะซื้อพวกทักษะวิชายุทธให้กับสำนักของเขายังไง เพราะระบบนั้นไม่ได้ให้วิชามาสักวิชาเดียวเลย เขาเลือกไปหมวดทักษะวิชายุทธ แน่นอนเขาจะต้องเรียงจากราคาถูกสุดไปอยู่แล้ว เขารู้แล้วว่าหนึ่งร้อยแต้มนี้มันไม่พอจะซื้ออะไรเลยด้วยซ้ำ ส่วนเคล็ดวิชากำลังภายในนั้นเขาคงต้องเอาไว้ทีหลังเนื่องจากแต่ละอันนั้นมีราคาสูงมาก
    ทักษะวิชา หมัด กระบี่ ดาบ ทวน เฟิ่งเทียนเลื่อนดูวิชาหมัดก่อนเป็นอันดับแรกเพราะพื้นฐานมันไม่จำเป็นต้องมีอาวุธก็แสดงอานุภาพออกมาได้ วิชาหมัดราคาถูกที่สุดคือหมัดพยัคฆ์ วิชาระดับต่ำ ราคาหกสิบแต้มสำนัก เมื่อเห็นราคานี้เขาไม่ไปดูวิชาอื่นเลย แค่วิชานี้เขาก็หมดแต้มแล้วรวมกับที่เขาซื้อโอสถรวมปราณเพื่อเพิ่มพลังของเขา
    สุดท้ายเฟิ่งเทียนเลือกซื้อโอสถรวมปราณสี่เม็ดกับวิชาหมัดพยัคฆ์ โอสถสี่เม็ดปรากฎขึ้นบนมือของเขาและข้อมูลของวิชาหมัดพยัคฆ์ถ่ายทอดเข้าสู่ห้วงความคิด เขาพึ่งรู้ว่ากระบวนท่าวิชาต่าง ๆ เมื่อซื้อแล้วตัวเขาผู้เป็นเจ้าสำนักจะสามารถใช้วิชากระบวนท่าได้เลย เขานึกว่าต้องได้มาเป็นตำราแล้วค่อยฝึกฝนไป
    “การซื้อวิชายุทธผู้เล่นจะสามารถเข้าใจในกระบวนท่าหลังการซื้อเสร็จสิ้น ผู้เล่นต้องทำการคัดลอกลงหนังสือหรือบันทึกลงในหยกบันทึกเอง” เสียงระบบได้ถึงสิ่งที่เขากำลังคิด
    เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วยาม แสงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า เฟิ่งเทียนที่ดูร้านค้าระบบเสร็จแล้วนั้นเขาได้นอนอยู่ในเรือนนอนของเขาพร้อมกับพึมพรำว่าศิษย์ทั้งสี่ของเขาออกไปนานแล้วแต่ทำไมยังไม่กลับมาสักที
    “ท่านเจ้าสำนักพวกเรากลับมาแล้วขอรับ...ขออนุญาตพวกเราเข้าไปในด้านใน” เฟิ่งเทียนได้ตอบกลับให้ทักสี่คนเข้ามาด้านใน”เข้ามาได้” ทั้งสี่เปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษหลายแผ่น ทั้งสี่คนคำนับ
    “เป็นไงบ้าง เจอเมือง หมู่บ้านหรือผู้คนบ้างไหม”
    “เรียนท่านเจ้าสำนัก เจอขอรับ ส่วนบริเวณรอบที่ตั้งสำนักเรานั้น มีสัตว์อสูรระดับหนึ่งอยู่จำนวนเล็กน้อยและทางด้านใต้ห่างไปประมาณ 50 ลี้นั้นมีเมืองอยู่ขอรับ เมืองนั้นชื่อเมืองหมอกคราม เมืองหลวงแคว้นจ้าว พวกเราได้สืบหาข้อมูลพบว่า พวกเรานั้นตั้งอยู่ในป่าเมฆหมอกซึ่งเป็นดินแดนรกร้างพึ่งมีต้นไม้เกิดมาไม่เกินห้าสิบปี ผู้คนจึงไม่มาแถวนี้เนื่องจากไม่มีอะไรให้ผู้คนสำรวจ ส่วนหน่วยเงินแลกเปลี่ยนนั้นพวกเขาใช้นั้น มีเหรียญทองแดง เงิน ทองและผนึกศิลาในแลกเปลี่ยนและสำนักนิกายที่อยู่ในแคว้นจ้าวนั้นมีทั้งหมดสี่แห่ง สำนักพิรุณหยาด สำนักดาบคลั่ง พรรคนาคา นิกายสุริยัน โดยในทั้งสี่สำนักมีข้อมูลคร่าว ๆ ว่า เหล่าเจ้าสำนักกับประมุขพวกเขาอยู่ระดับก่อร่างปราณขั้นเก้า รวมทั้งในหนึ่งเดือนข้างหน้ามีการประลองคัดเลือกผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์อันหนึ่งของแคว้นจ้าว จัดขึ้นภายในเมือง พวกเราทั้งสี่ได้เอาใบประกาศมาด้วยขอรับ” ทั้งสี่บอกกล่าวข้อมูลที่ไปสืบมาได้พร้อมกับยื่นใบประกาศให้กับเฟิ่งเทียน
    ในใบประกาศมีรายละเอียดการจัดประลอง โดยทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าแข่งขันได้ แต่ไม่เกินระดับก่อกำเนิดขั้นเก้า ส่วนรางวัลอันดับหนึ่ง โอสถปราณจิต 5 เม็ด โอสถรวมปราณ 10เม็ด อาวุธระดับต่ำ 1 ชิ้น และ50 ทอง อันดับสอง โอสถปราณจิต 3 เม็ด โอสถรวมปราณ 6 เม็ดและ25 ทอง อันดับสาม โอสถปราณจิต 1 เม็ด โอสถรวมปราณ 2 เม็ดและ10 ทอง สมัครเข้าร่วมฟรี จัดการแข่งขันโดย ราชสำนักแคว้นจ้าว อ๋องจ้าวเซียงหลินกวง
    เสียงระบบที่บอกภารกิจดังขึ้นเมื่อเฟิ่งเทียนอ่านประกาศจบ
    ภารกิจสำนัก : ให้ลูกศิษย์ลงการแข่งขันการประลองรุ่นเยาว์เมืองหมอกครามให้ชนะติดอันดับ1-3รางวัล : ได้อันดับ 1 ชื่อเสียงสำนัก 50 แต้มสำนัก 200 แต้ม สุ่มเคล็ดวิชากำลังภายในระดับสูง 1 ครั้ง ได้อันดับ 2 ชื่อเสียงสำนัก 30 แต้มสำนัก 100 แต้ม สุ่มเคล็ดทักษะวิชาระดับกลาง 1 ครั้ง ได้อันดับ 3 ชื่อเสียงสำนัก 15 แต้มสำนัก 50 แต้ม สุ่มโอสถระดับต่ำ 1 ครั้ง
    เมื่ออ่านภารกิจที่ระบบมอบให้กับเขาแล้ว เฟิ่งเทียนพับใบประกาศพร้อมกับยื่นโอสถรวมปราณให้คนละหนึ่งเม็ดและกล่าวให้ทั้งสี่กินโอสถเมื่อกลับไปถึงห้องพัก
    “กลับไปแล้ว กินโอสถมันจะช่วยพวกเจ้าได้ ส่วนทักษะวิชาพรุ่งนี้ข้าจะเขียนออกมาให้”
    “ขอรับ” ทั้งสี่กล่าวตอบ พร้อมเดิมออกจากเรือนนอนของเฟิ่งเทียนไป
    ศิษย์ทั้งสี่ออกไปแล้ว สีหน้าเฟิ่งเทียนเกิดความกังวลและวิตก ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าต้องไปเข้าร่วมการประลอง แม้เขาจะพยายามเพิ่มระดับพลังจากโอสถที่แต้มสามารถซื้อได้ คงไม่เกินจากระดับก่อกำเนิดได้ทันเวลาประลอง ถ้าเจอพวกคนพเนจรยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าเจอเจ้าสำนักของสำนักอื่นแล้วเขาจะปกป้องพวกลูกศิษย์ยังไงละ เจ้าสำนักอื่นที่ไม่ใช่สำนักใหญ่คงจะมีระดับพลังอย่างต่ำก่อร่างขั้นห้าขึ้นไป ไม่งั้นเหล่าลูกศิษย์ของเขาต้องถูกสำนักอื่นแย่งตัวไปแน่นอน เพราะในนิยายในโลกเก่าของเขาการแข่งขันแบบนี้ ส่วนมากคือการที่สำนักใหญ่มาหารุ่นเยาว์เข้าไปเป็นศิษย์ในสำนักตน
    เสียงระบบแจ้งว่าศิษย์ของเขาได้เลื่อนระดับและมีความภัคดีเพิ่มขึ้นดังขึ้นในหัวของเขา
    “ศิษย์ในสำนักเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดขั้นสอง ได้รับแต้มสำนัก 5 แต้ม ความภัคดีของลูกศิษย์ที่มีต่อสำนักเพิ่มขึ้น ได้รับ แต้ม”เสียงระบบดังขึ้นแบบเดียวกันสี่ครั้งซ้อน รวมแล้วเฟิ่งเทียนได้แต้มจากการที่เหล่าศิษย์ยกระดับทั้ง 24 แต้ม
    “ระบบ มีวิธีที่ทำให้ระดับลมปราณเพิ่มขึ้นเร็ว ๆ ภายในหนึ่งเดือนบ้างไหม?” เฟิ่งเทียนได้ถามระบบถึงการเพิ่มระดับลมปราณของเขา
    “ระบบสามารถช่วยผู้เล่นได้ เพียงแต่ผู้เล่นต้อง...”