เมืองหลวงของจักรวรรดิอาเธรอสยังคงตั้งตระหง่าน
แต่ไม่มีใครเรียกมันว่า “ยิ่งใหญ่” อีกต่อไป
กำแพงหินเก่ามีรอยร้าว
ธงจักรวรรดิปลิวอย่างไร้พลัง
และเสียงของประชาชนเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ
“จักรวรรดิกำลังจะจบแล้ว”
เสียงกระซิบดังขึ้นตามตรอกซอกซอย
จากปากพ่อค้า
จากทหาร
จากนักบวช
แม้แต่ในราชสภา
เสียงนั้นก็ไม่เคยเงียบ
บนบัลลังก์สีดำที่สืบทอดมาหลายพันปี
าาหนุ่มนั่งนิ่ง
ราวกับไม่รับรู้แรงกดดันรอบตัว
เอเรน วาเลเรียส
าาคนล่าสุด
และในสายตาหลายคน—
อาจเป็าาคนสุดท้าย
“ฝ่าา”
ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นกลางราชสภา
“จักรวรรดิไม่อาจอยู่รอดด้วยความเงียบอีกต่อไป”
เอเรนไม่ตอบ
อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้น
“หากพระองค์ไม่สามารถนำพาเราไปข้างหน้า
บางที… เราควรมองหาผู้ที่เหมาะสมกว่า”
คำว่า เหมาะสมกว่า
ดังชัดเจนยิ่งกว่าดาบที่ถูกชักออกจากฝัก
ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยสายตาที่ไม่ปิดบังความทะเยอทะยาน
ไม่มีใครลุกขึ้นปกป้องาา
ไม่มีใครคุกเข่า
เอเรนมองภาพนั้นอย่างสงบ
สงบเกินกว่าที่าาหนุ่มควรจะเป็
“ถ้าพวกท่านคิดว่า จักรวรรดิกำลังจะล่ม”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พวกท่านก็คงคิดว่า ข้าคือาาที่อ่อนแอ”
ไม่มีใครปฏิเสธ
เอเรนยิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มที่ไม่มีความขุ่นเคือง
ไม่มีความโกรธ
มีเพียงความเข้าใจ
เพราะเขารู้ดีว่า
จักรวรรดิไม่เคยล่มเพราะศัตรูภายนอก
มันล่ม—
เพราะผู้คนเชื่อว่ามันล่มแล้ว
“อำนาจไม่ได้หายไปในวันที่ถูกแย่ง
แต่มันหายไปในวันที่ทุกคนเชื่อว่า มันไม่มีอยู่อีกต่อไป”