ตอนที่ 22ให้เสี่ยวซิงซิงไปเล่นที่บ้าน
พอพูดแบบนี้มันก็หมายความว่าอวี่จิงซีเป็ออทิสติก
“ขอโทษค่ะฉันไม่ได้ตั้งใจ” เซิ่งอั้นหรานขอโทษอย่างจริงใจ” คือ เพื่อแสดงความขอโทษวันนี้ฉันขอเป็คนเลี้ยงมื้อนี้เองนะคะ?”
อวี่หนานเฉิงกลับมาได้สติหลังมองใบหน้าอับอายของเธอ เขาก็ตระหนักว่าท่าทีของเขาอาจแข็งกระด้างไปยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เธอช่วยจิงซีไว้ น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงและอธิบาย
“จิงซีนะพูดได้แต่เขาไม่อยากพูด”
เซิ่งอั้นหรานพยักหน้าและหยุดถาม
อีกด้านอวี่จิงซีกำลังนั่งในทะเลลูกบอลหลากสี แต่จู่ ๆ เซิ่งเสี่ยวซิงก็หายตัวไปเขาขมวดคิ้วด้วยความกังวล
“นี่แหนะ!”ทะเลลูกบอลตรงหน้าเขาพลันะเิกระจาย เซิ่งเสี่ยวซิงโผล่ออกมากระโจนจับเขาพร้อมหัวเราะอย่างร่าเริง” ฉันอยู่นี่!”
อวี่จิงซีผงะดูเหมือนว่านี่จะเป็ครั้งแรกที่มีคนเล่นกับเขาแบบนี้
เซิ่งเสี่ยวซิงทำอะไรไม่ถูก”พี่ชาย เป็อะไรงั้นเหรอ?”
อวี่จิงซีส่ายหัวยกมือขึ้น ชี้ไปทางโต๊ะกินข้าว ส่งสัญญาณให้กลับไป
ถึงแม้เธอจะยังเล่นไม่จุใจแต่พอเห็นสีหน้าใของอวี่จิงซี เซิ่งอั้นหรานก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ”พี่ชายหิวแล้วใช่ไหม? งั้นก็กลับกันเถอะ”
ขณะกินอวี่จิงซีนั่งข้างเซิ่งอั้นหราน อวี่หนานเฉิงเตือนจนปากเปียกปากแฉะ แต่โชคดีเซิ่งเสี่ยวซิงใจกว้างและปีนขึ้นไปนั่งข้างอวี่หนานเฉิงโดยตรง
“พี่ชายชอบแม่หนูมากเลยนะเนี่ยปล่อยให้เขานั่งข้างแม่หนูไปเถอะ หนูจะนั่งข้างคุณลุงเอง”
พอเห็นว่าเซิ่งอั้นหรานไม่แสดงท่าทางรังเกียจอวี่หนานเฉิงก็ยอม และเมื่อเขามองเด็กสาวแสนน่ารักข้างเขาเขาก็รู้สึกใกล้ชิดอย่างแปลกประหลาด
“เขาชื่อจิงซี”
“พี่ชายจิงซี”เซิ่งเสี่ยวซิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง และพลันคิดถึงบางสิ่ง”แล้วพี่ชายจิงซีอายุเท่าไรคะ? ถ้าเขาอายุน้อยกว่าหนูละ?”
“ห้าขวบเกิดก่อนเทศกาลวันไหว้พระจันทร์หนึ่งวัน”
พอได้ยินสีหน้าของเซิ่งอั้นหรานก็เปลี่ยนไป ก่อนเทศกาลวันไหว้พระจันทร์? บังเอิญอะไรขนาดนั้น? นั่นวันเดี่ยวกับเสี่ยวซิงซิงเลยไม่ใช่หรือไง?
“แล้วเธอละ?”
พอได้ยินคำถามของอวี่หนานเฉิงเซิ่งเสี่ยวซิงก็เกาหัวและมองเซิ่งอั้นหรานเพื่อขอความช่วยเหลือเธอจำวันเกิดเธอไม่ได้ ยังไงซะ เธอก็แค่เด็กห้าขวบ
เซิ่งอั้นหรานไม่รู้ว่าทำไมแต่เธอกลับบอกว่าวันเกิดของเซิ่งเสี่ยวซิงคือหลังจากนั้นหนึ่งเดือน
“เสี่ยวซิงซิงเกิดวันที่14 กันยายน”
อวี่หนานเฉิงไม่ถามเพิ่มมันดูเหมือนเขาจะแค่ถามตามมารยาท ไม่ได้สนใจมันจริงจัง
ระหว่างมื้ออาหารเซิ่งเสี่ยวซิงกับอวี่จิงซีมีต่อมรับรสเหมือนกัน ทั้งคู่เป็พวกคลั่งของหวานหลังของหวานสุดท้ายมาถึง เซิ่งเสี่ยวซิงก็กินอย่างร่าเริง ขณะที่อวี่จิงซีกินเงียบๆ แต่ตัดสินจากจานที่แทบไม่มีเศษเหลือ มันก็บอกได้ว่าเขาพอใจมาก
เด็กไม่สามารถอยู่เฉยได้หลังมื้ออาหาร ทั้งสองก็ไปวิ่งเล่นกัน เซิ่งอั้นหรานกับอวี่หนานเฉิงรอสักพัก ตอนแรกทั้งคู่ทนได้แต่พอนานขึ้นและนานขึ้น เซิ่งอั้นหรานก็เริ่มดูเวลาบ่อย
“เสี่ยวซิงซิงกลับกันได้แล้วนะ”
เซิ่งเสี่ยวซิงแหงนมองเซิ่งอั้นหรานจากด้านในบ้านบอล”ไม่ หนูจะเล่นกับพี่ชายจิงซีอีกสักพัก”
“เซิ่งเสี่ยวซิงค่ะ”
โดยปกติตอนเซิ่งอั้นหรานเรียกชื่อเต็มของเซิ่งเสี่ยวซิง มันหมายความว่าเธอกำลังโกรธ
มันมักได้ผลแต่่นี้ เซิ่งเสี่ยวซิงไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน เธอทำเป็หลับหูหลับตาและสู้กับอวี่จิงซีในบ้านบอลต่อ
สุดท้ายเซิ่งอั้นหรานก็หมดความอดทนและลากเซิ่งเสี่ยวซิงออกมา” นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วลูกควรกลับบ้านกับแม่ เซิ่งเสี่ยวซิง”
เซิ่งเสี่ยวซิงถูกจับแขนไว้ข้างหนึ่งแต่เธอรีบใช้มืออีกข้างที่ว่างจับขาของอวี่หนานเฉิง” คุณลุงสุดหล่อ ช่วยหนูด้วย”
เดิมอวี่หนานเฉงิออกมาเพื่อเล่นกับลูกชายเขาและไม่สนใจว่าลูกเขาจะเล่นนานแค่ไหนแถมการได้มองเด็กสาวเซิ่งเสี่ยวซิงยังสบายหูสบายตามาก ตอนนี้ เขาดึงเซิ่งเสี่ยวซิงอุ้มเธอขึ้นและพูด
“เด็กชอบเล่นปล่อยให้พวกเขาเล่นไปเถอะ”
เซิ่งเสี่ยวซิงกอดคออวี่หนานเฉิงและหันไปหาเซิ่งอั้นหราน”แม่ กลับไปแม่ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ทำไมไม่อยู่คุยกับคุณลุงสุดหล่อเพิ่มล่ะจะได้กระชับความสัมพันธ์กันไง!”
พอได้ยินคำพูดเหล่านี้เซิ่งอั้นหรานก็แทบกระอักเื
“ลูกพูดอะไรไม่เข้าท่า?เซิ่งเสี่ยวซิงลงมาเดี๋ยวนี้นะ...ขอโทษค่ะประธานอวี่ ฉันไม่ได้คิดจะตีคุณนะ..”
เซิ่งเสี่ยวซิงเหมือนลิงที่เกาะไม่ยอมลงจากตัวอวี่หนานเฉิงเซิ่งอั้นหรานมักยกมือตีก้นเธอเป็การขู่ แต่ตอนนี้ อวี่หนานเฉิงหนุนหลังเซิ่งเสี่ยวซิงซึ่งเธอจะทำอะไรแบบนั้นไม่ได้
แม่กับลูกสาวสู้กันอยู่นานมันทำให้คนในร้านรู้สึกเหมือนกำลังดูตลก และสุดท้ายเซิ่งอั้นหรานก็ยอมแพ้เธอยืนนิ่งอย่างหน่ายใจ
“ประธานอวี่วางเธอลงเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่คนดุขนาดนั้น ฉันจะกลับไปคุยกับเธอทีหลัง”
“ไม่เป็ไร”อวี่หนานเฉิงให้รอยยิ้มหายาก” เสี่ยวซิงซิงน่ารักมามันหายากมากที่จะมีคนทำให้จิงซีสนุกด้วยได้”
หูของเซิ่งเสี่ยวซิงไวมากและเธอก็รีบพูด
“งั้นครั้งหน้าแม่ก็พาหนูไปเล่นที่บ้านของพี่ชายจิงซีสิ”
ใบหน้าของเซิ่งอั้นหรานเปลี่ยนเป็สีฟ้าเธอกัดฟัน
“เซิ่งเสี่ยวซิง!”
นั่นคืออวี่หนานเฉิงบ้านของอวี่หนานเฉิงจะเปิดให้พนักงานชั่วคราวเข้าไปเล่นได้ยังไง?
“แม่ ถ้าแม่รับปากหนูหนูจะกลับบ้าน.”
เซิ่งอั้นหรานกำลังจะใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อพาเซิ่งเสี่ยวซิงไปแต่อวี่จิงซีก็รีบหยิบกองกระดาษบันทึกจากกระเป๋าโรงเรียนใบน้อยของเขาออกมาขีดเขียนมัน ยกมันขึ้นเพื่อแสดงให้อวี่หนานเฉิงดู
“ให้เสี่ยวซิงไปเล่นที่บ้าน”
อวี่หนานเฉิงผงะอวี่หนานเฉิงแทบไม่เคยขออะไรเขา นับประสาอะไรกับการหาเพื่อน
พอคิดถึงนักจิตวิทยาคนก่อนที่บอกว่าลูกเขาเป็ออทิสติกที่ต้องคุยกับคนอื่นให้มากกว่านี้หัวใจของเขาก็อ่อนยวบ หลังไตร่ตรองสักพัก เขาก็พูดอย่างจริงจัง
“เสาร์หน้าฉันจะส่งคนไปรับเธอ เธอจะต้องมาบ้านฉันพร้อมเสี่ยวซิงซิง”
“หะ?” เซิ่งอั้นหรานใ คิดว่าเธอหูฝาด
เซิ่งเสี่ยวซิงบิดตัวไปมาด้วยความยินดีจากในอ้อมแขนของอวี่หนานเฉิง เธอคว้ามือของอวี่จิงซี และตบมือเขา
“เย้ เย้..พี่จิงซีฉันสามารถไปเล่นกับพี่ที่บ้านได้แล้ว”
เนื่องจากอวี่หนานเฉิงเป็คนเชิญมันจึงยากที่จะปฏิเสธ เซิ่งอั้นหรานจำต้องยอมรับในเื่นี้ แต่โชคดีคือเด็กน้อยทั้งสองยอมออกร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว
เซิ่งอั้นหรานรู้สึกว่าถ้าอยู่นานกว่านี้พนักงานร้านทุกคนจะรู้จักเธอ
นอกห้างคนขับรถของอวี่หนานเฉิงขับมา และอวี่หนานเฉิงก็แสดงความเป็สุภาพบุรุษแบบหาได้ยาก
“ฉันจะไปส่งเธอ”
โดยไม่รอให้เซิ่งอั้นหรานปฏิเสธเซิ่งเสี่ยวซิงได้ก้าวไปข้างหน้า ใช้สองมือกับสองเท้าปีนเข้าเบาะหลังของรถนั่งในนั้นและยื่นหัวออกมาหาเซิ่งอั้นหราน
“แม่ ขึ้นรถสิมันนั่งสบายมากเลย!’
เซิ่งอั้นหรานก่ายหน้าผากเส้นเืปูดบนขมับเธอ และเธอก็พร่ำบอกกับตัวเองว่าหลังวันนี้อวี่หนานเฉิงต้องรู้สึกว่าเธอเป็แม่ที่สั่งสอนลูกไม่ดี!