หวัง ยี่หยาง มองอู่ อวี้แล้วมันก็หันกลับมามอง ซือตู๋ จิน จากนั้นก็กล่าวว่า " ท่านพี่ซือตู๋ จิน วันนี้นับว่าเป็วันดี ที่ข้าจะได้เห็นท่านกิน ... ของหลินเอ๋อน้อย"
ซือตู๋ จิน รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวไปว่า "หวัง ยี่หยาง เ้าหมายความว่าเช่นไร! "
ก่อนหน้านี้เพราะความเคียดแค้น ทำให้ ซือตู๋ จิน พลั้งปากพูดไปว่ามันจะกิน ‘อึ’ ของหลินเอ๋อน้อย ซึ่งเป็นกกระเรียนของมัน แต่ในความเป็จริงแล้ว มันไม่อยากจะกินแม้แต่น้อย
หวัง ยี่หยาง โบกมือพร้อมกับกล่าวว่า "... พี่ชายซือตู๋ จิน ท่านอย่าจริงจังโกรธเคืองข้าๆ เพียงหยอกล้อท่านเล่นก็แค่นั้น ข้ายังไม่เห็นหนทางที่ อู่ อวี้ มันจะสามารถแย่งชิงลูกแก้ว์ มาจากแม่นาง ชิง เิ สาวน้อยผู้มีพลังน่าเกรงกลัวเช่นนั้นได้"
ในตอนนี้ ซือตู๋ จิน จึงได้เลิกสาวหาความไป
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น ความกระวนกระวายร้อนรนราวกับถูกเพลิงแผดเผา นั้นยังคงสุมอยู่ภายในหัวใจของมัน
* ฟึ่บ! *
ภายใต้ดวงตาจับจ้องของคนทั้งหมื่นคนนั้น แววตาของ อู่ อวี้ เปล่งประกายแสงสีทองขึ้น เขาเร่งความเร็วของกระบี่ทะลวงเข้าไป ราวกับหมายจะปลิดชีพ
"วายุทะลวงคลื่นสะบั้น! "
“กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร” กระบวนท่าแรก!
ชิง เิ ทำได้เพียงสกัดกั้นการโจมตีเอาไว้เท่านั้น ขณะเดียวกันนางต้องพยายามลูกแก้ว์ ให้ครบ 60 ลมหายใจ
"กระบี่เงากู่ซาน! "
เพลงกระบี่ของนางงดงามอ่อนช้อย ยามเมื่อนางกวัดแกว่งกระบี่ในมือ มันช่างดูพลิ้วไหวราวกับร่ายรำ ฉับพลันก็มีม่านหมอกเขียวอมฟ้าปรากฏขึ้น บดบังวิสัยทัศน์ด้านหน้าของ อู่ อวี้ เอาไว้ ม่านหมอกนั้นดูพลิ้วไหวอ่อนนุ่มราวบุปผากำลังเบ่งบาน ทั้งหมดนี้คือกระบวนท่าที่ 1 ของกระบี่เงากู่ซาน ทันทีที่ อู่ อวี้ แทงกระบี่เข้าไป ปรากฏว่ากระบี่ของเขาไม่สามารถทะลวงผ่านม่านหมอกนั้นเข้าไปได้
โอ้วววววว!
คมกระบี่ปะทะคมกระบี่ การต่อสู้ดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร ของทั้งสองได้สร้างเสียงฮือฮาให้แก่ผู้รับชม
"วรยุทธ ของเด็กสาวผู้นั้น ช่างแกร่งกล้ายิ่งนัก! "
“ม่านหมอกที่ปรากฏมันจะต้องเป็ 'เพลงกระบี่เงากู่ซาน' อย่างแน่นอน ช่างเป็เพลงกระบี่ที่ล้ำลึกเสียจริง ๆ”
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่าง 'เพลงกระบี่เงากู่ซาน' ของชิงเิ และ 'กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร' ของอู่ อวี้
แต่มันเป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
“กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร!”
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนกระบวนท่าของเพลงกระบี่กลางอากาศ
กระบี่ยาวของเขาได้ร้องคำรามออกมา ราวกับว่ามันกำลังโกรธเกรี้ยว ทำให้เกิดการสั่นะเืขึ้นมา ปฏิกิริยาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อ อู่ อวี้ เข้าสู่กระบวนท่า 'สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร' เวลานี้กระบี่ในมือของ อู่ อวี้ กำลังพุ่งทะลวงเข้าใส่วาฬั์ใต้ท้องทะเลลึก เขาเกร็งร่างกาย และ พุ่งพลังทั้งหมดไปยังวาฬั์ เสมือนเขาเกรงกลัวว่าวาฬั์ตัวนี้ จะแหวกว่ายหลบหนีไปในท้องทะเลลึก เขากดดันการเคลื่อนไหวของวาฬั์ให้ออกมาจากส่วนลึกของมหาสมุทรด้วยกระบี่ ทันใดนั้นคมกระบี่ของ อู่ อวี้ ก็สามารถฉีกกระชากม่านหมอกที่อยู่ตรงเบื้องหน้าออกได้ในที่สุด ขณะนี้ร่างของเขาผสานกับกระบี่รวมเป็หนึ่ง มันกำลังพวยพุ่งไปยังดวงตาของ ชิง เิ ด้วยความเร็ว และ พละกำลังอันน่าเหลือเชื่อ
ฟิ้วววว!
ช่างน่าเสียดาย ท่าทะลวงไม่สามารถทำร้าย ชิง เิ ได้ นางใช้กระบวนท่าก้าวพริบตาอันซับซ้อน เคลื่อนย้ายร่างกายหลบหนีจากการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว มันเหมือนกับการปล่อยปลาวาฬั์กลับสู่ท้องทะเล
* ฉัวะ!!! * แต่ทว่าคมกระบี่ของ อู่ อวี้ สามารถเฉือนเส้นผมของนางไปได้สามเส้น กระแสลมได้พัดเส้นผมนั้น ลอยผ่านใบหน้าของเขาไป
แม้ชิง เิ จะมีวัยเพียงแค่ 12 ปี แต่นางกลับมีรูปโฉมงดงามละเอียดอ่อนไร้ที่ติ คาดว่าในอีกไม่กี่ปี รูปโฉมของนางคงงดงามโดดเด่นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าสามารถเทียบเสมอกับแม่นางซู หยานหลี่ เลยทีเดียว
แต่เนื่องจากกระบวนท่า 'สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร' เป็เพลงกระบี่ที่มีความล้ำลึกเป็อย่างมาก การโจมตีนั้นเปรียบเสมือนคลื่นทะเล เมื่อชิง เิโดนโจมตีด้วยคลื่นลูกแรกไปแล้ว แน่นอนว่าการโจมตีในคลื่นลูกต่อไป ย่อมแข็งแกร่งกว่าเดิม!
“แหวกมหาสมุทร!”
อู่ อวี้ คิดว่าตนต้องคว้าโอกาสก้าวหน้ามาให้ได้ รางวัลที่ทางนิกายนำมาจัดในครั้งนี้ เขาเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้อย่างชอบธรรมเช่นกัน ฉะนั้นเขาจึงไม่สนใจว่าฝ่ายตรงข้ามของเขา จะเป็เพียงแค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ หวืด∼ ∼ ∼เขาเฉือนกระบี่เป็แนวนอน ทันใดนั้นคลื่นพลังอันไร้จุดสิ้นสุดก็พวยพุ่งออกมา พลังยิ่งใหญ่จน์ต้องสั่นะเื เพราะหวาดกลัวกระบี่ที่อยู่ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้ ในที่สุด 'สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร' ก็ได้กลับมาผงาดอีกครั้ง
ชิง เิ ยังคงใช้กระบวนท่าเท้า 'ก้าวพริบตา' เพื่อล่าถอย และ หลบหนีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
เพลงกระบี่ที่ อู่ อวี้ ปล่อยออกมา ได้สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ชมนับหมื่น จนเป็ที่ประจักษ์แก่สายตา พลังของเพลงกระบี่แหวกมหาสมุทรนั้นน่าเหลือเชื่อ เกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการได้ พลังของมันมากเพียงพอ ที่จะต่อกรกับกองทัพนับพัน นับหมื่น!
พลังรุนแรงของกระบวนท่า ‘แหวกมหาสมุทร’ นั้นเป็แค่เพียงเพลงกระบี่สนับสนุน!
กระบวนท่า 'สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’ ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ มันยังมีกระบวนท่าสุดท้ายซึ่งเป็ไม้ตายอยู่ ในครั้งเมื่อเขาอยู่ในอาณาจักร เขาไม่อาจเปิดเผยกระบวนท่าสุดท้ายได้ แต่เวลานี้มันแตกต่างออกไป ทุกความสิ้นหวัง ทุกเื่ที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจ ความอัดอั้นเมื่อครั้งถูกเนรเทศ และ ต้องกลายเป็คนพิการไร้ซึ่งวรยุทธ เปลวไฟอันร้อนระอุที่เคยอยู่ในหัวใจของเขา บัดนี้มันได้กลายเป็ไฟในการขับเคลื่อนให้เขาต้องดิ้นรนดับเครื่องชนสู้ต่อไปข้างหน้าเท่านั้น
ราวกับว่า อู่ อวี้ อยู่ในทะเลตะวันออก และ กำลังเผชิญหน้ากับปลาวาฬั์อันกำลังบ้าคลั่ง ในมือของเขาถือกระบี่โรมรันต่อสู้ด้วยเพลงกระบี่แหวกสมุทร หมายกดดันให้วาฬั์ ชิง เิ เผยตัวออกมาจากใต้คลื่น
“สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร!”
เข้าสู่ทะเลตะวันออกสังหารปลาวาฬั์!
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ยกกระบี่พร้อมทะยานตัวขึ้นสูง จากนั้นเขาก็ม้วนตัวพุ่งดิ่งลงมายังด้านล่างด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
ทั้งพลัง และ จิติญญาถูกหลอมรวมผสานเข้ากับกระบี่
พุ่งลงสู่ทะเลตะวันออกอันยิ่งใหญ่ ท้องทะเลถูกแยกออกเป็สองส่วนด้วยหนึ่งกระบี่!
เพลงกระบี่อันทรงพลังนี้ มุ่งหมายตัดหัววาฬั์ พุ่งดิ่งมายังศีรษะแหวกฝ่าม่านหมอก ชิง เิ ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“แข็งแกร่งมาก!”
สีหน้าที่เคยสงบนิ่งของ ชิง เิ บัดนี้มันได้เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นางรีบตั้งรับด้วย ‘เพลงกระบี่เงากู่ซาน’ หมายที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้าใส่นางด้วยความเร็วอันสูงลิ่ว
แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ความเร็วของนางกลับช้ากว่าโจมตีของ อู่ อวี้ เคร้ง!!! เชร้ง เชร้ง เชร้ง!!!! เสียงของคมกระบี่ปะทะคมกระบี่ ยังคงดังก้องสะท้อนอย่างต่อเนื่อง กระบี่ของ อู่ อวี้ยังคงมุ่งหมายตัดหัววาฬั์อย่างดุเดือด ระหว่างที่ ชิง เิ พยายามใช้กระบี่ปัดป้อง เท้าของนางก็ต้องก้าวถอยร่นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะพลังความรุนแรงของเพลงกระบี่แหวกสมุทร นั้นเกินจะต้านทานได้ ในระหว่างเท้าของนางยังคงถอยร่นอยู่นั้น ฉับพลันนางก็ััได้กับความว่างเปล่า เวลานี้เท้าข้างหนึ่งของนางกำลังก้าวเหยียบกับอากาศที่ว่างเปล่า ซึ่งมิใช่พื้นแท่นประลอง
วืด!
“แย่แล้ว ลืมไปเลยว่ากำลังต่อสู้อยู่บนแท่น์!”
ใบหน้าของนางเปลี่ยนสี กลายเป็ขาวซีดในทันที
แม้ว่าเวลานี้เท้าข้างหนึ่งของนาง กำลังเหยียบย่ำอยู่บนอากาศ แต่มันก็ไม่อาจจะโค่นล้มนางได้ ปัญหาใหญ่ก็คือ เพลงกระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร ของ อู่ อวี้ พลังของมันรุนแรงจนต้องถอยร่น แม้นางจะตั้งรับอยู่ก็ตาม แต่หากนางไม่ก้าวถอยระหว่างป้องกัน นางก็อาจจะถูกสังหารอยู่ภายใต้คมกระบี่ของ อู่ อวี้ ได้เลยทีเดียว
ครั้นหากนางพลาดท่าก้าวตกลงไปจากแท่นประลอง นางจะถูกตัดออกจากการสอบ และ หมดสิทธิ์จากการเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์ โดยไม่ต้องพูดถึงลูกแก้ว์ เพราะนางคงหมดสิทธิ์ที่มันตลอดไป ชิง เิ ยังเยาว์วัยยิ่งนัก หนทางข้างหน้าของนางยังอีกไกล นางมีโอกาสที่จะเป็ชาว์อย่างแท้จริง แต่พลัง และ ความเหนื่อยล้ากำลังเป็อุปสรรคอันใหญ่ยิ่งสำหรับนาง
ชิง เิ กระชับดาบเพื่อเตรียมโต้กลับ
เชร้งงงง!!!
แต่ผลลัพธ์นั้นไม่ได้เปลี่ยนไป เพลงกระบี่แหวกสมุทรของ อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งเกินไป กระบี่ที่ถูกฟาดฟันลงมาแต่ละครั้งทรงพลังจนยากต้านรับ มือข้างที่นางถือลูกแก้ว์เริ่มสั่นสะท้านเพราะความเมื่อยล้า เท้าที่นางกำลังเหยียบย่ำลงไปนั้นไร้ผืนดินให้ยืนหยัด เท่ากับว่านางกำลังจะร่วงตกจากแท่น์!
เหวอออ∼∼∼ กรี๊ดดดด ∼∼∼!
ผู้ชมต่างตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น!
แต่สิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กระทำลงไปหลังจากนั้น กลับสร้างความตื่นตระหนกเสียยิ่งกว่า เขารีบยื่นมือออกไปคว้าชายเสื้อของ ชิง เิ เอาไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ดึงนางขึ้นมาวางลงบนแท่น์อย่างนุ่มนวล
เหตุผลที่ อู่ อวี้ ทำเช่นนี้ก็เพราะว่า ระดับฝีมือของนางเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเข้ามาอยู่ในนิกายดาบ์ นางต่อสู้กับเขาด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างของนางต้องถือครองลูกแก้ว์ แม้นางจะต้องพ่ายแพ้ให้กับตัวเขา แต่นางก็ไม่สมควรที่จะตกลงจากแท่น์
ชิง เิ ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นางคิดว่าตนเองร่วงตกจากแท่น์ไปเสียแล้ว
ในเวลานี้ ทุกคนต่างอยู่ในอาการนิ่งตะลึง ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“มาต่อกันเลย” อู่ อวี้ กล่าวพร้อมกับเตรียมตัวโจมตี ชิง เิ
แต่ทันใดนั้น ชิง เิ ได้โยนลูกแก้ว์ส่งกลับมาให้ อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวว่า “ท่านชนะแล้ว เราไม่จำเป็ต้องต่อสู้กันอีก”
อู่ อวี้ รับลูกแก้ว์ เขาไม่คาดคิดว่าแม่นาง ชิง เิ กลับเป็คนที่มีหลักการยิ่ง แม้นางจะมีวัยอ่อนเยาว์ก็ตาม แต่แพ้ก็คือแพ้ และจะไม่ยอมหาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
เพราะอันที่จริง นางนั้นได้ตกจากแท่น์ และ ถูกตัดจากการสอบไปแล้ว หลังจากนั้นลูกแก้ว์จะถูกส่งคืนกลับมาบนแท่น์ เพื่อให้ผู้เข้าสอบที่ยัง้าลูกแก้ว์ ได้แย่งชิงกันต่อไป
มิใช่ ชิง เิ ไม่อยากจะสู้ต่อ แต่เพราะเวลานี้ร่างกาย และ พละกำลังของนางนั้นไม่พร้อมอย่างสิ้นเชิง นางแสดงความกตัญญูด้วยการกล่าวขอบคุณ อู่ อวี้ ที่ช่วยดึงนางกลับขึ้นมาบนแท่นประลอง ทำให้นางได้มีโอกาสเข้าสู่นิกายกระบี่์ แม้ลูกแก้ว์จะมีค่ามหาศาลมากก็จริง แต่มันก็เทียบไม่ได้กับโอกาสที่นางจะได้เข้าสู่นิกายกระบี่์ ซึ่งมีค่ามหาศาลเสียยิ่งกว่า
ในเวลานี้ เ้า ตานหลง จื่อ ฮั้ว และ ผู้เข้าสอบส่วนที่เหลือไร้สภาพยากจะกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง ดังนั้นเพื่อความถูกต้อง นางจึงอยากให้ลูกแก้ว์นี้ ตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้
การที่นางนั้นพ่ายแพ้ให้แก่เขา มิได้หมายความว่า อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งกว่า ชิง เิ
แต่การโจมตีครั้งสุดท้ายของเขาช่างงดงามยิ่งนัก อีกทั้งยังน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด หากเปรียบเทียบกับบรรดาผู้เข้าร่วมการสอบทั้งหมด ย่อมไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าตัวเต็งทั้งสามคน ผู้ซึ่งมีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 จะาเ็สาหัสจนไม่สามารถแม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกายได้
จนมาสู่ในรอบสุดท้าย ผลจึงจบด้วยการ “กวาดล้าง” แม้ว่าอู่ อวี้ จะลูกแก้ว์เอาไว้ในมือก็ตาม แต่ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้าเข้ามาแย่งชิง นั่นก็เพราะการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขานั้นทรงพลังมหาศาล มันได้สร้างความ น่าหวั่นเกรงให้กับผู้พบเห็นเป็อย่างยิ่ง
ทันใดนั้น ทั้งเทือกเขาก็เกิดเสียงดังกระหึ่มอื้ออึ้งขึ้น จากการพูดคุยด้วยความไม่อยากเชื่อของเหล่าผู้ชม
“อู่ อวี้ แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
“เขาสามารถสยบ ชิง เิ ได้! แม้ว่านางจะลูกแก้ว์อยู่ ความสำเร็จนี้ยากที่จะกระทำได้ง่าย!”
“ในท้ายที่สุด ถ้าลูกแก้ว์ตกอยู่ในกำมือของเขา ก็เป็เื่สมควรยิ่งแล้ว”
ผู้ชมต่างส่งเสียงกู่ร้องขานชื่อของ อู่ อวี้!
“ฮ่ะ ๆ ๆ ชิง เิ นางช่างเป็สาวน้อย ... เที่ยงตรงเกินไปเสียจริง ๆ!” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ หัวเราะออกมาอย่างหมดหนทาง
“ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ข้าชนะแล้ว!” ใบหน้าละเอียดอ่อนของ ซู หยานหลี่ เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
“มันยังไม่จบ ...” ในขณะที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอกล่าวจบ ก็ครบกำหนด 60 ลมหายใจอย่างพอดิบพอดี กรรมการประกาศผลว่า อู่ อวี้ เป็ผู้คว้าชัยชนะ เป็อันดับ 1 ในปีนี้ และ ได้รับ “ลูกแก้ว์” รวมถึงรางวัลทั้งหมดไป
เขาผู้ซึ่งออกมายังเส้นทางสู่แท่น์เป็คนแรก
และเขาคือผู้ซึ่งลูกแก้ว์ได้ในที่สุด
หลังจาก อู่ อวี้ ได้ยินประกาศ เขาก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นนี้ เขา้าแค่เข้าเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์เท่านั้น โดยไม่คาดคิดว่าตนเองจะกลายมาเป็ผู้ชนะอันดับ 1 ครั้นยังได้รับของรางวัลในตำนานถึงสองชิ้นมาอีกด้วย!
แม้เขาจะไม่ใช้ผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่สุด แต่เขาก็เป็ผู้ชนะ!
“อู่ อวี้∼! อู่ อวี้∼!”
เสียงโห่ร้องของผู้รับใช้นับหมื่น กำลังกู่ก้องร้องเรียกชื่อ อู่ อวี้ จนดังกระหึ่มไปทั่วทั้งขุนเขา บัดนี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็วีรบุรุษของพวกเขาไปเสียแล้ว!
เขาคือผู้ปลุกกระตุ้นความใฝ่ฝันของเหล่าบรรดาผู้รับใช้!
“เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ กับ กระบี่ปราบมาร!”
หากเป็เมื่อสามปีก่อน อู่ อวี้ คงไม่อาจสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ได้ เขาไม่เคยคิดฝันว่าเขาจะได้มันมา
“ข้า ชิง เิ ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย” ชิง เิ กล่าวขึ้นมาเบา ๆ ด้วยเสียงกระอ้อมกระแอ้ม แม้ว่านางจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ด้วยมารยาทอันเหมาะสม นางจึงควรกล่าวอะไรบางอย่างออกมา
“เอ่อ... หากท่านไม่รังเกียจ เราน่าจะเป็สหายกันได้ เพราะข้าแก่กว่าท่านเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น .” ในตอนนี้ อู่ อวี้ ยิ้มจนมุมปากแทบจะฉีกออกมาถึงรูหู เป็เพราะวันนี้ช่างเป็วันที่ดีเสียนี่กระไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นราวกับความฝัน เขาไม่เคยคาดหวังว่าตนเองจะยืนอยู่บนแท่น์ และ มีเสียงจากผู้ชมนับหมื่นกำลังกู่ร้องเรียกขานชื่อของเขาจนดังระงมเซ็งแซ่ไปทั่ว!
การต่อสู้บนแท่น์สิ้นสุดลง ณ บัดนี้!
“เสิ่น อู๋เต้า อู่ อวี้ เขาเป็ผู้ชนะล่ะ! เขาได้เป็ศิษย์ในนิกาย ซ้ำยังได้รับสมบัติล้ำค่ามา!” ผู้รับใช้ที่ห้อมล้อมเสิ่น อู๋เต้าอยู่นั้น ร้องะโเสียงดังด้วยความตื่นเต้นกรอกใส่ข้างหูของ เสิ่น อู๋เต้า
“โอ้ววว ....” เสิ่น อู๋เต้า ยังอยู่ในอาการตกตะลึง ร่างของเขาชาไปทั้งตัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อู่ อวี้ จะได้เป็เทพเซียนแล้ว!” ผู้รับใช้อีกคนร้องะโ
“กะ กลายเป็เทพเซียน ...” เสิ่น อู๋เต้า ทะลึ่งตัวลุกขึ้นยืน ด้วยร่างอันสั่นเทา ภายใต้ดวงตาของเขากำลังอาบท่วมไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติยินดี
" ไม่เสียชาติเกิด! ข้าไม่ต้องเสียใจที่ได้เกิดมาแล้ว!” เขาเปล่งเสียงะโ ท่ามกลางแท่น์อันว่างเปล่า
สูงขึ้นบนท้องฟ้า
“ซือตู๋ จิน ...” ฮั่ว เฉียน เห็นซือตู๋จินตัวสั่นเทาเพราะความโกรธแค้น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวปั้นยาก ทำให้นางรู้สึกเห็นใจมันไม่น้อยทีเดียว
หวัง ยี่หยาง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง มันไม่กล้าจะเปล่งคำกล่าวใดออกมาแม้แต่น้อย
เหลี่ยวมู่เซ่ จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยความไม่อยากเชื่อ พร้อมกับกล่าวว่า “เหลือเชื่อจริงๆ ข้าชักรู้สึกสนใจในตัวเขาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วสิ”
หวัง ยี่หยาง ยิ้มอย่างเ็า “ก็แค่คนชั้นต่ำคนหนึ่งเท่านั้น...ท่านช่างมีรสนิยมที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนจริงๆ”
เหลี่ยวมู่เซ่ ใช้มือป้องปาก พร้อมกับหัวเราะคิกคักออกมา แล้วกล่าวว่า “ฮิ ฮิ ข้าแค่หยอกล้อท่านเล่นน่ะ หวัง ยี่หยาง หรือว่าท่านจะหวาดกลัวต่อเขาอย่างนั้นเหรอ?”
ซือตู๋ จิน ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ปริปากพูดสิ่งใดออกมา
มันรู้สึกหน้าชา ราวกับว่าพึ่งถูกตบหน้าสองสามฉาดมาหมาด ๆ มันทั้งโกรธ ทั้งเสียหน้า เหมือนถูกย่ำยีศักดิ์ศรีจากทาสต่ำต้อย แต่ก็ไร้ซึ่งที่ระบายในความคับแค้นนี้
“นับจากนี้พวกเ้าทั้งสามสิบคน จะกลายเป็ศิษย์ของนิกายกระบี่์! พวกเ้าจงตามข้ามา” ด้านหน้าของ อู่ อวี้ มีผู้รับใช้ซึ่งผ่านการทดสอบรวมทั้งหมดสามสิบคน พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็ผู้มีวรยุทธสูงส่งอย่างแท้จริง!
ดูเหมือนว่า ซู หยานหลี่ จะกลับไปเสียแล้ว
“ท่านผู้เฒ่า โปรดรอข้าสักครู่ได้หรือไม่” อู่ อวี้ถามขึ้น
“เ้ามีเื่อันใด?” ผลงานในวันนี้ของ อู่ อวี้ โดดเด่นเป็อย่างมาก อีกทั้งซู หยานหลี่ ยังให้การสนับสนุนในตัวเขาอีก ฉะนั้นแล้วผู้เฒ่ามู่เกอจึงเฝ้าสังเกตทุกการปฏิบัติตนของเขา อย่างพินิจพิจารณา
“ข้าได้พาชายชรา ซึ่งเป็ผู้รับใช้เก่าแก่จากเทือกเขาหยานหลี่มารับชมการสอบครั้งนี้ด้วย ข้าจึงอยากจะขออนุญาตท่านผู้เฒ่า ไปหาเขาเพื่อแบกเขาลงมาได้หรือไม่”
แม้เหล่าผู้รับใช้จะเริ่มทยอยลงจากเขากันแล้ว แต่ชายชราเสิ่น อู๋เต้า ก็ยังคงนั่งรออยู่ ณ จุดเดิม เป็เพราะอู่ อวี้ ยังต้องอยู่ฟังกฎระเบียบพิธีรีตอง และ คำสั่งสอนบางอย่างจากท่านผู้เฒ่ามู่เกอต่อ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคงต้องใช้เวลานานพอสมควร จิตใจของเขาจึงร้อนรนเสมือนถูกเพลิงแผดเผา นั่นเป็เพราะความห่วงใยในชายชราอย่างที่สุด เขาไม่อยากให้ชายชราต้องนั่งรอคอยเขาเป็เวลานานเกินไป เขาจึงตัดสินใจส่งชายชราลงจากเขา แล้วไปรอเขาอยู่ที่บ้านจะดีกว่า
“ได้สิ”
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ตอบอย่างไม่แยแส
“ข้าขอบคุณท่านผู้เฒ่า!”
หลังโค้งคำนับ อู่ อวี้ รีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหา เสิ่น อู๋เต้า ที่กำลังรอคอยเขาอย่างใจจดจ่อ ดวงตาของชายชราจ้องมองร่างของ อู่ อวี้ กำลังวิ่งเข้ามาหาด้วยสายตาแทบไม่กะพริบตา
“เ้าเก่งมากๆ!” เสิ่น อู่เต้า ตบลงบนหลังของ อู่ อวี้ อย่างชื่นชมยินดี
อู่ อวี้ จ้องมองชายชราด้วยความประหลาดใจ แม้หลายอย่างจะเหมือนดั่งที่เขาวาดฝันไว้ ความสุข และ ความปีติยินดีที่ส่งผ่านออกทางใบหน้าของชายชรา มันทำให้เขาดูอ่อนเยาว์ลงหลายสิบปีเลยทีเดียว
“อู่ อวี้ ท่านผู้เฒ่าเซียนกำลังรอเ้าอยู่นะ เ้าไม่ต้องกังวลในตัวข้า ข้าจะกลับสู่เทือกเขาหยานหลี่อย่างปลอดภัย!” บนเทือกเขาสองสามลูก เหล่าบรรดาผู้รับใช้กำลังปีนป่ายกลับสู่เทือกเขาของตน
ซึ่ง อู่ อวี้ ้าความช่วยเหลือจากคนเหล่านี้!
“อู่ อวี้ เ้ารีบกลับไปเสียเถิด! เ้าอย่าพลาดโอกาส! อย่าลืมเอาสมบัติ์กลับบ้านด้วยล่ะ เอาล่ะ...ข้าจะกลับไปพร้อมกับผู้รับใช้คนอื่นๆ เอง” เสิ่น อู๋เต้า กล่าว
“ใช่แล้ว ท่านเซียนอู่! นับจากนี้ความหวังของพวกข้าเหล่าพี่น้องคงต้องฝากฝังไว้ในกำมือท่านแล้ว! เราสาบานจะดูแลลุงเสิ่นเป็อย่างดี ขอให้ท่านเซียนวางใจได้ ข้าจะพาเขากลับไปรอท่านเซียนอยู่ที่บ้าน!”
ผู้รับใช้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เหล่านี้ ล้วนมาจากดินแดนมนุษย์ พวกเขาทั้งหมดจึงรู้วิธีรับมือ และ จัดการธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็อย่างดี
เพื่อไม่เป็การเสียมารยาท เขาเองก็มิควรปล่อยให้ผู้เฒ่ามู่เกอ และ ผู้ผ่านการทดสอบคนอื่น ๆ รอคอยเขานานมากไปกว่านี้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบพยักหน้า เขาพูดคุยกับชายชราอีกเพียงสองสามคำ จากนั้นจึงขอตัวลาแล้วรีบวิ่งกลับไปหาท่านผู้เฒ่ามู่เกอให้ทันเวลา ก่อนที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอจะออกจากกลุ่มไป
“พวกเราก็กลับกันเถอะ”
กลุ่มของผู้รับใช้รวมทั้ง เสิ่น อู๋เต้า เดินทางลัดเลาะไปตามสันเขา ข้ามูเาลูกแล้วลูกเล่า แม้พวกเขาจะเหนื่อยล้าจากระยะทางอันยาวไกล แต่ทุกคนก็ร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุข ตลอดการเดินทางกลับ
“เฮ้ อี้ ยา อี้ ยา"
...............................................................................................................................