ั้แ่เล็กฉีหรูเสวี่ยก็ใช้ชีวิตและเติบโตที่อเมริกา หลังจากเรียนจบฉีชางเซิ่งผู้เป็บิดาก็มาโน้มน้าวครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงจะยอมกลับมาประเทศจีนส่วนเื่การหมั้นหมายระหว่างเธอกับเย่เทียนเฉินไม่ได้ผ่านผู้เกี่ยวข้องอย่างพวกเขาสองคน เื่ทั้งหมดมีผู้าุโตระกูลฉีและผู้าุโตระกูลเย่จัดการสถานที่ที่มีตระกูลประเภทนี้และอิทธิพลต่างๆ อยู่มากมายอย่างเมืองหลวงการแต่งงานของลูกสาวลูกชายมักจะเกิดขึ้นเพื่อการสร้างคุณูปการให้กับวงศ์ตระกูล
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเมื่อก่อนฉีหรูเสวี่ยและเย่เทียนเฉินสองคนไม่เคยพบหน้ากันเลยครั้งนี้ตระกูลฉี้าถอนหมั้นกับตระกูลเย่ บวกกับฉีหรูเสวี่ยก็กลับมาแล้วจึงให้ฉีหรูเสวี่ยตรงมายังเครือไห่หวังหลังจากที่ลงจากเครื่องบินเพื่อเซ็นหนังสือสัญญาถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉินต่อหน้า เช่นนี้ทั้งสองตระกูลก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีกทุกคนต่างก็จบลงด้วยความสงบ
“หรูเสวี่ยเื่การถอนหมั้นนั้นพ่อได้ตัดสินใจแล้ว แล้วก็จัดการให้เธอไปพบกับฉินเหิงจากตระกูลฉินแล้วด้วยรีบเซ็นสัญญาถอนหมั้นฉบับนี้กับเย่เทียนเฉินซะ เพื่อไม่ให้ตระกูลเย่มายุ่งวุ่นวายได้อีกในภายหลัง”ฉีย่ากวงรู้นิสัยของน้องสาว ั้แ่เด็กก็ดื้อรั้น ทั้งยังถูกพ่อตามใจจนเสียคน เกิดเธอไม่ยอมเซ็นชื่อยกเลิกการหมั้นหมายกับเย่เทียนเฉินจริงๆ ตนจะกลับไปชี้แจ้งกับพ่อได้อย่างไร
“ไม่เซ็นฉันจะไม่ถอนหมั้น แล้วก็ไม่ไปเจอฉินเหิงอะไรนั่นด้วย ตระกูลเย่อยากจะมายุ่งวุ่นวายก็เป็เื่ของตระกูลเย่เื่ของฉันฉันจะตัดสินใจเอง” ฉีหรูเสวี่ยกล่าวอย่างดื้อรั้น
“ฉันว่าทางที่ดีเธอควรจะทำให้มันชัดเจนนะตระกูลเย่ของฉันเองก็อยากจะถอนหมั้นกับตระกูลฉีของเธอมากเหมือนกัน ตอนนี้เธอดันที่ไม่ยอมถอนหมั้นกับฉันหรือว่าอยากจะแต่งให้กับฉันกัน? งั้นก็ขอโทษด้วยฉันไม่สนใจคนอัปลักษณ์อย่างเธอ” เย่เทียนเฉินส่ายหน้า พูดอย่างจนใจ
“นี่ เ้าคนน่ารังเกียจนายว่าใครอัปลักษณ์? นายนั่นแหละที่อัปลักษณ์ฉันจะบอกนายอย่างเป็ทางการเลยว่าฉันจะไม่ถอนหมั้นกับนายเพราะฉันไม่อยากจะไปเจอกับฉินเหิงแห่งตระกูลฉินอะไรนั่น อีกอย่างฉันอยากให้พ่อรู้ว่าเื่ของฉัน ฉันจะเป็คนตัดสินใจเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนายเลยแม้แต่นิดเดียว” ใบหน้ารูปไข่อันงดงามของฉีหรูเสวี่ยบูดบึ้งกล่าวพลางใช้ดวงตาคู่งามถลึงมองเย่เทียนเฉิน
ท่าทางของเย่เทียนเฉินทำให้ฉีหรูเสวี่ยรู้สึกโมโหจริงๆ ความสวยงามของเธอดึงดูดลูกหลานผู้ดีเป็จำนวนมากมาแต่ไหนแต่ไรเพียงแต่แม้จะมีคนตามจีบตนเองเยอะขนาดนั้น แต่กลับไม่มีใครทำให้เธอใจเต้นได้สักคนแต่คนที่กล้าบอกว่าตนเองอัปลักษณ์ มีเย่เทียนเฉินเป็คนแรกไม่ว่าผู้หญิงคนไหนต่างก็รักสวยรักงามทั้งนั้น เมื่อได้ยินผู้ชายคนหนึ่งว่าตนเองเช่นนี้ย่อมรู้สึกไม่พอใจ อยากจะประเคนหมัดให้เย่เทียนเฉินสักหลายหมัด
“ฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับเธอหรอกนะถ้าจะเซ็นก็รีบหน่อย เอาสัญญกับปากกามาให้ฉัน” เย่เทียนเฉินเดิมทีก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับฉีหรูเสวี่ยอยู่แล้วบวกกับในชีวิตก่อน ผู้หญิงที่เย่เทียนเฉินมีสัมพันธ์ด้วยล้วนแต่เป็ผู้หญิงชั้นยอดดังนั้นเขาย่อมไม่ใช่คนที่เจอสาวงามก็ทำอะไรไม่ถูก
ใครจะทราบว่า ตอนที่เย่เทียนเฉินยื่นมือออกไปหยิบหนังสือสัญญาถอนหมั้นบนโต๊ะเตรียมที่จะเซ็นชื่อลงไป
ฉีหรูเสวี่ยก็ใช้มือจับหนังสือสัญญาบนโต๊ะเอาไว้ แสยะยิ้มบนใบหน้า ด้วยท่าทางขุ่นเคืองระคนพอใจมองดูเย่เทียนเฉินอย่างชั่วร้าย แล้วกล่าวว่า “เ้าคนน่ารังเกียจ นายกล้าว่าฉันอัปลักษณ์นายอยากจะถอนหมั้นนักใช่ไหม? ฉันไม่ให้นายถอน ไม่ให้นายถอน....”
หนังสือสัญญาถอนหมั้นถูกฉีกทิ้ง เย่เทียนเฉินมองดูอย่างไร้คำพูดโดยสิ้นเชิงแต่เดิมเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเื่ถอนหมั้นอยู่แล้วอยากจะถอนหมั้นก็ถอนหมั้นไปเถอะ ใน่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินมีหญิงงามชั้นยอดตั้งมากมายในโลกนี้ทำไมจะหาหญิงงามมาเคียงข้างไม่ได้? ตอนแรกคิดว่าการถอนหมั้นเรียบร้อยดีแล้วแต่คิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูฉีหรูเสวี่ยคนนี้พอโมโหขึ้นมา ก็ทำให้เื่ทั้งหมดพัง
“หรูเสวี่ยนี่เธอ....”
หน้าผากของฉีย่ากวงมีเหงื่อเย็นไหลออกมาเป็สาย จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าการถอนหมั้นของตระกูลฉีกับตระกูลเย่ซึ่งเดิมทีเป็เื่ที่กำหนดแน่นอนแล้ว กลับพังลงเพราะความดื้อรั้นของน้องสาวต้องทราบว่าตระกูลฉีเพื่อถอนหมั้นกับตระกูลเย่ และร่วมมือกับตระกูลฉินต้องสิ้นเปลืองความคิดมากมาย และยังต้องชดเชยให้ตระกูลเย่ไปสองอย่างถ้าหากว่าน้องสาวไม่ยอมถอนหมั้น การชดเชยทั้งสองอย่างที่ตระกูลฉีมอบให้แก่ตระกูลเย่จะไม่เป็การเสียเปล่าหรอกหรือ? แม้ว่ามันจะไม่นับเป็อะไรก็เถอะแต่หากว่าตระกูลฉีไม่สามารถร่วมมือกับตระกูลฉินได้ ก็จะทำให้แผนการใหญ่ของตระกูลฉีต้องยุ่งเหยิง
“ยังไงเื่นี้ฉันจะเป็คนตัดสินใจเอง!”
ฉีหรูเสวี่ยพูดจบก็เดินออกไปจากห้องประชุมใหญ่ด้วยความขุ่นเคืองฉีย่ากวงกับเย่เทียนเฉินมองดูอย่างตกตะลึง ไม่มีใครคิดว่าความอารมณ์ร้ายของฉีหรูเสวี่ยจะนำมาซึ่งการกระทำอันไร้เหตุผลเช่นนี้ โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นของเครือไห่หวังอีกสี่คนต่างมองจนปากอ้าตาค้าง อยากจะเล่นงานเย่เทียนเฉินให้เออกจากเครือไห่หวัง ก็ถูกแก้ไขด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคอยากเห็นเื่ตลกที่เย่เทียนเฉินถูกตระกูลฉีถอนหมั้น แต่การปรากฏตัวของฉีหรูเสวี่ยกลับกลายเป็ไม่ถอนหมั้นแล้วราวกับว่าฉีหรูเสวี่ยไม่เต็มใจที่จะถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินเดินออกมาจากตึกใหญ่ของเครือไห่หวัง หาวครั้งหนึ่งเตรียมที่จะหาสถานที่ทานอาหารสักเล็กน้อยทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าด้านหลังมีคนตามมา แม้ว่าตอนนี้การตื่นของพลังพิเศษจะยังอ่อนแออยู่เพียงแค่ระดับราชัน แต่เหตุการณ์ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรรอบๆ ตัวเย่เทียนเฉินสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เย่เทียนเฉินหมุนตัวไปอย่างดุร้ายพบว่าข้างหลังมีบอดีการ์ดสวมสูทสีดำอยู่สองคนชายสองคนนี้แม้จะแสร้งทำเป็พูดคุยกัน แต่กลับมองมาทางที่ตนอยู่เป็ครั้งคราวราวกับกลัวว่าตนจะวิ่งหนีไป
ใครกันที่กำลังสะกดรอยตามเขา? แล้วเป็คนที่ใครส่งมากัน? เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว การถูกคนสะกดรอยตามไม่ใช่เื่ดีต้องระมัดระวังสักหน่อย
ในตอนที่เย่เทียนเฉินกำลังเตรียมตัวเดินเข้าไปซัดพวกที่สะกดรอยตนเองให้หมอบแล้วเค้นถามสักเล็กน้อย โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน เย่เทียนเฉินยังใช้ไม่ค่อยคุ้นมืออยู่บ้าง ใน่สิ้นโลกเพียงแค่สวมหูฟังแค่อันเดียวอยากจะติดต่อหาใครเรียกชื่อครั้งเดียวก็พอแล้ว เป็แบบที่เชื่อมต่อกันทั้งโลก
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินกดปุ่มรับสายถูกอย่างยากลำบากแล้วกล่าวถามออกไป
“คุณ คุณเป็พี่ชายของเชี่ยนเหวินใช่ไหม? เชี่ยน เชี่ยนเหวินเธอ เธอ....ฮือๆ!”ที่ปลายสายมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังขึ้น
“อะไร? เชี่ยนเหวินเป็อะไร? เธอใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ พูด ค่อยๆ พูด”ทันใดนั้นเย่เทียนเฉินใจเต้นตูมตาม มีลางสังหรณ์ไม่ดี อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเชี่ยนเหวินก็เป็ได้ในใจของเขาร้อนรนเป็อย่างมากแต่ก็ยังพยามควบคุมอารมณ์ที่แปรปรวนให้สงบลงแล้วกล่าวถาม
“ฮือๆ....เชี่ยนเชี่ยนเหวิน เธอ เธอถูกคนลักพาตัวไปแล้ว ฉันอยู่หน้าประตูโรงเรียน....”
“โอเคเธออยู่ตรงนั้นอย่าขยับไปไหน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินว่าเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็น้องถูกคนลักพาตัวเย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเครียดขึ้นมา ในใจก็เกิดไอสังหารลอยฟุ้งั้แ่เล็กจนโตเขาเอ็นดูน้องสาวของเขาเป็อย่างมาก ความรักของสองพี่น้องดีมาก การที่พี่ชายปกป้องน้องสาวก็เป็หลักการที่ไม่สามารถแปรเปลี่ยนได้อีกทั้งเมื่อได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้แล้ว เย่เทียนเฉินไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาทำให้คนที่เขารักต้องแปดเปื้อนเด็ดขาดต่อให้เป็เทพเ้า เขาก็จะฆ่าทิ้งให้หมด
ตอนที่เย่เทียนเฉินมาถึงประตูโรงเรียนมัธยมเมืองหลวงเขาพบกับเสี่ยวชิงซึ่งเป็เพื่อนสนิทของเย่เชี่ยนเหวิน เสี่ยวชิงร้องไห่กระซิกๆ รู้สึกหวาดหวั่นและสะพรึงกลัวนักเรียนหญิงคนหนึ่งไหนเลยจะเคยพบเหตุการณ์คนถูกลักพาตัวโดยเฉพาะคนที่ถูกลักพาตัวยังเป็เพื่อนที่สนิทที่สุดของตนเองอีกด้วย
“เสี่ยวชิงอย่าร้องเลย เล่าเื่ก่อนหน้านี้ให้ฉันฟังสักรอบหนึ่งก่อนรายละเอียดอะไรก็ตามอย่าละเลยเด็ดขาด” เย่เทียนเฉินกล่าวปลอบใจเสี่ยวชิง
เสี่ยวชิงสะอึกสะอื้น สงบสติอารมณ์ลงอย่างยากลำบาก กล่าวพลางสะอื้นว่า “หลังเลิกเรียน หนูกับเชี่ยนเหวินสองคนออกไปทานอาหารกลางวันนอกโรงเรียน หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ กำลังเตรียมกลับมาทบทวนบทเรียนที่โรงเรียนเชี่ยนเหวินร่าเริงมาก บอกว่าจะตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมืองหลวง เพื่อเป็หน้าเป็ตาให้กับพ่อแม่และพี่ชายใครจะรู้ ใครจะรู้....พวกเราเพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียนก็มีรถตู้คันหนึ่งพุ่งเข้ามา มีชายหลายคนลงมาจากรถ ในมือถือมีดกันอยู่ทุกคน แล้วก็จับเชี่ยนเหวินขึ้นรถหนีไป....ฮือๆ”
“คนที่พาเชี่ยนเหวินไปพูดอะไรบ้างไหม?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ค่ะ!”เสี่ยงชิงร้องไห้ ตอบพร้อมกันส่ายหน้า
เย่เทียนเฉินชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกตึงมือมากไม่ทราบว่าใครจับน้องสาวของตนไป อีกทั้งพลังรับรู้ของตนเองในตอนนี้ก็มีอาณาเขตเพียงหนึ่งร้อยเมตรถ้าหากว่าสามารถฟื้นฟูกลับสู่ขอบเขตพลังระดับพระเ้าได้ ก็จะสามารถขยายขอบเขตการรับรู้ให้กว้างมากขึ้นซึ่งบางทีอาจจะหาตัวเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็น้องพบก็เป็ได้
ตอนนี้ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของเย่เทียนเฉินก็ดังขึ้น พอดูก็พบว่าเป็เบอร์โทรศัพท์ของเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็น้องที่โทรมาเย่เทียนเฉินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนกดปุ่มรับสาย
“เย่เทียนเฉิน แกแม่งกล้ามาทำร้ายฉันเบื่อชีวิตแล้วล่ะสิท่า น้องสาวแกอยู่ในมือฉัน จะอัดจะฆ่าจะข่มขืนทั้งหมดขึ้นอยู่กับคำพูดของฉันแค่ประโยคเดียว”
“เฉินหาวฉันขอเตือนแกว่าอย่าแตะต้องน้องสาวฉัน ไม่งั้นตาย” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเข้ม
“ฮ่าๆๆๆ แกแม่งถึงตอนนี้ยังกล้ามาขู่ฉันอีกฉันเฉินหาวไม่กลัวหรอกโว้ย ถ้าหากอยากช่วยน้องสาวแกล่ะก็ มาที่โรงงานร้างในชานเมืองเขตตะวันตกมาคนเดียวล่ะ ไม่งั้นแกจะไม่ได้เจอหน้าน้องสาวแกอีก”เฉินหาวกล่าวพลางหัวเราะอย่างยโสโอหัง
“ฉัน้าคุยกับน้องสาวฉัน”
“ไม่มีปัญหายังไงแกก็ต้องตายอยู่แล้ว ให้แกฟังสักหน่อยก็แล้วกัน”
เฉินหาวเอาโทรศัพท์แนบกับใบหูของเย่เชี่ยนเหวิน ตอนนี้เย่เชี่ยนเหวินถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ตัวหนึ่งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
“พี่ พี่ อย่ามาอย่ามานะ....มันอันตราย!” เย่เชี่ยนเหวินไม่ได้คิดเลยว่าตนเองจะเป็อันตรายอะไรหรือไม่เธอแค่ไม่อยากให้เย่เทียนเฉินผู้เป็พี่ต้องมาเสี่ยงอันตราย
“เชี่ยนเหวินไม่ต้องกลัว ไม่เป็ไรหรอก มีพี่อยู่ทั้งคน” เย่เทียนเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
“พี่พี่ไม่ต้องมา มันอันตรายเกินไป กรี๊ด.....”
“เชี่ยนเหวิน....เชี่ยนเหวิน....”
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเย่เชี่ยนเหวิน ในกายของเย่เทียนเฉินมีไอสังหารพุ่งขึ้นมาั้แ่ที่เขาเกิดใหม่ที่เมืองหลวง นี่เป็ครั้งแรกที่ความโกรธถูกจุดขึ้นในร่างกายเกิดเป็ไอสังหาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในชีวิตนี้ เย่เทียนเฉินทะนุถนอมเป็อย่างมากใครที่กล้ามายุ่งกับครอบครัวของเขา เขาจะไม่ปราณีเด็ดขาด
“เย่เทียนเฉิน ฉันให้เวลาแกครึ่งชั่วโมงถ้ามาไม่ทัน น้องสาวแกคงจะต้องกลายเป็ผู้หญิงของฉันแล้วล่ะ”เฉินหาวแย่งโทรศัพท์มา ก่อนจะกล่าวอย่างดุร้ายพร้อมหัวเราะอย่างเ็า
“ถ้าแกกล้าแตะต้องน้องสาวฉันแม้แต่ปลายนิ้วล่ะก็แกตายแน่”
หลังจากวางโทรศัพท์ เย่เทียนเฉินใช้ขาเตะคนที่ขี่มอเตอร์ไซด์ข้างๆ ลงไปก่อนจะขึ้นไปขี่มอเตอร์ไซด์ ขับพุ่งไปยังโรงงานร้างชานเมืองเขตตะวันตกอย่างรวดเร็วไอสังหารในร่างกายของเขาค่อยๆ สั่นะเืขึ้นมาแล้ว