แต่…สำหรับ หมอแพรวความรู้สึกที่มีต่อหัวหน้าของเธอนั้นแตกต่างออกไป
ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าหมอและพยาบาลคนอื่น ๆเขาดูเหมือนผู้นำที่น่าเคารพ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
หากแต่ยามที่เหลือเพียงเธอกับเขาเท่านั้นแววตาที่มองลอดแว่นหนาเตอะมายังเธอนั้นกลับเปลี่ยนไป กลายเป็สายตาเ้าเล่ห์แฝงความหื่นกระหาย ริมฝีปากมักยกยิ้มบาง ๆ อย่างที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกแทะโลม
‘ไอ้หัวล้านจอมหื่น…ทำไมทุกครั้งที่ห้องเหลืออยู่กันแค่สองคน แกก็เป็แค่ไอ้เฒ่าหัวงูคนหนึ่งไม่ใช่หัวหน้าแผนกผู้เคร่งครัดอย่างที่ใคร ๆ คิด’
หมอแพรวเบือนสายตาหนีทุกครั้งแต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองจากการรับรู้ได้ว่า สายตานั้นคอยจับจ้องที่สัดส่วนสุดอึ๋มของเธออย่างไม่วางตา
ทั้งซาลาเปาสองลูกอวบโตขาวจั๊วะ้ารวมถึงสะโพกผายงอนงามด้านล่างที่บิดส่ายไปมายามเดินเยื้องย่างไปบนทางเดินในโรงพยาบาล
หมออำพลเอาแต่จ้องมองูเาไฟที่ดันอกเสื้อชุดทำงานของหมอแพรวอย่างลามกแล้วก้มลงตรวจดูเอกสารในแฟ้มรายงานอีกครั้ง แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความจริงจังเขาไล่สายตาไปตามรายละเอียดทีละบรรทัด ก่อนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
“หมอแพรว… รายงานฉบับนี้ผมยังไม่ให้ผ่านนะรายละเอียดการอ้างอิงข้อมูลสับสน มีหลายจุดที่คลาดเคลื่อน”
“คุณทำงานแบบนี้ไม่ได้ถ้าอยากขึ้นมาเป็หัวหน้าสักวัน ต้องละเอียดกว่านี้มากไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือผลงานของคุณ!”
คำพูดที่ออกมาตรงไปตรงมาและกดดันทำให้หมอแพรวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าขาวซีดลงทันที ดวงตาร้อนผ่าว หัวใจบีบรัดแน่น
“ทำไม…หัวหน้าต้องดุแพรวแรงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ”
เธอถามเสียงสั่น รับไม่ได้กับสิ่งที่เขาตำหนิ
“ทีเพื่อนหมอคนอื่น ๆ เวลาส่งรายงานผิดพลาดยังได้แค่คำบอกให้แก้… แต่พอเป็แพรว ถึงกับต้องถูกต่อว่ารุนแรงทุกครั้งเลย”
นพ.อำพลชะงักไปเขากำปากกาที่อยู่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวไม่กล้าเอ่ยความจริงที่คุกรุ่นอยู่ในอก
‘ก็เพราะเธอสำคัญสำหรับฉันต่างหากแพรว…ฉันถึงอยากเห็นเธอดีพร้อมกว่าคนอื่น ๆ’
แต่สิ่งที่เปล่งออกจากปากกลับเป็เสียงเข้ม
“คุณก็รู้ว่าตำแหน่งหัวหน้ามันไม่ใช่เื่เล็กจะทำงานพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ผมถึงต้องเข้มงวดกับคุณมากกว่าใคร”
หมอแพรวในฐานะหัวหน้าทีมแพทย์แม้หล่อนจะยังไม่ได้ดำรงค์ตำแหน่งหัวหน้าแผนกระดับาุโดังเช่นหมออำพลแต่หัวหน้าทีมก็จำเป็ต้องระมัดระวังเป็พิเศษเพื่อไม่ให้เป็ที่ติฉินนินทาได้ซึ่งจะมีผลต่อการเลื่อนขั้นต่อไปในอนาคต
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของหมอแพรวเธอเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“หัวหน้าคะ…แพรวพยายามเต็มที่แล้วจริง ๆทำไมต้องทำเหมือนแพรวไม่เก่ง ไม่ดีพอสักที?”
สิ้นคำนั้น น้ำตาก็ร่วงลงอาบแก้มนวลเธอสะบัดหน้าหนี ก่อนจะวิ่งออกจากห้องทำงานไป เสียงประตูกระแทกปิดดังก้อง
นายแพทย์อำพลนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะราวกับถูกทิ้งให้อยู่ในห้องที่ว่างเปล่า เขายกมือขึ้นกุมหน้าผาก ถอนหายใจหนัก
‘แพรว… เธอไม่รู้เลยสินะว่าทุกคำตำหนิที่ฉันพูดออกไป มันเพราะฉันชอบเธอจนเกินจะปล่อยผ่านได้’
แพทย์ชายวัยกลางคนหัวหน้าแผนกผู้มีบุตรยากเดินตามหลังเธอไปยังห้องทำงานของแพทย์สาว
‘วันนี้ฉันจะต้องคุยกับเธอให้รู้เื่สักทีหมอแพรว’
หมอแพรววิ่งกลับเข้ามาในห้องทำงานตัวเองน้ำตาไหลพราก มือเล็กปาดแก้มไปพลาง ใจยังเจ็บลึกไม่หายเพราะถูกหมออำพลดุจนเสียศูนย์
ไม่กี่อึดใจต่อมา ประตูห้องถูกผลักเปิดหมออำพลก้าวเข้ามา ไม่ลืมที่จะกดล็อคลูกบิดประตูใบหน้าขรึมดุดันเช่นเคย
“พอได้แล้วหมอแพรว… หยุดร้องไห้สักที”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยสั้น ๆก่อนเขาจะเดินเข้ามาใกล้
“ผมไม่ได้ดุคุณเพราะเกลียด แต่เพราะผมอยากให้คุณขึ้นมาแทนที่ผม…ปีหน้าผมจะย้ายไปบรรจุที่โรงพยาบาลอื่น คุณจะต้องเป็หมอที่พร้อมสำหรับตำแหน่งใหญ่นี้ที่สุด”
เสียงสะอึกสะอื้นของหญิงสาวเงียบไปทันทีดวงตาแดงก่ำเบิกกว้าง
“จริงเหรอคะหัวหน้า?”
“จริงสิ”
เขาตอบเสียงเรียบ
“แต่เธอยังต้องปรับปรุงอีกหลายอย่าง”
แพรวเม้มปาก ก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา
“แพรวยังต้องปรับตรงไหนบ้างคะหัวหน้า?”
หมออำพลก้าวเข้ามาใกล้อีก ลมหายใจร้อน ๆแทรกลงมา
เขายื่นมือแตะที่ต้นคอระหงของเธอ ลูบไล้ไปมาแล้วเริ่มลูบผ่านไปที่เนื้อขาวสะอาดตาบริเวณเนินอก ส่งผลให้ร่างเธอสั่นสะท้านจนขนลุกเกรียว
“เริ่มจากการแต่งตัว… เธอเป็หมออย่าทำตัวให้ดูยั่วยวนจนคนไข้ชายไขว้เขว”
เสียงทุ้มชัดทุกคำ
แพรวชะงักไป ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
‘ไอ้หัวล้านนี่…คิดจะสั่งสอนอะไรฉันกันแน่’
เธอบ่นในใจ อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก มือเรียวกำชายเสื้อกาวน์ไว้แน่น
“แพรวไม่เข้าใจว่าหัวหน้าหมายถึงอะไร? เพราะแพรวก็แต่งตัวตามปกติ ไม่ได้คิดจะยั่วใครสักหน่อย”
หมออำพลเดินอ้อมมาทางด้านหลังเก้าอี้ทำงานที่เธอนั่งอยู่
มือใหญ่ของหมออำพลเอื้อมาแตะอยู่ตรงต้นคอระหงอีกครั้งปลายนิ้วลากผ่านผิวเนียนบางบริเวณเนินอกอวบอิ่มอย่างช้า ๆ ราวกับตั้งใจจะทดสอบปฏิกิริยาของหมอสาว
“เราก็โต ๆ กันแล้วอย่าให้ผมต้องพูดมากอีกเลย”
“หัวหน้า…อย่ามาทำอะไรแบบนี้นะคะ”
เธอพูดเสียงสั่น ริมฝีปากเม้มแน่น ทั้งโกรธทั้งอาย แต่กลับนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
แทนที่หมออำพลจะหยุด เขากลับก้มลงเอ่ยชิดหูน้ำเสียงเ้าเล่ห์กระซิบ
“ผมต้องสั่งสอนให้คุณรู้ว่าการแต่งตัวยั่วผู้ชายมันไม่ดียังไง”
มือหนาของเขาคืบคลานลงไปเรื่อย ๆ ต่ำลงไปจากเนินอก
ล้วงลงมาที่สองเต้าอวบโตที่ซ่อนอยู่ในเสื้อชุดทำงานของหมอแพรวแล้วจึงคลึงเคล้นอย่างหนักหน่วงผ่านยกทรงผ้าซาตินเนื้อลื่น
“อ๊ะ อย่าค่ะหัวหน้า อื้อ”
หมอแพรวหลับตาปี๋แม้จะรังเกียจชายหัวล้านคนนี้จับใจแต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่อมือหยาบช้านั้นอย่างรุนแรง
กลีบดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงทำงานตัวสั้นตอดรัดตุบๆ คล้ายจะเรียกร้องอยู่ในใจให้เขาเล่นงานเธอให้หนัก
เมื่อหมออำพลเห็นว่าลูกน้องสาวไม่มีทีท่าขัดขืนจึงใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้บีบบี้หัวนมทั้งสองข้างของเธอจนมันแข็งเป็ไตสลับกับเค้นคลึงสองเต้าแบบเน้น ๆ จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกร้อนบริเวณท้องน้อย
“นมหมอแพรวทั้งใหญ่ ทั้งเต่งตึงอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลยจริง ๆ หึหึ”
หมอแพรวร้อนวูบวาบไปทั้งตัวหัวนมชี้ชันแข็งเป็ไตตอบรับััอันหยาบคายของหัวหน้าแผนก กลีบดอกไม้สีหวานค่อยๆ คายน้ำหวานออกมาจนกางเกงชั้นในจีสตริงผ้าซาตินสีดำเปียกชุ่มเป็วง
“พอเถอะค่ะหัวหน้า อย่าทำแบบนี้เลย อ้า อื้อ”
เสียงครางกระเส่าของหมอแพรวยิ่งเร้าอารมณ์ให้หมออำพลอยากจะล่วงล้ำเธอมากกว่าไปนี้ หลังจากขยำขยี้สองเต้ามหึมาของเธอจนหนำใจแล้วหมออำพลก็เดินอ้อมมานั่งคุกเข่าลงกับพื้น ตรงหน้าเก้าอี้ทำงานของเธอ
หมอแพรวหอบหายใจระรัวขาเรียวทั้งสองข้างสั่นไหวเล็กน้อยเพราะโดนความกระสันเข้าโจมตีหมออำพลยกยิ้มมุมปากแล้วรีบจัดการจับสองขาของเธอให้แยกออกจากกันโดยพลัน
เขาล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงบานสีขาวลูบไล้กลางกายสาวผ่านเนื้อผ้ากางเกงชั้นในเนื้อผ้าลื่นที่บัดนี้เปียกแฉะไปด้วยน้ำกำหนัดของเธอ
“ปากคุณบอกว่า อย่า แต่ทำไมตรงนี้คุณถึงได้เปียกแฉะซะขนาดนี้ล่ะหมอแพรว? หึหึ”
คำพูดนั้นเหมือนอ่านเธอออกอย่างหมดเปลือกแก้มเธอร้อนผ่าว ร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว เมื่อนิ้วร้ายสุดหยาบโลนของหมออำพลแหวกเอาจีสตริงออกไปด้านข้างแล้วกรีดลงไปตรงกลางกลีบดอกไม้ที่ชุ่มฉ่ำ
“ผมจะช่วยสั่งสอนคุณเอง รับรองว่าคุณต้องชอบ”
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ!
สามนิ้วใหญ่ของหมอหัวล้านกระตุกเบ็ดให้หมอสาวอย่างรุนแรงจนเสียงน้ำรักกระฉอกฟังดูลามกดีพิลึก
ส่วนนิ้วโป้งของอำพลยังคงบดบี้ที่เม็ดติ่งสีชมพูสดสวยของเธออย่างไม่วางมือจนหมอแพรวบิดกายไปมาด้วยความเสียวกระสันพร้อมกันเสียงครางหวานแ่เบา