ตอนที่5 ร้านตามใจ
แม้แต่นักเรียนที่เก่งที่สุดในโรงเรียน นักเรียนชายจากห้องหนึ่งเจียซินหลง ยังทำข้อสอบคณิตศาสตร์ได้แค่ 130 คะแนนจากคะแนนเต็ม 150 คะแนน
ภาคเช้าของการเรียนจบลงไปด้วยความโกลาหลของนักเรียนห้อง 3
เพื่อนนักเรียนจำนวนมากมารุมล้อมที่โต๊ะของซ่งเย่
“ซ่งเย่ เธอเก่งมากเลย ช่วยสอนชั้นทีได้ไหม?”นักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้ามาถามซ่งเย่ด้วยท่าทางเขินอาย
ซูฉีมองบนเล็กน้อยก่อนตอบแทนซ่งเย่ว่า “อันอันเธอต้องผ่านชั้นก่อนต่อไปชั้นจะจัดคิวให้ซ่งเย่เองอย่าลืมสิเพื่อนนักเรียนซ่งเย่เพิ่งมา
เรียนวันแรกเองนะ”
“.....” ซ่งเย่หันหน้าไปส่งสายตาขอบคุณให้ซูฉี
“ไม่เป็ไร” ซูฉีเข้าใจท่าทางของซ่งเย่เธอรู้สึกชอบใจกับพฤติกรรมเฉยเมยและไม่วุ่นวายของซ่งเย่
สายตาอิจฉาริษยาจากหรูเพ่ยเพ่ยจ้องตรงไปยังซ่งเย่
เธอรับรู้ข้อมูลบางอย่างจากเพื่อนสาวของเธอ ซ่งจูหว่าน
ซ่งจูหว่านบอกว่าซ่งเย่มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าดังนั้นเธอไม่ควรมีความสามารถในการเรียนมากขนาดนี้
นี่มันผิดจากที่คาดการณ์ไว้!
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ควรสอนให้เธอเก่งได้เช่นนี้!
“พวกเราไปทานข้าวกันเถอะ”ซูฉีเอ่ยชวนซ่งเย่ที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเป้
“มีนัดแล้วจ้ะ” ซ่งเย่หันหน้ามาบอกเสียงเบา
“อ๋อ! งั้นพรุ่งนี้พวกเราค่อยไปทานด้วยกัน”ซูฉีพยักหน้าเข้าใจ
“ตกลงจ้ะ” ซ่งเย่รับคำ
ซ่งเย่เดินถือกระเป๋าเป้ไปที่หน้าประตูโรงเรียน
ในขณะนี้พ่อของเธอมาจอดรถยนต์รออยู่ที่หน้าประตูแล้ว
“หิวข้าวไหมเย่เอ๋อร์?” ซ่งซ่านจิงถามซ่งเย่ด้วยความห่วงใย
“ยังไม่หิวค่ะ”ซ่งเย่ตอบเสียงเบาด้วยความอบอุ่นหัวใจ
ถ้าหากพ่อของเธอเข้มแข็งมากกว่านี้เขาจะเป็คนที่สมบูรณ์แบบมาก
แต่อนิจจา!
มันไม่ได้เป็เช่นนั้นเลย!
ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขามาถึงห้างสรรพสินค้ายูนิตี้ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดของเมืองกรีน
ซ่งซ่านจิงพาซ่งเย่ไปทานข้าวที่ร้านอาหารทะเลในห้าง“ร้านไห่เซียน”
บรรยากาศทานข้าวที่เงียบแต่แฝงความอบอุ่นในที
ซ่งซ่านจิงไม่ได้ชวนซ่งเย่พูดคุยแต่อย่างใด
นั่นเป็เพราะว่าเขาเหลือบมองเห็นเธอหยิบหูฟังมาสวมใส่ั้แ่นั่งในร้านแล้ว
อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกว่าความเงียบสงบปราศจากพูดคุยต่อกัน มีเพียงเสียงเคี้ยวข้าวเบาๆ
กลับสร้างความอบอุ่นและก่อเกิดสายใยของครอบครัวมากกว่านั่งทานอาหารที่บ้าน
“ถ้าลูกอิ่มแล้วพวกเราไปซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของลูกนะครับ”
ซ่งซ่านจิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองเห็นเธอเงยหน้ามองเขาและถอดหูฟังออก
“ไปธนาคารก่อนได้ไหมคะ?”ซ่งเย่จำได้ว่ามีธนาคารเปิดสาขาให้บริการในห้างสรรพสินค้า
“ได้สิครับ”เขาพยักหน้าตกลง
ซ่งซ่านจิงเรียกพนักงานมาเก็บเงินค่าอาหาร
หลังจากนั้นพวกเขาพากันเดินไปธนาคารสาขา“ธนาคารแห่งชาติ”
ด้วยการรับรองเอกสารของซ่งซ่านจิงทำให้การเปิดบัญชีธนาคารเป็ไปอย่างง่ายดาย
เธอสามารถทำธุรกรรมต่างๆด้วยตนเองได้ต่อเมื่ออายุครบ18 ปีเต็มเท่านั้น
“พวกเราซื้อโทรศัพท์ก่อนดีไหมครับ?”พ่อถามเธอเมื่อเดินผ่านร้านขายโทรศัพท์พอดี
“ได้ค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับอย่างเป็ธรรมชาติ
“สวัสดีค่ะลูกค้าสนใจโทรศัพท์แบรนด์ไหนดีคะ?”พนักงานหญิงอัธยาศัยดีคนหนึ่งเดินมาทักทายพวกเขา
“เลือกตามใจชอบเลยครับ”พ่อของเธอมอบสิทธิการเลือกให้เธอ
ซ่งเย่เดินดูโทรศัพท์หลายแบรนด์เธอจำได้ว่าไอโฟนเป็โทรศัพท์ที่ดีที่สุด
เธอหยิบขึ้นมาดูและทดสอบฟังก์ชั่นการทำงาน
พบว่าระบบการป้องกันดีในระดับหนึ่งแต่การจะดัดแปลงอะไรบางอย่างเข้าไป ทำได้ยุ่งยากมาก
สุดท้ายเธอเลือกโทรศัพท์แบรนด์ภายในประเทศเครื่องสีดำเครื่องหนึ่ง
“เอาอันนี้ค่ะ”เธอพยักหน้าเมื่อทดสอบฟังก์ชั่นต่างๆแล้วพบว่าสามารถดัดแปลงมันโดยตัวเธอเองได้ง่ายกว่า
เธอมีแผนจะดัดแปลงมันให้เชื่อมเข้ากับดาวเทียมโดยตรง
ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดักฟังหรืออื่นๆ
หลังจากได้โทรศัพท์แล้วพวกเขาไปร้านเสื้อผ้าสตรีกัน
“ลูกสามารถเลือกชุดที่ชอบได้ตามสบายเลยเอาหลายๆชุด ขอให้มีกระโปรงบ้างสักชุดสองชุดนะครับ”
พ่อบอกด้วยน้ำเสียงเป็กันเองและอบอุ่น
“โอ้โฮ!นี่ลูกสาวท่านหรือคะ?”เสียงทักจากผู้จัดการร้านหญิงวัยกลางคนดังขึ้น
“ใช่ครับ ลูกสาวผมเอง”ซ่งซ่านจิงยิ้มรับอย่างเป็ธรรมชาติ
“ลูกสาวสวยจังเลยค่ะมาจ้ะเดี๋ยวฉันจะช่วยเลือกให้เอง ชอบแบบใส่สบายหรือเน้นรูปร่างแต่รูปร่างเธอสวยมาก”เสียงชื่นชมดังมาจากผู้
จัดการร้าน
ซ่งซ่านจิงมีรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้า
ใช่เธอสวยสวยเหมือนแม่ของเธอ!
แว่บหนึ่ง เขาคิดถึงอดีตภรรยาของเขา
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะหย่าร้างกันไปแล้ว
แต่ในใจของเขาเธอเป็ภรรยาคนเดียวของเขาเท่านั้น
ซ่งเย่ใจเย็นและตามใจพ่อของเธอโดยการยินยอมลองชุดทั้งกางเกงและกระโปรงหลายชุด
ผู้จัดการร้านเห็นเธอสวมชุดไหนล้วนแต่สวยงามทุกชุด
“สวยงามมากจ้ะชุดนี้เธอใส่แล้วน่ารักบริสุทธิ์”
“น่ารัก!น่ารักเกินไปแล้ว ชุดนี้เหมาะกันเธอมากจ้ะ”
“โอ้!เหมือนเ้าหญิงเลย ชุดนี้ใส่ไปงานเลี้ยง รับรองว่าโดดเด่นสวยงามมากจ้ะ”
“ชุดยีนส์นี่ใส่แล้วเท่หล่อมากจ้ะ”
“ชุดกางเกงนี้ ดูกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วมากจ้ะ”
เธอชื่นชมครั้งแล้วครั้งเล่าซ่งเย่กระอักกระอ่วนใจพลางทำตัวไม่ถูก
ซ่งซ่านจิงหัวเราะเบาๆด้วยความชอบใจ“เอาทุกชุดที่เธอลองครับ”
เขาปลื้มใจที่เห็นลูกสาวตนเองมีความสวยงามเธอดูใจเย็นไม่โวยวาย แตกต่างจากวัยรุ่นวัยเดียวกัน
ซ่งเย่ถอนหายใจเบาๆกับความเห่อในลูกสาวของพ่อ
แต่เธอก็เข้าใจได้ว่าเขาคงรอคอยการกลับมาของเธอตลอดเวลา
เธอจึงคืนความโปรดปรานเล็กน้อยให้เขากลับไป
“ลูกอยากได้อะไรอีกไหมครับ?”พ่อถามอย่างใจดี
“ไปดูร้านนั้นค่ะ”ซ่งเย่้าปรับแต่งโทรศัพท์ของเธอ
เธอจึงชี้นิ้วมือไปทางร้านที่จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ซ่งเย่สอบถามถึงอุปกรณ์สำคัญบางอย่างกับพนักงานของร้าน
พวกเขาส่ายหัวและตอบว่าไม่มีมันเป็อุปกรณ์ควบคุมของกองทัพและรัฐบาล
ซ่งเย่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ลูกมีอะไร้าอีกไหมครับ?”พ่อถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซ่งเย่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจเธอตอบว่า “ไม่มีค่ะ”
“งั้นพวกเรากลับบ้านกันครับ”ซ่งซ่านจิงบอกเสียงเบากับลูก
แว่บหนึ่งในความคิดในตอนนี้เขามีลูกสาวที่น่ารักและสวยงามแล้ว
เขาควรซื้อบ้านของตนเองและย้ายออกไปอยู่ด้วยกันเฉพาะครอบครัวของพวกเขาดีไหม?
บางทีภรรยาของเขาอาจตัดสินใจให้อภัยเขาใช่ไหม?
ซ่งซ่านจิงมีความฮึกเหิมเกิดขึ้นในใจเงียบๆ
ขณะที่พวกเขากำลังขับรถกลับบ้านและต้องผ่านหน้าโรงเรียน
ทันใดนั้นซ่งเย่พลันเหลือบเห็นร้านชื่อแปลกตาร้านหนึ่ง“ร้านตามใจ”
มันอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่200 เมตรเท่านั้น
เธอรีบบอกพ่อทันที“พ่อคะ ช่วยจอดตรงนี้สักครู่ได้ไหมคะ?”
“เอี๊ยด”เสียงเบรกห้ามล้อกะทันหันดังขึ้น
ในเวลานี้ซ่งซ่านจิงใและดีใจที่เธอเรียกเขาว่า“พ่อ”
เมื่อเขาจอดรถ ซ่งเย่เปิดประตูก้าวเท้าออกไปและเดินตรงไปยังร้านตามใจทันที
ซ่งซ่านจิงนิ่งอึ้งชั่วครู่
ก่อนจะทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของลูกสาวตนเอง
“แค่เธอเรียกฉันว่าพ่อมันก็ดีนักหนาแล้ว” เขายิ้มกว้างและส่ายหัวให้ตนเอง
ซ่งเย่หยุดยืนหน้าร้านครู่หนึ่งเธอกำลังแปลกใจที่พบว่ามันเป็ร้านแปลกๆ มีข้าวของน้อยมาก
เหมือนว่าเป็ร้านเปิดใหม่แต่ก็เหมือนไม่ใช่
ซ่งเย่ลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเปิดประตูเดินเข้าไปในร้าน
เธอมองเห็นชายหนุ่มท่าทางเหมือนเด็กเนิร์ดคนหนึ่งกำลังยืนจัดของเข้าชั้นวาง
เธอจึงเดินเข้าไปถามเขา“คุณมีตัวแปลงสัญญาณ X ไหมคะ?”
หลี่ซูเต๋อที่กำลังจัดของและหันหลังให้ซ่งเย่เขาแปลกใจกับคำถามของเธอจึงหันหลังกลับมา
ทันใดนั้นเขามือสั่นตื่นเต้นที่ได้พบกับเด็กสาวที่สวยงาม
“เอ๊!เดี๋ยวไปถามเ้า..... เถ้าแก่ก่อนนะครับ”หลี่ซูเต๋อตอบตะกุกตะกักและเขินอายกับความสวยงามตรงหน้า
เขาวิ่งตรงเข้าไปในด้านหลังร้าน
ซ่งเย่หยุดยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงง
ด้านหลังร้านในห้องแอร์เย็นฉ่ำมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน3 เครื่อง พวกมันเป็รุ่นทันสมัยและราคาแพงที่สุด
หลิวเย่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังจ้องไปที่หน้าจอหนึ่งซึ่งมีหน้าต่างย่อย9 ช่อง
มันเป็ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด
เขากำลังจ้องมองภาพของซ่งเย่สาวสวยที่เดินเข้ามาในร้านและถามหาอุปกรณ์สำคัญบางอย่าง
หลิวเย่หรี่ตาลงมองและมีรอยยิ้มที่มุมปากแววตาเป็ประกายด้วยความสนใจใคร่รู้
“เ้านายเ้านาย มีคน้าตัวแปลงสัญญาณ X ครับ”หลี่ซูเต๋อบอกเ้านายด้วยเสียงกังวลใจ
“แล้วไง?”หลิวเย่ถามอย่างี้เี เขาเท้าคางด้านหนึ่งมองพฤติกรรมของซ่งเย่ผ่านหน้าจอ
ซ่งเย่เหลือบมองเห็นกล้องวงจรปิดภายในร้านที่ติดไว้มุม้า
มันมีขนาดเล็กมากเท่าหัวปากกาเธอจ้องมองด้วยความสนใจที่พบว่ามันมีความทันสมัยมากกว่าที่พบเห็นภายนอก
“น่ารักจริง!”หลิวเย่แย้มยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจและหัวใจเต้นแรงคล้ายเกิดความรู้สึกตกหลุมรักเมื่อแรกพบ
หลี่ซูเต๋อมองหน้าเ้านายสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์
เขาแทบเข่าทรุดทันที
เ้านายที่มักจะเ็ากับทุกคนโดยเฉพาะกับผู้หญิง
แต่ในตอนนี้ดูสิเ้านายยิ้มให้กับผู้หญิงคนหนึ่งผ่านกล้องวงจรปิด
ถ้าเขาไปบอกในกลุ่มแชทลับคงไม่มีใครเชื่อเขาแน่นอน
“ก็บอกไปสิว่ามีแต่พรุ่งนี้เช้าค่อยมาเอา”
หลิวเย่หันหน้ามามองหลี่ซูเต๋อและตอบกลับเสียงเรียบใบหน้าเ็าเหมือนเดิม
“รับทราบครับ”หลี่ซูเต๋อตัวสั่นด้วยความกลัวทันที ออร่าเ้านายกลับมาเ็าอีกแล้วเขาคร่ำครวญในใจเงียบๆ
ซ่งเย่กำลังเอียงคอสังเกตกล้องวงจรปิดอยู่
หลี่ซูเต๋อรีบเดินเข้ามาบอกซ่งเย่ว่า“มีอยู่ครับ แต่ของจะรับได้วันพรุ่งนี้เช้า”
ซ่งเย่พยักหน้ารับทราบและถามต่อ“ราคาล่ะคะ?”
หลี่ซูเต๋ออึกอักเล็กน้อยและตอบโดยไหวพริบทันที“ไม่แพงหรอกครับ”
เขานึกถึงท่าทางแปลกๆของเ้านายจึงตอบไป
“ขอบคุณค่ะ”เธอรับคำเบาๆ แล้วหันหลังเดินออกจากร้านไปทันที
เมื่อซงเย่เดินออกจากหน้าร้านเธอไม่เห็นว่าหลิวเย่เดินออกมาทางหลังร้านและมองตามแผ่นหลังของเธอไป
แววตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นและมีความสุขลึกๆปรากฏภายในใจของเขา
หลิวเย่แปลกใจตนเองที่พบว่าเขาสนใจสาวน้อยคนนั้นเป็อย่างมาก
ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนใดเลยไม่ว่าพวกเธอเ่าั้จะสวยงามน่ารักหรือฉลาดเพียงใดก็ตาม
หัวใจที่สั่นไหวและเต้นแรงปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากความเงียบเหงาเดียวดาย
“พรุ่งนี้เราค่อยเจอกันนะเสี่ยวกู้เหนี่ยง(สาวน้อย)”
หลี่ซูเต๋อที่ยืนข้างๆหลิวเย่เขาขนลุกทั่วตัวทันทีพลางคิดในใจ “โอ้ นี่ใช่เ้านายของเขาหรือไม่?”
ซ่งเย่เดินกลับมาขึ้นรถที่พ่อเธอจอดรอรับ
“ซื้ออะไรหรือลูก?”พ่อแปลกใจที่พบว่าเธอลงไปเหมือนจะซื้อของแต่ไม่มีถุงสินค้ากลับมา
“ของมาพรุ่งนี้ค่ะ”ซ่งเย่ตอบกลับเบาๆ เธอไม่ได้บอกว่าซื้ออะไร
เธอคิดในใจ“ในเมื่อบอกว่าไม่แพง มันก็คงไม่แพง แต่ไม่เป็ไร คืนนี้จะโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว”
ตอนเย็นพวกเขานั่งทานอาหารด้วยกันในวิลล่า
ซ่งซ่านเจ๋อกล่าวขึ้นหลังจากที่ทุกคนทานข้าวกันใกล้จะอิ่มแล้ว“นี่อาจิง ช่วยโอนเงินให้พี่ด้วยนะสักสองล้าน”
เขาไปเล่นการพนันและเ้าหนี้เร่งรัดให้คืนเงินยืมโดยเร็วจึงต้องบอกน้องชายในวันนี้
“แกไปเล่นอีกแล้วหรือ?”เสียงของชายชราซ่งซ่านโจวดังขึ้นด้วยความโมโห
“ไม่ครับพ่อ พอดีผมไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนแต่่นี้เงินหมุนเวียนติดขัดเล็กน้อย ผมเลยจะช่วยเขาน่ะครับ”
ซ่งซ่านเจ๋อรีบแก้ตัวพัลวัน
“ในเมื่ออาเจ๋อมีใจอยากทำธุรกิจก็อย่าเข้มงวดนักเลยน่าตาแก่” เสียงของหญิงชราเว่ยผิงเอ่ยขัดสามีของเธอทันที
“ใช่แล้วครับแม่ผมต้องพัฒนาตัวเอง จะได้มาช่วยน้องชายบริหารบริษัทของพวกเราครับ”
ซ่งซ่านเจ๋อพยักหน้ารับรัวเร็ว
ซ่งเย่ที่ได้ยินคำพูดของพวกเขาเธอก้มหน้าทานผลไม้ต่อโดยไม่สนใจแต่อย่างใด
“ถ้าอยากช่วยงานของบริษัทจริงๆให้อาจิงหาตำแหน่งให้เขาแล้วกัน”
ชายชรายังกังวลใจหากลูกชายตนไปทำธุรกิจกับคนอื่น
เขาจึงตัดสินใจให้เขามาอยู่ใกล้ตัวดีกว่าอย่างน้อยสามารถเฝ้าดูพฤติกรรมของเขาได้ใกล้ชิด
“ไม่ได้หรอกครับพ่องานกำลังจะก้าวไปด้วยดี ถ้าผมออกมาแบบนี้ เพื่อนผมจะว่าอย่างไรครับ?”
ซ่านเจ๋อรู้สึกตัวว่าจะถูกควบคุมเขารีบหาข้อแก้ตัวทันที
“นั่นสิ ให้ลูกลองทำกับเพื่อนไปสักระยะก่อนถ้ายังไงกลับมาทำบริษัทของเราทีหลังก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร?”
หญิงชราที่รักลูกลำเอียงยังคงเข้าข้างซ่านเจ๋อเช่นเคย
“เฮ้อ!ผมอย่างไรก็ได้ครับ” ซ่งซ่านจิงพูดห้ามทัพ
“รอดูไปก่อนแล้วกัน”สุดท้ายชายชราก็ยอมแพ้
“อาจิงอย่าลืมโอนเงินให้พี่นะ” ซ่างเจ๋อรีบพูดเร่งรัดน้องชายตนเอง
“ได้ครับเดี๋ยวบอกให้แผนกการเงินจัดการให้ครับ”ซ่งซ่านจิงส่ายหน้าให้กับการตามใจพี่ชายของพ่อแม่
“พ่อแม่คะหว่านเอ๋อร์จะได้เป็ตัวแทนแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศและโอลิมปิกของโรงเรียนค่ะ”
ไป๋จูซีเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ของสามีตนคลี่คลายไปแล้ว
จึงเอ่ยเื่น่ายินดีของลูกสาวตนเองพลางเหลือบไปมองซ่งเย่คล้ายดูแคลน
“หว่านเอ๋อร์ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังเลยเก่งจริงๆ” เว่ยผิงเอ่ยชมด้วยแววตาภาคภูมิใจและกล่าวเหน็บซ่งเย่ว่า
“ไม่เหมือนใครบางคนลูกกำพร้าที่ไม่รู้จะมีอะไรดีบ้างไหม?”
“แม่ครับซ่งเย่ก็เป็หลานพวกเราเหมือนกันนะครับ” ซ่งซ่านจิงเอ่ยขัดขึ้นมาอย่างเหลือทน
ซ่งเย่รำคาญบรรยากาศเช่นนี้เธอจึงพูดขัดการสนทนาอันเคร่งเครียดนั่น “อิ่มแล้วค่ะ”
และไม่รอให้ใครกล่าวอะไรอีกเธอเดินตรงไปบันไดแล้วก้าวเดินขึ้นไปบนห้องทันที
“เห็นไหม?แม้แต่มารยาทที่ดีที่ควรมียังทำไม่เป็เลย” เว่ยผิงบ่นเสียงดังด้วยความขุ่นเคือง
“เฮ้อ!ช่างเถอะ เธออาจยังไม่คุ้นเคย” ชายชราถอนหายใจและเอ่ยอย่างเป็กลาง
ในตอนนี้ซ่งเย่เดินเข้าห้องและเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที
เธอไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่ห้องทานอาหารนั้นอีก
ใครจะได้ไปร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก?
พรุ่งนี้เธอทำแบบทดสอบกับอาจารย์อู๋ผลทดสอบออกมา เดี๋ยวก็จะรู้ว่าใครกันแน่ที่จะได้ไปร่วมแข่งขันนั้น?
ซ่งเย่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
นี่แค่เพิ่งจะเริ่มต้นเล่นสนุกกับพวกเขาเอง!
อย่างเพิ่งเหนื่อยเสียก่อนล่ะ!
ซ่งเย่ทำการแฮ็คระบบธนาคารแล้วโอนเงินที่ถูกค้างท่อไว้100 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าบัญชีเสมือนที่สร้างไว้
มันผูกเข้ากับบัญชีธนาคารที่เธอเพิ่งจะเปิดวันนี้
นั่นเป็เงินประมาณ600 ล้านหยวน
ด้วยเงินจำนวนนี้เธอสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง
จากนั้นซ่งเย่เรียนรู้กายวิภาคศาสตร์ต่อทันที
ในตอนนี้เธอเรียนรู้บทที่หนึ่งของความรู้ด้านการแพทย์เรียบร้อยแล้ว
นั่นคือโครงสร้างของร่างกายระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ
..........
รุ่งเช้า 04.00น.
ซ่งเย่ตื่นนอนเวลาเดิมและแต่งตัวไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ
เธอวิ่งผ่านวิลล่าหลังหนึ่งซึ่งเมื่อวานนี้มันว่างเปล่าไม่มีคนอยู่
แต่วันนี้ปรากฏว่ามันคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งนัก
เธอไม่ได้สนใจอะไรมากนักและวิ่งตรงไปยังสวนสาธารณะทันที
ขณะกำลังวิ่งอบอุ่นร่างกายรอบสวนสาธารณะนั้น
พลันมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา เขาสูงเกือบ 190 เิเ
วิ่งมาใกล้ๆเธอและเอ่ยทักทายเธอด้วยความประหลาดใจว่า“สวัสดีครับ บ้านเธออยู่แถวนี้หรือ?”
หลิวเย่แปลกใจที่พบสาวน้อยคนงามเขารีบเข้ามาทักทายเธอทันที
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่เหล่มองเขาแว่บหนึ่งและไม่ได้สนใจอะไรอีก
“ขอวิ่งไปด้วยกันกับเธอได้ไหมครับ?”หลิวเย่ยังไม่ยอมแพ้ ปกติที่ผ่านมาจะมีแต่หญิงสาววิ่งเข้าหาเขา
แต่งานนี้เขาดูเหมือนต้องวิ่งเข้าหาเธอแทนเธอดูไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย
“.....”ซ่งเย่ไม่ได้ตอบอะไร
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมาวุ่นวายด้วยอยากวิ่งก็วิ่งไปสิ สวนสาธารณะไม่ใช่ของเธอคนเดียว
พวกเขาทั้งสองคนวิ่งคู่กันไปชายหญิงชราและคนที่มาออกกำลังกายแถวนั้นต่างพากันเหลียวมองด้วยความสนใจ
ชายหนุ่มหล่อเหลาและหญิงสาวสวยงามช่างเป็คู่ที่สมบูรณ์แบบเสียจริง
เมื่อวิ่งได้สิบรอบซ่งเย่เดินไปทางใต้ต้นไม้ใหญ่เช่นเดิม
หลิวเย่เดินตามเธอไปอย่างเป็ธรรมชาติเขาสนใจว่าเธอจะทำอะไรต่อไป?
ซ่งเย่เริ่มต้นฝึกท่ามาตรฐาน“ซาเซิน” โดยไม่ได้สนใจหลิวเย่