ตอนที่5
ข้าวตา
ลา ลา ลา เสียงเพลงจากโทรศัพท์ดัง“ใครโทรมานะดึกป่านนี้แล้ว” จอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
จอย : ฮัลโหล แม่ว่าไง
แม่ :จอยแม่มีเื่รบกวนแม่โทรหาพยาบาลที่ดูแลยายไม่ติดเลย ไม่รู้ว่าไปไหนกลัวยายจะเป็อะไร แวะไปดูให้แม่หน่อยสิ
จอย : พรุ่งนี้ได้มั๊ยแม่เที่ยงคืนกว่าแล้วจะออกไปยังไง รถก็ไม่มีขับ
แม่ : นั่งแท็กซี่ไปหน่อยสิเดี๋ยวแม่ออกค่ารถให้
จอย : พรุ่งนี้แล้วกันแม่เดี๋ยวไปดูให้แต่เช้า (วางหูทันที)
จอยรู้สึกรำคาญมากที่แม่บอกให้ไปดูยายตอนนี้“พยาบาลก็คงแค่หลับแหละ ป่านนี้แล้วใครจะมาคอยรับโทรศัพท์ตลอดเวลา”จอยคิดอย่างนั้นและเข้านอนโดยไม่สนใจอะไร จนเช้าแม่โทรมาอีกครั้ง
แม่ : จอยยายล้มในห้องน้ำนะตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล
จอยใมากและรีบไปหายายที่โรงพยาบาลทันทีตอนที่นั่งรถไป จอยก็รู้สึกผิดมากที่ไม่ยอมไปดูยายเมื่อคืน
จอย : ยายเป็ไรมากมั๊ยแม่
แม่ : หมอบอกว่าไม่เป็ไรมากเพราะไม่ได้เอาหัวลง แต่ข้อเท้าแพลง เดินไม่ได้หลายวันเลยแหละมีรอยช้ำตามตัวนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีส่วนไหนหัก
จอย : (เข้าไปกอดยาย) ยายไม่เป็ไรนะยาย(ร้องไห้)
ยาย : ฉันไม่เป็ไรหรอกแกอย่าลืมเอาข้าวไปให้ตานะ ป่านนี้หิวแล้ว
ไม่รู้ว่ายายจำไม่ได้ว่าตาตายไปแล้วรึเปล่า หรือว่าทำเพราะคิดถึงตาแต่ทุกวันตอนเช้ายายจะเอาข้าวไปให้ตาในห้องพระที่เก็บกระดูกตาไว้และก็พูดคุยกับรูปตาทุกวัน ตาเสียมาได้ 5 ปีแล้วยายต้องอยู่บ้านคนเดียว และอีก 2 ปีถัดมาแม่หย่ากับพ่อ จอยก็ออกจากบ้านไปพักที่อื่นแม่ก็เลยกลับไปอยู่บ้านกับยาย แต่เมื่อปีที่แล้วแม่มีแฟนใหม่แม่จึงย้ายออกไปทิ้งให้ยายอยู่บ้านคนเดียวอีกครั้ง่แรกก็แวะมาดูบ้างเพราะยายยังแข็งแรง ่หลังยายเริ่มมีอาการหลงลืมแม่เลยจ้างพยาบาลมาคอยดูแล และเมื่อคืนพยาบาลก็หายไปเฉยๆ ไม่ได้โทรมาลา หรือบอกว่าจะไปไหนปล่อยให้ยายอยู่บ้านคนเดียว ยายเดินเข้าห้องน้ำเลยล้มเพื่อนบ้านเป็คนไปช่วยเพราะได้ยินเสียงยายร้องะโให้ช่วย
3วันถัดมาหมออนุญาตให้พายายกลับบ้านได้ แม่กับจอยจึงไปรับยายกลับบ้านห้องนอนยายอยู่ข้างล่าง เพราะเดินขึ้นบันไดไม่ไหว บ้านยายเป็บ้านเก่า หลังใหญ่ชั้นบนมีห้องนอนถึง 4 ห้อง บรรยากาศมีต้นไม้ร่มรื่นแต่จอยกลับไม่ชอบบ้านหลังนี้เลย ตอนเป็เด็กจอยเคยมาเยี่ยมยายบ้างและจอยรู้สึกว่าบรรยากาศในบ้านมันดูพิศวงชอบกล จอยจึงไม่ค่อยอยากมาที่บ้านนี้อีก
แม่ :จอยแม่คงต้องให้จอยอยู่กับยายสักสองสามวันนะ แม่หาคนใหม่มาดูยายไม่ได้เลย
จอยรู้สึกผิดที่ไม่มาดูยายั้แ่แรกจึงรับปากแม่ว่าจะมาดูยายให้เธอกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้ามานอนค้างบ้านยาย จอยเดินเข้ามาในห้องหายาย
จอย : ยายไม่เป็ไรนะ จอยมาอยู่กับยายแล้วถ้ายายเจ็บตรงไหนเรียกจอยเลยนะ
ยาย : จอย ยายขออย่างหนึ่งนะห้องตรงหน้าบันไดชั้น 2 ห้ามเปิดเข้าไปเด็ดขาด
ได้ยินเช่นนั้นจอยก็กลัวขึ้นมาทันทีในห้องนั้นมีอะไรทำไมยายต้องห้าม หรือว่าจะเป็......คิดไปสยองไปพาลให้กลางคืนนอนไม่หลับ จอยเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อน
จอย : อีแตน กูนอนไม่หลับอ่ะมึง
แตน : เป็ไรอีกหล่ะ แปลกที่ก็งี้แหละไปนอนบ้านยายนิ
จอย : ก็ยายกูมาชวนหลอนบอกว่าห้องตรงบันไดชั้น 2 ห้ามเปิด
“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
จอย : แค่นี้ก่อนนะมึง สงสัยยายจะเรียก
จอยเดินลงไปชั้น 1 เพราะคิดว่ายายเรียกแต่พอเดินเข้าไปในห้อง ยายกลับหลับอยู่ “เอาแล้วมึง กูจะโดนแล้วเหรอเนี้ย”จอยวิ่งขึ้นชั้น 2 ผ่านห้องที่ว่าไปอย่างรวดเร็ว
จอย : อีแตน มึงกูโดนแล้ว
แตน : โดนอะไรมึง
จอย : ก็เสียงเมื่อกี้อ่ะไม่ใช่ยายกูอ่ะดิ แกนอนหลับแล้วอ่ะ
แตน : บ้านข้างๆป่าว
จอย : อีบ้าบ้านห่างกันตั้งเยอะจะไปได้ยินเสียงเคาะบ้านเขาได้ไง
แตน : ใจเย็นๆมึงลมพัดกิ่งไม้ฟาดกำแพงบ้านมันก็ดังได้ มึงคิดมากไปรึเปล่าแค่เสียงดังนิดๆหน่อยๆเอง
จอยพยายามคิดตามที่แตนว่าไม่สนใจเสียงต่างๆที่ดัง แต่พอกลางดึก ก็เริ่มมีเสียงแปลกๆมากขึ้นจอยได้ยินเสียงคนร้องไห้ เป็เสียงผู้หญิงเหมือนเธอเอามือปิดปากตัวเองไว้ตอนร้องไห้ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน จอยคิดว่าไม่ไหวแล้วรีบเดินลงไปด้านล่าง เอาผ้าห่มไปด้วย จอยลงไปนอนกับยายในห้องเพราะเธอรู้สึกกลัวมากแต่ก็นอนไม่หลับทั้งคืน และเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบโทรหาแม่
จอย : แม่จอยไม่อยู่แล้วนะบ้านนี้มันมีผีนะแม่
แม่ : ใจเย็นๆจอยแม่อยู่มาตั้งนานไม่เห็นมีอะไรเลย
จอย : ตอนแม่มันไม่มี แต่ตอนนี้มันมีแล้วแม่รีบมาเลยนะ จอยจะกลับแล้ว
แม่ : แม่อยู่ต่างจังหวัดนะจอยกลับเดี๋ยวนี้เลยไม่ได้หรอก กว่าจะจองรถจองเครื่องอีกเดี๋ยวแม่จะรีบไปให้เร็วที่สุด จอยอยู่กับยายก่อนนะ ทิ้งแกไว้คนเดียวแบบนี้ไมได้ใครจะป้อนข้าวป้อนน้ำแก
จอยต้องจำใจอยู่กับยายต่อเพราะถึงจะกลัวแต่ก็ไม่กล้าทิ้งยายไป ในตอนเช้าจอยทำข้าวมาให้ยายกินที่ห้อง
ยาย : เอาข้าวให้ตากินรึยัง
จอย : ยายนั้นแหละที่ยังไม่ได้กินข้าวตาหน่ะไม่ต้องห่วงเขาหรอก
จอยไม่รู้ทำไมยายถึงได้ห่วงเื่เอาข้าวให้ตานักเธออยากให้ยายสบายใจก็เลยเอาข้าวไปให้ตาในห้องพระที่เก็บกระดูกตาไว้ แต่จอยก็รู้สึกหลอนๆเพราะห้องพระดันอยู่ติดกับห้องเ้าปัญหานั่นโชคดีที่แม่โทรมาพอดี จอยเลยวางข้าวไว้ที่หน้าห้อง ไม่ได้เอาเข้าไปให้ตา จอยเคยเห็นตาแค่ไม่กี่ครั้งที่กลับมาบ้านไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันมากนัก แต่ตาเป็คนดุมาก และยายก็ต้องเชื่อฟังตาเสมอแม้แต่แม่เองก็ยังไม่ค่อยอยากคุยกับตา จอยชวนแตนมานอนด้วยกันเพราะคืนนี้แม่ยังกลับมาไม่ทัน ตอนเย็นหลังจากพายายกินข้าวและก็เช็ดตัวให้ยายเสร็จทั้งคู่ก็มานอนดูทีวีกันอยู่ด้านล่าง
แตน : บ้านยายมึงใหญ่มากเลยนะถ้ารีโนเวทสักหน่อยกูว่าสวยเลยอ่ะ
จอย : มีผีนะมึง
แตน : อีบ้า สมัยนี้แล้วผีเผออะไรกันมึงก็กลัวไม่เข้าเื่
จอย :ก็มึงไม่เคยเจอก็พูดได้ ลองมาเจอเหมือนกูมั๊ยหล่ะ
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึกเสียงเหมือนมีคนวิ่งอยู่บนบ้าน จอยกับแตนที่นั่งกินขนมอยู่หน้าทีวี ถึงกับอ้าปากค้างได้แต่มองหน้ากันไม่กล้าพูดอะไร ตึก ตึก ตึก เสียงคนเหมือนกำลังเดินลงบันไดมาทั้งคู่กรี๊ดและโผเข้ากอดกันด้วยความใ
จอย : กูบอกมึงแล้วเป็ไง
แตน : นิมันเพิ่ง 2 ทุ่มเองนะมึงจะมาไรเร็วปานนั้น
ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าดังมากขึ้น จอยทำอะไรไม่ถูกดึงมือแตนวิ่งเข้าห้องยายไม่รู้ว่าอะไรถึงทำให้คิดว่าห้องยายจะปลอดภัยแค่รู้สึกว่ามันไม่กล้าเข้าห้องยายเท่านั้น เสียงดังทำให้ยายตื่นขึ้นมายายหันไปมองหน้าแตน แล้วก็จู่ๆยายก็โมโห
ยาย : อีเมียน้อย มึงมาทำไม ออกไป!(ยายพยายามลุกขึ้น)
จอย : ไม่ใช่นะยาย อันนี้เพื่อนจอยเอง
จอยรีบวิ่งไปพยุงยายไว้ไม่ให้แกรีบลุกมากเกินไปเดี๋ยวแกจะล้ม“ออกไป ออกไป อีเมียน้อย” ยายไม่ยอมให้แตนอยู่ในห้อง
จอย : แตนมึงออกไปก่อน
แตน : กูไม่ออกกูกลัวอีคนที่วิ่งลงมาจากบันได
ยายได้ยินที่แตนบอกว่ามีคนที่วิ่งลงจากบันได้ยายก็เงียบทันที ล้มตัวลงนอนและร้องไห้ จอยงงกับอาการของยาย จอยปลอบใจยาย“ไม่เป็ไรนะยาย” ยายร้องไห้สักพักก็หลับไปจอยกับแตนนั่งอยู่ในห้องยายไม่กล้าออกไปน่าแปลกมากที่อยู่ในห้องยายกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ปัญหามันก็เกิด
แตน : กูปวดฉี่หว่ะ
จอย : อดทนดิมึง ห้องน้ำอยู่ข้างนอก
แตน : ทำไมมึงไม่ทำให้น้ำในห้องยายวะยายมึงต้องเดินออกไปเช้าข้างนอกแบบนี้ไงถึงได้ล้ม
จอย : กูจะรู้ได้ไง กูไม่ได้เป็คนสร้าง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งใจอยรีบรับโทรศัพท์
จอย : แม่ว่าไง
แม่ : จอยแม่กำลังไปนะลูก นั่งเครื่องมาอีก 3 ชั่วโมงก็น่าจะถึง จอยอยู่ในห้องยายอย่าออกไปไหนนะ
จอย : ทำไมหรอแม่ มีอะไรเหรอทำไมถึงให้อยู่ในห้องยาย
แม่ : อยู่ในห้องนั้นจะปลอดภัยเดี๋ยวแม่รีบไปไม่ต้องถามเยอะ
คำพูดแม่ทำให้จอยยิ่งใ มีอะไรอยู่ในห้องชั้น 2นั้นเหรอ เสียงแปลกๆที่ได้ยินที่เสียงคนเดิน เสียงเคาะประตู เสียงร้องไห้เป็เสียงใครกัน ในขณะที่จอยกำลังคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นแตนก็เดินไปเดินมาเหมือนหาอะไรบางอย่าง
จอย : ทำอะไรมึง
แตน : หาที่เยี่ยวอะดิ จะราดอยู่แล้วเนี้ย
จอย : (นึกขึ้นได้ว่ามีโถฉี่ยายอยู่)ใส่นี้มั๊ยมึง (หยิบโถฉี่มาให้แตน)
แตน : อี....... ไม่อยากจะด่า
จอย : อ่าว ไม่เอาเหรอ รึว่าไม่ปวดแล้ว
แตน : เอาดิ ไม่บอกกูให้เร็วกว่านี้กูจะราดแระ
แตนเอาโถฉี่ยายไปใช้ปลดทุกข์แต่ยังไม่ได้ถอดกางเกงเลย ก็มีเสียงดังขึ้นอีก “ปั๊ง”เสียงเหมือนใครปิดประตูอย่างแรง ด้วยความใทำให้แตนฉี่ราดแตนกลัวเอามือปิดหูและนั่งลง “สาธุ สาธุ กลัวแล้วจ้าอย่าทำอะไรลูกเลยไม่ได้เป็คนบ้านนี้มีอยู่เป็เพื่อนเฉยๆ ช่วยมองผ่านไปด้วยเถอะเ้าค่ะ”แตนนั่งภาวนาขอร้องผี จอยรีบโทรกลับหาแม่ทันที
จอย : แม่แย่แล้วมีเสียงเหมือนใครอยู่ข้างบนเลย
แม่ : ล็อคประตูไว้เดี๋ยวแม่โทรเรียกตำรวจให้ ดูยายให้ดีๆด้วย
จอยทำตามคำสั่งแม่ ล็อคประตูอย่างแ่าและรอให้ตำรวจมาช่วย ทั้งคู่นั่งจับมือกันที่หน้าเตียงยาย
เกือบชั่วโมงกว่าตำรวจจะมาเสียงไซเรนรถตำรวจทำให้จอยกับแตนใจชื้นขึ้นมาทันทีทั้งคู่รอให้ตำรวจเข้ามาในบ้านก่อนที่จะเปิดประตูออกจากห้องไป
ตำรวจ : มีคนแจ้งมาว่าในบ้านมีโจรเหรอครับ
จอย : เอิ่ม ไม่แน่ใจว่าโจรรึเปล่าคะมีเสียงดังมาจากห้องตรงบันไดชั้น2
ตำรวจ : ขออนุญาตเข้าตรวจค้นนะครับ
จอย : ได้ค่ะ
ตำรวจเดินขึ้นไปและพยายามเปิดประตูห้องนั้นแต่เปิดไม่ได้ จึงได้พังประตูเข้าไป และพวกเขาถึงกับใเพราะเจอศพของผู้หญิงคนหนึ่งนอนตายอยู่ในห้อง เหมือนกับตายมาหลายวันแล้วเพราะศพเริ่มอืดแล้ว
ตำรวจ : เจอศพผู้หญิงคนหนึ่งครับพวกคุณรู้จักเธอมั๊ย
จอยกับแตนได้แต่หลับตาและส่ายหน้าไม่กล้ามองศพปอเต็กตึ้งมาห่อศพและนำร่างของเธอออกไป พอดีกับที่แม่มาถึง ตำรวจก็สอบปากคำแม่จอยและแตนอีกครั้ง ตำรวจรอจนเช้าเพื่อสอบถามยายยายได้แต่พูดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็เมียน้อย ซึ่งจริงๆแล้วผู้หญิงคนนั้นคือพินพยาบาลที่คอยดูแลยายมาตลอด
แม่เล่าให้ฟังว่ากลับไปที่บ้านต่างจังหวัดของพินเพราะสร้อยทองของยายหายไป แม่คิดว่าพินเป็คนขโมยและหนีไปเลยลองตามกลับไปที่บ้านต่างจังหวัดแต่พอถามญาติของพินก็รู้ว่าเธอไม่ได้กลับมาที่บ้านและจู่ๆแฟนของพินก็ติดต่อมาบอกว่าติดต่อพินไม่ได้หลายวันแล้วไม่รู้ว่าพินไปไหนแม่เริ่มเอ๊ะใจคิดว่าพินอาจกลับไปยกเค้าที่บ้านยายก็ได้เพราะเธออาจรู้ว่ายายมีทองเก็บไว้อีกหลายเส้น ในห้องนั้นยายเก็บทรัพย์สินไว้มากมายทั้งสร้อยทอง แหวนเพชร เป็ของที่ตาซื้อไว้ให้ยายั้แ่สมัยยังสาวยายหวงของพวกนี้มาก จะเก็บไว้ที่ห้องนั้นและล็อคประตูอย่างแ่ามีแต่แม่เท่านั้นที่มีกุญแจห้องนั้น พินสงสัยว่าห้องนั้นเป็ห้องอะไรเธอจึงแอบกลับมาดู เธอคงปีนฝ้าขึ้นไปเพราะไม่มีกุญแจเข้าห้อง และคงพลัดตกลงมาคอหักตายอยู่ในห้อง ตำรวจก็สันนิฐานเหมือนที่แม่คิดเพราะดูจากหน้าต่างและประตูที่ปิดล็อคอย่างดีแล้วมีแค่ฝ้าเท่านั้นที่จะปีนเข้ามาได้จากห้องข้างๆและที่ฝ้าก็มีรูขนาดใหญ่อยู่ หลังจากให้ปากคำกันเสร็จ แม่ขับรถไปส่งแตนที่บ้านและไปส่งจอยที่คอนโด ทั้งคู่หลับเป็ตายจนถึง 2 ทุ่มของอีกวัน จอยโทรหาแตน
จอย :แตนมึงว่าที่เราได้ยินหน่ะเสียงผู้หญิงคนนั้นป่าววะ
แตน : มึงอย่าชวนกูคิด พอแล้วเดี๋ยวกูนอนไม่หลับ
จอย :กูสงสัยแค่ทำไมยายถึงคิดว่าคนนั้นเป็เมียน้อย
แตน : หรือจริงๆเขาเป็
จอย :เมียน้อยใครหล่ะมึงตากูตายไปหลายปีแล้ว
แตน : หรือว่าไอ้ที่ได้ยินเป็เสียงตามึง
จอย : ตากูเขาจะมาหลอกกูทำไมหล่ะมึง
แตน : ก็มึงไม่เอาข้าวให้เขากินนิ
จอยนึกขึ้นได้ว่าวันนั้นไม่ได้เอาข้าวเข้าไปให้แกกินเพราะเกิดเื่ซะก่อนเลยคิดว่าวันไหนจะแวะไปหายายและซื้อของไปไหว้ตาอีกทีแล้วจู่ๆ......ก็มีเสียงดังขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก จอยเหลือบไปที่ประตูห้อง
“จอย……ข้าวตาหล่ะ”