พายุฝนภายนอกโหมกระหน่ำสาดซัดบานกระจกจนสั่นสะท้าน ทว่าอุณหภูมิภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิรันกลับร้อนรุ่มประหนึ่งเตาเผาที่กำลังคุโชน ลลินหลับตาลงน้อมรับความพ่ายแพ้ของสติปัญญาเบื้องหน้าสัญชาตญาณทางกาย มือเรียวสวยที่เคยใช้พลิกหน้ากระดาษกฎหมายบัดนี้โอบรอบลำคอแกร่งของลูกความหนุ่ม ดึงรั้งเขาลงมาแลกเปลี่ยนรสจูบอันลึกซึ้งและป่าเถื่อนขึ้นเรื่อยๆ
คิรันคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อกำแพงน้ำแข็งของทนายสาวพังทลายลงอย่างราบคาบ มือหนาเอื้อมลงไปรูดซิปกระโปรงของเธอออกอย่างรวดเร็วทว่าแ่เบาราวกับนักมายากลผู้ชำนาญ ก่อนจะดึงรั้งอาภรณ์ชิ้นล่างรวมถึงกางเกงชั้นในตัวจิ๋วให้หลุดพ้นเรียวขางาม ลลินสั่นสะท้านเมื่อร่างกายถูกโอบอุ้ม ผิวกายเปลือยเปล่าัักับความเย็นของกระแสลมพายุที่เล็ดลอดเข้ามา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากร่างกายแกร่งของคิรันที่ทาบทับลงมาทันทีเมื่อเขาโยนเสื้อผ้าตัวเองทิ้งไปในความมืด
"คุณทนายลลินคนเก่ง..." คิรันกระซิบเสียงพร่า ััอุ่นร้อนลูบไล้ผิวเนื้อนวล ปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาจนลลินต้องบิดกายเร่าด้วยความสั่นสะท้าน "รู้ตัวไหมครับว่าร่างกายของคุณไม่ได้เ็าเหมือนคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด..."
"อย่าพูด..." ลลินกระซิบห้ามประท้วงด้วยหัวใจที่เต้นรัวสับสน
ทว่าคิรันกลับยิ้มบางเบาในความมืด นิ้วมือเรียวยาวของเขาขยับไล้แ่เบา ััถึงความฉ่ำชื้นและหยาดน้ำหวานใสที่เอ่อล้นตอบรับอารมณ์รัก คิรันกดเน้นััอ่อนโยนเพื่อปลุกความ้าที่ซ่อนอยู่ภายใน ร่างบางสะดุ้งสุดตัวและหลุดเสียงครางหวานออกมาอย่างลืมตัว มือเรียวจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มแน่นจนเกิดรอยแดงระเรื่อ
"อ๊าส์... คุณคิรัน..."
"ร่างกายของคุณอบอุ่นและต้อนรับััของผมดีเหลือเกินครับลลิน อุ่นซ่านไปหมดแล้ว" คิรันกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่ที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์รักที่อัดแน่น เขาโน้มใบหน้าลงมาขบเม้มปทุมถันคู่สวยอย่างอ่อนโยนสลับกับความหนักหน่วง ปลุกเร้าความซ่านสยิวจนลลินต้องแอ่นอกรับรสัั ร่างกายบิดเร่าด้วยความวาบหวามอันแสนรัญจวนใจ
"ขยับ... เข้ามาเถอะค่ะ... ลลินไม่ไหวแล้ว..." ลลินอ้อนวอนอย่างลืมความถือดีในตัว ทั้งที่ยังไม่รู้แน่ว่าชายผู้นี้คือผู้บริสุทธิ์หรือฆาตกรตัวร้าย แต่แรงขับทางเพศและความปรารถนาอันรุนแรงกลับครอบงำจิตใต้สำนึกของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
คิรันยิ้มอย่างพึงใจในความมืด แววตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความ้าของเธอราวกับจะมองทะลุความมืด "อยากให้ผมขยับเข้าไปงั้นเหรอครับ? อ้อนวอนผมสิครับลลิน... เรียกชื่อเล่นของผมสิครับคนดี"
"รัน... พี่รัน... ช่วยลลินด้วยค่ะ..." ลลินเอ่ยปากเรียกชื่อเขาด้วยความรู้สึกวาบหวามปนสยิวเมื่อปลายนิ้วของเขาแกล้งขยับเย้าในกายสาวอันแสนอบอุ่นเพื่อปูทางให้เขาก้าวเข้ามา
"น่ารักมากครับลลิน..." คิรันกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ ก่อนจะขยับกายแกร่งอุ่นร้อนทาบทับลงมา คิรันค่อยๆ กดสะโพกสอบสอดประสานความอุ่นร้อนของเขากับความอ่อนนุ่มอ่อนหวานของเธออย่างช้าๆ ทว่าหนักแน่นลึกซึ้ง
"อ๊าส์...! อึดอัด..." ลลินเบิกตากว้าง ความอัดแน่นลึกซึ้งทำให้น้ำตารื้นออกมาตามหางตา ร่างกายเกร็งรับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาลึกล้ำสั่นคลอนความรู้สึก
"ชู่... เด็กดี อย่าเกร็งครับ ปล่อยตัวตามสบายนะ..." คิรันปลอบประโลมพลางกดจูบที่หน้าผากและเปลือกตาชื้นน้ำตาของเธอช้าๆ สะโพกหนายังคงกดสอดประสานตัวตนเข้ามาอย่างมั่นคงจนร่างกายแนบสนิทไร้ช่องว่างใดๆ ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านสะท้านไปทั่วช่องทางแคบจนเขาต้องครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านสะใจ
"ลลิน... ร่างกายของคุณแน่นมาก โอบรัดจนผมแทบคลั่งแล้ว" ชายหนุ่มพูดเสียงพร่ากระเส่า ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบเป็จังหวะรักช้าๆ ทว่าหนักแน่นลึกซึ้งในทุกท่วงท่าัั
เมื่อความอึดอัดเริ่มจางหายและถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนใจอันลึกซึ้ง ลลินก็เริ่มขยับกายตอบรับตามสัญชาตญาณความ้า คิรันเร่งจังหวะสะโพกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วและร้อนแรงยิ่งขึ้น ท่วงทำนองรักที่สอดประสานดำเนินไปพร้อมกับเสียงฝนที่สาดซัดหน้าต่างอย่างดุเดือด คลื่นความเร่าร้อนพัดผ่านร่างทั้งสองเป็ระลอกจนลลินต้องครางแ่เสียงสั่นพร่า
"อ๊าส์! รัน... ลึกไป... แรงไปแล้วค่ะ อื้อ..." ร่างบางโยกคลอนไปตามแรงส่งของชายหนุ่ม ปล่อยใจไปกับท่วงทำนองสวาทอันเปี่ยมล้นท่ามกลางพายุร้าย
"แรงกว่านี้ก็ยังได้ครับลลิน... บอกผมสิว่าคุณชอบไหม? รู้สึกดีกับตัวตนของผมไหม?" คิรันกระซิบถามอย่างเย้ายวนพลางเคลื่อนไหวสะโพกเน้นย้ำน้ำหนักเข้าใส่กายสาวอย่างลึกซึ้ง ความเป็ทนายความผู้สุขุมนุ่มลึกของลลินพังทลายไม่เหลือชิ้นดี มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมจำนนภายใต้ร่างแกร่งของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยปริศนา
"ชอบ... ชอบค่ะ... แรงอีก... อ๊ะๆๆ!" ลลินร้องบอกเสียงกระเส่า ร่างกายสั่นคลอนหัวสมองขาวโพลน คิรันโน้มตัวลงมาจูบปิดปากเพื่อซับเสียงครางอันหวานล้ำ ขณะที่สะโพกยังคงขับเคลื่อนสอดประสานในจังหวะรักอันเร่าเร้าดั่งพายุร้ายที่ไม่ยอมหยุดยั้ง
ท่วงทำนองเสน่หาดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและยาวนาน ทุกตารางนิ้วของการััเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและอ่อนหวาน คิรันขยับโยกไหวสะโพกเพื่อมอบความสุขสมให้แก่ลลินระรัวครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งแรงปะทุทางอารมณ์พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด คิรันประคองร่างบางให้กระชับเข้ามาแแ่ยิ่งขึ้น ก่อนจะขยับสะโพกสอดรัวจังหวะรักสิบครั้งสุดท้ายอย่างรวดเร็วและล้ำลึก
"ลลิน... พร้อมกันนะครับคนดี..." คิรันคำรามเสียงพร่าต่ำ ขยับสะโพกเน้นย้ำจังหวะสุดท้าย
"อ๊าส์... รัน! กรี๊ดดด..." ลลินกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายสั่นเกร็งระรัวลอยล่องไปกับความสุขสมสุดยอดที่ะเิออกทันที กายสาวบีบรัดตัวตนของเขาอย่างหนักหน่วง คิรันเคลื่อนไหวััอุ่นซ่านเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเกร็งกายปล่อยหยาดอารมณ์อุ่นซ่านลึกซึ้งเข้าสู่กายสาวจนหมดเปลือก ทั้งสองร่างนอนกอดก่ายกันแ่า หอบหายใจรุนแรงคลอกับเสียงพายุฝนภายนอกที่เริ่มสงบลงช้าๆ
ผ่านไปเนิ่นนาน ท่ามกลางความมืดสลัวและหยาดฝนที่เริ่มซาลง
สายฟ้าแปลบปลาบภายนอกเริ่มห่างออกไป และในที่สุด แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนบนเพดานห้องก็สว่างวาบขึ้นมาทันที ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว
แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้ลลินได้สติทันที เธอมองดูสภาพตัวเองและคิรันที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนโซฟา ทั้งคู่รีบผละออกจากกันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความเป็ทางการและกำแพงส่วนตัวที่เคยมีถูกสร้างกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลลินรีบคว้าเสื้อผ้าของเธอขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายและสับสนเป็ที่สุดกับสิ่งที่เพิ่งกระทำลงไป
คิรันเองก็หยิบเชิ้ตมาสวมอย่างรวดเร็ว ทว่าเขายังคงรักษาท่าทีสงบและสุภาพไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แววตาของเขาจ้องมองลลินด้วยความอ่อนโยนและปนความกังวลใจ "ลลิน... ผมขอโทษถ้าทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น... มันมาจากใจจริงของผมนะครับ"
"กรุณาเรียกฉันว่าทนายลลินเถอะค่ะ" ลลินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามปรับน้ำเสียงให้เ็าที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนและสับสนในหัวใจ "เื่ที่เกิดขึ้น... ขอให้คิดซะว่าเป็อุบัติเหตุ และมันจะไม่มีผลต่อรูปคดีค่ะ"
เธอจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เรียบร้อยอย่างเร่งรีบ ก่อนจะเอื้อมมือไปเก็บเอกสารบนโต๊ะ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปถ่ายเก่าๆ บานหนึ่งที่ตั้งอยู่บนชั้นวางหนังสือไม้ด้านหลังคิรัน
ในรูปนั้นเป็ภาพของคิรันในวัยหนุ่มยืนถ่ายคู่กับชายอีกคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขามาก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของลลินมากที่สุดไม่ใช่คนในรูป แต่เป็ "สัญลักษณ์" ลายสลักไม้รูปนกฮูกคาบกิ่งมะกอกที่อยู่บนมุมกรอบรูปไม้เก่าๆ นั้น...
มันคือสัญลักษณ์แบบเดียวกันเป๊ะกับรอยสักลึกลับที่พบบนร่างกายของเหยื่อรายแรก! รอยสักที่ตำรวจสรุปว่าเป็สัญลักษณ์ของลัทธิมืดบางอย่าง แต่ไม่เคยหาที่มาที่ไปได้เลยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ลลินรู้สึกเหมือนเืในกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันที หัวใจร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด เธอมองคิรันสลับกับกรอบรูปนั้นด้วยความหวาดระแวงอันแรงกล้าที่ตีกลับเข้ามาครอบงำจิตใจอีกครั้ง ความเร่าร้อนอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความหนาวเหน็บลึกเข้าไปในกระดูกทันที
เธอรีบยัดเอกสารคดีเข้ากระเป๋าและหันหลังเตรียมจะหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
"คุณลลินครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับ?" คิรันถามด้วยความสงสัย สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธออย่างชัดเจน
"ไม่มีอะไรค่ะ... ฉันขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้ฉันจะติดต่อมาใหม่เื่คดี" ลลินพูดรัวเร็วแทบไม่เป็ภาษา เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงานตรงไปยังประตูหน้าคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รอฟังคำทัดทานหรือคำอธิบายใดๆ จากปากของชายหนุ่ม
เธอวิ่งฝ่าละอองฝนที่เริ่มซาลงไปขึ้นรถซีดาน สตาร์ทเครื่องยนต์และเหยียบคันเร่งออกไปจากคฤหาสน์หลังนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึกราวกับกลองรบ
‘เขาคือฆาตกรจริงๆ หรือเปล่า? หรือเขาจงใจให้เธอเห็นภาพนั้น? หรือว่า... มีใครบางคนกำลังรอจังหวะนี้อยู่คอยจัดฉากทุกอย่างเพื่อลากเธอเข้าไปในเกมฆาตกรรมนี้ด้วยกันแน่!’ ลลินคิดอย่างบ้าคลั่งในความมืดที่ปกคลุมรอบตัวรถ โดยหารู้ไม่ว่าที่กระจกมองหลังของรถที่ห่างออกไป... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอจากมุมมืดของคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นจับจิต