ผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิแวมไพร์

    จดหมายสำคัญ

    "ถ้าอย่างนั้นก็พอดีเลยให้พี่สาวไปแทนฉันก็ได้ เซบาสเตียนพาเธอไปที"
    "เดี๋ยว เมญ่านี่น้องคิดจะทำอะไร"
    "ท่านอีธาน มาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของพี่สาวแน่ๆเลย พี่ไปเถอะ ถึงเวลาที่จะแสดงจุดยืนในฐานะผู้นำตระกูลคนปัจจุบันออกมา"
    เมญ่าปิดทางที่โนอาห์คิดหนีรอดออกไปจนหมดแล้วผลักเข้าไปเผชิญหน้ากับอีธานโดยตรง อีธานคนนี้ยิ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ชอบหยอกล้อกับสาวสวยที่เขาชอบพอด้วยแค่คิดเธอก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาแล้ว
    “นายหญิงโนอาห์ โปรดตามกระผมมาทางนี้ครับ”
    สุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเลือกต้องเดินตามเซบาสเตียนไปแต่โดยดี ทำไมเธอต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะเดิมทีแล้วข้างในของเธอก็เคยเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วจะต้องมาทำตัวเป็นเลดี้ที่ดีให้คนที่คุ้นเคยได้ดูอีก เธออยากจะบ้าตายไปตรงนี้จริงๆ
    ......
    ต้องบอกสิ่งที่ควรรู้ก่อน จักรวรรดิแห่งนี้มีชื่อว่า จักรวรรดิเอลโซเนียตั้งอยู่ใจกลางของแผนที่โลกมีดินแดนที่แยกย่อยออกไปอีกกว่าสิบสองดินแดนในเขตปกครอง ในแต่ละดินแดนก็จะแยกเมืองออกไปอีกแปดเมืองใหญ่ สิบหกเมืองเล็ก
    ส่วนดินแดนที่ฉันอาศัยอยู่นั้นมีชื่อว่า ดินแดนซาราโกเซีย เมืองที่ตั้งของคฤหาสน์ที่ตอนนี้มีสถานะกำลังที่จะถูกเหล่าญาติๆฮุบทรัพย์สินไปคือเมืองใหญ่ที่มีชื่อว่า เมืองเมอร์ส
    อีธานชื่อเต็มๆของเขาคือ อีธาน ฟรานซิส เขายังเป็นชายที่ถูกขนานนามว่าเป็นวีรบุรุษแห่งเมอร์สส่วนฉายาได้มายังไงนั้นก็ตอนนั้นอีธานแสดงฝีมือด้านอาวุธคันธนูวิญญาณที่พัฒนาความสามารถมาจากยอดฝีมือที่แข็งแกร่งสังหารมังกรระดับกลางได้ คนที่จะทำแบบนั้นได้ต้องเป็นคนที่ต้องเป็นผู้มีความสามารถในระดับหนึ่งจึงจะสามารถทำได้ทำให้เมืองเมอร์สสรรเสริญยกย่องเขา
    สมัยตอนที่เธอยังเป็นผู้กล้าอยู่นั้นเขาก็ได้เป็นถึงผู้ช่วยของเธอนั่นทำให้เธอรู้จักเขาดีอยู่แล้ว เธอถึงได้ไม่อยากไปเจอเขาเลยแม้แต่น้อย แต่จะให้ทำยังไงได้ละก็เมญ่าน้องสาวของเธอขอมาแบบนี้
    “ถึงแล้วครับนายหญิงโนอาห์”
    เซบาสเตียนเปิดประตูเตรียมทางเดินไว้ให้โนอาห์
    โนอาห์ก้าวเข้าไปในห้องรับแขกที่มีชายคนหนึ่งที่รูปร่างหน้าหล่อ บุคลิกท่าทางดูสง่า สามารถครอบครองหัวใจของหญิงสาวได้ในครั้งแรกที่พบเจอ แต่นั่นไม่ได้ทำให้โนอาห์หวั่นไหวแม้แต่น้อยนั่นก็เพราะเธอเคยเป็นผู้ชายมาก่อนและก็ไม่ใช่พวกผิดเพศ
    อีธานหันไปมองยังโนอาห์ที่กำลังเดินเข้ามาพริบตาแรกความงดงามราวกับเทพธิดาก็สะกดอีธานเอาไว้ อีธานจ้องมองโนอาห์อย่างไม่คาดสายตา หัวใจของเขาตอนนี้กำลังเต้นอย่างรุนแรง ผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาอยากจะจริงจังด้วยปรากฏตัวออกมาแล้ว
    อีธานเริ่มทำตัวไม่ถูกเขาลุกขึ้นมาพยายามสะกดข่มอารมณ์ดีใจอย่างบ้าคลั่งของตนเองเอาไว้เขามาในครั้งนี้ไม่ขาดทุน ไม่ขาดทุนเลย เป้าหมายของเขาปรากฏตัวออกมาแล้วที่เหลือก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามทางของมันเอง
    “ไม่ทราบว่า เลดี้ท่านนี้...”
    “ท่านอีธาน นี่คือนายหญิงของกระผมเอง”
    “หืม!.....”
    อีธานถึงกับตกตะลึงพ่อบ้านที่เข้มงวดคนนั้นกล้าเรียก “นายหญิง” ที่มีเพียงคนที่มีตำแหน่งเป็นภรรยาของผู้นำตระกูล หรือไม่ก็เป็นผู้นำตระกูลเสียเอง และสุดท้ายมีศักดิ์เป็นอดีตตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับผู้นำตระกูล
    “เสียมารยาทซะแล้วสิ ดิฉัน โนอาห์ อาราเซีย ไอเซนต์ เป็นผู้นำตระกูล คินซ์ลี่ย์ คนปัจจุบัน”
    โนอาห์พูดแล้วยิ้มแย้มออกมาเล่นเอาหัวใจของอีธานเต้นแรงมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
    “กระผมเองก็เสียมารยาทซะแล้วสิที่ทำให้ผู้นำตระกูลออกมาด้วยตัวเองแบบนี้ กระผม อีธาน ฟรานซิส เรียกกระผมว่า อีธาน ได้เลยครับ”
    “เชิญนั่งลงก่อนเถอะ ตามสบายได้เลยที่นี่ต้อนรับแขกเป็นกันเองอยู่แล้ว”
    "ฮ่า ฮ่า นั่นสินะครับกระผมคงตื่นเต้นไปหน่อย"
    สายตาที่มองมามันน่ารังเกียจแปลกๆทำให้เธอรู้ได้เลยว่าตอนนี้อีธานกำลังคิดไม่ดีกับเธออยู่แต่จะให้แสดงออกมากคงไม่ได้เพราะต้องรักษาภาพพจน์ของตนเองเอาไว้ให้ดีเมื่อไหร่ที่ทวงของคืนมาได้เมื่อนั้นเธอก็ก็จะเอาคืนอย่างเต็มที่
    "ต้องขออภัยด้วยจริงๆวันนี้น้องสาวของดิฉันรู้สึกไม่ค่อยดีจึงทำให้มาพบท่านอีธานด้วยตัวเองไม่ได้"
    "ส่วนตัวกระผมไม่มีปัญหาอะไรเลยครับการที่มาวันนี้ก็เพื่อมาพบ เอ่อ...กับชายคนนั้น แต่ดูเหมือนเขาจะส่งมอบตำแหน่งให้ท่านที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันแล้วสินะครับ"
    เมื่อคำพูดของที่พูดไปยิงตรงไปยังโนอาห์เธอไม่โต้ตอบอะไรมีเพียงแต่ยิ้มกลับมา ทำให้อีธานแทบจะบ้าคลั่งไปตรงนั้น นี่มันสุดยอดหญิงที่เขาตามหามาโดยตลอด การโต้ตอบคำถามก็ทำได้ถูกจังหวะ การวางตัว ทุกอย่างไร้ที่ติ เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาเธอมาเป็นของตนเองให้ได้
    โนอาห์ที่ทนสายตาที่แทะโลมของอีธานไม่ไหวก็รีบเปิดประเด็นขึ้นมา
    “ท่านอีธาน เรื่องที่ท่านมาที่นี่ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่ด้วยเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะ?”
    “ฮ่า ฮ่า นั่นสินะครับพูดคุยกันมานานไม่ได้เข้าเรื่องสักทีต้องขออภัยจริงๆ ยังดีที่เขาคนนั้นส่งมอบตำแหน่งมาให้กับท่านแล้วผมก็เลยโล่งใจขึ้นมาหน่อย กระผมมาด้วยเรื่องนี้ครับ”
    อีธานยื่นจดหมายบางอย่างที่ประทับโดยประมุขของดินแดนมาให้กับโนอาห์ เธอยื่นมือรับมันก่อนที่จะค่อยๆเปิดมันออกมาอย่างช้าๆ แล้วดึงกระดาษที่อยู่ข้างในออกมา อ่านตัวอักษรที่อยู่บนกระดาษทุกตัวอักษรจนอ่านเนื้อหาทั้งหมดที่อยู่บนกระดาษเสร็จถ้าเป็นเธอที่นั่งอยู่คนเดียวอาจร้องโวยวายออกมาแล้วแต่นี่อยู่ต่อหน้าอีธานจะทำแบบนั้นไม่ได้ เธอก็ทำได้แค่ยิ้มออกมาแล้วเก็บจดหมายเข้าไปในซองเหมือนเดิม
    “งานเลี้ยงที่ว่าจะเริ่มขึ้นมาเมื่อไหร่เหรอคะ?”
    “ไม่นานหรอกครับอีกห้าวันต่อจากนี้นี่เอง”
    โนอาห์ลุกขึ้นพร้อมกับแสดงความขอบคุณก่อนจะพูดขึ้น
    “งานนี้มันสำคัญมากสำหรับดิฉันยังไงก็ต้องขอบคุณท่านอีธานมากเลยนะคะ”
    อีธานเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ลุกขึ้นเหมือนกัน
    “ท่านไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ครับ กระผมมาที่นี่ด้วยใจ”
    “ท่านอีธานมาด้วยเรื่องนี้เรื่องเดียวใช่ไหมคะ”
    “ใช่แล้วครับ......”
    อีธานที่กำลังตอบรับพร้อมกับกำลังที่จะพยายามยื้อเวลาในการพูดคุยออกไปโนอาห์ก็พูดตัดบทขึ้นมาในทันที
    “ถ้าเช่นนั้นทางดิฉันก็ต้องขอตัวก่อน เซบาสเตียน เดินไปส่งท่านอีธานกลับอย่างปลอดภัยด้วย”
    โนอาห์เดินออกไปจากห้องในทันทีหลังพูดจบ
    ส่วนเซบาสเตียนก็เดินเข้ามาหาอีธานจากนั้นก็พูดขึ้น
    “เชิญท่านอีธานตามมาได้เลยครับ”
    อีธานเลือกที่จะเดินตามไปด้วยดี วันนี้ตัวเขาโดนปฏิเสธทางอ้อมจากโนอาห์แต่เขาเชื่อว่าอีกไม่นานโนอาห์จะต้องเปิดใจให้กับเขามากกว่านี้หลังจากนั้นเขาก็จะเดินหน้าเต็มที่ทำให้เธอหลงเขาจนขาดเขาไปไม่ได้แค่ความคิดของอีธานก็ทำให้เขาเบิกบานใจได้ขนาดนี้ถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันต้องเยี่ยมมากแน่ๆ
    . .

    .