"คาซิม คาซิม"
"ใครหน่ะ นั่นเสียงใคร ใครกำลังเรียกเราอยู่"
ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น จากฉากมืดมิดในประสาทการมองเห็น ค่อยๆสว่างขึ้นมาเป็ภาพ เขากระพริบตาหรี่เมื่อแสงแรกััเข้ากับดวงเนตร ภาพขาวมัวค่อยๆปรับชัดขึ้นมาตามลำดับ หญิงสาวผมยาวสีทองถือถ้วยอาหารร้อนนั่งอยู่ข้างๆเตียงของเขา เธอจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความเป็ห่วง นั่นคือภาพแรกหลังจากลืมตาที่เขาได้พบ
"อลิเบล เป็เ้าเอง"
ชายหนุ่มผมขาวพยุงตัวขึ้นนั่ง ขมวดหน้าเล็กน้อยเอามือจับหลังประคองเพราะรู้สึกเจ็บในจังหวะขยับตัว เตียงเดี่ยวสีขาวพร้อมผ้าคลุมและหมอนขนาดเล็กสำหรับ1คนนอน ถูกตั้งภายในเต็นท์สีเขียวขี้ม้าทึบแสง ในห้องนั้นเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ สำหรับการดำรงชีพจำนวนหนึ่ง ทั้งเขาและเธอนั่งอยู่ในบริเวณเตียงด้วยกันทั้งคู่
"เอานี่ทานอะไรซักหน่อยเถอะ จะได้กินยา"
หญิงสาวตักอาหารป้อนใส่ปากเขา เธอเป่าช้อนก่อนเพื่อลดอุณหภูมิก่อนส่งให้
"แล้วนี่จมูกกับแผลที่หลังของเ้าเป็ยังไงบ้าง"
ชายหนุ่มถามขณะเคี้ยว อลิเบลหลบตาเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นาแตรงใบหน้าที่ปิดด้วยผ้าสมาน
"ก็ดีขึ้นมาก แต่ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย โชคดีที่แผลไม่ลึกตอนแรกข้านึกว่าจะได้ตายจริงๆซะแล้ว นี่ยังขนลุกไม่หายเลย"
เธอตอบก่อนส่งช้อนเขาปากเขาอีกคำ ชายหนุ่มเหลือบมองไปรอบๆเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง
"ลีโอไปไหนซะละ" เขาถาม
"เห็นบอกว่าจะออกไปตามพวกลูกน้องที่แตกกระจายกันหนี ไปั้แ่เมื่อวานแล้ว พอกลับมาถึงเ้าก็สลบไป ลีโอกลัวว่าพอเ้าฟื้นขึ้นมาและรู้ข่าวว่ามีคนหลบหนีออกจากกองโจรเรา เ้าจะตามฆ่าพวกมันทั้งหมด"
"เฮ้ออ สภาพข้าเป็แบบนี้จะไปวิ่งเตะใครเขาได้อีก ช่างมันเถอะรอบนี้ข้าจะไม่โทษใครที่หนีไปทั้งนั้น ก็มันช่วยไม่ได้จริงๆนี่น่า พวกนั้นเองก็คงไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้เข้า จะหนีไปมันก็ไม่แปลกหรอก"
หลังพูดจบชายหนุ่มเฝ้าสังเกตอาการของหญิงสาวอยู่สักพัก เธอทำเป็ไม่สนใจเหตุผลของเขาเพราะกำลังเขิลอาย
"นี่อลิเบล"
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมจับมือหล่อน จ้องมองหน้าในระยะประชิด หญิงสาวสะดุ้งหน้าแดงก่ำ มือสั่นระริก เบี่ยงสายตาหลบไม่กล้าสบมอง
"ข้าต้องขอโทษพวกเ้าจริงๆ ที่ครั้งนี้ส่งไปปล้นจนได้รับาเ็สาหัตกลับมา"
"มะ ไม่เป็ไรหรอก ยะ อย่าคิดมากเลย ใครมันจะไปรู้ว่ากองขบวนสินค้านั่นจะมีปีศาจแบบนั้นติดอยู่ด้วย ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก"
อลิเบลพยายามให้เหตุผล คาซิมถึงกับสลดเมื่อได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าเขาเปลี่ยนไปดูจริงจังขึ้นมาเมื่อพูดถึงเื่ของศัตรู ปล่อยมือเธอแล้วหันหน้าหนีมานั่งทบทวนเหตุการณ์ที่พ่ายแพ้ รองเท้าเหล็กรูปัที่ตั้งอยู่ด้านข้างเตียงเองก็ดูชำรุดไปบ้างเพราะพลังจากการสวนโจมตีของอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพการต่อสู้ครั้งสุดท้ายยังคงตามหลอกหลอนเขาจนถึงตอนนี้ นี่คงเป็ครั้งแรกที่รู้สึกหวาดกลัวกับการต่อสู้ของเขา
"หมอนั่น ตัวอันตรายแบบนั้น...หากใครคิดเข้าไปหาเื่ด้วย ต่อให้มีกี่ชีวิต ก็ไม่เพียงพอเอาไปทิ้งให้หรอก"
คาซิมกล่าวสีหน้าดูตรึงเครียดอย่างยิ่ง
ตัดฉากมาอีกฝั่ง เบื้องหน้าของคล็อกครัช รีอาร์และทาร่าพร้อมด้วยกลุ่มคณะเดินทางทั้งหลาย พวกเขากำลังแหงนมองบางสิ่งบางอย่างด้วยความตื่นตะลึง ลูกขบวนบางคนนั่งลงก้นติดพื้นเกร็งตัวสั่นเป็ลูกนก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าร่างใหญ่สูงประมาณ6เมตรกว่า ล้มฟุบนอนแน่นิ่งแนบไปกับพื้น โลหิตอาบเจิงนองเต็มพื้นทรายไหลออกมาจากปากและทวารทั้งหมดบนตัวของมัน กิ้งก่าั์ทะเลทรายมัจจุราชตัวสีน้ำตาลอ่อน สิ้นฤทธิ์เดชเดชานุภาพอยู่ภายใต้เท้าของบุรุษหนุ่มพเนจร
บัดนี้เขายืนเหยียบอยู่เหนือศีรษะอันใหญ่โตของมันด้วยความองอาจ อาบโลหิตสัตว์ร้ายจนชุ่มั้แ่หัวจรดเท้าชุดสีขาวถูกย้อมแดงด้วยของเหลวจากร่างศัตรู หลังจัดการสิ่งมีชีวิตมหันตภัยที่ออกมายืนต้อนรับทุกคนตรงประตูทางเข้าเป็ที่เรียบร้อย ชายหนุ่มก็ะโลงมายืนตรงระเบียงเกวียนใหญ่ต่อหน้าบรรดาสหายทั้งหลายที่รายล้อมอยู่เบื้องล่าง คล็อกกับรีอาร์ที่ชักอาวุธเตรียมพร้อมอยู่ในมือรีบเก็บเข้าฝักเดินมาหยุดตรงที่กั้นระเบียงจ้องมองดูเ้าสัตว์ร้ายตนนั้นอย่างตื่นๆ
"พระเ้า เกิดมาข้าไม่เคยพบเคยเห็นกิ้งก่าที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย"
หัวหน้าคณะเดินทางพึมพำกับตนเอง
"ข้าคิดว่าเ้าตัวนี้คงจะเป็ยามเฝ้าประตู ดูลักษณะแล้วน่าจะเป็ตัวผู้หน่ะขอรับ ถ้าเดาไม่ผิดคิดว่าทั้งหุบเขานี้คงจะเป็รังของพวกมัน ที่กำลังกกไข่หรือไม่ก็กำลังเลี้ยงลูกของพวกมันอยู่"
"พวกมันงั้นเหรอ เ้าหมายความว่ายังมีเ้าตัวแบบนี้อยู่ด้านในเขาวงกตนั่นอีกงั้นเหรอพ่อหนุ่ม"
"คิดว่าใช่ขอรับ ด้านในคงจะมีตัวเมียอีกตัว ปกติกิ้งก่าตัวเมียจะตัวใหญ่กว่าตัวผู้มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันกำลังกกไข่อยู่ละก็ มันจะยิ่งดุร้ายมากกว่าเ้าตัวนี้หลายเท่า ที่เลวร้ายไปกว่านั้น หากที่นี่เป็รังของพวกมันจริงๆ จะต้องมีพวกลูกๆของมันอยู่อีกหลายตัวเลย"
ไคลม์ตอบตามที่คาดเดา หัวหน้าคณะเดินทางกลืนน้ำลายลงคอก่อนถอนหายใจ
"ให้ตายเถอะนี่จะบอกว่าทั้งหุบเขาของแซนการ์เด้นท์เต็มไปด้วยเ้าตัวพวกนี้เดินยุบยับอยู่ทุกจุดเลยงั้นเหรอ?"
"จะเอายังไงต่อดีขอรับนายท่าน ให้เคลื่อนขบวนต่อเลยไหม?"
รีอาร์ถาม แต่ไม่มีคำตอบจากคล็อกครัช หัวหน้าคณะเดินทางใช้ความคิดระหว่างพินิจมองซากอสูรตนใหญ่ ซึ่งขวางทางเดินเกวียนอยู่ในขณะนี้ เขาดูกลุ้มและตื่นกลัวมากกว่าทุกครั้ง นี่เป็การตัดสินใจครั้งแรกในชีวิตที่คิดหนักที่สุดสำหรับเขานับั้แ่ทำงานเป็ผู้นำขบวนเกวียนมา
ไคลม์เฝ้าสังเกตอาการของเขาอยู่เงียบๆจากด้านหลัง ลิซาน่าเอาผ้าขนหนูสีขาวของเธอออกมาเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เด็กหญิงคนนี้ไม่มีความหวาดกลัวอยู่ภายในสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับเทียร์บี้ มันเลียคราบที่ติดตามขาของเขาอย่างเอร็ดอร่อย ชายหนุ่มเอามือลูบหัวเธอและกล่าวขอบคุณ
"ท่านนักรบเก่งจังเลยคะ ะโขึ้นไปซัดกำปั้นใส่มันแค่ทีเดียวเ้าจิ้งจกนั้นถึงกับหมอบตายคาที่ เป็หนูคงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ ดูก็รู้ว่าเกร็ดของมันหนาขนาดไหน"
ลิซาน่ากล่าวชม
ทาร่ามองประสานตากับสามี คล็อกครัชยังคงไม่มีคำตอบให้ รีอาร์ตัดสินใจส่งสัญญาณมือบอกให้ทุกกลุ่มหยุดเคลื่อนที่ก่อนชั่วคราวรอฟังคำสั่งจากหัวหน้าคณะเดินทางอีกรอบ
"นี่ๆท่านนักรบคะ ช่วยสอนหนูให้ต่อสู้กับเ้าพวกนั้นแบบท่านบ้างสิ คะ หนูอยากเก่งเหมือนกับท่านจะได้ปกป้องทุกคนได้"
เด็กหญิงร้องขอ ทำท่าตั้งกาดเตรียมชก เธอดูตื่นเต้นกว่าใครทั้งหมดในขบวนเกวียนนี้ที่กำลังขวัญเสีย คล็อกครัชหันมามองลูกสาวที่กำลังสนทนากับไคลม์อย่างออกรส เขาผ่อนคลายอารมณ์ลงได้บ้างหลังเห็นเธอไม่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิด เขายิ้มเมื่อมองมารู้สึกภูมิใจเมื่อเห็นว่าเธอเข้มแข็งขนาดไหน
"แม่หนูข้าสอนเ้าไม่ได้หรอก"
"อ้าวทำไมละคะ"
"เพราะพลังที่ข้ามีอยู่มันไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ถ่ายทอดให้ใครไม่ได้"
"โห วัยรุ่นเซ็งเลย แบบนี้ข้าก็สู้กับเ้าพวกนั้นไม่ได้หน่ะสิ"
"ฮ่าๆๆ ตัวแค่นี้แต่คำพูดคำจาน่าหมั่นไส้จริงนะเรา ใครบอกล่ะว่าเ้าไม่สามารถเอาชนะเ้าพวกนั้นได้ อย่าว่าแต่เ้าเลย ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็สามารถเอาชนะเ้าตัวที่ข้าเพิ่งซัดลมไปได้เหมือนกัน"
"ท่านขี้โม้แล้ว ลองไม่เก่งเหมือนท่านไม่มีทางหรอกที่จะคว้ำมันได้แบบนั้น"
"ก็ไม่เห็นจำเป็จะต้องคว่ำมันให้ได้แบบเดียวกับข้านี่ บางทีการเอาชนะศัตรูก็ไม่จำเป็จะต้องฆ่าให้ตายเสมอไป เรามีวิธีอีกตั้งมากมาย ที่จะทำให้พวกมันยอมแพ้แก่เราได้ ฟังนะแม่หนู ชัยชนะไม่ได้สำคัญอยู่ตรงที่ เราจะกำราบศัตรูได้อย่างราบคาบ บางทีชัยชนะ อาจจะเป็เป้าหมายอย่างอื่นนอกเหนือจากการฆ่าฝ่ายตรงข้าม การสร้างความหวาดกลัวให้ ก็นับเป็วิธีที่ฉลาด การทำให้อีกฝ่ายยอมจำนน นั่นก็ถือว่าเป็ทางออกที่ไม่เลว มนุษย์เราหน่ะหากลองตั้งใจจริงแล้ว บางทีก็สร้างปาฏิหาริย์ได้ไม่แพ้พระเ้าหรอก มันอยู่ที่ว่า เราจะตั้งสติและใช้ทุกอย่างที่มีในการแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหนกัน"
ประโยคหลังนี้ บุรุษพเนจรเหลือบหันไปมองที่คล็อกพร้อมกับส่งยิ้มให้ หัวหน้าคณะเดินทางสะดุ้งเหมือนคิดอะไรออกหลังได้ฟังคำพูดของชายหนุ่ม เขารีบหันกลับไปมองที่ร่างของเ้าสัตว์ร้าย ที่ทอดกายตายขวางทางอยู่เบื้องหน้า พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเหลือกตาโพลงคิดอะไรได้
"รีอาร์ ทาร่า"
"ขอรับ/เ้าคะ"
หัวหน้าคณะเรียกชื่อ ทั้งสองขานรับเกือบจะพร้อมกัน
"พวกเ้าไปตัดหัวมันออกมาประดับหน้าคันเกวียนของเรา บอกให้คนงานถลกหนังของมัน ออกมาทำเป็หลังคาคลุมเป็ร่มบังแสงพวกเราซะ"
"รับทราบ"
ทั้งสองตอบรับคำของเ้านาย เร่งไปดำเนินการตามที่ได้รับคำสั่งมา
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
บทประพันธ์ : ัขาวเล่าเื่