ตอนที่ 9 : ลำบากใจ
ความคิดเเรกหลังจากฆ่าพวกโจรไปได้เกือบสิบคนคือการเปลี่ยนอาวุธเเละชุดที่สวมใส่ กระทั่งหน้าต่างที่เขียนไว้ว่า 'สกิล' ผมก็น่าจะศึกษาสักหน่อย ไม่น่าละเลยจนออกมาลุยตัวเปล่าๆ แบบนี้ ถึงจะจัดการพวกมันได้ไม่ยากเย็นเท่าไรก็เถอะนะ แต่ถ้ามีของดีๆ น่าจะจัดการได้ง่ายและไวกว่านี้
“ย้าก!!” เสียงเลเซียตะโกนขณะฟาดดาบปะทะกับนักดาบที่ร่างใหญ่กว่าเธอเกือบเท่า ทำให้นาเทียร์ต้องเข้ามาช่วยต่อกร
ผมตะโกนบอกพวกชาวบ้านให้เข้าไปหลบรวมกันอยู่ด้านในของหอประชุมที่ส่วนใหญ่ก็เหมือนจะมารวมกันอยู่ที่นี่ เเต่คงไม่ใช่ทุกคน เพราะผมเห็นพวกมันลากหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ซึ่งเหมาะกับภารกิจผมสุดๆ ออกมาจากบ้านหลังหนึ่งเเละจับไปรวมกันอย่างทารุณที่รถม้าใกล้ตัว
ผมวิ่งปราดฝ่าไปช่วยทาสของผมทั้งสอง ผมเอี้ยวตัวหลบคมดาบ ใช้สันดาบกระเเทกเข้าที่สะโพกของมันจนร่างมันแอ่น ก่อนหมุนตัวด้วยความว่องไวเเละฟันตัดเข้าที่หลังข้อพับเข่าดัง ฉั๊วะ!
โจรร่างโตในชุดเกราะเบาร้องลั่น มันหันกลับมาจะเล่นงานผม ซึ่งพลาดมหันต์เพราะวินาทีต่อมามันก็ถูกเลเซียกับนาเทียร์เเทงดาบยาวเข้าที่หลังทะลุมาด้านหน้าอย่างโหดเหี้ยม
“ทำดี”ผมบอกพวกเธอ โชคดีนะเนี่ยที่ผมได้ทาสที่สู้เป็นด้วย ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ
“เราจะปล้นรถคันนั้นจากพวกมัน” ผมชี้ไปที่รถม้าคันที่เห็นว่าพวกมันขนผู้หญิงขึ้นไป
“ถือเป็นสิ่งตอบเเทนที่ช่วยจัดการโจรให้ไง”ผมพูดต่อเมื่อเห็นสองสาวยังยืนอึ้งกับสิ่งที่ผมบอก
“ยังชั่วอยู่ดีสิน่า”เลเซียว่า ก่อนจะวิ่งไปกับนาเทียร์ช่วยกันจัดการโจรคนอื่นต่อ ผมคงต้องพาเธอไปฝึกกับสัตว์ในป่าสักหน่อย จะได้มีระดับสูงกว่านี้ เพราะนี่พวกเธอระดับเท่ากับพวกโจรเลย
“ตายซะ!”ผมตะโกนกร้าว รู้สึกผูกพันธ์กับการต่อสู้อย่างบอกไม่ถูก ร่างกายกับความนึกคิดของผมทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว เหลือก็เพียงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ค้านกันแปลกๆ เดี๋ยวก็ชอบความเลวร้าย เดี๋ยวก็เกิดนึกสงสารเเละไม่อยากทำ
ผมรับคมดาบตรงหน้า ปัดลูกธนูที่ยิงเข้าใส่ พวกมันถึงกับอึ้งในสิ่งที่ผมทำได้ เเน่ล่ะ ก็ผมมันเก่ง เป็นความคิดที่น่าหมั่นไส้ดีจริงๆ ผมกระโจนกลิ้งลงกับพื้นหลบลูกธนูอีกดอกอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้านหลังหนึ่ง ก่อนเลื่อนหน้าต่างข้างบ้านขึ้นเเละปีนเข้ามาข้างใน ก่อนเห็นว่าพวกมันคนหนึ่งกำลังข่มเหงหญิงสาวหน้าตาสวย มันฉีดชุดผ้าของเธอจนขาดวิ่น
“เเกเป็นใครวะ!?” มันตะคอกถาม ละจากของงามตรงหน้าเเละวิ่งเข้ามาด้วยขวานเหล็กในมือ
“นั่นสิ ถ้าได้คำตอบจะบอกนะ ไม่สิ เเกคงไม่ได้อยู่ฟังหรอก”ผมว่า เข้าไปฟันดาบปะทะกับขวานดัง เคร้ง! ผมปัดป้องกระบวนท่ามันได้อย่างสวยงามเเละฟันตัดข้อมือที่มันถือขวานจนขาดสะบั้น เลือดสาดกระเซ็นเเหมะลงกับพื้นเป็นทาง สีเเดงของเลือดนี่ดูสดดีจัง
“กรี๊ดด––!!”หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นข้อมือหล่นตุ้บลงกับพื้นบ้านของเธอ
โจรตรงหน้าเอามือกุมข้อมือจะห้ามเลือดอย่างลนลาน ก่อนวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าขั้นโง่ทีเดียว เพราะผมสะบัดดาบฟันกำปั้นของมันที่หมายชกใส่ เเละเเทงเข้ากลางคอเมื่อมันทรุดลงกับพื้นด้วยความตกใจเมื่อเพิ่งเสียมืออีกข้างไปหมาดๆ
“อั้กก!!”มันสำลักเลือดเเละเหมือนจะพยายามพูดอะไรสักอย่างเเต่ก็ล้มตึงไปซะก่อน
ผมวิ่งออกมาข้างนอก เหมือนมีพวกมันบางส่วนเริ่มคิดหนี เเละผมก็ไม่สนใจที่จะไล่ตาม ผมวิ่งไปทางรถม้าคันที่เห็นมันขนหญิงสาวขึ้น พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่ามีหญิงสาวเพียง 3 คน บ้าชิบ! ยังขาดอีกสอง พวกมันปิดตาปิดปากพวกเธอด้วยผ้าดำ
ผมเรียกปลอกคอทาสออกมาสามอันเท่าที่มี รีบเปิดใช้งาน ปลอกคอเหล็กเรืองเเสงขึ้นในห้องโดยสารที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก
“จะยอมเป็นทาสฉันดีๆ หรืออยากเห็นภาพครอบครัวเธอตายก่อน เลือกซะ!”ผมขู่พวกเธอ พลางกระชากผ้าที่ปิดปากพวกเธอออก
“ฉะ ฉันยอมเเล้ว ยะ อย่าฆ่าพ่อเเม่ฉันนะ ฉันจะเป็นทาสของแก..”“ฉันก็ยอม อย่าทำอะไรครอบครัวฉันนะ..”“ฮึก ฮือ–– ฉันก็ยอม..”
สิ้นประโยคที่ดูสิ้นหวังจนผมรู้สึกหดหู่ตาม ปลอกคอในมือผมก็หายไปปรากฏอยู่ที่ลำคอของพวกเธอ ผมไม่คิดถามชื่อเพราะไม่อยากรู้จักพวกเธอ เเละด้วยความที่ไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้จึงรีบลงมาจากรถ ต้องกลับไปจับคนที่ผมช่วยไว้เมื่อกี้มาเพิ่ม
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ..”เธอก้าวถอยหลังอย่างหวาดผวา ร่างงามของเธอสั่นเทิ้ม เเววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อผม
“ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก”ผมเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะพุ่งเข้าไปชกเข้าที่ท้องของเธอจนสลบเเละแบกเธอขึ้นบ่า อุ้มเธอมารวมกับคนอื่นๆ
“ไปถ่วงเวลาชาวบ้านให้หน่อย”ผมตะโกนบอกสองสาว พวกโจรเริ่มหนีไปหมดเเล้ว ถ้าชาวบ้านออกมาเห็นผมกำลังพาตัวลูกสาวหรือภรรยาของตนไปผมคงไม่รอดแหง เเละก็ไม่อยากฆ่าพวกเขาด้วย
ผมวิ่งไปตามบ้านด้วยความเร่งรีบ เหงื่อเเตกพลั่ก หอบหายใจเหนื่อย ศพพวกโจรนอนเกลื่อนพื้นเต็มไปหมด เกินครึ่งของพวกมันที่มาเห็นจะได้มั้งเนี่ย
“เจอสักที”ผมบอกตัวเองเมื่อเห็นสายตาคู่หนึ่งแอบลอดมองผ่านผ้าม่านของบ้านหลังหนึ่ง ผมพุ่งเข้าไปอย่างไม่ต้องคิด ไม่รู้หรอกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเปล่า ตอนนี้ต้องตรวจให้หมด
ผมถีบประตูบ้านเข้าไป ในบ้านมืดสลัว เเต่ผมเห็นเงาผู้หญิงไม่ผิดแน่กำลังวิ่งขึ้นบันไดสู่ชั้นสองของบ้าน ผมรีบวิ่งตาม
“ไม่นะ อย่าทำฉัน!” น้ำเสียงของผู้หญิงที่เจือไปด้วยความหวาดกลัวอย่างรู้สึกได้ตะโกนขึ้นอย่างสั่นเครือ ผมวิ่งตามเสียงนั้นมาหยุดที่ห้องห้องหนึ่ง เธอล็อคประตูทำให้ผมต้องกระเเทกเข้าไป ก่อนเห็นเธอในชุดนอนเดรสตัวโคร่ง เเสงจันทร์ที่สาดเข้ามาด้านหลังบานหน้าต่างข้างหลังเธอส่องทะลุให้ผมเห็นเรือนร่างงดงามที่ถูกซ่อนในร่มผ้า
“ขอโทษนะ”ผมกล่าวสั้นๆ ก่อนจะจัดการเธออีกคน
ผมควบม้าออกมาไม่รอเลเซียกับนาเทียร์ เปิดหน้าจอระบบเพื่อดูเเผนที่อยู่ตลอดขณะบังคับบังเหียนม้า รู้สึกทึ่งที่ตัวเองขี่ม้าได้อย่างคุ้นเคยเหมือนกัน
ผมหยุดเมื่อรถม้าขึ้นมาบนเนินเขาใกล้กับจุดพักเมื่อตอนเย็น ระหว่างรอพวกเธอผมเลยลงมาเปิดห้องโดยสารเเละดูผู้หญิงที่จับมาทุกคนอีกครั้ง ก่อนเเผนที่ข้างตัวจะส่งสัญญาณว่ามีคนสองคนกำลังวิ่งมาทางนี้
จับสัญญาณชีวิตของทาสในครอบครองได้ด้วยเหรอเนี่ย ผมรู้สึกทึ่งกับพลังที่ผมมี ก่อนก้าวลงมายืนรอพวกเธอที่ใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงฝีเท้า
“พอเห็นนายออกไปพวกเราก็รีบวิ่งออกมาเลย นายเกือบโดนจับได้เเล้ว! ต้องขอบคุณพวกฉันนะ”เลเซียว่าพลางหอบเเฮ่ก นาเทียร์เองไม่เอ่ยอะไรเเต่ชะโงกผ่านผมเข้าไปดูบรรดาหญิงสาวที่ผมจับมา จริงๆ ก็เเค่สองคนล่ะนะที่ผมจับมา
“ครบสินะ นายต้องเลี้ยงมื้อใหญ่พวกฉันสองคนเเล้วนะบาร็อค” นาเทียร์ว่า
“ใช่ๆ ขอแบบชุดใหญ่เลย”เลเซียเองก็เอาด้วยอีกคน
“ไว้ได้เงินก่อนเเล้วกันนะ”ผมตอบ รู้สึกค่าแรงพวกเธอจะแพงเอาการเหมือนกัน
“ฉันจะดูพวกเธอให้เอง”นาเทียร์ว่าก่อนปีนเข้าห้องโดยสาร ส่วนเลเซียมานั่งอยู่คู่เขาด้านหน้าคนคุมบังเหียน “งั้นก็กลับกันได้เเล้วสินะ เฮ้ออ––!”ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก คงไม่รับเเล้วล่ะภารกิจลำบากใจแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าอยากได้ทาสคนที่อยู่กับทารันล่ะก็คงไม่ยอมรับมาทำง่ายๆ แบบนี้เเน่
“เหนื่อเหรอ? เดี๋ยวคืนนี้เลเซียนวดให้เอาไหม?”เลเซียเอ่ยพลางเขยิบเข้ามาเเนบออเซาะอยู่ข้างตัวผม หน้าอกอวบนุ่มที่เบียดบดกับแขนทำผมลืมสิ่งที่คิดซะสนิท
“เอาสิ ไม่ปฏิเสธอยู่เเล้ว ฮ่าๆๆ” ผมหัวเราะร่า
(จบตอน)