ตอนที่ 14 น้ำพุิญญากลายเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ (2)
ขณะที่ทุกคนกินกันเสร็จ หวังซื่อที่เห็นว่าทุกคนกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เข้ามาเก็บถ้วยเก็บชาม หลี่จางซื่อกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ยายหนูซิน พรุ่งนี้พวกเ้าสามพี่น้องตื่นแต่เช้าขึ้นเขาไปอีกสิ ดูว่ายังล่าสัตว์อะไรกลับมาได้อีกไหม หากล่าไม่ได้ ก็เก็บลูกเกาลัดกลับมาเยอะหน่อยก็ดี”
สามพี่น้องต่างมองตากัน อดที่จะย่นคิ้วไม่ได้ แต่หลี่ซินขานรับกลับไปเสียงหนึ่ง และลุกขึ้นเดินออกไปแล้ว เพราะนางอยากขึ้นเขาอีกใจจะขาด
การล่าสัตว์ยังคงเป็เื่ยากเล็กน้อยสำหรับหลี่ซินในปัจจุบัน แต่ตราบใดที่ไปแล้ว ก็จะมีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะความชำนาญ หากหลี่จางซื่อไม่ทำให้เยี่ยซื่อและลูกๆ ลำบากอีก นางก็ไม่รังเกียจที่จะล่าไก่ล่ากระต่ายกลับมาให้นางทุกวัน และให้ทุกคนได้มีโอกาสกินข้าวมื้อที่อิ่มหมีพีมัน
ทว่า หลี่ซินเองก็รู้ดี มีประโยคหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า ‘โลภมากมักลาภหาย’
บางครั้งการทำดีต่อผู้อื่นก็ควรรู้จักสงวนไว้บ้าง โดยเฉพาะกับพวกผู้ใหญ่ที่โลภไม่รู้จักพอ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหลี่จางซื่อคือคนประเภทนี้
หลี่ซินกล้ายืนยันว่าหากตนสามารถนำสัตว์ล่ากลับมาได้ทุกวันก็ดีไป แต่หากล่าสัตว์กลับมาไม่ได้ เกรงว่าจุดจบจะเลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็อยู่ในตอนนี้แน่นอน
สองบุปผาเบ่งบาน ต้องพรรณนาความงามทีละดอก อีกด้านหนึ่ง ลึกเข้าไปในเขาต้าชิงซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านซั่งหยางไปหลายสิบลี้ มีเรือนไม้เล็กหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาหุยเยี่ยน เสิ่นฉางเฮ่ากำลังแช่ตัวอยู่ในถังโอสถ เผยให้เห็นเพียงเส้นผมขาวทั่วศีรษะ ทั้งศีรษะของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ สองตาปิดสนิทไม่ขยับเขยื้อน
ข้างล่างตัวมีกองไฟลุกโชน เกิดเสียงฟืนเผาไหม้กระทบกันอยู่เป็ระยะ ชายชราผมขาวหน้าแดงสดใสผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงข้างถังไม้ มือกำลังถือเข็มเงินยาวเล็ก แล้วแทงลงบนศีรษะเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ใน่เวลาสั้นๆ บนศีรษะของเสิ่นฉางเฮ่าก็เต็มไปด้วยเข็มเงินที่มีความสั้นยาวต่างกัน ความเร็วในการเคลื่อนไหวไหลลื่นจบในกระบวนเดียว จนกระทั่งเข็มเงินเล่มสุดท้ายถูกแทงเข้าไป ทำให้ส่วนปลายเข็มของเข็มเงินที่เหลือยังคงสั่นไหวด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน
“เสร็จแล้ว” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ชายชราถึงถอนหายใจยาวออกมาคำหนึ่ง จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งจากชั้นวางด้านข้างมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะเดินอ้อมมาตรงหน้าเสิ่นฉางเฮ่าแล้วเอ่ยด้วยความเหนื่อยล้าแต่กลับพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง
“พ่อหนุ่มน้อยครั้งนี้ถือว่าเป็ทุกขลาภเสียแล้ว ได้รับน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีสรรพคุณช่วยถอนพิษได้ดีมากเช่นนี้ พิษที่ข้าศึกษามาหลายสิบปีก็ยังไม่มีความคืบหน้า กลับสามารถขจัดได้เกินกว่าครึ่งในคราวเดียว หากใช้ร่วมกับวิธีการฝังเข็มที่เป็เอกลักษณ์ของข้า เชื่อว่าภายในสองปีเ้าจะหายเป็ปลิดทิ้ง และแน่นอนว่า หากน้ำศักดิ์สิทธิ์ถอนพิษนี้มีปริมาณมากเพียงพอ อาจไม่ต้องข้องเกี่ยวอะไรกับข้าแล้วก็ได้ ช่างน่าเสียดายนัก”
น้ำศักดิ์สิทธิ์ถอนพิษที่กล่าวถึง ความจริงแล้วก็คือน้ำพุิญญาที่หลี่ซินป้อนให้เสิ่นฉางเฮ่าดื่มในตอนแรกนั่นเอง
หากหลี่ซินรู้ว่าพวกเขาตั้งชื่อน้ำพุิญญาในมิติของตนเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ถอนพิษ ไม่รู้นางจะรู้สึกเช่นไร
ฉางชิงและฉางหย่วนได้ยินแล้วก็มองหน้ากัน ใบหน้าแสดงความดีใจ แต่พวกเขาก็ได้แต่ยืนรอเงียบๆ อยู่ด้านข้าง ไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะกลัวจะไปรบกวนการถอนพิษของเ้านายตน
ขนตาของเสิ่นฉางเฮ่าสั่นไหวเล็กน้อย อดนึกถึงสาวน้อยที่มีสีหน้าซีดเหลืองและผมแห้งเสียผู้นั้นไม่ได้ เป็ไปได้หรือไม่ที่สาวน้อยคนนั้นไม่รู้ว่ามีของอัศจรรย์แบบนี้อยู่ในมือ
แต่ว่า เมื่อนึกถึงคำพูดประโยคนั้นของนางขณะที่ตนยังอยู่ในสภาวะสะลึมสะลือ ของดีที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ เ้าได้กำไรแล้วอะไรทำนองนั้น ก็พลันส่ายหน้าอีกครั้ง เกรงว่าเื่นี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด
เสิ่นฉางเฮ่าอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ หญิงสาวในครอบครัวชาวไร่ชาวนาคนหนึ่ง มีทักษะการแพทย์ที่เยี่ยมยอดเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังพกน้ำโอสถที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นติดตัวอีก
จนกระทั่งเข็มเงินที่อยู่บนศีรษะของเสิ่นฉางเฮ่าถูกดึงออกมาจนหมดแล้ว เสิ่นฉางเฮ่าถึงพ่นเอาอากาศเสียออกมา ฉางชิงและฉางหย่วนรีบก้าวมาเปิดฝาถังด้านหน้า พร้อมกับใส่เสื้อผ้าให้เขา จากนั้นชายชราถึงเร้าถามต่อว่า
“เ้าสามารถหาน้ำศักดิ์สิทธิ์ถอนพิษแบบนี้อีกขวด เอามาให้ข้าศึกษาได้หรือไม่ บางทีอาจคิดค้นสูตรยาถอนพิษที่วิเศษออกมาได้ก็เป็ได้”
“น้ำศักดิ์สิทธิ์ถอนพิษแบบนี้ คิดว่าน่าจะเป็ยาที่ปรุงด้วยสูตรเฉพาะของตระกูลผู้นั้นเอง เกรงว่าคงไม่ง่ายที่จะแบ่งปันกับผู้อื่น ข้าแค่บังเอิญถูกนางช่วยไว้ และพลอยได้ผลประโยชน์เท่านั้น ส่วนที่ว่าคนผู้นั้นยังมีเหลือหรือจะยอมให้อีกหรือไม่นั้น ข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
ไม่รู้ทำไม เสิ่นฉางเฮ่ารู้สึกตามสัญชาตญาณว่าคนผู้นั้นจะไม่ให้อีก คิดแล้วก็ใช่ ไม่ว่าใครที่มีของดีแบบนี้อยู่ในมือ ก็คงไม่ยกให้คนอื่นไปเรื่อยเปื่อย แต่เพราะแม่นางคนนั้นจิตใจดี และบังเอิญพบตนขณะถูกพิษเข้าพอดี
“หรือว่าแม้แต่หมอเทวดาซุนผู้มีชื่อเสียงในใต้หล้า ก็ไม่อาจวิเคราะห์ส่วนประกอบของยาเม็ดนี้ได้กระนั้นหรือ”
“ถ้าพ่อหนุ่มน้อยไม่กลัวเืหมดจนตาย ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้มาวิเคราะห์อย่างละเอียดเสียตอนนี้เลย”
หมอเทวดาซุนได้ยินก็ไม่ได้มีน้ำโหอะไร เพียงแค่นเสียงหึทีหนึ่ง
เสิ่นฉางเฮ่าได้ยินก็ถึงกับพูดไม่ออก แต่กลับไม่เอ่ยอะไรอีก แค่คารวะหมอยาผู้เฒ่า แล้วเดินก้าวยาวออกประตูไป
หมอยาผู้เฒ่าเห็นแผ่นหลังที่จากไปของเขา ก็ส่ายศีรษะเบาๆ และให้เด็กถือยาเก็บกวาดห้อง ส่วนตนก็ได้หันไปศึกษาขวดยาต่างๆ เ่าั้แล้ว ทางนั้นมีขวดเืของเสิ่นฉางเฮ่าอยู่หลายขวด แทนที่จะเสียเวลากับเขาตรงนี้ ไม่สู้ให้ตนศึกษาเองดีกว่า บางทีอาจพัฒนาได้
เสิ่นฉางเฮ่าเพิ่งออกมาจากเรือนพักของหมอยาผู้เฒ่า เงาร่างคนผู้หนึ่งพลันะโลงจากต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล เงาร่างนั้นก็คือสือเยี่ยสหายคนสนิทของเขา อีกฝ่ายเพียงมองเสิ่นฉางเฮ่าด้วยสีหน้าหยอกล้อ และยังตบๆ เข้าที่แขนของชายหนุ่มด้วย พลางเอ่ยถามขึ้นอย่างสอดรู้สอดเห็น
“ได้ยินมาว่า ครั้งนี้เป็สาวน้อยที่ช่วยชีวิตเ้าหรือ รีบเล่าให้ข้าฟังซิ สาวน้อยคนนั้นหน้าตาเป็เช่นไร อายุเท่าไร แล้วแต่งงานหรือยัง”