คืนที่มันช่างเดียวดายอากาศรอบตัวที่เริ่มเย็นจนต้องกอดแขนเพิ่มความอบอุ่น หญิงสาวร่างอวบที่อยู่ในชุดเดรสสีขาวระเข่าลายลูกไม้สีชมพูอ่อน กระเป่าสะพายข้างอันเล็กสั่นครืดๆแต่ก็ไม่ทำให้เ้าของกระเป๋ารู้สึกตัว กระเป๋ายังคงสั่นอยู่เหมือนกำลังเรียกร้องความสนใจเธอทรุดตัวลงบนเก้าอี้สาธารณะที่ป้ายรถเมย์ ในมือถือช่อดอกไม้แสนสวย ดอกฟอร์เก็ตมีนอท ดอกไม้ที่ให้ความหมายว่าจะไม่ลืมกัน ริมฝีปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนสายตาจะทอดยาวมองออกไปนอกถนนสลับมองนาฬิกาในข้อมือ ทั้งมืดและหนาวขนาดนี้แล้วคงไม่มีรถเมย์แล้ว สายตายังคงกวาดมองรอบข้างทั้งซ้ายและขวา แต่ก็ไม่มีใครมีแค่เธอที่นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวคงมีแต่ดอกไม้ในมือที่เป็เพื่อนให้เธอได้ในตอนนี้ แสงไฟดวงเล็กจากไกลเริ่มแลนเข้ามาใกล้มากขึ้น เธอผุดลุกหวังว่านี้คงจะเป็รถเมย์สายสุดท้ายนะ แต่ป่าวเลยเป็เพียงรถส่วนตัวที่ขับผ่านหน้าเธอไปด้วยความเร็วที่ไม่มากนักพอที่จะทำให้คนทั้งสองมองเห็นกันและกันได้ เธอเหมือนโดนสะกดไว้กับสายตาอีกคู่ที่อยู่ภายในรถส่วนตัวคันนั้น และเขาก็เช่นกัน ทั้งสองมองตามกันอย่างอาวรณ์ แต่รถก็ขับผ่านไปทิ้งไว้แค่ความรู้สึกอบอุ่นใจภายในหัวใจ เธอยิ้มมุมปากให้กับดอกไม้ในมือ อย่างน้อยวันนี้เธอก็มีความสุขอีกหนึ่งวัน
หญิงสาวที่ทั้งรูปร่างน่าตาไม่ได้มีอะไรที่ดึงดูดตัวเขา แต่หัวใจที่อยู่ภายในร่างกายกลับรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีลูกไฟดวงเล็กถูกจุดขึ้น เขาไม่สามารถละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นได้เลยหรือเพียงแค่ว่ามีแค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น เวลานั้นคนเดียวจึงเป็จุดดึงสายตาให้เขาหันมองแต่ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในหัวใจนี้ละมันคืออะไร เขาคิดซ้ำไปซ้ำมาหลายต่อหลายหน เธอคือใคร
บทนำ
คืนวันแต่งงานที่แสนอู้ฟู้อลังการ เสียงคลอเพลงไพเราะฟังแล้วเพลิดเพลินให้อินไปกับดนตรีที่แสนอ่อนหวาน ผู้คนในงานแต่ตัวด้วยชุดสีชมพูอ่อนหวานหยดย้อย และเริ่มมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นเมื่อคนสำคัญในงานสองคนเดินควงกันมาหน้าเวทีทั้งสองยิ้มหวานให้กันและกันอย่างมีความสุข ไม่ต่างกับผู้คนในงานที่ตื้นตันและยินดีให้กับทั้งสองคนในวันนี้หญิงสาวน่าตาหวานเหมือนดอกไม้รับไมค์จากพิธีกรกล่าวคำขอบคุณผู้คนในงานที่ร่วมกันแสดงความยินดีให้กับเธอวันนี้ และขอขอบคุณคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ คนที่คอยพยุงพาเธอเดินมาอยู่บนเวที ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างเธอรับไมค์ต่อและพูดขอบคุณทุกคนในงานอีเช่นกัน สายตาของเขารับรู้ได้ถึงความสุขที่มีมากจนทุกคนรับรู้ได้ รวมถึงนิสรีนที่ยังคงยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสองอย่างปราบปลื้มใจ ก็เชียร์ให้รักกันมาตั้งนาน ถึงเวลาลงเอยกันเธอก็รู้สึกดีใจด้วย แต่แล้วหญิงสาวก็ถูกเรียกให้เข้าร่วมกิจกรรมที่แสนคลาสสิกของงานแต่งนั้นก็คือการแย่งดอกไม้จากเ้าสาว เธอโบกมือเพื่อปัดความอายให้กับเพื่อน แต่ก็ไม่วายโดนพิธีกรพูดเชิงให้เข้ามาร่วมด้วย นิสรีนจำใจลุกขึ้นเข้าร่วมแต่โดยดีเธอเลือกที่จะยืนอยู่ด้านหลังเพื่อให้คนที่้ามากกว่าเธอได้รับดอกไม้ช่อนั้น เธอยืนเก๋ๆกังๆหันซ้ายทีขวาทีเพื่อจะหาทางหนี้
หนึ่ง สอง สาม ช่อดอกไม้ช่อโตลอยผ่านอากาศและกลุ่มของหญิงสาวลอยไปอยู่ด้านหลังและหล่นลงในมือของใครบางคนอย่างพอดิบพอดี ริน เ้าสาวร้องะโอย่างพอใจ นิสรีนมองดอกไม้ในมืออย่างงุนงงแต่ก็ยิ้มให้กับเพื่อนอย่างอ่อนหวานหลังจากจบงานก็ดึกมากพอที่จะทำให้บรรยากาศข้างนอกมืดสนิท
“รินให้เฟย์ไปส่งหรือเปล่า” นิสรีนสายหน้าเธอเลือกที่จะกลับเองโดยลาเพื่อนสาวหน้างานออกมาพร้อมดอกไม้ในมือ
รินยืนรอรถเมย์อย่างห่อเหี่ยวใจ รู้อย่างนี้ให้เฟย์มาส่งก็คงดี แต่จะให้เ้าสาวออกจากห้องหอมาส่งเพื่อนก็คงไม่ดีอีกเหมือนกัน รินยืนกอดดอกไม้ในมือตัวแล้วยิ้มให้บางๆ อย่าลืมกันดีจังเลยนะทั้งสองคนดูรักกันมาก ถ้าเป็เธอจะมีความสุขกับใครสักคนแบบนั้นบ้างหรือเปล่า แสงไฟดวงเล็กจากไกลแลนเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น รินละสายตาจากดอกไม้มองตามแสงไฟจากรถที่ผ่านมา แต่กลับเป็รถส่วนตัวของใครสักคนที่ขับผ่านความเร็วที่ไม่มากทำให้ทั้งสองสบตาซึ่งกันและกันรินมองตามชายในรถอย่างอาวรณ์และโหยหา หัวใจรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดใจเขาเป็ใครทำไมเธอถึงรู้สึกละสายตาจากเขาไปไม่ได้ รถคันนั้นแล่นผ่านไปแต่เท้าของเดินยิ่งเดินตามรถคันนั้นไปไม่ทันรินหยุดยืนมองอย่างสงสัยและเหมือนเขาเองก็รู้สึกเหมือนกับเธอ มือข้างหนึ่งกุมหัวใจที่ข้างในร้อนผ่าวเหมือนลูกไฟดวงเล็กถูกจุดขึ้น ความรู้สึกนี้มันคืออะไร เขาคือใคร