“น้อยๆ หน่อยเถิดเ้านะ” จินหลงเอ่ยออกมา เมื่อเห็นว่าสตรีฝ่ายตนเอง แค่นี้ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เขาไปเสียแล้ว แพ้ราบคาบๆ
“เ้าว่ามิน่าแปลหรือไร ปกติเ้าหน้าตายมิค่อยใยดีข้า แต่วันนี้กลับกลับส่งคนมาสอดส่องข้าถึงที่นี่” หืมม เขาต้องคิดถึงข้าบ้างแหละ
“ก็คงมิแแปลกเท่ากับคนของฮ่งอเต้แคว้นต้าเฉียงที่มาสอดแนมเ้ากระมัง” เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยของตนเองหลุดลอยไปไกลแล้วจึงกระชากกลับมาทันที
จะปล่อยให้คนของเราหลงเขาจนละเมอเพ้อพกไปเองเช่นนี้มิได้เด็ดขาด จินหลงตั้งปณิธานกับตนเองไว้ในใจ
“เอ๊ะ นั้นสิ ข้าลืมคิดไปเช่นกัน เหตุใดคนของฮ่องเต้แคว้นนี้ถึงส่งตนมาสอดแนมข้ากันเล่า” คล้ายดั่งว่าคนที่เพิ่งโดนกระชากลงมา พึงมีสติระลึกได้ จึงแสดงสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับเปลี่ยนท่าทีทันที
“ข้าน้อยเกรงว่าคนของแคว้นต้าเฉียงคงกำลังสืบเื่ราวของคุณหนูขอรับ หยางคงเอ่ยออกมา”
“อืม เช่นนั้น ข้าควรรระวังตัวมากกว่านี้หรือไม่จินหลง”
“มิจำเป็หรอก ทุกอย่างที่เ้าทำตอนนี้ หากคนของจวินเทียนหรือแม้แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียงอยากรู้คงมิพ้นสายตาเป็แน่ เ้าอยากทำอันใดก็ทำเถิด หากจวินเทียนปกป้องเ้ามิได้ ก็ยังคงมีข้าเสมอ”
“เ้ากำลังห่วงใยข้าใช่หรือไม่ หืมมมม”
“เลิกเพ้อเจ้อเถิด บิดามารดาเ้าจะหาว่าข้าสลับตัวคน”
“หึ”
เช้าวันต่อมา เป็วันเปิดกิจการชองร้านคาเฟย ร้านอาหารของหวานและเครื่องดื่ม ที่เหมือนคาเฟ่ในโลกก่อนที่นางจากมา จุดเด่นของร้านของนางนั้นคือ วัถตุดิบฟรี จากมิติของนางเอง
‘ล้อเล่น’
วัถตุดิบคุณภาพดีจากมิติของนางต่างหาก ร้านของนางจะมีค่าบริการและราคาที่สูงตามวัถตุดิบที่ใช้ นาง้าให้ลูกค้าที่มาทานร้านของนางสามารถพัฒนาพลังไปด้วยในตัว
อีกทั้งในโลกใบนี้ยังมิมีกิจการเช่นนี้ จึงเป็ที่ตื่นตาตื่นใจแก่ชาวบ้านและเหล่าคุณหนูและฮูหยินที่ชื่นชมและชื่นชอบความสวยงามจากสถานที่และการตกแต่งร้านของนาง
ยังไม่รวมไปถึงชาวยุทธ์และเหล่าคุณชายต่างๆ ที่เมื่อทราบว่าพื้นฐานของอาหารที่ของร้านคาเฟยคือเหล่าสมุนไพรพืชผักที่ช่วยบำรุงปราณ จึงทำให้เช้าวันเปิดร้าน มีผู้คนมากหน้าหลายตามาชุมนุมกันหน้าร้านมากมาย
แน่นอนว่าวันนี้เ้าของกิจการแห่งนี้คือ แม่นางไป๋ฮวา โดยมีเื้ัคือ สามพี่น้องจากต่างแคว้น อย่างที่ชาวบ้านได้รับรู้กันไป
“นายท่าน ข้าได้กระจายข่าวไปยังสายข่าวของเราเรียบร้อยแล้วขอรับ” เหลิ่งจิ่ง พี่ใหญ่ของกลุ่มขอทานน้อย ที่ได้ผันตัวเข้ามารับใช้เป่ยจิน หลังจากที่นางได้ยื่นขอเสนอแก่พวกเขาในวันนั้น
และสายข่าวที่เหลิ่งจิ่งเอ่ยถึง นั้นก็คือ เหล่าขอทานคนอื่นๆ ที่ได้รับการจ้างวานจากเหลิ่งจิ่งพี่ใหญ่ของกลุ่มขอทานน้อยเมื่อครั้งก่อนนั้น เพื่อทำหน้าที่เป็สายข่าวให้แก่ตนเอง ด้วยนิสัยว่องไว ใจเย็นและรอบคอบของเขา ซึ่งเป็ธาตุลม นอกจากนี้เหลิ่งจิ่งยังกลายมาเป็ผู้ช่วยผู้จัดการร้านคาเฟย หรือในโลกนี้ก็คือผู้ช่วยหลงจู๊อีกด้วย
ด้านพี่ชายคนรองอย่างห่าวซินนั้นมีนิสัยที่ใจดี ละเอียดอ่อนและอ่อนโยนเกินไป ยากจะรับมมือกับผู้คนได้ง่ายๆ อีกทั้งพลังธาาตุของเด็กคนนี้ หลังจากรับเข้ามาดูแลแล้ว ปรากฏว่า เป็พลังธาตุพฤกษา ที่เหมาะสำหรับการดูแลสมุนไพรของนางยิ่งนัก ซึ่งหยางคงเป็คนเสนอให้เด็กคนนี้ เข้ามาดูแลในเื่ของอาหารและงานครัวทั้งหมด
ส่วนคู่แฝดอย่างเจียงเฉียงนั้นมีธาตุดิน ที่เป็แสดงออกถึงความแข็งแกร่งที่พร้อมจะปกป้อง และเจียนเจี๋ยที่มีธาตุไฟพร้อมจะแผดเผา แม้จะเป็ฝาแฝดกันพลังที่ได้กลับแตกต่างแต่หากส่งเสริมกันยิ่งนัก
เป่ยจินจึงให้ทั้งสองคน ทำหน้าที่ดูแลร้านคล้ายกับองครักษ์ของร้าน คอยจัดการความเรียบร้อยและความผิดปกติภายในร้านและหน้าร้าน ซึ่งทั้งสองในตอนนี้ทำหน้าที่ได้ดีนัก ยืนนิ่งหน้าร้านราวกับ สิงโตคู่ที่กำลังแยกเขี้ยว จนคนที่มายืนรอหน้าร้านถึงกับนิ่งเรียบ มิมีใครกล้าโหวกเหวกโวยวายสักคนเดียว
และน้องเล็กคนสุดท้ายอย่างเริ่นเจิน ที่มีจะอายุยังน้อยนักเพียงห้าขวบหนาว แต่เด็กคนนี้ รู้ความยิ่ง นางจึงแต่งตั้งให้เป็ซาลาเปาน้อยนำโชคแห่งร้านคาเฟยแห่งนี้เสียเลย
“จินเออร์ ข้าตื่นเต้นจังเลย” ไป่ฮวาเอ่ยออกมา เมื่อทั้งสี่คนกำลังจะเดินออกไปหน้าร้าน เพื่อประกาศเปิดร้านคาเฟยอย่างเป็ทางการ
“ตื่นเต้นนั้นแหละดีแล้ว แต่เ้ามิต้องกังวล วันนี้พวกข้าสามคนพี่น้องจะคอยยืนอยู่ข้างเ้าตลอด มิหนีหายไปไหนแน่นอน”
“เ้ากล่าวเกินไปแล้ว เ้าเป็เ้าของตัวจริง จะมาหนีหายไปได้เช่นไรกัน หึ”
“หยอกเ้าเล่นน่า แต่อย่างไรวันนี้ คงต้องพึ่งความสามารถของเ้าแล้ว ไป๋ฮวา ข้ารบกวนเ้าด้วย”
“ข้าจะทำให้เต็มที่ที่สุดเ้าคะทุกคน” ไป่ฮวาหันไปบอกทั้งสามพร้อมกับชูแขนขึ้นมาสองข้าง อย่างที่เป่ยจินเคยสอนว่า หาก้าให้กำลังใจตนเองให้ทำท่าทางเช่นนี้และพูดว่า สู้เว้ย สามครา แล้วกำลังใจจะมาทันที
“เช่นนั้นพร้อมแล้วก็ออกไปกันเถิดขอรับ จะเลยฤกษ์งามยามดีแล้ว” หยางคงเอ่ยขัดท่าทางประหลาดๆ นั้น
“เ้าค่ะๆ ไปเถิดฮวาเออร์ คนแถวนี้จะกินหัวเอา” ไป่ฮวากลับมาเป็คนเดิม ที่มีความมั่นใจในตนเองทันที ก่อนจะหันไปล้อเลียนหยางคงที่ตอนนี้กำลังจริงจังกับการเปิดร้านมากกว่าเป่ยจินและจินหลงเสียอีก
เมื่อเดินมาถึงหน้าร้าน เหลิ่งจิ่งที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยหลงจู๊ของร้านสังเกตเห็นว่าเหล่านายท่านกำลังเดินมากันแล้วจึงได้เอ่ยบางอย่างออกมา
“ทุกคนขอรับ อีกไม่นานจะมีการเปิดร้านอาหารของเรา โดยเ้าของร้านคนใหม่ หากมีข้อสงสัยใดทุกท่านช่วยเก็บไว้ถามหลังจากพิธีกล่าวเปิดร้านจบลงได้เลยขอรับ”
“ได้ๆ ว่าแต่อีกนานหรือไม่” ชาวยุทธ์ท่านหนึ่ง
หนึ่งในผู้ที่ร่วมชุมนุมเพื่อรอคอยการเปิดร้านเอ่ยขึ้นมา แม้อากาศจะมิร้อนหรือหนาวเกินไป แต่พวกเขามาคอยกันั้แ่หนึ่งชั่วยามก่อน ก็ถือว่านานพอสมควร เพียงแต่หาใช่ความผิดของร้านคาเฟยไม่ ด้วยพิธีการเปิดร้านจะเป็่ยามซื่อ (เวลา 09.00-10.59 น.)
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ร้านคาเฟยหลิงของเราเ้าค่ะ”
“นั้นมิใช่คุณหนูไป่ฮวาหรอกหรือ เหตุใดมายืนตรงนี้เล่า" หนึ่งในคุณหนูที่ยืนรอการเปิดร้านเอ่ยขึ้นมา
และไม่รอช้า ไม่รอให้ทุกคนต้องสงสัยอีกต่อไป
“ข้าในฐานะเ้าของร้านคาเฟยหลิง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดร้านคาเฟยหลิงของข้า ข้าเชื่อมั่นว่าร้านคาเฟยหลิงของเรา จะตอบสนองความ้าของทุกท่านได้เป็อย่างดี ขอให้ทุกท่านมีความสุขไปกับการใช้บริการอาหารและเครื่องดื่มที่แปลกใหม่จากร้านเรานะเ้าคะ”
“ข้าน้อยถามได้หรือไม่ขอรับ”
“เ้าค่ะ”
“คุณหนูเป็เ้าของร้านจริงหรือ เหตุใดพวกข้ามิเคยได้ข่าวเลยเล่า”
“เื่นี้ข้าขอเป็คนตอบเองนะขอรับ คุณหนูไป๋ฮวาเป็เ้าของร้านคาเฟยหลิงจริงๆ ข้าขอยืนยันในฐานะ หลงจู๊ของที่นี้ขอรับ” และผู้ที่ตอบคำถามก็คือหนึ่งในสมาชิกกลุ่มราตรีกาลจากตระกูลเป่ยที่เป่ยจินขอตัวมาให้มาทำงาน ณ แคว้นแห่งนี้ เซ่าเหวิน หลงจู๊ประจำร้านนั้นเอง
หลังจากที่ได้รับคำตอบยืนยันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างอือฮา และแปลกใจ เหตุใดคุณหนูไป๋ถึงมาเป็เ้าของร้านแห่งนี้ได้ ทั้งยังมิเห็นวี่แววของคนตระกูลไป๋แม้แต่คนเดียว
แล้วบุคคลสามคนด้านหลังนั้น มิใช่คนจากต่างแคว้นหรอกหรือ ความสัมพันธ์คืออันใดกันแน่